“โอ้ ครานี้หานเฟิงยุ่งยากเสียแล้ว ถึงแม้กู่ปาจะเป็ขยะ แต่อย่างไรเขาก็ฝึกฝนวรยุทธ์มาถึงสามปี หานเฟิงเพิ่งฝึกฝนกำลังภายในของเขาได้แค่คืนเดียว เกรงว่าครั้งนี้รังแต่จะเพิ่มรอยด่างพร้อยให้เขาแล้ว”
“หึ ๆ แม้ภายหน้าหานเฟิงจะแข็งแกร่งกว่าเรา มีรอยด่างพร้อยนี้แล้ว เราก็ไม่จำเป็ต้องกลัวเขา”
“ไม่ผิด”
“ใช่ ๆ”
“น่าเสียดายแล้ว ๆ”
หานหลินครั้งนี้เริ่มให้ความสนใจแล้วเช่นกัน เขาลูบคางเบา ๆ “กู่ปาผู้นี้สมองกลับไม่ได้ทึ่มทื่อ เลือกที่จะแข่งแทนการเข้าไปหาเื่ซึ่งหน้า ระหว่างแข่งขันเขาจะพลั้งพลาดไปบ้างก็ไม่ผิดแปลกอันใด”
“ถึงอย่างไรหากเข้าไปหาเื่หานเฟิงตรง ๆ แม้จะได้สั่งสอนบทเรียนให้กับหานเฟิง ข้าก็จะไม่ปล่อยเขาไป หากเหล่าผู้นำตระกูลรู้เข้า กู่ปาพ่อลูกย่อมไม่ได้มีชีวิตที่ดี”
“ยิ่งไปกว่านั้นกู่ปายังรู้ว่าควรวางกับดักให้หานเฟิงตกหลุมพรางอย่างไร บัดนี้หานเฟิงต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเขายอมรับคำท้า ก็จะถูกสั่งสอน เมื่อภาพลักษณ์ถูกทำลายแล้ว แม้จะมีพร์สูงส่งเพียงใด อนาคตย่อมจบสิ้นแล้ว”
“หากไม่ยอมตกหลุมพรางบ่าวรับใช้เ่าั้ ภายหน้าก็ไม่อาจมีวันคืนที่ดีเช่นกัน”
เป็อย่างที่หานหลินกับหานเฟิงคิด กู่ปาวางแผนนี้มาอย่างดี
หานเฟิงลึก ๆ ในใจนั้นมีความกังวล หลังจากฝึกโคจรกำลังภายในมาทั้งคืน กำลังภายในที่บ่มเพาะได้นั้นยังน้อยเกินไป เขาจะชนะได้อย่างไร
หากกำลังภายในของกู่ปาในยามนี้มียี่สิบสามสิบ เช่นนั้นของหานเฟิงอย่างมากก็แค่สองสาม เป็เพราะกำลังภายในที่หานเฟิงฝึกฝนมาได้ขยายไปสู่เส้นลมปราณของเขาแล้ว
ไม่เช่นนั้น แค่คืนเดียว แม้กระทั่งกำลังภายในส่วนเดียวก็ไม่อาจฝึนฝนออกมาได้
หานหลินในฐานะผู้มีระดับการฝึกยุทธ์ระดับห้า จะมาถึงขั้นกู่ปาได้มิใช่ว่าฝึกเพียงสองเดือนเท่านั้น โดยปกติเขาจะรวบรวมกำลังภายในได้เพียงวันละครึ่งส่วน บางครั้งยังฝึกได้ไม่ถึงครึ่งส่วนด้วยซ้ำ
“ดูท่า คงทำได้เพียงใช้วิธีพิสดารเสียแล้ว” รอยยิ้มแปลกพิกลวาบขึ้นในแววตาของหานเฟิง
รอยยิ้มนี้ถูกกู่ปาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด จู่ ๆ หัวใจของเขาก็พลันกระหน่ำเต้นรัว เขาสลัดความคิดนั้นออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว จะเป็ไปได้อย่างไร
ยามนี้เอง กู่ปาได้ยินหานเฟิงตอบเสียงค่อย “ข้ารับคำท้า”
เหล่าเด็กหนุ่มแทบทุกคนหันความสนใจไปทางกู่ปากับหานเฟิง เมื่อพวกเขาได้ยินหานเฟิงรับปาก แต่ละคนพลันรู้สึกตื่นเต้น รอคอยหานเฟิงถูกกู่ปาอัดจนน่วม
กู่ปาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ ทว่าบนใบหน้ากลับประดับรอยยิ้มไร้เดียงสา “หานเฟิง เ้ามีพร์เพียงนี้ จักต้องออมมือเล่า”
ก่อนที่หานเฟิงจะได้ตอบกลับ กู่ปาก็ชิงลงมือเสียก่อน เขาทั้งน่ารังเกียจและไร้ยางอาย กระทั่งเด็กหนุ่มตระกูลหานที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินก็ยังอดเกลียดชังกู่ปาไม่ได้
เพียงแต่หานเฟิงกลับแตกต่างจากที่ผู้อื่นคิด แม้ว่าชาติก่อนหานเฟิงจะเป็เพียงคนธรรมดา ถึงกระนั้นเขาก็อยู่รอดในสังคมมาได้หนึ่งถึงสองปีแล้ว โดยเฉพาะในต่างโลกที่ตัดสินเป็ตายแค่ในสนามรบ ขอเพียงชนะ ขอแค่เอาชีวิตรอดได้ก็ดีถมแล้ว
การเอ่ยเตือนก่อนเริ่มการแข่งขัน เดิมทีจึงไม่จำเป็แม้แต่น้อย
บอกแล้วอย่างไรว่า เด็กหนุ่มตระกูลหานเหล่านี้ยังคงไร้เดียงสายิ่งนัก
หานเฟิงตระหนักในเื่นี้ จึงคอยระวังกู่ปาตลอด ทันทีที่กู่ปาเริ่มลงมือ หานเฟิงจึงไม่ใแม้แต่น้อย เขาสลับเท้า เหวี่ยงแขนออกไป ป้องกันหมัดของกู่ปาที่ซัดลงมาตรง ๆ
“อะไรกัน! ลอบโจมตีไม่สำเร็จ!” กู่ปาลงมือไม่สำเร็จจึงตกตะลึง
ถึงแม้กู่ปาจะเ้าเล่ห์อยู่บ้าง แต่ก็ยังเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีที่ขาดไหวพริบในการต่อสู้ เขาไม่อาจเทียบได้กับครูฝึกหลินและคนอื่น ๆ แม้แต่น้อย เขาที่ตกตะลึงจึงเผยช่องโหว่ให้หานเฟิงเห็น
หานเฟิงพลันย่อตัวลงแล้ววาดขาเตะออกไป ขาของกู่ปาเจ็บแปลบ สูญเสียการทรงตัวล้มลงกับพื้นทันที ลูกเตะนี้ทำให้กู่ปารู้สึกตัว ทันทีที่มือของเขาแตะพื้น เขาก็เอามือยันแล้วะโตีลังกากลับขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม บัดนี้หมัดยาวขั้นพื้นฐานของหานเฟิงเหวี่ยงเข้าใส่กู่ปาเก้าหมัดอย่างรัวเร็วโดยไม่พลาดเป้าแม้สักครั้ง ชกเข้าที่กู่ปาโดยตรงจนกระทั่งเขาลอยไปตกอยู่ที่พื้นด้วยความตื่นตระหนก
เด็กหนุ่มที่รอชมความสนุกอยู่รอบ ๆ ต่างตกตะลึงจนตาค้าง “กู่ปาผู้นี้ไร้ประโยชน์ไปหน่อยแล้ว หานเฟิงเพิ่งฝึกกำลังภายในเองนี่นา”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่ากู่ปาไร้ประโยชน์เกินไป หากแต่เป็หานเฟิงที่มีจิติญญาการต่อสู้แข็งแกร่งกว่ากู่ปา กู่ปาอ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเรา แทบไม่มีผู้ใดจับกลุ่มกับเขาในการต่อสู้ ทุกสิ่งล้วนเป็เื่หลอกลวง หากข้าลงมือ จะไม่มีทางให้หานเฟิงได้เปรียบเป็อันขาด อย่างมากก็ต้องเสมอ ไม่เหมือนกับในตอนนี้”
“กู่ปาก่อนหน้านี้เกียจคร้านเกินไป กำลังภายในของเขาแทบไม่มีประโยชน์ ต่อจากนี้หานเฟิงอันตรายแล้ว”
เด็กหนุ่มตระกูลหานผู้มีวิสัยทัศน์ไม่ธรรมดาแสดงความคิดเห็น
แววตาของหานหลินวูบไหว “ถึงแม้กู่ปาจะไร้ประโยชน์ แต่ผ่านการฝึกฝนกำลังภายในมาสามปี ร่างกายย่อมไม่ธรรมดา หมัดยาวพื้นฐานของหานเฟิงก่อนหน้านี้ใช้กำลังภายในเพียงไม่กี่ส่วน ต่อยกู่ปาแล้วแต่ไม่อาจทำอันตรายใด ๆ ได้แม้แต่น้อย”
ขณะที่หานหลินกล่าวเช่นนั้น กู่ปาก็ลุกขึ้นทันใด ความโกรธขึ้งปรากฏบนใบหน้าของเขาแวบหนึ่ง แต่เขาก็ข่มมันลงไปได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็เพียงการแข่งขัน เขาพลาดพลั้งได้ แต่หากมีสีหน้าโกรธเคือง ย่อมเป็การจงใจอย่างเห็นได้ชัด ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป กู่ปาสะกดความความรังเกียจที่มีต่อหานเฟิง ก่อนจะสวมรอยยิ้มบนใบหน้า “ไม่เสียแรงที่เป็ผู้มีพร์ในการฝึกยุทธ์ระดับสี่ เพิ่งฝึกกำลังภายในได้เพียงวันเดียว ข้าก็เป็ฝ่ายเสียเปรียบแล้ว มาต่อกันเถอะ”
พูดไม่ทันขาดคำ กู่ปาก็ลอบโจมตีอย่างกะทันหันอีกครั้ง
หานเฟิงก้าวถอยหลังโดยพลัน นึกเย้ยหยันในใจ “ครั้งแรกข้าไม่ถูกหลอก ข้ายังจะถูกหลอกในครั้งที่สองหรือ น่าเสียดายในร่างกายข้าไม่มีกำลังภายใน หาก้าทำให้กู่ปาได้รับาเ็ ทำได้เพียงใช้กรงเล็บสยบนิ่ง อีกทั้งยังมีโอกาสเพียงครั้งเดียว ไม่เช่นนั้นหากปราศจากกำลังภายใน กรงเล็บสยบนิ่งย่อมไม่อาจสำแดงเดชของมันได้แม้เพียงหนึ่งในสิบ”
“แต่ข้าเพิ่งฝึกกรงเล็บสยบนิ่งได้แค่หนึ่งวัน ดังนั้นข้าทำได้เพียงใช้มันโดยห้ามผิดพลาดเป็อันขาด คิดจะใช้กรงเล็บสยบนิ่งโจมตี จักต้องใช้เวลาในการเตรียมการ กู่ปาไม่มีทางเปิดโอกาสให้ข้าเป็แน่”
“ดูเหมือนทำได้เพียงต้องใช้ของลามกอย่างที่ข้าคิดก่อนหน้านี้แล้ว”
กู่ปาได้บทเรียนจากครั้งก่อน ไม่กล้าประมาทหานเฟิง กำลังภายในในร่างเขายังคงพวยพุ่ง ซัดหมัดและเตะท้าวออกไปไม่ว่างเว้น
หมัดยาวพื้นฐานและท่าเตะพื้นฐานเป็วิทยายุทธ์ระดับล่าง กล่าวได้ว่าเป็พื้นฐานในหมู่พื้นฐาน อย่างไรก็ตามเมื่อมีกำลังภายในเข้ามาเสริม พลังของมันย่อมเป็ที่น่าพึงพอใจ ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงหมัดหรือแม้กระทั่งเตะออกไป ก็บังเกิดเสียงดังปั้ก ๆ
ภายใต้การโจมตีนี้หานเฟิงทำได้เพียงหลบด้วยใจร้อนรน ไม่กล้าแม้แต่จะตั้งรับตรง ๆ ทันทีที่ถูกัั กำลังภายในของกู่ปาจะะเิออก ถึงคราวนั้นหานเฟิงย่อมเจ็บหนักอย่างแน่นอน
ความดุดันของกู่ปาค่อย ๆ ลดลง กำลังภายในของกู่ปาไม่ได้มากมาย แต่ถึงอย่างนั้น กู่ปาก็แค่หอบหายใจเล็กน้อย ในขณะที่เหงื่อของหานเฟิงไหลเป็น้ำ เสื้อผ้าของเขาขาดหลุดลุ่ย อยู่ในสภาพน่าอดสูยิ่ง
กู่ปาร้องท้าทายเสียงดังอย่างอดไม่ได้ “หานเฟิง หรือว่าเ้าไม่กล้าแล้ว มีความสามารถก็อย่าได้ซุกซ่อนไว้!”
หานเฟิงแย้มยิ้มแปลกพิกล “โอกาสมาถึงแล้ว จากนี้ไปข้าจะไม่ซ่อนแล้ว”
ทันใดนั้น หานเฟิงก็พุ่งเข้าใส่กู่ปาผู้ที่ยังยิ้มเหี้ยมในใจ “แม้ข้าจะเหลือกำลังภายในไม่มาก แต่ข้าก็ไม่กลัวเ้า!”
ทว่าเมื่อกู่ปากำลังจะซัดหมัดออกไปปะทะกับหานเฟิงแบบซึ่งหน้า หานเฟิงกลับสลับเท้า กำลังภายในะเิออก ความเร็วพุ่งพรวดขึ้นในพริบตา เขาเอี้ยวตัวหลบไปด้านหลังกู่ปา
ได้ยินเพียงเสียงหานเฟิงะโก้องหนึ่งคำ “ดัชนีทะลวงทวาร!!”