อลันบดขยี้บีนไม่ยั้งทั้ง 3คืนก่อนวันเดินทาง เขาคลอเคลียกับแอนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นทุกวันจนถึงเวลาส่งเข้านอน ทำให้เอาอดกลั้นอย่างมาก และคนที่ช่วยระบายความอัดอั้นนั้นได้ ตอนนี้มีแต่บีน แต่ต้องรอให้แอนหลับซะก่อน บีนในตอนนี้ลุ่มหลงอลันและจงรักภักดีมาก นางไม่เพียงน้อมรับว่าพ่ายแพ้ในการต่อสู้ตัดสิน ซ้ำอลันยังมองนางออกว่านางไม่ใช่ฆาตกรชั่วช้าโดยสันดาร ว่ากันตามจริง 13 นักฆ่าลงมือฆ่าคนหรือมอนสเตอร์น้อยกว่านักฆ่าระดับทั่วๆไปในองค์กรหัตถ์อสูรเสียอีก พวกเขาจะลงมือเฉพาะเหยื่อที่เข้าถึงยาก มากฝีมือหรือระดับสูงๆ เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าไม่นับที่โดนรัชทายาทเรียกใช้แล้ว พวกเขารับแต่งานจ้างแพงๆ เท่านั้น เพียงแต่ทุกครั้งที่ลงมือจะเป็นคดีสะเทือนขวัญสะท้านวิญญาณ
นอกจากนี้นางยังรับรสสวาทจากอลันโดยการเสียครั้งแรกให้เขาไป อลันแม้ดุดันรุนแรงใส่ครั้งแรกของนาง แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยดูแลทุกๆการขยับของกิจกามในคืนฝนพรำนั้น ว่าไปแล้วที่จริงนางได้รับความสุขมากกว่าความเจ็บปวด การได้ร่วมรักสมสู่กับยอดบุรุษเช่นนี้ชั่วชีวิตนักฆ่าของนางไหนเลยจะมีโอกาสได้สัมผัสอีก แถมยังมอบสวัสดิภาพชีวิตใหม่ให้ด้วย งานใหม่เงินน้อยลงบ้าง แต่ได้ใช้ชีวิตที่มีโอกาสเสพสุขข้างกายชายผู้นี้ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรนางล้วนรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าการเป็นเครื่องมือขององค์กรนักฆ่า
แน่นอนว่าบีนกับจูนไม่อยากระวังหลังไปจนชั่วชีวิต หากยังมีสมาชิก 13นักฆ่าหลงเหลืออยู่โดยเฉพาะหัวหน้าองค์กรและผู้ฝึกอย่างการาโทส ระหว่างทำคดีของเอรากอสองค์ชายลำดับที่ 2หากเจอเบาะแสพวกมันนักฆ่า ก็ต้องคว้าโอกาสเก็บพวกมันในทันที แทนที่จะรอให้มันมาล่า สู้ออกตัวเป็นฝ่ายไล่ล่าเสียเองจะประเสริฐกว่านัก
เสียงหอบหายใจดังทั่วห้องเล็กๆ แคบๆ ของนาง ไม่นึกไม่ฝันว่านักฆ่าที่ฝึกอย่างลากเลือดแต่เล็กจนโตแบบนางจะหอบเหนื่อยกับการขยับตัวอยู่กับที่แค่ไม่กี่ชั่วโมง เตียงในห้องจะแข็งจะนุ่มล้วนไม่สำคัญหากมีชายผู้นี้ไว้ให้นางซบและนอนพิงทับบนแขนของเขา นางเชื่อว่าคนแบบอลันคือคนดีจริงๆแม้จะไม่ดีบริสุทธิ์ดุจพระเอกในละครเวทีโรงใหญ่ แต่เขาดีพอให้ผู้คนรุมรัก และเมื่อคนดีเช่นเขารักและภักดีต่อแอน แสดงว่าแอนต้องมีค่าพอให้นางปกป้องด้วยเช่นกัน
“นายท่านวางใจค่ะ พรุ่งนี้เดินทางข้าจะประกบนายหญิงใหญ่เอง ขอท่านวางใจ”...บีนพูดไปจูบแผงอกและต้นแขนอลันไปจากนั้นเอื้อมคอไปจูบที่คออลัน
“ข้าวางใจเจ้า เจ้าอยากได้อะไรจากข้าก็บอกได้นะ”...อลันใช้แขนที่ให้บีนนอนเอื้อมมือลงไปลูบที่เต้าถัน
“ท่านให้ข้าทุกคืนอยู่แล้วถ้าได้มันอีก ชีวิตนี้ข้าจะตอบแทนหมดได้อย่างไรคะ”...บีนพูดแล้วเอาขาที่ก่ายกับขาอลัน แนบตัวเข้าไปพยามเอาเนินและขนถูกับต้นขาอลัน
“นี่ข้าใช้งานร่างกายเจ้าอยู่นะ นับเป็นพระคุณได้ไง?”
“นายท่านหาได้เข้าใจข้าที่เป็นบริวารใหม่ไม่ สำหรับข้า...ท่านเป็นทั้งเจ้านายและชายที่ข้าหลงรักสุดหัวใจ การที่ท่านทำกับข้าแบบนี้เท่ากับท่านมอบให้ความสุขล้ำแก่ข้า ซ้ำยังเชยชมร่างกายข้าทำให้ข้าอิ่มใจในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งด้วยค่ะ”
“อ่ะ...เอางั้นก็เอา...ข้าชอบคำขอของเจ้า เอาล่ะ เจ้านอนซะพรุ่งนี้เราต้องเดินทาง”
“ค่ะ”...นางว่าง่ายมาก บอกให้หลับก็หลับเลย อาจเพราะฝึกฝนมาดีทำให้หลับตื่นได้ตามใจนึกและอาจจะเพราะเหนื่อยแล้วจริงๆเลยหลับได้ง่าย
การเดินทางยากลำบาก พวกเขาเอารถม้าและคณะเดินทางไปแบบกึ่งทางการ โดยมีเงาปีศาจติดตามไป 5 นาย พวกเขา ปัจจุบันเขาฝึกเพิ่มจนมีเงาปีศาจทั้งสิ้น 30 คน อีก 25 คนทิ้งไว้ให้เอียนน์และมอร์ดัสใช้งานโดยเงาปีศาจ 5 นายที่ติดตามอลัน จะทำการลอยติดตามห่างๆ อย่างลับ และส่งรหัสลับรายงานตัวทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้มีใครหายไปยังอยู่กันครบดี
“พวกเราเอาทหารมาน้อยมาก เมดดูแลรับใช้ก็ไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนางกำนัลหลวงที่เสด็จพ่อให้ดูแลข้าเลย”...อิเรเน่กล่าว
“ท่านบ่น?”...อลันถาม
“เปล่า ข้า..ข้าแค่สงสัย ทำแบบนี้พวกมันไม่สังเกตออกเอาเหรอว่าเรา.....เอ่อ...”
“มันจะไม่สงสัย เพราะกองทหารที่มากความย่อมไม่ถูกขนมาตามขบวนของไวเคานเตสเล็กๆ และองค์หญิงอยากตามมาด้วยพระประสงค์ส่วนตัวกับคู่หมั้นที่เป็นคนติดตามไวเคานเตส ดังนั้นจึงไม่ขนคนมาเพื่อความสะดวก ของแค่นี้พวกมันน่าจะคิดได้บ้าง มันจะสงสัยอะไรเรา?”
“แล้วทหารคุ้มกันล่ะ? ถึงจะเป็นไวเคานเตสที่ไม่ได้พาคนของตัวเองเดินทางมาเมืองหลวงก็เถอะ แต่เดินทางตามคำสั่งเจ้ากรมตุลาการที่เป็นองค์ชาย ไหนเลยจะไม่ได้รับมอบกำลังคนติดตามมาเชียวเหรอ?”
“ไม่ ..พวกมันจะเข้าใจเหตุผล”
“เหตุผลอะไรของเจ้าอลัน?”
“เพราะไวเคานเตสมีข้า ...อลัน... ตามมาด้วยยังไงล่ะ”...อลันพูดแล้วเชิดอกควบม้านำไป
“ฮึ....หืมมม.....ย่ะ!..พ่อคนเก่ง พ่อคนสำคัญของเลดี้แอน ข้ามันก็แค่องค์หญิง ข้ามันก็แค่คู่หมั้นจะไปสู้อะไรไวเคานเตสแอนได้....ฮึ”....อิเรเน่เชิดปากบ่นใส่อลัน
แอนได้ยินบทสนทนาทั้งสอง ได้แต่ก้มหน้าก้มตาควบม้าเพราะกลัวองค์หญิง
อลันควบม้ากลับมา แล้วมาเทียบข้างๆ ม้าแอน จากนั้นจับมือแอน
“นายหญิง ข้าอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำอะไรท่านได้”...อลันยิ้ม
“อ๋อ.อ.อ.อ.อ.อ....ใช่ซี่ ข้ามันองค์หญิงใจร้าย องค์หญิงบ้าอำนาจ องค์หญิงขี้อิจฉาที่คอยจะขย้ำนายหญิงตัวน้อยๆของเจ้าดุจหมาป่าขย้ำแกะน้อยนี่นะ!!”....อิเรเน่ประชดเสียงดัง
“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลยนะอิเรเน่ ข้าแค่ปลอมขวัญเจ้านายข้าเท่านั้น”
“เจ้าว่าไปแล้วย่ะ! ...พูดซะอย่างกับข้าคือภัยคุกคามนางอย่างงั้นแหล่ะ”
“อ้าว ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่ย่ะ ไอ้คนบ้า!! ข้าไม่คิดร้ายกับแอนหรอก”
“เอ่อ ..อ่า..ทั้ง 2คนอย่าเถียงกันเลย”...แอนห้ามแบบเบาๆ
“ครับนายหญิง”...อลันพยักหน้า
“ท่านห้ามพ่อบ้านของท่านเถอะแม่หญิงแอน ข้าไม่คิดจะทำอะไรท่านอยู่แล้ว”
“ทั้ง 2 คนสนิทกันดีจังเลยนะคะ”....บีนยิ้มแล้วหันมามองอลันกับอิเรเน่
“หะ..อ่ะ..เหรอ..?...”...อิเรเน่เริ่มเขิน นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดเล่นกับอลันเยอะไปต่อหน้าทหารติดตาม แต่จะไปสนอะไรล่ะ เมื่อนางคือคู่หมั้นของเขา ......................................... แม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็เถอะ
แล้วได้เวลาพักกินมื้อเที่ยง
ทุกคนวางสัมภาระ และมีทหารผลัดเวรยามเฝ้าม้ากับนั่งกินเสบียง
เสบียงมื้อเที่ยงวันแรกๆ จะไม่ใช่อาหารแห้งหรืออาหารตาก แต่เป็นแป้งอบที่มีไส้เผือกบดผสมน้ำตาล นิยมเป็นของกินระหว่างเดินทางหรือเป็นขนมของว่างก็ได้
อั่ม งับๆ
แอนกินงุบงับ อลันนั่งมองไปยิ้มไป
[น่าร๊ากกกกกกก นายหญิงเราเวลากินดูไร้เดียงสาอย่างกับเด็กๆเลย]
แอนเหลือบตามามองอลันตอนกิน ดูแล้วเหมือนเด็กสาวตัวน้อยๆกินขนมที่ผู้ใหญ่ให้ อลันอยากจะหอมแก้มซักฟอดให้ชื่นใจแต่ก็อดกลั้นไว้
“อ๊ะ...นายหญิงนิ่งๆ”...อลันพบว่าไส้เผือกบดเลอะปากนาง จึงถอดถุงมือ เอามือเปล่าๆมาเช็ดให้
“อุ้ย...ขอบคุณค่ะ อลัน”...แอนยิ้มด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
อลันเอาเผือกบดที่ปาดมาเข้าปากตัวเอง
แอนตกใจและหน้าแดง ไม่นึกว่าอลันจะทำขนาดนี้
“นี่ ... ไอ้ไส้เผือกนี่เขาต้องกินเลอะกันทุกคน ทำไมเช็ดให้แค่นางยะ นางโตแล้วนะกินเองได้หรอกน่า”....อิเรเน่โวย
“นายท่านคะ”...บีนอยากให้อลันเช็ดให้บ้าง ยื่นปากให้อลันเช็ด
“อื้ม...”...อลันเช็ดให้บีน
“ห๊ะ!!”.....อิเรเน่เห็นอลันปาดเช็ดให้ทั้งแอนนและบีน
“อ๊า...องค์หญิงก็เลอะล่ะ”...บีนชี้อิเรเน่
“เอ๋?...”...อิเรเน่กำลังจะเช็ดปากตัวเอง
“มานี่สิ”...อลันกวักมือเรียก
อิเรเน่เดินมาแบบอัตโนมัติ
“นั่งลง”...อลันสั่ง
อิเรเน่นั่งยองๆ ลงมา
อลันเอามือปาดเช็ดคาบเผือกบดที่ริมฝีปากอิเรเน่ให้ จากนั้นก็มองคราบเผือกที่ปาดมาจากปากของบีนและอิเรเน่ แล้วดูดนิ้วกินคราบเผือก
“อ๋าห์...”...อิเรนแผลอครางออกมาทั้งที่ไม่ได้โดนทำอะไรแท้ๆ
[ค...ค...คนบ้าอะไรข้าใจเต้นใจสั่นจนจะกินอะไรไม่ลงอยู่แล้ว...]…อิเรเน่โอดครวญในใจ
พวกเขาเร่งเดินทางต่อด้วยทางลัดสารพัดจะลัดโดยพยามถึงหมู่บ้านหรือตัวเมืองก่อนจะมืดแล้วหาที่พัก หลังส่งแอนเข้านอน บีนก็ปรนนิบัติรับใช้อลันด้วยเรือนร่างโดยพยามสะกดเสียงไว้ แต่อิรเน่ที่นอนห้องถัดไปได้ยินตลอด นางทนไม่ได้จนต้องเอาหูแนบฟัง มือก็ลูบเป้าของตัวเองไป
“อลันคนบ้า ทำไมไม่เป็นข้า เป็นข้าไม่ได้เหรอ?”...อิเรเน่นอนคุดคู้ขดลงโดยมือยังคาที่เนินของตัวเอง
หากเข้าเมืองไม่ทันก็จะหาที่ก่อไฟพักแรม ตกดึกหลังแอนหลับ ตอนนี้จะลำบากหน่อย เพราะนอนในป่าแอนจะกลัว จึงต้องพิงซบอลันทั้งคืน บีนได้แค่ค่อยๆ ย่องมาแล้วดูดแท่งให้อลันออกสัก1-2 น้ำส่วนนางจะทำทีนอนข้างๆ อลันแล้วหันก้นให้อลันล้วงเข้ารูกลีบกวักแยงจนนางเสร็จตามๆ กัน
อิเรเน่แอบดูทั้งหมด นางต้องสะกดอารมณ์ตัวเองไว้
รุ่งเช้า ขบวนยังดำเนินต่อไป ทางลัดที่จะไปถึงไวเป็นพื้นที่ที่หิน-ดินถล่มบ่อยๆ มีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าถึงล่าช้าโอกาสที่จะโดนดักซุ่มโจมตีเองก็สูงเช่นกัน
อลันชั่งใจหนัก
ถ้าเลือกเผชิญภัยธรรมชาติ เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จะสะดวกสบายและปลอดภัยประหยัดเวลาและเสบียงมาก ซ้ำยังลดความเหนื่อยล้ากับสภาพจิตใจได้ด้วย แต่โอกาสที่มันจะเซาะพังลงมาก็มีมากครึ่งต่อครึ่ง หากมันตกลงมา อลันแม้จะช่วยตัวเอง และพวกสาวๆได้ แต่ทหารกับนักบัญชีที่ตามมายากที่จะช่วยได้หมด
ถ้าเลือกทางปกติ ที่ราบต่ำขนาบไปด้วยผาชันอันอุดมด้วยป่าพง เหมาะแก่การซุ่มโจมตีด้วยกับดักและการระดมยิงมากนัก กับคนอลันสู้ด้วยได้สบาย ทว่าจะปกป้องคนทั้งหมดยังไง แม้จะมีเงาปีศาจคอยช่วย แต่เชื่อว่าต้องมีคนล้มตายระหว่างการต่อสู้แน่ หากชนชั้นสูงคงมองว่าเสียกำลังคน แต่อลันมองไปถึงครอบครัวพวกเขาหากพวกเขาตาย แล้วใครจะเลี้ยงครอบครัวพวกเขาต่อ ที่เหลือจะอยู่รอดกันยังไง ต่อให้องค์ชายชดเชยด้วยการอุปการะไว้ทั้งหมด ก็ไม่อาจเทียบได้กับตอนที่คนรักหรือญาติเขายังมีชีวิต
อลันเลือกใช้เส้นทางลัด
เขาคิดจะใช้ทางลัดด้วยเวลานานเช่นการค่อยๆ ให้ตนกับเงาปีศาจที่แอบอยู่นั้นนำไปก่อน สำรวจว่าจุดไหนปลอดภัย แล้วค่อยให้คณะเดินทางตามจุดตังกล่าว แบบนี้จะปลอดภัยกว่า
แม้จะช้าลง แต่ก็ยังไวกว่าทางปกติเท่าตัวอยู่ดี
“ไม่มีหินลงมาเลยแฮะ”...ทหารที่ชำนาญพื้นที่บอก
“ก็ดีแล้วนี่ บนผาแบบนี้ถ้าดินหรือหินถล่มจะหลบกันยังไง อลันช่วยพวกเราได้ไม่ครบหมดหรอกนะ ค่อยเดินทางระมัดระวังแล้วกัน”....อิเรเน่เตือนทหาร
อลันยืนอยู่บนผาที่สูงไปอีกที กับพวกเงาปีศาจด้วยปลายเท้าที่หยั่งไว้ด้วยออร่าซึ่งทำให้แทบไร้น้ำหนัก หากมีอะไรผิดท่าผิดทางพวกเขาจะรีบลงมือช่วยทันที
ขบวนม้าและรถเข็นค่อยๆ ผ่านไป เมื่อแน่ใจแล้วว่าผ่านไปได้ เหล่าสาวๆ จึงควบม้าตามช้าๆ
“ไม่ถูก”...เงาปีศาจนายหนึ่งพูดขึ้นมา
“อะไรไม่ถูก?”...อลันถาม
“ผานี้กร่อนจนมีหินถล่มใส่ถนนบนเนินผานี่มานาน”
“แล้ว?....”
“พื้นที่รองรับการถล่มมันเป็นดิน มันไม่กร่อนเซาะลงบ้างเลยเหรอครับ?”
“ถ้าเกิดใช่……”....อลันเริ่มรู้สึกไม่ดีต่อข้อสงสัยนี้ของลูกน้องตน
“ถ้าเกิดใช่ มันมีโอกาสพังสูง หินและดินชั้นที่เรายืนนั้น ส่วนที่มันร่วนเซาะพังมันก็ไถลลงตามการเวลาจนน่าจะหมดส่วนที่มันร่วนกร่อนแล้ว ถึงไม่ถล่มอีก แต่ชั้นที่พวกข้างล่างเดินกันอยู่นั่น ยังไม่เคยพังทั้งที่โดนถล่มลงมาเป็นเวลานาน”
“ขอให้เป็นแค่ข้อสงสัยสันนิษฐานเถอะ...”....อลันเริ่มกังวล แต่เขากลับไม่ได้แล้ว เพราะมาเกินครึ่งทางแล้ว
“ครับ ขอให้ข้าคิดมากไปเอง อีกอย่างเรามาเกินครึ่งทางแล้ว อีกนิดก็จะพ้นแล้ว ทนเดินกันต่ออีกหน่อย
การเดินเป็นไปอย่างช้า ซึ่งนำโดยพวกทหาร และตามมาด้วยรถเสบียง รั้งท้ายค่อยๆ ตามมาคือ อิเรเน่ แอน และบีน
รถม้าตกร่องถนน
ตึ่ง!
“เสียงอะไร?”....อิเรเน่ถาม
“กระสอบเสบียงพระเจ้าข้า มันหล่นเพราะล้อรถตกร่องทาง”...ทหารรีบพากันยกกระสอบขึ้นวางบนรถดังเดิม
“เราควรปลดเสียงบางส่วนเพื่อให้เบาลงดีหรือไม่?”...อลันถามลูกน้องบนผาสูง
“ควรครับ แต่เราคิดช้าไป เราทั้งหลายไม่ชำนาญการเดินทางผ่านจุดแบบนี้ ดูท่ามีแต่ต้องขนไปให้สุดทาง”
ทั้งหมดเดินทางต่อและใกล้จะสุดผาแล้ว ต่อไปจะเป็นทางคดลงเขาแบบทั่วไป
“ฮ้า...ลุ้นแทบแย่ว่าจะมีหินร่วงลงมามั้ย”....อิเรเน่ถอนหายใจ
“ดีจังนะเพคะ ขากลับเราค่อยมาหาทางอื่นกัน”...แอนยิ้ม
“อื้ม”...อิเรน่พยักหน้าตอบ
“เอ๊ะ!”...บีนมีปฏิกิริยาแปลกๆบนพื้น จากนั้นแนบหูลง
“หืม?....บีนมีท่าทีแปลกๆ”...อลันสังเกตเห็นจากข้างบน
“แย่ล่ะ นายหญิง องค์หญิง วิ่งให้พ้นจากตรงนั้น!”...บีนตะโกนแล้วรีบพุ่ง
ครืนน.น.น.นน.น.น.
ดินถล่มฉับพลัน มันเกิดขึ้นไวจนคนยังตกใจอยู่ครู่หนึ่งถึงจะขยับตัวกัน
“อ๊า....!!”...แอนกับอิเรเน่ร้องพร้อมกัน พวกนางตกลงทั้งคู่ บีนพุ่งตัว อลันเองก็พุ่งลงมา

ก้อนดินก้อนใหญ่หล่oบังบีนกับอลันที่ตามลงมา และดินนั้นอยู่เหนือแอน อิเรเน่ปฏิกิริยาไวสมกับเคยชนะนักผจญภัยระดับเหรียญตราแพลตินั่ม
“เพลงดาบอักษรกรีดนภา!!”...อิเรเน่ชักดาบร่ายเพลงดาบทำลายหินอย่างง่ายดาย ก่อนเอาฝักดาบดันตัวแอนแล้วใช้ออร่ากระแทกดันออกไป
แอนพุ่งตัวขึ้นมาจนบีนคว้าไว้ได้ บีนเอาเท้าแตะเศษละอองหินดินดีดตัวพุ่งขึ้นมาจากผาไปยังฝั่งที่ทหารอยู่
“องค์หญิงง.ง..ง.ง.งง.ง.ง.ง.ง.!!!!!!!”...เสียงทุกคนร้องดังขึ้นเพราะการดันเมื่อสักครู่ทำให้อิเรเน่พุ่งลงเร็วขึ้น
อลันดีบเท้ากลางอากาศด้วยออร่าพุ่งตรงลงไปเร็วขึ้นเช่นกัน จนตามอิเรเน่ลงเหวไป
“อลันน.น.น.น.น.น.น..องค์หญิงงงงงง!!!!”...เสียงแอนดังขึ้น
“นายท่าน.น.น.น.น.น!!!”...บีนก็ตะโกนเช่นกันแต่เขาจับแอนไว้ไม่ให้ตามลงมา
“ล่วงหน้าไปหาเคาน์ราเชนที่วินบริค แค่นี้ข้าฆ่าไม่ได้!!”.....เสียงอลันดังขึ้นมาจากเหว
พวกเขาได้แต่เชื่อใจอลัน และก็ลุ้นเป็นห่วงองค์หญิง