ตอนที่ 3 ระบบมิติและสัตว์วิเศษ
กระรอกน้อยเพศผู้ตัวสีน้ำตาลวิ่งลงจากต้นไม้เข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ ก่อนจะด่าทออย่างหัวเสีย
“นี่หรือคนที่์เลือกมา ช่างโง่เขลาจริง ๆ ข้าคือสัตว์วิเศษเป็ผู้ดูแลผืนป่าแห่งนี้ ภาพเบื้องหน้าคือความจริงแต่อยู่ในมิติ เ้าคือเ้าของมันต่อจากนี้ เมื่อไหร่ที่เ้า้าเข้ามาในมิติแค่เพียงลูบแขนเบา ๆ ก็สามารถเข้ามาอยู่ในนี้ได้ เวลาในนี้ต่างจากข้างนอกสองเท่า 1วันข้างนอกเท่ากับ 3 วันในนี้ เ้าตั้งใจอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตของจางอิ้งเหย่มิใช่หรือ? นี่ไงล่ะ สิ่งที่จะทำให้เ้าเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต” หลิวหลิวในร่างอิ้งเหย่แทบไม่อยากจะเชื่อ ตบหน้าตนเองเบา ๆ แม้จะเคยดูซีรี่ย์ในหลายเื่ แต่นี่มันเหมือนความฝัน กระรอกพูดได้มิติ พื้นที่ตรงนี้จะเป็ของเธออย่างนั้นหรือ?
“กระรอกพูดได้ มิติ ? พื้นที่ตรงนี้จะเป็ของข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วแต่เื่มิติห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้ ข้ามีนามว่าอ้ายเซินยินดีที่ได้เจอกับเ้า ลุกขึ้นมาสิข้าจะแนะนำของใช้ในที่แห่งนี้” กระรอกน้อยะโขึ้นบนบ่าสั่งให้อิ้งเหย่ลุกขึ้น ตอนนี้นางเริ่มเข้าใจหลาย ๆ อย่าง สิ่งที่นางเอ่ยขอเมื่อครู่์ได้ยินและมอบความช่วยเหลือแก่นาง
อ้ายเซินกระรอกน้อยอธิบายเื่บ่อน้ำที่ไม่เคยมีวันแห้ง เพราะเป็บ่อน้ำวิเศษ อิ้งเหย่ลองใช้มือตักขึ้นมาดื่ม รสชาติของน้ำไม่เหมือนที่อื่น กลิ่นหอมสดชื่นแถมน้ำยังเย็นราวกับใส่น้ำแข็งไว้ตลอดเวลา อ้ายเซินอธิบายเื่ที่ดินการปลูกพืชผัก และยังพานางเข้าไปดูในกระท่อม และสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคือของใช้ในกระท่อมหลังน้อย มีของใช้ในยุคปัจจุบัน ทั้งที่นอนหนานุ่ม ผ้าห่มหนา ๆ ตู้เสื้อผ้า และของใช้จำเป็ รวมทั้งยาสามัญประจำบ้านในยุคปัจจุบัน ดวงตาของอิ้งเหย่เบิกโพลงโตเป็ประกายแวววาว
“ที่นี่เป็ของข้าจริง ๆ นะหรือ ? ที่นอนนี่ข้าสามารถนอนมันได้จริง ๆ ใช่มั้ย ข้างในไม่เหมือนข้างนอกสักนิด”
“ใช่แล้ว หากเ้า้าเข้ามานอนในนี้ก็ย่อมได้ตลอดเวลา ทั้งหมดเป็ของเ้า” อ้ายเซินกระรอกน้อยะโลงจากบ่าของอิ้งเหย่ลงเตียงนอนหนานุ่ม นอนแผ่หลา อิ้งเหย่ดีใจแทบจะกรี้ดออกมาะโขึ้นเตียงนอนในยุคปัจจุบัน กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างมีความสุข ก่อนที่จะคิดได้ว่านอกมิติตนเองจะต้องเจอกับสิ่งใด ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งใช้ความคิดอย่างเคร่งเครียด
“เ้าคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”
“เ้าบอกว่าที่นี่เวลาเดินเร็วกว่าข้างนอกใช่หรือไม่? ข้าต้องออกไปจากที่นี่แล้ว หากกลับเรือนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เห็ดข้าคงถูกโบยแน่ ๆ แถมตอนนี้ในตะกร้าของข้ายังไม่มีเห็ดสักดอกเลยด้วยซ้ำ”
“ที่แท้ก็กังวลเื่นี้เองสินะ ด้านนอกหน้าเรือนมีแปลงพืชสมุนไพร เ้าสามารถนำออกไปขายแลกเงินตราได้ ดูเหมือนตอนนี้ร่างกายของเ้า้านอนพักและยังต้องกินอาหารที่ดีเสียก่อน” อ้ายเซินยกยิ้ม ก่อนจะบอกให้อิ้งเหย่ไปเก็บเอาสมุนไพรไปขาย จะได้มากกว่าเห็ดที่นาง้าด้วยซ้ำ
“จะให้ข้านอนได้อย่างไร อีกอย่างอาหารที่ท่านแม่ห่อมาให้มีเพียงข้าวแข็ง ๆ ไหม้จนดำเกรียมข้ามิอาจจะกินมันได้ หากข้านำสมุนไพรไปขายค่อยหาซื้ออะไรกินก่อนกลับเรือน ขอบใจเ้ามากนะ กลับถึงเรื่อนเมื่อไหร่ทำงานในบ้านเสร็จแล้วจะกลับมาหาเ้าอีกครั้ง เ้า้าอาหารหรือไม่? ข้าจะนำเข้ามาให้เ้า” อ้ายเซินกระรอกน้อยจ้องมองร่างบางที่ผอมแห้งแรงน้อย ขนาดตัวเองแทบไม่ได้กินอะไรดี ๆ แล้วยังรู้จักเป็ห่วงเป็ใยผู้อื่น ช่างโง่บรมจริง ๆ
“ข้านะเป็สัตว์วิเศษ ไม่ต้องกินอะไรก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายปี กว่าเ้าจะเดินทางไปที่ตลาดคงจะบ่ายคล้อยหรือค่ำพอดี เข้าไปดูในครัวสิ ตู้กับข้าวนั่นเป็สิ่งวิเศษมีมิติเพียงเ้าคิด้ากินอาหารสิ่งใด ตู้กับข้าวจะมอบให้เ้าได้ทุกอย่าง” เมื่อได้ยินอิ้งเหย่ตื่นเต้นมากกว่าเดิม นี่มัน์ชัด ๆ นางรีบเดินไปในห้องครัวหลับตาคิดถึงไก่ย่างร้อน ๆ ข้าวสวยพร้อมน้ำซุปอร่อย ๆ ครั้นเมื่อลืมตากลิ่นหอมคละคลุ้งอบอวลเต็มอากาศ นางลืมตาขึ้นมาลุ้นระทึกว่าสิ่งที่นางคิดจะเป็จริงหรือไม่ รีบเปิดตู้กับข้าวดวงตาก็เบิกโพลงอีกครั้ง อาหารที่นางคิดเมื่อครู่อยู่ตรงหน้านางเสีย
“วิเศษ วิเศษจริง ๆ อาหารที่เนรมิตมาได้อย่างใจนึกแถมยังไม่หมดเงินสักอีแปะ ขอบคุณนะอ้ายเซิน” อิ้งเหย่รีบยกอาหารมานั่งกินที่โต๊ะอาหารเมื่อกินเสร็จแล้วนางเดินไปดูแปลงพืชที่อ้ายเซินกล่าว นางต้องใอีกครั้งเมื่อเห็นพืชที่เขากล่าวมาคือฉั่งฉิก หรืออีกชื่อเรียกว่าซานซี สรรพคุณใช้ห้ามเืจากแผลสด และยังสามารถต้มดื่มเพื่อสลายเืคั่ง แก้ฟกช้ำภายใน หรืออาเจียนเป็เื (เป็พืชล้มลุกขนาดเล็ก มีหัวใต้ดินคล้ายขิงหรือโฉม ใบมีลักษณะแตกออกเป็แฉก) ที่นางมีความรู้เื่พืชเพราะใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมากเกินไปเพื่อน ๆ ของเธอส่วนมากจะเป็พยาบาล เบื่อ ๆ เมื่อไหร่พวกเขามักจะเอาหนังสือตำราแพทย์มาให้อ่านฆ่าเวลาแก้เหงา
“อ้ายเซินสิ่งนี้ข้าเอาออกไปได้จริง ๆ หรือ”
“ได้สิ ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าของทุกอย่างในนี้คือของเ้า อยากได้อะไรก็เอาไปแต่จงจำเอาไว้เพียงสิ่งเดียวอย่าให้ผู้ใดรับรู้ถึงมิตินี้ ไม่อย่างนั้นจะเป็อันตรายต่อตัวเ้าเอง"
“ได้เลย ขอบใจเ้าอีกครั้งนะเ้ากระรอกน้อยแสนวิเศษของข้า” อิ้งเหย่จับตัวอ้ายเซินเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะจูบที่ศีรษะของเขาไปหนึ่งครั้ง กระรอกน้อยใชะงักเล็กน้อยก่อนจะดิ้นพล่านออกจากมือของอิ้งเหย่
“เ้าทำบ้าอะไรของเ้า อี๋สกปรก” กระรอกน้อยใช้มือปัด ๆ ส่วนที่ถูกอิ้งเหย่จูบเมื่อครู่อย่างไม่พอใจทว่าใบหน้าน้อย ๆ ของเขากลับแดงระเรื่อ ก่อนจะรีบะโหนีขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ใหญ่ะโให้หลังบอกนางอีกครั้ง"จะทำอะไรก็ทำ ข้าไม่ส่งถึงเวลานอนกลางวันแล้ว เสียเวลาไปตั้งมากมายกับเ้าที่แสนโง่เขลา" อิ้งเหย่ไม่ได้โกรธแต่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งย่อตัวเก็บใส่ตะกร้า ก่อนจะออกจากมิตินางไม่ลืมที่จะตักน้ำพลุใส่กระบอกไม้ไผ่เพราะเมื่อครู่นี้นางดื่มมันไปหมดแล้ว เมื่อได้ของที่้านางหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ภาพที่เห็นเมื่อครู่หายวับไปกับตาเหลือเพียงป่ารกทึบที่นางนั่งพักเมื่อครู่ อิ้งเหย่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อาจจะเป็เพียงฝัน เพราะความหิวทำให้นางหมดแรงสลบไปแต่เมื่อชะเง้อดูในตะกร้าเห็นฉั่งฉิกใบหน้าของนางพลันปรากฏรอยยิ้มรีบลุกขึ้นสะพายตะกร้าเดินทางไปที่ตลาดด้วยความดีใจ