‘อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส๊...’
แจ่มใสพร่อง ปวดหัวชิบหาย ผมลืมตาตื่นเพราะแสงแดดที่ส่องมาที่ตาของผม
อ้าว เชี่ยยยยยย ผมอยู่ที่ไหนวะเนี่ย เชี่ยกว่า.. ผมใส่บล็อกเซอร์ตัวเดียว
สักพักมีผู้ชายร่างใหญ่คาดเอวด้วยผ้าขนหนูสีเทา
“เชี่ยยยย ไอ้เ้าบ่าว มึงทำอะไรกูป่าววะเนี่ย”
“ยังไม่ได้ทำ” ไอ้เ้าบ่าวตอบด้วยเสียงเ็า
...
“มึงรีบอาบน้ำ กูหิวข้าว กินข้าวแล้วเดี๋ยวกูพาไปส่งห้อง”
“แล้วกูมาอยู่ห้องมึงได้ไง”
“เมื่อคืนมึงเมา”
“กูรู้” ใครๆก็รู้ว่ากูเมา
“กูกับเพื่อนๆมึงจะพาไปส่งมึงที่ห้อง แต่มึงไม่ยอมให้กุญแจพวกกู”
“เออ จริงวะ กูลืมกุญแจไว้ในห้องวะ 555” ผมพูดพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน
“เออ เพื่อนมึงหนีกลับหมดเลย ให้มึงนอนห้องกูเนี่ย” ครับ เพื่อนๆที่รักของผม
...
“แล้วมึงจะอาบน้ำได้ยัง หรือมึงจะให้กูอุ้มไป”
“คร้าบๆ กูเดินเองได้ค้าบ ไอ้คุณตำรวจ”
หลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ไอ้เ้าบ่าวก็พาผมออกไปเพื่อทานอาหารเช้า วันนี้วันหยุดพอดีไอ้เ้าบ่าวเลยมีเวลาขับรถไปส่งผม มันพักอยู่แฟลตตำรวจที่อยู่ใกล้ๆหอผมครับ ถึงว่าเพื่อนๆ ที่รักของผมถึงทิ้งผมไว้แฟลตมันแล้วพากันกลับหมดเลย
ระหว่างมันขับรถพาผมไปร้านอาหารที่มันบอกว่าอร่อย มันขับผ่านโรงงานผลิตเบียร์ครับ ผมเล่าให้มันฟังว่าพึ่งมาสัมภาษณ์งานที่นี่ และก็อยากทำงานที่นี่มาก หนึ่งคือตำแหน่งที่มาสัมภาษณ์เป็ตำแหน่งที่ผมคิดว่าผมจะทำได้ดี สองคือคนขี้เมาอย่างผมทำงานโรงงานผลิตเบียร์นี่โคตรเหมาะสมเลย ฮ่าๆๆๆ
พอมาถึงร้านมันก็จัดแจงสั่งอาหารให้ผมเรียบร้อย
“เชี่ยยยยย สั่งเยอะขนาดนี้มึงจะกินหมดหรอวะ” ผมถาม
“อาหารอร่อยทุกอย่างเลย อยากแชร์” ตำรวจหนุ่มตอบด้วยท่าทางเ็าเหมือนเดิม
“ซื้อตั้งหลายอย่าง กินไม่หมด” ในใจคิดว่าเอาเงินไปซื้อเบียร์น่าสนใจกว่าเยอะ
“กูขอเลี้ยงนะมื้อนี้ ถือว่าฉลองที่เราได้รู้จักกัน”
“ถ้ามึงเลี้ยงเบียร์กู กูจะดีใจกว่านี้ยอะ ฮ่าๆๆๆ”
“ถ้ามึงมีงานทำ กูเลี้ยงฉลองให้มึงก็ได้นะ” ไอ้เ้าบ่าวพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง”
ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ เพราะผมไม่รู้ว่าจะได้งานทำตอนไหน
“ก่อนกลับห้อง กูพามึงไปทำบุญไหม เผื่อมึงจะสบายใจ” ไอ้เ้าบ่าวรีบเสนอความคิด สงสัยรู้สึกผิดมั้ง
“ไปดิ ่นี้ชีวิตกูกำลังขาขึ้นด้วยว่ะ” ผมตอบ ไม่อยากให้มันเครียด
“่ขาขึ้นแล้วมึงทำหน้าเซ็งทำไมวะ”
“ขาขึ้นมาก่ายหน้าฝากกูเนี้ย เครียดชิบหาย ทำบุญบ้างก็ดี” ผมกวนตีนมัน ไม่อยากให้มันรู้สึกไม่ดี
“ไอ้ตูมตาม กูถามมึงหน่อย”
“ว่า…”
“ใครสอนให้มึงกวนตีนว่ะ”
“นับว่าเป็เกียรตินะโว้ย ที่มึงโดนกูกวนตีนใส่ เพราะคนอื่นกูก็กวนตีนใส่เหมือนกัน ฮ่าๆๆ”
“เออ มันก็เป็เสน่ห์มึงดี”
“อี๋ ตำรวจอย่างมึงอย่ามาหลงรักกูนะโว้ย”
“ทำไมวะ” เอ้า เสือกทำหน้างงใส่กูอีก
“ก็มึงเป็ผู้ชาย กูก็เป็ผู้ชาย มันจะรักกันได้ยังไงวะ”
…
“เออ ไอ้เ้าบ่าว กูขอไลน์มึงบ้างดิ”
“เอาไปทำไร”
“ไว้ไลน์จีมมึงมั้ง” ผมแกล้งพูดประชดไป
“เอาไป”
“ก็เหี้ยแล้ว”
...
“ก็ไอ้เท่ห์มันบอกให้มึงคอยช่วยเหลือกู แล้วมึงก็รับปาก หรือมึงจะผิดคำพูด” ผมก็พูดไปงั้นแหละ แค่ผมเหงา เผื่อไปไหนมาไหนมีเพื่อนไปด้วยสักคนก็ยังดี
“เออ กูดูแลมึงเอง”
“แล้วกูมาอยู่ที่นี่คนเดียว ที่นี่ ถ้ามีเพื่อนเป็ตำรวจอย่างมึง กูก็ค่อยอุ่นใจหน่อย”
ไอ้เ้าบ่าวเปิดแอปพลิเคชันไลน์แล้วส่งโทรศัพท์มือถือให้ผม ผมพิมไอดีไลน์ในโทรศัพท์มือถือของมัน แล้วคืนมันไปสักพักก็มีแจ้งเตือนเด้งมาจากโทรศัพท์มือถือของผม [ร.ต.ต.ธนัท วิรพลสกุล ส่งคำขอเป็เพื่อนคุณแล้ว] โห่ ยศเต็ม ชื่อเต็มขนาดนี้ ถ้าสมมุติก็ผมแอบเล่นไพ่ มันคงออกหมายจับผมได้เลยแหละมั้ง
ยศเต็ม ชื่อเต็มชื่อเต็มขนาดนี้ จริงๆยังไม่หน้าใเท่าแจ้งเตือนที่เยอะผิดปกติ ในไลน์ผม สงสัยแก้งเพื่อนรักของผมคงจะมีประเด็นอะไรอีกแล้วล่ะมั้ง
กลุ่มไลน์ : แก้งห้าพยักหนี(5)
PrawitNaja : ตกลงเพื่อนรักกูมีผัวเป็ตัวเป็ตนยังวะ@ToomtamZa
AumAum : มึงก็ไปแซวเพื่อนไอ้วิทย์
SnowBall : เมาขนาดนั้นกูว่าไม่น่าวะ
PrawitNaja : ไม่น่ามีอะไรกัน?
SnowBall : ไม่น่ารอด ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
PrawitNaja : อุตส่าห์หนีความเป็ผัวจากบ้านนอก มาได้เป็เมียตำรวจที่บางกอกซะแล้ว
SnowBall : มึงถามเพื่อนมึงดิ๊ ว่าได้ไอ้ตามเป็เมียยัง@KabtanCool
KabtanCool : ไอ้เ้าบ่าวบอกว่ายังไม่ได้กัน
AumAum : นั่นไง มึงก็ไปว่าเพื่อน
SnowBall : ว้าาา ก็ว่าจะกะเกียมชุดใส่ไปงานแต่งเพื่อน
ToomtamZa : ไอ้เพื่อนเลวทั้งหลาย ทิ้งกูไว้กับคนแปลกหน้า ยังยัดเยียดให้กูเป็เมียมันอีกนะมึง
ผมตอบกลับไลน์ไป
KabtanCool : ไม่ใช่คนแปลกหน้า กูถามมันแล้ว มันบอกจะดูแลมึง
AumAum : กูช่วยมึงแล้ว ก็มึงไม่มีกุญแจห้องมึง
PrawitNaja : ไอ้อั้มกับไอ้เท่ห์วางแผนหาผัวให้มึงอะไอ้ตาม
ToomtamZa : ไอ้วิทย์ ไอ้บอล มึงสองคนอะตัวดีเลย
เฮ้ออออ ผมไม่เคยเถียงชนะไอ้สองตัวนี้ได้สักที
ToomtamZa : ฝากไว้ก่อนนะพวกมึง
AumAum : ไอ้ตาม ตกลงมึงไม่ได้เป็อะไรใช่ไหม
ToomtamZa : เออต้องขอบคุณเพื่อนไอ้เท่ห์ มันก็ดูแลกูดีแหละ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จมันก็พากูไปส่งแล้ว
ToomtamZa : พอดีกูลืมกุญแจไว้ในห้อง กูคงต้องปีนหน้าต่างเอา
AumAum : เออ กูจะได้หลับต่ออย่างสบายใจ
AumAum : แล้วเจอกันวะเพื่อน
ToomtamZa : ส่งสติ๊กเกอร์
KabtanCool : ส่งสติ๊กเกอร์
SnowBall : ส่งสติ๊กเกอร์
PrawitNaja : ส่งสติ๊กเกอร์
หลังจากที่ผมกับไอ้เ้าบ่าวทานข้าวเสร็จ คุณตำรวจก็รับหน้าที่ขับรถพาผมไปทำบุญที่วัด ซึ่งไม่ไกลจากหอพักผมมากนัก ไอ้เ้าบ่าวบอกว่ามันมาวัดนี้บ่อย เพราะเป็วัดที่ติดริมแม่น้ำ มีต้นไม่ใหญ่หลายต้นที่คอยให้ร่มเงา อากาศจึงเย็นสบาย แล้วยังสามารถให้อาหารปลาได้ด้วย วัดที่มันพามาเป็วัดดังย่านนี้ครับ ผู้คนเลยพลุกพล่าน มีที่ให้ถวายสังฆทานจนถึง่เย็นเลยทีเดียว ไอ้คุณตำรวจมันพาผม ไหว้พระ ถวายสังฆทาน ให้อาหารปลา แล้วก็พาผมเดินกินโน้นกินนี่
“แหม... โลแมนติกจังเลยเนอะ” ผมมองดูคนผิวคล้ำ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประชด
“แล้วมึงชอบไหมล่ะ” คนผิวคล้ำถามผมกลับ
“ชอบดี๊” ผมหันมองผู้หญิงใส่ชุดเดรตพริ้วๆ สั้นๆ ขาขาวๆ ที่เดินผ่านผมไป
“ชอบกู?” แหม ชอบมันก็เหี้ยแล้วครับ กวนตีนกูดีนั๊ก เดี๋ยวมึงเจอกูกวนตีนกลับ
“กูไม่พิศวาส ผู้ชายตัวดำ ร่างใหญ่อย่างมึงหรอกค๊าบ ไอ้คุณเ้าบ่าว”
ถึงความสูงของไอ้เ้าบ่าวจะสูงกว่าผมไม่กี่เซ็น มองผ่านๆก็แทบจะเท่ากันเลยครับ แต่ด้วยขนาดกล้ามแขนกล้ามขาของมัน ทำให้มันดูตัวใหญ่กว่าผมเยอะ
หลังจากที่ไหว้พระขอพรจากพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อให้ได้งานทำ และอยู่รอดปลอดภัย ไม่โดนตามกลับไปแต่งงาน จนสาแก่ใจแล้ว ก่อนชวนไอ้เ้าบ่าวกลับ ผมหันไปเห็นกระบอกไม้ไผ่ที่เขาเอาไว้เสี่ยงเซียมซี ผมเลยนึกอยากเสี่ยง เพื่อทำนายดวงชะตาของผมบ้าง ถ้าเกิดมันดีขึ้นมาก็ถือว่าได้รับพลังบวกเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามันไม่ดีก็แค่ฝากหลวงพ่อไว้ที่วัดนี่แหละ เื่แบบนี้ก็ถือเป็เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแบบหนึ่งเหมือนกันครับ
ผมหยิบกระบอกใส่เซียมซีขึ้นมาเขย่าแรงๆ หกเจ็ดครั้งมีไม้ตกลงมาหนึ่งอันบนยอดสุดมีตัวเลขหกเขียนไว้
“แหม เลขสวยเลยนะกู” ผมอุทานเบาๆ
ไอ้เ้าบ่าวก็หยิบไม่หนึ่งอันขึ้นมาจากกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่เซียมซีเหมือนกัน
“มึงหยิบเอาเลยหรอวะ ไม่เขย่าหรอ งี้มึงก็ขี้โกงอะดิ” ผมถามไอ้เ้าบ่าว
“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเลขแต่ละตัวมันทำนายว่าอะไร ถือว่ากูเลือกเอง จะดีหรือไม่ดีก็ต้องลุ้นเอาอีกทีหนึ่ง” คำตอบที่มันตอบผม
“กูได้เลขหก แล้วมึงได้เลขอะไร”
“ยุ่งอะไรกับเื่ของกู มึงได้เลขไหนมึงก็รีบไปอ่านดิ”
ผมเดินไปที่ตู้ใส่คำทำนาย แล้วหยิบใบที่หกออกมาอ่าน ซึ่งในกระดาษมีใจความว่า
“ใบที่หก พบรัก สลับหมุน
คอยเกลือหนุน คุ้มครอง ประคองสาน
ดังรับพร พุธคุณ บุญบันดาล
ส่งดวงมาล อาพับ กลับเป็ดี
จงมั่นใจ ไว้ใจ ในสิ่งถูก
คอยพันธ์ผูก ปลูกรัก ไม่หักหนี
สิ่งมุ่งหวัง เวียนจบ พบทันที
บารมี ส่งเสริม เพิ่มเติมเอย”
“เห้ย ก็ดีนี่หว่า เก็บไว้ดิ” คุณตำรวจออกความเห็น
“ใช่ไหม เดี๋ยวกูพับเก็บไว้ใส่กระเป๋าสตางค์เลย”
…
“แล้วของมึงล่ะ มึงอ่านยัง”
“อ่านแล้วเรียบร้อย ไปกลับหอกันเหอะ”