Errrrr.....
รตอ.ทะนง โทรหาทิวไท ในขณะที่เขากำลังทานอาหารค่ำอยู่กับข้าวขวัญและนางทองกรในวันต่อมา
"ขอตัวแป๊ป"
ทิวไทพูดแล้วก็รีบเดินออกไปที่ชายหาดจนข้าวขวัญต้องส่ายศีรษะ 'รู้แล้วน่าว่าไม่อยากให้ฉันรู้ เดินไปซะไกลเชียว' เพราะเธอเริ่มทำใจได้แล้ว เธอจึงขอปล่อยทุกอย่างให้เป็ไปตามยถากรรม
ทิวไท_[ทะนง มึงจะโทรมาเพื่อ ไม่พักผ่อนกินข้าวกินปลาหรือไงวะ?...]
รตอ.ทะนง_[กูมาส่งข่าว ว่าแต่มึงรู้ที่ซ่อนเสี่ยขจรหรือยัง?]
ทิวไท_ [เสี่ยไม่บอกกูเลย สายตำรวจรู้แล้วเหรอ?]
รตอ.ทะนง_ [เซฟเฮาส์อยู่แถวๆ xxx แล้วก็ของนายวิรุณด้วยอยู่ที่xxx]
ทิวไท_ [กูไม่รู้จริงๆ แล้วมึงจะบุกเมื่อไหร่?]
รตอ.ทะนง_ [กำลังจะถึงแล้ว สายคอนเฟิร์ม กูว่าไม่น่าพลาด]
ทิวไท_ [มึงส่งข่าวกูด้วยก็แล้วกัน ว่าได้ความว่าไง]
รตอ.ทะนง_ [ถ้าตำรวจได้ตัวเสี่ยขจรศักดิ์มาแแล้ว มึงจะทำยังไงกับคุณข้าวขวัญวะ? ]
ทิวไท_ [ก็ต้องค่อยๆบอก เพราะไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลย]
รตอ.ทะนง_ [โอเค กูโทรมาเท่านี้แหละ]
ทิวไท_[เออ ระวังตัวด้วย]
ทิวไทวางหูแล้วมองไปที่ใต้ถุนบ้าน ข้าวขวัญกำลังทานข้าวอยู่ เธอเพิ่งทานข้าวได้มากขึ้นเมื่อวานนี้เอง และหญิงสาวก็เพิ่งจะยิ้มแบบทิ้งความเศร้าในใจได้เมื่อไม่เท่าไหร่เอง เขาตัดสินใจอยู่ ระหว่างความถูกต้องกับความสงสาร ทิวไทมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ เกียรติของตำรวจที่ประวัติไม่เคยด่างพร้อยอย่างเขา จะต้องมามัวหมองเพราะความสงสารอย่างนั้นหรือ?
Errrrr.....เสี่ยขจรศักดิ์โทรหาทิวไทพอดี ก่อนที่เขาจะกดหาเสี่ย
ทิวไท_[ครับเสี่ย]
เสี่ยขจรศักดิ์_[ข้าวขวัญเป็ยังไงบ้าง?]
ทิวไท_ [ได้อยู่ครับเสี่ย แต่ผมไม่รู้ว่าจะปิดหูปิดตาคุณข้าวไปได้นานแค่ไหนนะ]
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ฉันเข้าใจ แต่จะบอกว่า ฉันย้ายเซฟเฮาส์แล้วนะ ตำรวจจะบุกคืนนี้ นายทนอีกนิด ถ้าฉันมั่นใจ นายค่อยพาข้าวขวัญมาหาฉัน]
เสี่ยขจรศักดิ์นี่ แม่งไวกว่าตำรวจอีก อย่างนี้ไอ้ทะนงเพื่อนเขาก็คว้าน้ำเหลวน่ะสิ
ทิวไท_ [เสี่ยรู้ได้ไง?]
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ไอ้วิรุณมันโทรมา มันขอแลกข้อมูลว่าข้าวขวัญอยู่ที่ไหน แล้วมันจะบอกความเคลื่อนไหวของตำรวจให้ฉัน เพราะมันมีคนอยู่ในนั้น]
ทิวไท_ [แล้วไงเสี่ย?]
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ฉันก็เลยสังหรณ์ใจ ถ้ามันกล้าโทรมาขนาดนี้ แสดงว่าตอนนี้ตำรวจต้องรู้ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับฉัน มันเลยกล้าเอามาต่อรอง]
นายวิรุณ อะไรก็ฉลาด เสียอย่างเดียวคือโง่ พ่อที่ไหนเขาจะขายลูกกินวะ แต่เสี่ยขจรศักดิ์ก็ฉลาดได้ใจชายหนุ่มไปเหมือนกัน อย่างนี้ตำรวจทำงานยากแน่นอน
ทิวไท_ [เสี่ยก็เลยคิดว่าตำรวจอาจจะรู้ว่าเซฟเฮาส์ของเสี่ยอยู่ที่ไหน?]
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ใช่ เลยโทรมาบอกว่ารออีกนิด ฝากข้าวขวัญไว้ที่เอ็งก่อน]
ทิวไท_ [เสี่ยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมรับรองว่าจะดูแลคุณข้าวให้ดีที่สุด]
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ขอบใจมากหว่ะทิว ฉันดูนายไม่ผิดจริงๆ]
ทิวไท_ [ครับนาย]
เสร็จจากอาหารค่ำ ทิวไทเปิดดูยูทูปจากมือถือ ลองเข้าดูรายการถ่ายทอดสดทางช่อง "ล่าข่าวสด" ก็พบว่า มีการรายงานข่าวตำรวจเฉพาะกิจนำโดยสารวัตรทะนง สุวกานต์ นำทีมเข้าทลายเซฟเฮาส์ของเสี่ยขจรศักดิ์ และนายวิรุณพร้อมๆกันสองที่ แต่คนร้ายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ตำรวจจึงคว้าน้ำเหลวทั้งสองแห่ง ตอนนี้ตำรวจชุดพิเศษเฉพาะกิจนี้กำลังทำการสืบต่อไปว่า คนร้ายไปหลบซ่อนตัวที่ไหน ตำรวจต้องเร่งทำงานเพราะข่าวนี้เป็ที่สนใจของประชาชนมาก เมื่อตำรวจคว้าน้ำเหลวเป็รอบที่สอง เกรียนคีย์บอร์ดก็ยิ่งคอมเม้นต์กันดุเดือดมากขึ้น
Errrrr.....แล้ว รตอ.ทะนง ก็โทรกลับมาหาทิวไทอีกครั้ง เขารับโทรศัพท์แล้วเดินลงหาดหน้าบ้านไปเหมือนเดิม
ทิวไท_[เป็ไงมั่ง?]
รตอ.ทะนง_[ไม่ทัน ไอ้เสี่ยมันโคตรไว มันรู้ได้ไงวะ?]
ทิวไท_ [ดูข่าวแล้วหล่ะ ก็ในทีมมึงนั่นแหล่ะมีสาย]
รตอ.ทะนง_ [กูกำลังสืบ ตอนนี้พวกเราก็ระวังตัวกันมากขึ้น]
ทิวไท_ [แล้วมึงจะเอายังไงต่อ?]
รตอ.ทะนง_ [ตอนนี้ตำรวจมืดแปดด้าน ทั้งนายวิรุณ ทั้งเสี่ยขจรศักดิ์ ไม่มีใครรู้ข่าวกันเลย พรุ่งนี้นายเรียกประชุม ยังไงกูจะส่งข่าวก็แล้วกัน อาจจะต้องใช้ลูกเสี่ยเร็วๆนี้ เตรียมตัวไว้ด้วยหล่ะมึง]
ทิวไท_ [ได้ ขอบใจ งั้นแค่นี้นะ]
ข้าวขวัญเห็นนายทิวยืนคุยโทรศัพท์อยู่เธอจึงไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้เพราะกลัวว่าจะเสียมารยาท เธอยืนห่างกับเขาพอสมควร แต่ก็พอได้ยินเสียงแว่วๆเพียงจับไม่ค่อยได้ใจความว่าเขาคุยอะไรกับคนปลายสายเท่านั้นเอง เธอจับได้เพียงเป็คำๆ เช่น เสี่ยขจร นายวิรุณ เซฟเฮาส์ ตำรวจ ทั้งหมดนั้นมันกลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวร้อนรน แต่มันกลับให้เธอรู้สึกว่างเปล่าและหมดหวังอย่างบอกไม่ถูก เธอรอจนทิวไทตัดสายแล้วหันมาเห็นเธอ
"นายทิว"
"อ้าว..คุณข้าว ว่าไงครับ?"
"ฉันเห็นนายยืนอยู่ ก็เลยจะมาคุยด้วย อยากจะถามอะไรหน่อย"
"ครับ คุณข้าว"
"นายแค่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่แค่นั้นพอ ฉันจะไม่โกรธนายเลย"
"เออ..ก็ได้นะ คุณลองถามผมมาสิ ตอบได้ผมก็จะตอบ"
เื่ที่เขาไม่อยากจะให้มันมาถึง มันคงใกล้เข้ามาแล้วสินะ เพราะข้าวขวัญก็ไม่ได้โง่ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายวัน เธอก็คงเห็นอะไรที่ผิดสังเกตุบ้างแหละน่า
"จริงๆแล้ว พ่อกับนาย ติดต่อกันตลอดเวลาใช่มั้ย เพียงแต่พ่อยังไม่อยากคุยกับฉัน?"
ตอบยากจริงๆ คำถามที่เขาไม่อยากจะได้ยินเลย แม้จะรู้ว่ามันต้องมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นสักวัน
"ใช่"
"แล้วที่พ่อหนีตำรวจ เพราะพ่อทำผิดใช่มั้ย?"
"ก็..เอ้อ..."
"นายไม่ต้องตอบก็ได้ ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้ เพียงแต่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็เื่อะไรเท่านั้นเอง แล้วจริงๆนายก็ยังไม่อยากให้ฉันเสพข่าวใช่มั้ย? เพราะเื่ของพ่อคงมีเต็มไปหมด"
ทิวไทพยักหน้ารับแล้วมองเธอด้วยความเป็ห่วง แต่ข้าวขวัญไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เธอหันหลังเดินกลับบ้านไป ทิวไทก้าวยาว ๆ ตามไป เพียงไม่กี่ก้าวก็ทันข้าวขวัญ เขาดึงแขนเล็กให้หันกลับมาหาเขา แต่เพราะเป็พื้นทรายที่ไม่สม่ำเสมอ ร่างเล็กจึงเสียหลักโผเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่มทันที
"ว้ายย! นายทิว"
เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม สองตาคู่สวยนั้นมีน้ำตารื้นอยู่ พักนี้ข้าวขวัญขี้แยจัง ซึ่งมันก็ทำให้เขากังวลและทำงานยากขึ้น ไม่ว่าจะในฐานะบอดี้การ์ดจำเป็หรือข้าราชการตำรวจก็ตาม เขาอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วต่อจากนี้ไป มันก็จะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เขากังวลว่าข้าวขวัญจะรับแรงกระแทกที่กำลังจะมาถึงได้มากขนาดไหนกัน ตัวก็แค่นี้เอง
"คุณข้าว"
"..."
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ผมอยากจะขอคุณอย่างนึง..."
"อะไร?"
"ผมขอให้คุณเชื่อในตัวผม...โดยไม่มีข้อแม้"
ทิวไทเช็ดน้ำตาบนแก้มให้เธอ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาจริงจัง แล้วคำพูดของเธอ ก็ทำให้หัวใจของเขายิ่งเจ็บ
"ตอนนี้ฉันไม่มีใครเลยจริงๆ บางทีฉันก็นึกว่า ในโลกนี้ มีใครที่้าฉันบ้าง แม่ก็หนีไป พ่อก็ไล่ให้ไปอยู่โรงเรียนประจำ ฉันแทบจะไม่ได้เจอหน้าพ่อเลย มาถึงเมืองไทยก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องเชื่อใครจริง ๆ นอกจากนายที่ดูแลฉันแล้ว ได้...ฉันจะเชื่อนายทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้ แต่ฉันขอนายแค่อย่างเดียว...นายอย่าทิ้งฉันนะนายทิว"
ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอด สงสารคนในอ้อมแขนจับใจ คนเราต้องจนตรอกขนาดไหนกันนะ ถึงยอมที่จะเชื่อและยอมทำตามคนคนนึงได้ทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ เบื้องบนก็ช่างโหดร้ายที่ไม่ให้ตัวเลือกกับเธอเลยแม้แต่น้อย
"ไม่มีวัน ผมไม่มีวันทิ้งคุณนะ คุณข้าว"
ตอนกลางคืน ทิวไทนอนไม่หลับ เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้ไป มันจะเริ่มดุเดือดเข้มข้นขึ้นทุกวัน มันจะไม่เป็อะไรเลยถ้าไม่มีข้าวขวัญ เสี่ยขจรศักดิ์และนายวิรุณจะถูกไล่ล่าเป็หมาจนตรอกอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้ แค่คิดเขาก็ร้อนรน เป็ห่วงความรู้สึกของคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ กว่าจะหลับก็เกือบจะตีสาม พอตีห้าครึ่ง เสียงกวาดลานบ้านของนางทองกรทำให้ทิวไทที่หลับๆตื่นๆอยู่แล้วต้องตื่น ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินลงมาข้างล่าง
"ทิว ทำไมตื่นเช้าจัง"
ชายหนุ่มฉวยไม่กวาดทางมะพร้าวไปจากมือมารดาแล้วกวาดใบไม้แทนนาง
"นอนไม่หลับเลยแม่"
"คิดเื่หนูข้าวใช่ไหม?"
นางทองกรถามเสียงอ่อนโยน ทำไมนางจะไม่รู้ เพียงไม่กี่วันที่ลูกชายคนเดียวของนางพาข้าวขวัญหนีมา นางก็เห็นโดยชัดแจ้งว่าทิวไทห่วงใยเธอมากกว่าปกติ เดือดร้อนแทนไปเสียทุกเื่ บางทีก็แอบมองเขาแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว บางทีมองข้าวขวัญแล้วก็ทำสีหน้าสีตาเป็ห่วงอย่างลึกซึ้งโดยที่เ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว
"ใช่ เมื่อคืนแม่เห็นข่าวแล้วใช่ไหม?"
"แม่เห็นแล้ว แล้วทางตำรวจเขาว่ายังไงกันบ้างล่ะ?"
"วันนี้ทีมจะวางแผนกันอีกที ฉันไม่รู้ต้องทำยังไงต่อดีกับคุณข้าว เพราะฉันพอจะรู้ว่าตำรวจจะเอายังไง? ต่อจากนี้ตำรวจจะกัดไม่ปล่อยแล้วล่ะแม่"