พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 4 อำนาจตระกูลบริทเทรย์ // ตัวตนของอำนาจ #02 เดินทางกับ 3 สาว

            อลันบดขยี้บีนไม่ยั้งทั้ง 3คืนก่อนวันเดินทาง  เขาคลอเคลียกับแอนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นทุกวันจนถึงเวลาส่งเข้านอน  ทำให้เอาอดกลั้นอย่างมาก   และคนที่ช่วยระบายความอัดอั้นนั้นได้   ตอนนี้มีแต่บีน  แต่ต้องรอให้แอนหลับซะก่อน   บีนในตอนนี้ลุ่มหลงอลันและจงรักภักดีมาก  นางไม่เพียงน้อมรับว่าพ่ายแพ้ในการต่อสู้ตัดสิน   ซ้ำอลันยังมองนางออกว่านางไม่ใช่ฆาตกรชั่วช้าโดยสันดาร   ว่ากันตามจริง 13 นักฆ่าลงมือฆ่าคนหรือมอนสเตอร์น้อยกว่านักฆ่าระดับทั่วๆไปในองค์กรหัตถ์อสูรเสียอีก พวกเขาจะลงมือเฉพาะเหยื่อที่เข้าถึงยาก มากฝีมือหรือระดับสูงๆ เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าไม่นับที่โดนรัชทายาทเรียกใช้แล้ว   พวกเขารับแต่งานจ้างแพงๆ เท่านั้น เพียงแต่ทุกครั้งที่ลงมือจะเป็นคดีสะเทือนขวัญสะท้านวิญญาณ

            นอกจากนี้นางยังรับรสสวาทจากอลันโดยการเสียครั้งแรกให้เขาไป  อลันแม้ดุดันรุนแรงใส่ครั้งแรกของนาง   แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยดูแลทุกๆการขยับของกิจกามในคืนฝนพรำนั้น   ว่าไปแล้วที่จริงนางได้รับความสุขมากกว่าความเจ็บปวด   การได้ร่วมรักสมสู่กับยอดบุรุษเช่นนี้ชั่วชีวิตนักฆ่าของนางไหนเลยจะมีโอกาสได้สัมผัสอีก    แถมยังมอบสวัสดิภาพชีวิตใหม่ให้ด้วย   งานใหม่เงินน้อยลงบ้าง  แต่ได้ใช้ชีวิตที่มีโอกาสเสพสุขข้างกายชายผู้นี้ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรนางล้วนรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าการเป็นเครื่องมือขององค์กรนักฆ่า

            แน่นอนว่าบีนกับจูนไม่อยากระวังหลังไปจนชั่วชีวิต  หากยังมีสมาชิก 13นักฆ่าหลงเหลืออยู่โดยเฉพาะหัวหน้าองค์กรและผู้ฝึกอย่างการาโทส  ระหว่างทำคดีของเอรากอสองค์ชายลำดับที่ 2หากเจอเบาะแสพวกมันนักฆ่า ก็ต้องคว้าโอกาสเก็บพวกมันในทันที แทนที่จะรอให้มันมาล่า  สู้ออกตัวเป็นฝ่ายไล่ล่าเสียเองจะประเสริฐกว่านัก

            เสียงหอบหายใจดังทั่วห้องเล็กๆ แคบๆ ของนาง ไม่นึกไม่ฝันว่านักฆ่าที่ฝึกอย่างลากเลือดแต่เล็กจนโตแบบนางจะหอบเหนื่อยกับการขยับตัวอยู่กับที่แค่ไม่กี่ชั่วโมง  เตียงในห้องจะแข็งจะนุ่มล้วนไม่สำคัญหากมีชายผู้นี้ไว้ให้นางซบและนอนพิงทับบนแขนของเขา  นางเชื่อว่าคนแบบอลันคือคนดีจริงๆแม้จะไม่ดีบริสุทธิ์ดุจพระเอกในละครเวทีโรงใหญ่   แต่เขาดีพอให้ผู้คนรุมรัก   และเมื่อคนดีเช่นเขารักและภักดีต่อแอน  แสดงว่าแอนต้องมีค่าพอให้นางปกป้องด้วยเช่นกัน

            “นายท่านวางใจค่ะ  พรุ่งนี้เดินทางข้าจะประกบนายหญิงใหญ่เอง ขอท่านวางใจ”...บีนพูดไปจูบแผงอกและต้นแขนอลันไปจากนั้นเอื้อมคอไปจูบที่คออลัน

            “ข้าวางใจเจ้า  เจ้าอยากได้อะไรจากข้าก็บอกได้นะ”...อลันใช้แขนที่ให้บีนนอนเอื้อมมือลงไปลูบที่เต้าถัน

            “ท่านให้ข้าทุกคืนอยู่แล้วถ้าได้มันอีก  ชีวิตนี้ข้าจะตอบแทนหมดได้อย่างไรคะ”...บีนพูดแล้วเอาขาที่ก่ายกับขาอลัน  แนบตัวเข้าไปพยามเอาเนินและขนถูกับต้นขาอลัน

            “นี่ข้าใช้งานร่างกายเจ้าอยู่นะ  นับเป็นพระคุณได้ไง?”

            “นายท่านหาได้เข้าใจข้าที่เป็นบริวารใหม่ไม่   สำหรับข้า...ท่านเป็นทั้งเจ้านายและชายที่ข้าหลงรักสุดหัวใจ   การที่ท่านทำกับข้าแบบนี้เท่ากับท่านมอบให้ความสุขล้ำแก่ข้า ซ้ำยังเชยชมร่างกายข้าทำให้ข้าอิ่มใจในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งด้วยค่ะ”

            “อ่ะ...เอางั้นก็เอา...ข้าชอบคำขอของเจ้า  เอาล่ะ เจ้านอนซะพรุ่งนี้เราต้องเดินทาง”

            “ค่ะ”...นางว่าง่ายมาก บอกให้หลับก็หลับเลย อาจเพราะฝึกฝนมาดีทำให้หลับตื่นได้ตามใจนึกและอาจจะเพราะเหนื่อยแล้วจริงๆเลยหลับได้ง่าย

             

            การเดินทางยากลำบาก  พวกเขาเอารถม้าและคณะเดินทางไปแบบกึ่งทางการ  โดยมีเงาปีศาจติดตามไป 5 นาย  พวกเขา ปัจจุบันเขาฝึกเพิ่มจนมีเงาปีศาจทั้งสิ้น 30 คน  อีก 25 คนทิ้งไว้ให้เอียนน์และมอร์ดัสใช้งานโดยเงาปีศาจ 5 นายที่ติดตามอลัน จะทำการลอยติดตามห่างๆ อย่างลับ และส่งรหัสลับรายงานตัวทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้มีใครหายไปยังอยู่กันครบดี

            “พวกเราเอาทหารมาน้อยมาก  เมดดูแลรับใช้ก็ไม่มี  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนางกำนัลหลวงที่เสด็จพ่อให้ดูแลข้าเลย”...อิเรเน่กล่าว

            “ท่านบ่น?”...อลันถาม

            “เปล่า ข้า..ข้าแค่สงสัย ทำแบบนี้พวกมันไม่สังเกตออกเอาเหรอว่าเรา.....เอ่อ...”

            “มันจะไม่สงสัย เพราะกองทหารที่มากความย่อมไม่ถูกขนมาตามขบวนของไวเคานเตสเล็กๆ  และองค์หญิงอยากตามมาด้วยพระประสงค์ส่วนตัวกับคู่หมั้นที่เป็นคนติดตามไวเคานเตส  ดังนั้นจึงไม่ขนคนมาเพื่อความสะดวก  ของแค่นี้พวกมันน่าจะคิดได้บ้าง  มันจะสงสัยอะไรเรา?”

            “แล้วทหารคุ้มกันล่ะ? ถึงจะเป็นไวเคานเตสที่ไม่ได้พาคนของตัวเองเดินทางมาเมืองหลวงก็เถอะ  แต่เดินทางตามคำสั่งเจ้ากรมตุลาการที่เป็นองค์ชาย  ไหนเลยจะไม่ได้รับมอบกำลังคนติดตามมาเชียวเหรอ?”

            “ไม่ ..พวกมันจะเข้าใจเหตุผล”

            “เหตุผลอะไรของเจ้าอลัน?”

            “เพราะไวเคานเตสมีข้า ...อลัน... ตามมาด้วยยังไงล่ะ”...อลันพูดแล้วเชิดอกควบม้านำไป

            “ฮึ....หืมมม.....ย่ะ!..พ่อคนเก่ง พ่อคนสำคัญของเลดี้แอน  ข้ามันก็แค่องค์หญิง ข้ามันก็แค่คู่หมั้นจะไปสู้อะไรไวเคานเตสแอนได้....ฮึ”....อิเรเน่เชิดปากบ่นใส่อลัน

            แอนได้ยินบทสนทนาทั้งสอง  ได้แต่ก้มหน้าก้มตาควบม้าเพราะกลัวองค์หญิง

            อลันควบม้ากลับมา แล้วมาเทียบข้างๆ ม้าแอน  จากนั้นจับมือแอน

            “นายหญิง ข้าอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำอะไรท่านได้”...อลันยิ้ม

            “อ๋อ.อ.อ.อ.อ.อ....ใช่ซี่  ข้ามันองค์หญิงใจร้าย  องค์หญิงบ้าอำนาจ  องค์หญิงขี้อิจฉาที่คอยจะขย้ำนายหญิงตัวน้อยๆของเจ้าดุจหมาป่าขย้ำแกะน้อยนี่นะ!!”....อิเรเน่ประชดเสียงดัง

            “ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลยนะอิเรเน่  ข้าแค่ปลอมขวัญเจ้านายข้าเท่านั้น”

            “เจ้าว่าไปแล้วย่ะ! ...พูดซะอย่างกับข้าคือภัยคุกคามนางอย่างงั้นแหล่ะ”

            “อ้าว ไม่ใช่เหรอ?”

            “ไม่ใช่ย่ะ ไอ้คนบ้า!! ข้าไม่คิดร้ายกับแอนหรอก”

            “เอ่อ ..อ่า..ทั้ง 2คนอย่าเถียงกันเลย”...แอนห้ามแบบเบาๆ

            “ครับนายหญิง”...อลันพยักหน้า

            “ท่านห้ามพ่อบ้านของท่านเถอะแม่หญิงแอน  ข้าไม่คิดจะทำอะไรท่านอยู่แล้ว”

            “ทั้ง 2 คนสนิทกันดีจังเลยนะคะ”....บีนยิ้มแล้วหันมามองอลันกับอิเรเน่

            “หะ..อ่ะ..เหรอ..?...”...อิเรเน่เริ่มเขิน นางเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดเล่นกับอลันเยอะไปต่อหน้าทหารติดตาม  แต่จะไปสนอะไรล่ะ  เมื่อนางคือคู่หมั้นของเขา  .........................................  แม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็เถอะ

             

            แล้วได้เวลาพักกินมื้อเที่ยง

            ทุกคนวางสัมภาระ  และมีทหารผลัดเวรยามเฝ้าม้ากับนั่งกินเสบียง

            เสบียงมื้อเที่ยงวันแรกๆ จะไม่ใช่อาหารแห้งหรืออาหารตาก  แต่เป็นแป้งอบที่มีไส้เผือกบดผสมน้ำตาล   นิยมเป็นของกินระหว่างเดินทางหรือเป็นขนมของว่างก็ได้

            อั่ม งับๆ

            แอนกินงุบงับ อลันนั่งมองไปยิ้มไป

            [น่าร๊ากกกกกกก   นายหญิงเราเวลากินดูไร้เดียงสาอย่างกับเด็กๆเลย]

            แอนเหลือบตามามองอลันตอนกิน   ดูแล้วเหมือนเด็กสาวตัวน้อยๆกินขนมที่ผู้ใหญ่ให้  อลันอยากจะหอมแก้มซักฟอดให้ชื่นใจแต่ก็อดกลั้นไว้

            “อ๊ะ...นายหญิงนิ่งๆ”...อลันพบว่าไส้เผือกบดเลอะปากนาง จึงถอดถุงมือ  เอามือเปล่าๆมาเช็ดให้

            “อุ้ย...ขอบคุณค่ะ อลัน”...แอนยิ้มด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา

            อลันเอาเผือกบดที่ปาดมาเข้าปากตัวเอง

            แอนตกใจและหน้าแดง  ไม่นึกว่าอลันจะทำขนาดนี้

            “นี่ ... ไอ้ไส้เผือกนี่เขาต้องกินเลอะกันทุกคน  ทำไมเช็ดให้แค่นางยะ  นางโตแล้วนะกินเองได้หรอกน่า”....อิเรเน่โวย

            “นายท่านคะ”...บีนอยากให้อลันเช็ดให้บ้าง  ยื่นปากให้อลันเช็ด

            “อื้ม...”...อลันเช็ดให้บีน

            “ห๊ะ!!”.....อิเรเน่เห็นอลันปาดเช็ดให้ทั้งแอนนและบีน

            “อ๊า...องค์หญิงก็เลอะล่ะ”...บีนชี้อิเรเน่

            “เอ๋?...”...อิเรเน่กำลังจะเช็ดปากตัวเอง

            “มานี่สิ”...อลันกวักมือเรียก

            อิเรเน่เดินมาแบบอัตโนมัติ

            “นั่งลง”...อลันสั่ง

            อิเรเน่นั่งยองๆ ลงมา

            อลันเอามือปาดเช็ดคาบเผือกบดที่ริมฝีปากอิเรเน่ให้ จากนั้นก็มองคราบเผือกที่ปาดมาจากปากของบีนและอิเรเน่   แล้วดูดนิ้วกินคราบเผือก

            “อ๋าห์...”...อิเรนแผลอครางออกมาทั้งที่ไม่ได้โดนทำอะไรแท้ๆ

            [ค...ค...คนบ้าอะไรข้าใจเต้นใจสั่นจนจะกินอะไรไม่ลงอยู่แล้ว...]…อิเรเน่โอดครวญในใจ

             

            พวกเขาเร่งเดินทางต่อด้วยทางลัดสารพัดจะลัดโดยพยามถึงหมู่บ้านหรือตัวเมืองก่อนจะมืดแล้วหาที่พัก  หลังส่งแอนเข้านอน   บีนก็ปรนนิบัติรับใช้อลันด้วยเรือนร่างโดยพยามสะกดเสียงไว้  แต่อิรเน่ที่นอนห้องถัดไปได้ยินตลอด  นางทนไม่ได้จนต้องเอาหูแนบฟัง  มือก็ลูบเป้าของตัวเองไป

            “อลันคนบ้า ทำไมไม่เป็นข้า  เป็นข้าไม่ได้เหรอ?”...อิเรเน่นอนคุดคู้ขดลงโดยมือยังคาที่เนินของตัวเอง

            หากเข้าเมืองไม่ทันก็จะหาที่ก่อไฟพักแรม   ตกดึกหลังแอนหลับ  ตอนนี้จะลำบากหน่อย  เพราะนอนในป่าแอนจะกลัว  จึงต้องพิงซบอลันทั้งคืน  บีนได้แค่ค่อยๆ ย่องมาแล้วดูดแท่งให้อลันออกสัก1-2 น้ำส่วนนางจะทำทีนอนข้างๆ อลันแล้วหันก้นให้อลันล้วงเข้ารูกลีบกวักแยงจนนางเสร็จตามๆ กัน

             

            อิเรเน่แอบดูทั้งหมด    นางต้องสะกดอารมณ์ตัวเองไว้

             

            รุ่งเช้า ขบวนยังดำเนินต่อไป ทางลัดที่จะไปถึงไวเป็นพื้นที่ที่หิน-ดินถล่มบ่อยๆ มีความเสี่ยงสูง  แต่ถ้าถึงล่าช้าโอกาสที่จะโดนดักซุ่มโจมตีเองก็สูงเช่นกัน

            อลันชั่งใจหนัก

            ถ้าเลือกเผชิญภัยธรรมชาติ  เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จะสะดวกสบายและปลอดภัยประหยัดเวลาและเสบียงมาก  ซ้ำยังลดความเหนื่อยล้ากับสภาพจิตใจได้ด้วย แต่โอกาสที่มันจะเซาะพังลงมาก็มีมากครึ่งต่อครึ่ง  หากมันตกลงมา อลันแม้จะช่วยตัวเอง  และพวกสาวๆได้  แต่ทหารกับนักบัญชีที่ตามมายากที่จะช่วยได้หมด

            ถ้าเลือกทางปกติ  ที่ราบต่ำขนาบไปด้วยผาชันอันอุดมด้วยป่าพง  เหมาะแก่การซุ่มโจมตีด้วยกับดักและการระดมยิงมากนัก  กับคนอลันสู้ด้วยได้สบาย  ทว่าจะปกป้องคนทั้งหมดยังไง  แม้จะมีเงาปีศาจคอยช่วย  แต่เชื่อว่าต้องมีคนล้มตายระหว่างการต่อสู้แน่  หากชนชั้นสูงคงมองว่าเสียกำลังคน  แต่อลันมองไปถึงครอบครัวพวกเขาหากพวกเขาตาย แล้วใครจะเลี้ยงครอบครัวพวกเขาต่อ ที่เหลือจะอยู่รอดกันยังไง ต่อให้องค์ชายชดเชยด้วยการอุปการะไว้ทั้งหมด  ก็ไม่อาจเทียบได้กับตอนที่คนรักหรือญาติเขายังมีชีวิต

            อลันเลือกใช้เส้นทางลัด

            เขาคิดจะใช้ทางลัดด้วยเวลานานเช่นการค่อยๆ ให้ตนกับเงาปีศาจที่แอบอยู่นั้นนำไปก่อน  สำรวจว่าจุดไหนปลอดภัย  แล้วค่อยให้คณะเดินทางตามจุดตังกล่าว   แบบนี้จะปลอดภัยกว่า

            แม้จะช้าลง  แต่ก็ยังไวกว่าทางปกติเท่าตัวอยู่ดี

             

            “ไม่มีหินลงมาเลยแฮะ”...ทหารที่ชำนาญพื้นที่บอก

            “ก็ดีแล้วนี่ บนผาแบบนี้ถ้าดินหรือหินถล่มจะหลบกันยังไง อลันช่วยพวกเราได้ไม่ครบหมดหรอกนะ  ค่อยเดินทางระมัดระวังแล้วกัน”....อิเรเน่เตือนทหาร

            อลันยืนอยู่บนผาที่สูงไปอีกที  กับพวกเงาปีศาจด้วยปลายเท้าที่หยั่งไว้ด้วยออร่าซึ่งทำให้แทบไร้น้ำหนัก หากมีอะไรผิดท่าผิดทางพวกเขาจะรีบลงมือช่วยทันที

            ขบวนม้าและรถเข็นค่อยๆ ผ่านไป  เมื่อแน่ใจแล้วว่าผ่านไปได้  เหล่าสาวๆ จึงควบม้าตามช้าๆ

            “ไม่ถูก”...เงาปีศาจนายหนึ่งพูดขึ้นมา

            “อะไรไม่ถูก?”...อลันถาม

            “ผานี้กร่อนจนมีหินถล่มใส่ถนนบนเนินผานี่มานาน”

            “แล้ว?....”

            “พื้นที่รองรับการถล่มมันเป็นดิน   มันไม่กร่อนเซาะลงบ้างเลยเหรอครับ?”

            “ถ้าเกิดใช่……”....อลันเริ่มรู้สึกไม่ดีต่อข้อสงสัยนี้ของลูกน้องตน

            “ถ้าเกิดใช่ มันมีโอกาสพังสูง   หินและดินชั้นที่เรายืนนั้น  ส่วนที่มันร่วนเซาะพังมันก็ไถลลงตามการเวลาจนน่าจะหมดส่วนที่มันร่วนกร่อนแล้ว  ถึงไม่ถล่มอีก   แต่ชั้นที่พวกข้างล่างเดินกันอยู่นั่น  ยังไม่เคยพังทั้งที่โดนถล่มลงมาเป็นเวลานาน”

            “ขอให้เป็นแค่ข้อสงสัยสันนิษฐานเถอะ...”....อลันเริ่มกังวล  แต่เขากลับไม่ได้แล้ว  เพราะมาเกินครึ่งทางแล้ว

            “ครับ ขอให้ข้าคิดมากไปเอง อีกอย่างเรามาเกินครึ่งทางแล้ว อีกนิดก็จะพ้นแล้ว ทนเดินกันต่ออีกหน่อย

            การเดินเป็นไปอย่างช้า  ซึ่งนำโดยพวกทหาร และตามมาด้วยรถเสบียง  รั้งท้ายค่อยๆ ตามมาคือ อิเรเน่ แอน และบีน

            รถม้าตกร่องถนน

            ตึ่ง!

            “เสียงอะไร?”....อิเรเน่ถาม

            “กระสอบเสบียงพระเจ้าข้า  มันหล่นเพราะล้อรถตกร่องทาง”...ทหารรีบพากันยกกระสอบขึ้นวางบนรถดังเดิม

            “เราควรปลดเสียงบางส่วนเพื่อให้เบาลงดีหรือไม่?”...อลันถามลูกน้องบนผาสูง

            “ควรครับ  แต่เราคิดช้าไป เราทั้งหลายไม่ชำนาญการเดินทางผ่านจุดแบบนี้  ดูท่ามีแต่ต้องขนไปให้สุดทาง”

             

            ทั้งหมดเดินทางต่อและใกล้จะสุดผาแล้ว  ต่อไปจะเป็นทางคดลงเขาแบบทั่วไป

            “ฮ้า...ลุ้นแทบแย่ว่าจะมีหินร่วงลงมามั้ย”....อิเรเน่ถอนหายใจ

            “ดีจังนะเพคะ  ขากลับเราค่อยมาหาทางอื่นกัน”...แอนยิ้ม

            “อื้ม”...อิเรน่พยักหน้าตอบ

            “เอ๊ะ!”...บีนมีปฏิกิริยาแปลกๆบนพื้น  จากนั้นแนบหูลง

            “หืม?....บีนมีท่าทีแปลกๆ”...อลันสังเกตเห็นจากข้างบน

            “แย่ล่ะ นายหญิง  องค์หญิง  วิ่งให้พ้นจากตรงนั้น!”...บีนตะโกนแล้วรีบพุ่ง

            ครืนน.น.น.นน.น.น.

            ดินถล่มฉับพลัน มันเกิดขึ้นไวจนคนยังตกใจอยู่ครู่หนึ่งถึงจะขยับตัวกัน

            “อ๊า....!!”...แอนกับอิเรเน่ร้องพร้อมกัน  พวกนางตกลงทั้งคู่  บีนพุ่งตัว อลันเองก็พุ่งลงมา


            ก้อนดินก้อนใหญ่หล่oบังบีนกับอลันที่ตามลงมา และดินนั้นอยู่เหนือแอน  อิเรเน่ปฏิกิริยาไวสมกับเคยชนะนักผจญภัยระดับเหรียญตราแพลตินั่ม

            “เพลงดาบอักษรกรีดนภา!!”...อิเรเน่ชักดาบร่ายเพลงดาบทำลายหินอย่างง่ายดาย  ก่อนเอาฝักดาบดันตัวแอนแล้วใช้ออร่ากระแทกดันออกไป

            แอนพุ่งตัวขึ้นมาจนบีนคว้าไว้ได้ บีนเอาเท้าแตะเศษละอองหินดินดีดตัวพุ่งขึ้นมาจากผาไปยังฝั่งที่ทหารอยู่

            “องค์หญิงง.ง..ง.ง.งง.ง.ง.ง.ง.!!!!!!!”...เสียงทุกคนร้องดังขึ้นเพราะการดันเมื่อสักครู่ทำให้อิเรเน่พุ่งลงเร็วขึ้น

            อลันดีบเท้ากลางอากาศด้วยออร่าพุ่งตรงลงไปเร็วขึ้นเช่นกัน  จนตามอิเรเน่ลงเหวไป

            “อลันน.น.น.น.น.น.น..องค์หญิงงงงงง!!!!”...เสียงแอนดังขึ้น

            “นายท่าน.น.น.น.น.น!!!”...บีนก็ตะโกนเช่นกันแต่เขาจับแอนไว้ไม่ให้ตามลงมา

            “ล่วงหน้าไปหาเคาน์ราเชนที่วินบริค   แค่นี้ข้าฆ่าไม่ได้!!”.....เสียงอลันดังขึ้นมาจากเหว

            พวกเขาได้แต่เชื่อใจอลัน  และก็ลุ้นเป็นห่วงองค์หญิง

    คล้ายกับเรื่องพ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก ที่คุณอ่าน