จักรพรรดิคนที่ 11

    บทที่ 59 สมรภูมิขุมนรก

            สมรภูมิที่เคยเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ดุเดือด แปรเปลี่ยนเป็นขุมนรกแห่งความโกลาหลและความสิ้นหวังที่ไร้ก้นบึ้ง ราชาปีศาจคำรามก้อง เสียงของมันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติมายา ทำลายทุกสิ่งให้ย่อยยับและบิดเบือนความเป็นจริงจนยากจะแยกแยะระหว่างความจริงกับภาพลวงตา พลังปีศาจที่มันปลดปล่อยออกมาแผ่ซ่านไปทุกหนแห่ง ราวกับหมอกควันแห่งความตายและความสิ้นหวังที่เกาะกุมจิตใจ และทำให้ทุกคนที่สัมผัสได้รู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาหมดสิ้นซึ่งความหวัง พลังใจ และแม้กระทั่งความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่

            หลี่ชิงและราชาปีศาจปะทะกันด้วยความเร็วและพลังที่เหนือจินตนาการ ดาบสีดำของหลี่ชิงฟาดฟันกับพลังปีศาจที่อัดแน่นและชั่วร้ายของราชาปีศาจ เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง พื้นดินแตกร้าวเป็นริ้ว อากาศบิดเบี้ยวจากความร้อนและความชั่วร้ายจนดูเหมือนภาพลวงตาที่น่าสะพรึงกลัว และทุกสรรพสิ่งถูกกลืนกินด้วยความมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของราชาปีศาจ การต่อสู้ของพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่การปะทะกันของพลังงาน แต่เป็นการต่อสู้ที่ซับซ้อนและดุเดือดกว่านั้น มันคือการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืดในจิตใจ ระหว่างความหวังและความสิ้นหวังในโลกที่กำลังจะล่มสลาย และระหว่างชีวิตที่ใกล้ดับสูญและความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆและทรมาน

            เหล่าจักรพรรดิที่เหลือก็ต้องเผชิญหน้ากับผู้นำเงาแห่งหายนะที่บ้าคลั่งและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พวกมันปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มี ราวกับต้องการที่จะทำลายล้างทุกสิ่งให้สิ้นซากและเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นขุมนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุด ที่ซึ่งความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานคือความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครยอมใครในการต่อสู้ครั้งนี้ ทุกคนต่างก็สู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องโลกที่พวกเขารักและเพื่อรักษาความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ แม้ว่ามันจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม

            พวกแก พวกแกทำไปทำไมกัน หลงเทียนอี้คำราม พยายามปัดป้องเปลวเพลิงสีดำที่แผดเผาซึ่งพุ่งออกมาจากอาซาเซล แสงสว่างจากร่างของเขาเริ่มริบหรี่ลง ราวกับกำลังจะดับมอด และความเหนื่อยล้าทางกายและใจเริ่มกัดกินจิตใจของเขาจนแทบจะหมดสิ้นซึ่งความอดทน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพวกมันถึงต้องทำเรื่องที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมได้ถึงเพียงนี้ ทำไมพวกมันถึงต้องทำลายทุกสิ่งและคร่าชีวิตผู้อื่นอย่างไม่ปราณี

            อาซาเซลหัวเราะเยาะ เสียงของมันแหบแห้งและชั่วร้าย ก้องกังวานราวเสียงจากขุมนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีวันจบสิ้น ถามว่าทำไมงั้นเหรอ ก็เพื่อคืนชีพราชาปีศาจไงล่ะ พวกเรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ราชาปีศาจได้กลับมาครองโลกอีกครั้ง ดวงตาของมันลุกโชนด้วยความบ้าคลั่งและความพึงพอใจที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับมันกำลังสนุกกับความเจ็บปวดและความสิ้นหวังของพวกจักรพรรดิ มันมองว่าความเจ็บปวดของพวกจักรพรรดิคือความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัน ความบันเทิงที่ทำให้มันรู้สึกถึงอำนาจและความเหนือกว่าที่แท้จริง

            เสวี่ยหลันซินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อและความโกรธที่ปะปนกันอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ ไม่จริงน่า พวกเจ้า เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกมันจะทำเรื่องที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมได้ถึงเพียงนี้ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกมันจะสามารถเหยียบย่ำชีวิตของผู้อื่นได้ถึงเพียงนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายอันชั่วร้ายและเห็นแก่ตัวของพวกมัน เธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศโดยโลกที่เธอเคยปกป้องด้วยความรักและโดยมนุษย์ที่เธอเคยเชื่อใจ ความรู้สึกที่ทำให้เธอหมดสิ้นซึ่งความเชื่อมั่นในมนุษย์และในโลก

            เบเรียลคำราม พายุเพลิงของมันโหมกระหน่ำเข้าใส่จิ่นหวงหลี่ พยายามที่จะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านและเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นทะเลเพลิงที่ไม่มีวันดับและไม่มีวันสิ้นสุด พวกเจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก พลังที่แท้จริงมีเพียงพลังแห่งความมืดเท่านั้น มันเชื่อว่าพลังแห่งความมืดคือพลังที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล และพลังของพวกจักรพรรดิเป็นเพียงพลังที่อ่อนแอและไร้ประโยชน์เมื่อเทียบกับพลังแห่งความมืดที่แท้จริง มันมองว่าพวกจักรพรรดิคือความอ่อนแอที่ต้องถูกกำจัดให้หมดสิ้น

            ลิลิธร่ายรำด้วยความเร็วที่เหนือแสง ร่างกายของมันเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ โจมตีใส่เซี่ยหวู่จุนจากทุกทิศทาง ราวกับพายุที่พัดกระหน่ำและฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พวกเจ้ามันอ่อนแอเกินไป พวกเจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้ มันเยาะเย้ยความอ่อนแอของพวกจักรพรรดิ และเชื่อว่าพวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่สุด และพวกจักรพรรดิเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ด้อยกว่าและไร้ค่าเมื่อเทียบกับพวกมัน มันมองว่าพวกจักรพรรดิคือความล้มเหลวของวิวัฒนาการ

            มาสเทมาทุบพื้นดินด้วยพละกำลังมหาศาล ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และสร้างรอยแตกขนาดใหญ่ที่ราวกับจะฉีกโลกออกเป็นเสี่ยงๆและทำลายทุกสิ่งให้ราบคาบ จงหายไปซะ พวกเจ้าไม่ควรมีชีวิตอยู่ มันมองว่าพวกจักรพรรดิเป็นเพียงสิ่งกีดขวางที่ไร้ค่าและน่ารำคาญ และต้องการที่จะกำจัดพวกมันให้หมดสิ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าและสำคัญกว่าของพวกมัน มันมองว่าพวกจักรพรรดิคือความผิดพลาดที่ต้องถูกแก้ไข

            อาซาเซลจ้องมองไปยังหลี่ชิงที่กำลังต่อสู้กับราชาปีศาจด้วยความดุดันและคาดหวัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน มันรู้ว่าหลี่ชิงคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มพวกจักรพรรดิ และมันก็ต้องการที่จะทำลายจิตใจของเขาให้แหลกสลายและทำให้เขาอ่อนแอลงเพื่อที่จะเอาชนะเขาได้ง่ายขึ้น มันต้องการที่จะทำให้เขาจมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังและความมืดมิด

            พวกเจ้าคงไม่รู้สินะ ว่าพวกเราได้ใช้ชีวิตของคนมามากแค่ไหน เพื่อเป็นพลังในการอัญเชิญราชาปีศาจ มันกล่าวเสียงต่ำ แต่แฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่งและความพึงพอใจที่น่าสะพรึงกลัว มันภูมิใจในสิ่งที่พวกมันได้ทำ และไม่รู้สึกผิดกับความโหดร้ายและทารุณที่พวกมันได้ก่อขึ้น มันมองว่าชีวิตของผู้อื่นไม่มีค่าเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าและสำคัญกว่าของพวกมัน มันมองว่าความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของผู้อื่นคือสิ่งที่สมควรได้รับและเป็นสิ่งที่น่าสนุกสนาน

            คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจเหล่าจักรพรรดิ ทำให้พวกเขาชะงักไปชั่วขณะและรู้สึกเหมือนถูกแทงด้วยมีดที่มองไม่เห็นและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกมันจะทำเรื่องที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมได้ถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกมันจะสามารถเหยียบย่ำชีวิตของผู้อื่นได้ถึงเพียงนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายอันชั่วร้ายและเห็นแก่ตัวของพวกมัน พวกเขารู้สึกเหมือนถูกทรยศโดยโลกที่พวกเขาเคยปกป้องด้วยความรักและโดยมนุษย์ที่พวกเขาเคยเชื่อใจ ความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาหมดสิ้นซึ่งความหวังและความเชื่อมั่นในมนุษย์และในโลกที่พวกเขาเคยรู้จัก ความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาหมดสิ้นซึ่งความดีและความเมตตา ความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาหมดสิ้นซึ่งทุกสิ่ง

            อะไรนะ จิ่นหวงหลี่คำราม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความเศร้าที่ปะปนกันอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน และรู้สึกเหมือนถูกทรยศโดยโลกที่เขาเคยปกป้องด้วยความรักและโดยมนุษย์ที่เขาเคยเชื่อใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าโลกนี้จะโหดร้ายและชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายและเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้ ความจริงที่ทำให้เขาหมดสิ้นซึ่งความเชื่อมั่นในทุกสิ่งและทำให้เขาหมดสิ้นซึ่งความรู้สึกใดๆ

            อาซาเซลหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจปฏิกิริยาของพวกเขา มันกำลังสนุกกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่พวกจักรพรรดิกำลังเผชิญ มันมองว่าความเจ็บปวดของพวกจักรพรรดิคือความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัน ความบันเทิงที่ทำให้มันรู้สึกถึงอำนาจและความเหนือกว่าที่แท้จริง ความบันเทิงที่ทำให้มันรู้สึกถึงความสำเร็จในการทำลายล้างทุกสิ่งและทำให้โลกเข้าสู่ความโกลาหล ความบันเทิงที่ทำให้มันรู้สึกถึงความสะใจที่แท้จริง