เหมือนดั่งคำโบราณว่าไว้“เพียงหนึ่งคำนาง ราวกับประกาศิตจาก์”หนึ่งคำสั่งจากเบื้องบนไม่อาจทำให้วีรบุรุษเคลื่อนไหวได้แต่เพียงหนึ่งคำอ่อนหวานของสตรีนางหนึ่ง สามารถ ทำให้วีรบุรุษ บุกน้ำลุยไฟหรือแม้แต่เผชิญอันตรายมากมายให้ได้
ถ้อยคำของเหมยฮวาแม้ว่าจะไม่ได้อ่อนหวาน ทว่ามันก็อบอุ่นพอที่จะทำให้วีรบุรุษของแคว้นเซี่ยผู้หนึ่ง มีสีหน้าผ่อนคลายและยอมหันมาทางนางทั้งยังเป็ฝ่ายเดินไปหานางก่อนด้วย ยามนี้จากแม่นางน้อยอายุสิบสองสิบสามปีคนหนึ่ง กลายเป็เด็กสาวตัวน้อยที่ยังคงความแก่นแก้วเหมือนเดิม อีกไม่กี่เดือนของปีนี้เหมยฮวาก็จะสิบสี่เต็มแล้ว นางสูงขึ้นมากแล้วตอนนี้ก็สูงถึงหัวไหล่ของเข้าแล้ว
แรกๆเลยนึกว่านางจะตัวเล็กน่ารักเหมือนกับสตรีทั่วไป เล่นเอาเขาทั้งกังวล ทั้งอึดอัดด้วยรู้ว่าความรู้สึกตนเองเป็เช่นไร หากนางหนูตัวน้อย ยังคงไม่โตเช่นนั้นก็เกรงว่าอาจจะต้องรออีกนาน กว่าจะแสดงความชมชอบที่ตัวเขามีต่อนางออกมาได้แค่ตอนแรกที่เขามีความรู้สึกลึกซึ้งต่อนาง ทั้งที่นางยังเป็นางหนูตัวน้อยส่วนลึกในหัวใจก็พยายามปฏิเสธ ทั้งต่อต้าน ไม่ยินยอมรับความจริงที่ว่าทำไมทั้งที่ตนเป็บุรุษโตเต็มวัยแต่กลับรู้สึกชมชอบสตรีนางน้อยผู้นั้นได้
...แรกเลยใจเขากลัวว่าตนเองจะเป็พวกวิปริตปริวิตกว่า ความชมชอบที่เกิดขึ้นเป็รสนิยม ดังพวกโรคจิตที่ชมชอบเด็กอย่างงั้น ใช่ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินเื่ราวของพวกที่มีรสนิยมดังกล่าวในเมืองหลวงที่มีผู้คนมากมายหลากหลายอย่างนี้ แม้กระทั่งในจวนขุนนางก็ยังมีเื่ซุบซิบว่านายท่านบางคนมีเรือนหลังที่มีแต่สตรีอายุน้อย แม่นางน้อยเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากตลาดค้าทาสพวกคนใจบาปหยาบช้าที่ฉุดคร่า บุตรสาวของชาวบ้านก็มีอยู่ไม่น้อย
เื่ราวเช่นนี้หากไม่จับได้คาหนังคาเขาก็ยากที่จะเอาผิดเอาความคนทำผิดได้ ถึงแม้ศาลต้าหลี่จะเคยมีประวัติตัดสินโทษบุตรชายของขุนนางผู้หนึ่ง ที่อาศัยอำนาจบารมีของบิดา อีกทั้งยังมีสกุลมารดาที่เป็ผู้มั่งคั่งเขาใช้พื้นฐานเหล่านี้เพื่อประโยชน์ส่วนตนข่มขู่และฉุดคร่าสตรีอายุน้อยเข้าเรือนหลัง ชายผู้นั้นไม่เพียงมีสัมพันธ์ทางกายกับสตรีอายุน้อยแต่ยังมีรสนิยมชอบความรุนแรง ทารุณเด็กสาวพวกนั้นจนกลายเป็ศพแล้วศพเล่าส่งผ่านออกประตูหลังจวน
เมื่อคราวนั้นศาลต้าหลี่ได้ตัดสินให้บุตรชายของคนนางใหญ่ชดใช้กรรมโดยการปะาและแขวนศพเอาไว้ที่หน้าประตูเมืองเป็การเสียบประจานที่เห็นได้น้อยนักในเมืองหลวง เหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพราะว่า้ากำราบพวกคนที่จะทำความผิดต่อเด็กหรือแม้แต่สตรีอายุน้อยอีกทั้งก็ยังเป็เพราะคดีความที่ทำกับเด็ก ส่วนใหญ่ผู้ที่กระทำหรือผู้ที่บงการล้วนเป็คนที่มีอำนาจหรือเงินทองมากมาย คนพวกนี้สามารถที่จะใช้ทั้งเงินและอำนาจที่มีปกปิดความผิดไว้ได้นาน ทำให้การสืบคดีแต่ละครั้งหากไม่มีหลักฐานชี้ชัดจะจับตัวคนร้ายได้ยากมาก
ดังนั้นพอมีคดีประเภทนี้เกิดขึ้นศาลต้าหลี่ ก็เลยไม่ออมมือเลยสักนิด สั่งปะาและเสียบประจานเพื่อไม่ให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง ทั้งยังปิดคดีได้ภายในห้าวันนับั้แ่ที่จับกุมตัวคนร้ายได้ด้วยเป็การตัดสินคดีที่รวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้บิดาผู้เป็ขุนนางใหญ่ใช้เส้นสายหรือร้องขอฝ่าา ใช้อำนาจที่มีต่อรอง เพื่อผ่อนหนักให้เป็เบาแก่บุตรชายเลยสักนิด
บิดาขุนนางใหญ่ยังไม่ทันที่จะใคร่ครวญว่าจะติดต่อสหายฝ่ายคนไหนดีข่าวการปะาของบุตรชายก็ถูกส่งมา บิดาที่ไม่รู้ว่าตนเองเลี้ยงลูกผิดพลาดตรงไหนบุตรชายคนเดียวของตนจึงได้ทำผิด ด้วยความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้สุดท้ายก็ได้แต่กอดภรรยา ร้องไห้หน้าศพบุตรชายที่ถูกแขวนไว้อยู่ที่ประตูเมือง
ลู่จางเหว่ยรู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คนเช่นนั้นแม่นางน้อยที่เดินทั่วไปก็ไม่ได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกใด มีเพียงนางเท่านั้น...ั้แ่ยอมรับตนเองอย่างจนใจว่ามีความรู้สึก ชมชอบสตรีนางหนึ่งเพียงแต่ว่านางอายุน้อยไปสักหน่อย ตลอดเวลาเขาก็พยายามที่จะกระทำการทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในขอบเขตตามความเหมาะสม และระมัดระวังตน ไม่ให้กระทำสิ่งใดที่เป็การชักจูงใจให้นางรู้สึกว่า ชีวิตขึ้นอยู่กับเขาเพียงผู้เดียว
แม้เขาอยากให้นางอยู่ในสายตามากเพียงใดแต่ลู่จางเหว่ยก็อยากให้แม่นางน้อยที่ตนเองชมชอบได้เติบโตสมวัยเช่นเดียวกัน เขาเพียงเฝ้าปกป้องทะนุถนอมอย่างน้อยก็ไม่ไห้มีใครหรืออะไรมาทำอันตรายนางได้ ที่ผ่านมานางซุกซนเลยทีเดียว มีหลายเื่ด้วยความที่นางยังเยาว์อยู่จึงกระทำผิดพลาดออกไปเขาต้องแน่ใจว่าความผิดพลาดนั้นจะถูกแก้ไขได้ทันท่วงที เื่ที่เขาช่วยประคับประคองเป็ดั่งแผ่นฟ้าให้กับนาง บางเื่นางก็รู้ บางเื่ นางก็ไม่รู้
ที่ผ่านมาลู่จางเหว่ยคิดว่าตนเองทำสำเร็จอยู่มากความเห็นแก่ตัวเดียวที่เขาทำในเื่นี้ก็คือ พยายามดึงนางเอาไว้ข้างกาย ให้นางเป็ผู้ช่วยของเขาหรือไม่ก็ทุกกิจการค้าของนาง เขาก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ชายหนุ่มให้นางเติบโตอยู่รอบๆตัวเขา
ส่วนเื่อื่นๆ ... ลู่จางเว่ยทำได้เพียงแค่อดทนเท่านั้น อดทนรอวันที่นางเติบใหญ่เป็ดอกไม้ที่ผลิบาน และพร้อมที่จะเผชิญโลกของผู้ใหญ่...
ถึงเวลานั้น...เขาจะค่อยๆเปิดเผยความรู้สึกของตน ให้นางได้รู้ ได้เลือก และได้ตัดสินใจ ยามเมื่อนางเติบโตมากพอที่จะเข้าใจว่าหัวใจของเขาที่มีต่อนางนั้น มิได้มีเพียงแค่ความปรารถนาดีอย่างเพื่อนร่วมงานที่มีต่อกันเท่านั้น...
ปีนี้เหมยฮวาอายุสิบสี่แล้ว...ตัวเขาเองอายุมากกว่านางเกือบสิบปีระยะห่างที่น่าชิงชังนี้ยังคงเป็เหมือนก้อนหินกดทับจิตใจของเขาอยู่ก่อนที่นางจะถึงวัยปักปิ่น ความรู้สึกระหว่างเขากับนางล้วนเป็เื่เปราะบางทั้งสิ้น...
เหตุใดที่เขา้าแสดงความชมชอบต่อนางเมื่อนางอยู่ในวัยสมควรแล้วงั้นหรือ?
ก็เพราะว่าบัดนี้นางหนูตัวน้อยของเขากลายเป็ท่านหญิงรองแห่งเมืองสุยโจวแล้วน่ะสิ คุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้ เปรียบเหมือนแตงหวานลูกโตรอคนมาเด็ดกินนางไม่เพียงแต่มีสายสัมพันธ์อันดีกับขุนนางในราชสำนัก แต่นางยังมีความสามารถในการหาเงินอีกด้วยสตรีที่มีทั้งเงิน ทั้งเส้นสายเช่นนี้ อีกทั้งพื้นเพก็ไม่ได้มาจากตระกูลเก่าแก่อะไรเรียกว่าเป็ตัวเลือกลูกสะใภ้ อันยอดเยี่ยมที่ใครๆ ก็เอื้อมมือถึงต่อให้เป็ครอบครัวชาวนาที่สุยโจว (ซึ่งเป็ชาวนาที่มีบ้านปลูกด้วยอิฐสีฟ้าสวยงาม)หากว่าเหมยฮวายินยอมไปเป็ลูกสะใภ้ ก็ไม่นับว่าเป็การเอื้อมของสูงแต่อย่างใด
ความกลัดกลุ้มฉายชัดอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาองอาจ...
เหมยฮวาที่กินอาหารถูกหลักโภชนาการตามการบำรุงของพี่สาวหลันหลันมาโดยตลอดทำให้นางมีความสูงอยู่ในระยะที่ยืนแล้วเหมาะสมกับเขามากในมุมของฮวาฮวาแล้วนางภูมิใจมากนอกจากตัวที่สูงขึ้นทำให้นางไม่ต้องเงยคอมองเขาจนเมื่อยแล้วแต่ระยะนี้คุณชายคนโปรดก็ไม่สามารถหิ้วคอเสื้อของนางจนขาห้อยต่องแต่งได้แล้วนี่นับเป็หนึ่งในเหตุผลที่นางดีใจที่โตขึ้นมาก ๆ
เขาคงจะหายโกรธข้าแล้วกระมัง...แล้วทำไมถึงทำหน้าเหมือนอมทุกข์ไว้เช่นนั้น...ไม่ใช่ว่าเดินมาหาข้าเพราะจะชวนกันกลับบ้านเหรอ...
ท่ามกลางความคิดมากมายหลายอย่างแม้เหมยฮวาจะไม่ค่อยเข้าใจ ทว่านางก็ไม่ชอบเลยที่คุณชายคนโปรดดูกลัดกลุ้มเช่นนี้นางจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปดึงแขนเสื้อของเขา...
ลู่จางเหว่ยรู้สึกตัวหันมามองนางแล้วเลิกคิ้วเจอคนตัวเล็กยิ้มตาหยี ๆ หัวใจก็อ่อนยวบ...
“ฮูหยินแม่เป็ห่วงท่านมากหากไม่รีบกลับไปเกรงว่านางจะขนเอาผ้าทั้งคลังออกมากางไว้ในห้องโถงจวนแน่เ้าค่ะอีกอย่างข้าก็หิวแล้วด้วย”
ชายหนุ่มฟังคำนางก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินตามแรงดึงเบา ๆ ที่ปลายแขนเสื้อของนางแล้วรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจเมื่อได้ยินนางพูดว่า
“เมื่อเช้าข้ากินข้าวคนเดียวไม่อร่อยเลยเ้าค่ะเลยชวนนางหนูซานซานมาเป็เพื่อนตามหาท่านที่เมืองหลวง”
ซานซานมองสองคนที่เดินออกมานางหนูหันไปขยิบตาให้กับคังกงกงที่ก็ขยิบตาให้นางเช่นกัน ก่อนที่ซานซานน้อยจะจูงเ้าไก่กุ๊กเดินตามพี่สาวและคุณชายออกจากวังไป...