บทที่ 15 การต่อสู้ระหว่างพวกคลั่งปกป้องศิษย์น้องหญิง
"เด็กสาวปากร้ายอย่างเ้า อย่ามารังแกหรงเยว่นะ นางพูดกับเ้าดี ๆ แต่เ้ากลับพูดจาเสียดสีทุกประโยค ชัดเจนว่ากำลังอิจฉา ข้าเคยเห็นคนอย่างเ้ามามากแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมีจุดจบที่ดีทั้งนั้น!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เยี่ยหลิงหลงก็หัวเราะออกมา
"ข้าจะไปอิจฉานางทำไม นางอยู่ขอบเขตก่อปราณ ข้าก็อยู่ขอบเขตก่อปราณ นางเก่งกว่าข้าตรงไหน"
"เ้า!"
เซี่ยหลินอี้โกรธจนควันออกหู เขายกมือขึ้นควบแน่นพลังิญญา ใบหน้าดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ศิษย์จากสำนักอื่น ๆ ต่างถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ศิษย์ที่นี่ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐาน ในขณะที่เซี่ยหลินอี้อยู่ขอบเขตจินตาน ทั้งยังเป็ขอบเขตจินตานขั้นปลายที่แข็งแกร่งอีกด้วย การฆ่าคนย่อมง่ายเหมือนบี้แมลงตัวหนึ่ง
ใคร ๆ ก็พูดว่าคนของสำนักเจ็ดดารา ปกป้องคนของตัวเองที่สุด ดูเหมือนจะเป็ความจริง เขากล้าทำทุกอย่างเพื่อเยี่ยหรงเยว่
ด้วยการเตือนนี้ ดูเหมือนว่าน้องสาวของเยี่ยหรงเยว่คงต้องยอมแพ้แล้ว
"ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเจ็ดดารา ข้าไม่อาจยอมให้คนนอกมารังแกศิษย์น้องหญิงของข้าได้ หากเ้ายังพูดจาหยาบคายอีก ข้าก็จะ..."
เขาพูดคำขู่ยังไม่ทันจบ ก็เห็นเผยลั่วไป๋โบกมือส่งพลังิญญาออกไปทันที เขาลงมือโดยไม่พูดสักคำ แม้แต่คำเตือนก็ไม่มี ทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นใเป็อย่างมาก
เซี่ยหลินอี้เห็นพลังิญญาอันทรงพลังพุ่งเข้ามา เขารีบเปลี่ยนพลังิญญาบนฝ่ามือให้กลายเป็โล่ป้องกันและกันการโจมตีของเผยลั่วไป๋ทันที
ในชั่วพริบตานั้น ไม่มีใครคิดว่าโล่ป้องกันที่ก่อตัวขึ้นโดยผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานขั้นปลายจะแตกละเอียดราวกับกระดาษเมื่อถูกชนเข้าอย่างจัง
พลังิญญาของเผยลั่วไป๋ทำลายโล่ป้องกันของเซี่ยหลินอี้แล้วพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของเขา เพื่อไม่ให้เยี่ยหรงเยว่ถูกลูกหลง จึงใช้ร่างกายของตัวเองรับการโจมตีนั้นไว้เต็ม ๆ
พลังิญญากระแทกหน้าอก เซี่ยหลินอี้ถอยหลังก้าวหนึ่ง กระอักเืคำโต
"พรวด..."
เมื่อเห็นศิษย์พี่ใหญ่ของตนไม่มีแรงต่อกรศิษย์พี่ใหญ่ของเยี่ยหลิงหลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังถูกตีจนน่วมขนาดนี้ เยี่ยหรงเยว่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
เยี่ยหลิงหลงไม่ได้ไปอยู่สำนักที่แย่ที่สุดหรอกหรือ นางจะมีศิษย์พี่ใหญ่ที่เก่งกาจขนาดนี้ได้อย่างไร
ต้องรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเจ็ดดาราเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานอันดับหนึ่งในยุทธภพ อีกทั้งยังเป็ผู้ที่มีพร์และความสามารถดีที่สุดในสำนักเจ็ดดารา เป็ตัวตนที่สามารถมองข้ามศิษย์รุ่นเดียวกันจากสำนักอื่นในยุทธภพได้
"แค่ก ๆ..."
ได้ยินเสียงกระอักไอรุนแรงของเซี่ยหลินอี้ เยี่ยหรงเยว่จึงได้สติกลับมา
"ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
"ไม่ถึงตายหรอก ข้าใช้กำลังแค่สามในสิบส่วนเพื่อเตือนเขาเท่านั้น"
เผยลั่วไป๋ที่ไม่เคยพูดอะไรก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ยืนขวางหน้าเยี่ยหลิงหลงอย่างมั่นคง
"แต่เดิมข้าไม่ได้ตั้งใจจะยุ่งเื่ของพวกนางสองพี่น้อง เด็ก ๆ ทะเลาะกัน ก็ให้พวกนางจัดการกันเอง แต่เ้าอายุมากกว่าพวกนางมากขนาดนั้นยังจะเสนอหน้าเข้าไปยุ่ง เ้าไม่อาย ข้าก็ต้องทำให้เ้าอับอายยิ่งกว่านี้"
ได้ยินดังนั้น เยี่ยหลิงหลงก็ยืดอกเชิดคางทันที ท่าทางภูมิใจขึ้นมาก
อะไรคือความต่างชั้น ศิษย์พี่ใหญ่ของนางนี่แหละคือความต่างชั้น! ไม่ต้องพูดถึงว่าระดับการฝึกฝนของทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว ตอนนี้คุณธรรมของทั้งสองก็ต่างกันชัดเจนแล้ว!
มองเยี่ยหรงเยว่หน้าซีดปากสั่น เยี่ยหลิงหลงก็ยิ่งรู้สึกสะใจ
"ข้าเพียงแค่เตือนนางเท่านั้น เ้ากลับลงมือทำร้ายคน จะเกินไปแล้ว!" เซี่ยหลินอี้ไม่ยอมแพ้
"เ้ามีสิทธิ์อะไรมาเตือนศิษย์น้องข้า เ้าเป็ใครกัน"
เยี่ยหลิงหลงได้ยินคำพูดนี้แล้วอดใไม่ได้ ปกติแล้วศิษย์พี่ใหญ่ไม่ค่อยพูด แต่พูดแล้วไม่เคยแพ้เลยสักครั้ง! โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางมองเหยียดคนอื่นอย่างนี้ เท่สุด ๆ ไปเลย!
"เ้า..."
"อีกอย่าง ศิษย์น้องหญิงเล็กของข้าเพิ่งอายุสิบเอ็ด ยังเด็กและขี้กลัว คำเตือนที่เ้าว่ามาทำให้นางใจนตัวสั่น แค่นี้ข้าก็มีสิทธิ์ที่จะตีเ้าแล้ว"
เสียงของเผยลั่วไป๋ดังก้อง ทุกคนจึงหันไปมองเยี่ยหลิงหลง ทว่าใบหน้าของเยี่ยหลิงหลงกลับไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ท่าทีใตัวสั่นอยู่ที่ไหนกัน?
แต่เผยลั่วไป๋ พูดจริงจังเสียขนาดนั้น จนทำให้คนคิดว่าเยี่ยหลิงหลงอาจใจนตัวแข็งทื่อไปแล้ว
"ข้าจะคอยดูอาการของนางอย่างใกล้ชิด หากคำเตือนของเ้าทำให้จิตใจของนางได้รับาแที่ยากลบเลือน ข้าจะไปหาเ้าที่สำนักเจ็ดดาราด้วยตัวเอง เพื่อขอคำอธิบายจากเ้า"
พอประโยคนี้หลุดออกมา แม้แต่เยี่ยหลิงหลงก็ยังอึ้งไปด้วย
เดี๋ยวนะ ศิษย์พี่ใหญ่ก่อนหน้านี้ยังพูดได้ยุติธรรมอยู่เลย? เด็ก ๆ ทะเลาะกันพวกท่านที่เป็ผู้าุโกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่ทำไมยิ่งพูดยิ่งดูไม่ถูกต้อง? ถ้านางได้รับาแทางใจ เขาจะไปขอคำอธิบาย?
นี่มันก็คือการปกป้องอย่างไร้เหตุผลชัด ๆ เลยนี่นา? นี่มันเกินกว่าที่เซี่ยหลินอี้ทำอีกนะ?
อ่า นี่...
นางเกือบจะถูก ‘ความยุติธรรมอันเที่ยงตรง’ ของศิษย์พี่ใหญ่หลอกแล้ว!
ไม่ใช่แค่เยี่ยหลิงหลง แม้แต่คนจากสำนักอื่นก็รู้ตัวแล้ว พวกเขาเกือบจะถูกท่าทางจริงจังของเผยลั่วไป๋หลอกแล้ว!
ทั้งคู่เป็พวกคลั่งปกป้องศิษย์น้องหญิงนี่เอง เทียบกับเซี่ยหลินอี้ที่เอาแต่พูดจาเสียดสี เผยลั่วไป๋ชนะขาดลอยไปเลย!
เยี่ยหรงเยว่มองเยี่ยหลิงหลง และเผยลั่วไป๋ นางกัดริมฝีปาก กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ั้แ่เด็กจนโต นางไม่เคยใส่ใจน้องสาวคนนี้ และไม่เคยคิดจะแข่งขันอะไรด้วย อย่างไรเสียพวกนางก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่มีอะไรต้องแข่งขัน
แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องเสียหน้าต่อหน้าเยี่ยหลิงหลง
ศิษย์พี่ใหญ่ของเยี่ยหลิงหลงมีที่มาอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงได้แข็งแกร่งและดีต่อน้องสาวนางขนาดนี้ นางคงเอาผลไม้ิญญา และหินิญญา ที่ท่านพ่อท่านแม่เตรียมไว้ไปเอาใจศิษย์พี่ใหญ่หมดแล้วกระมัง
เยี่ยหรงเยว่คิดแบบนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยศิษย์พี่ใหญ่ที่ปกป้องนางก็ทำด้วยใจจริง นางไม่จำเป็ต้องเอาใจใคร
ในอนาคตนางจะต้องพึ่งพาความสามารถของตนเองเดินบนเส้นทางสู่จุดสูงสุด ไม่จำเป็ต้องให้ใครปกป้อง
"พวกเ้า..." เซี่ยหลินอี้กำลังจะพูด แต่ถูกเยี่ยหรงเยว่ดึงแขนเสื้อไว้ นางส่ายหน้า
"ศิษย์พี่ใหญ่ ช่างเถิด พวกเราศิษย์สำนักเจ็ดดารามีใจกว้างขวาง ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็เป็ศิษย์ของสำนักเช่นกัน ควรจะอยู่ร่วมกันฉันมิตรมากกว่านะ"
"ก็ยังเป็ศิษย์น้องหญิงที่ใจกว้างที่สุด ก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะปล่อยพวกเขาไป"
"ใช่แล้ว อย่าลืมเื่สำคัญของพวกเรา พวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือศิษย์ร่วมสำนัก ห้ามปล่อยให้เื่ไร้สาระมาทำให้การช่วยเหลือล่าช้า"
ได้ยินบทสนทนาของพวกเขา เยี่ยหลิงหลงที่ตอนแรกไม่อยากยุ่งกับพวกเขา เมื่อได้ยินคำว่าช่วยเหลือ นางก็นึกถึงเื่สำคัญของตัวเองขึ้นมาได้
ในต้นฉบับบอกว่า ที่เยี่ยหรงเยว่ออกจากสำนักมาที่ดินแดนลับหุบเขาประจิม สาเหตุเพราะพี่น้องร่วมสำนักของนางค้นพบดินแดนลับที่ซ่อนอยู่ในดินแดนลับอีกที
พวกเขาเข้าไปข้างในแล้วพบว่ามีโลกอีกใบ ไม่ว่าจะเป็ความอันตรายหรือผลตอบแทนล้วนมากกว่าด้านนอก
หลังจากพวกเขาเข้าไป ก็ได้พบกับจี้จื่อจั๋ว หัวหน้าปีศาจน้อยที่บังเอิญเข้ามาในดินแดนลับนี้พอดี
ต่อมาดินแดนลับถูกปิดผนึก พวกเขาทุกคนรวมทั้งจี้จื่อจั๋วจึงติดอยู่ข้างใน
เยี่ยหรงเยว่และเซี่ยหลินอี้ทำลายดินแดนลับและช่วยพี่น้องร่วมสำนักของพวกเขาออกมา หลังจากนั้นคนของสำนักเจ็ดดาราก็กล่าวหาว่า จี้จื่อจั๋วว่าเป็คนปิดผนึกดินแดนลับเพื่อฆ่าคนและแย่งชิงสมบัติ ดังนั้นเยี่ยหรงเยว่จึงร่วมมือกับสำนักเจ็ดดาราและคนจากสำนักอื่น ๆ ทำร้ายจี้จื่อจั๋วและยึดสมบัติที่เขาฉกฉวยมาได้กลับคืน"
หลังจากนั้น ชื่อเสียงอันชั่วร้ายของจี้จื่อจั๋วที่ปิดผนึกดินแดนลับ ทำร้ายศิษย์สำนักอื่น ปล้นสมบัติ ไม่มีความชั่วใดที่ไม่ทำ ก็แพร่สะพัดไปตามสำนักต่าง ๆ
ต่อมา หลายสำนักร่วมกันกล่าวหาว่า จี้จื่อจั๋วเคยก่ออาชญากรรมมากมายต่อสำนักของพวกเขา ยิ่งตอกย้ำชื่อเสียงอันชั่วร้ายในฐานะหัวหน้าปีศาจน้อยของเขาอย่างถึงขีดสุด และข่าวลือก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาตายด้วยน้ำมือของเยี่ยหรงเยว่ โดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัวแม้แต่น้อย