จะไม่มีวันปล่อยให้ฉันแย่งเอลลีไป งั้นเหรอ?
ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็คำที่ตลกที่สุดั้แ่เคยได้ยินมาฉันไม่เคยคิดว่าแฮดลี่ย์จะกล้าพูดคำนี้ออกมาราวกับว่าทุกอย่างมันเป็เื่จริงหากหล่อนรักเอลลีจริงทำไมวันนั้นถึงปล่อยให้พวกเวโรนิก้าหัวเราะในสิ่งที่ทำให้คนอื่นต่างพากันเชื่อว่าเอลลีคิดไปเองทำให้พวกเขาเข้าใจว่าเป็เพราะเอลลีแอบรักแฮดลี่ย์ข้างเดียวเลยสร้างเื่ราวว่ากำลังคบกันอยู่ให้รู้ให้ใครต่อใครเชื่อว่าเอลลีเป็คนเพี้ยนโดยไม่คิดจะออกมาปกป้องและช่วยยืนยันว่าเื่ทั้งหมดมันคือความจริงแล้วทำไมหล่อนถึงได้กล้าบอกกับทุกคนว่าที่จริงกำลังคบกับอเดลทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนเป็คนเข้ามาพัวพันและดึงเอลลีเข้ามาเอง
ทำไม...
ฉันหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังราวกับคนได้ยินอะไรที่ตลกที่สุดในชีวิตกุมท้องตัวเองแล้วตบหน้าขาอย่างกับห้ามไม่ได้คนที่นั่งอยู่ในรถด้วยอย่างแฮดลี่ย์คงกำลังงุนงงหรือไม่ก็หงุดหงิดจนถึงขีดสุดที่ฉันไม่ได้เคลิ้มตามเกมที่หล่อนวางไว้
“ไม่อยากจะเชื่อฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” ฉันซับน้ำตาแล้วหันไปหัวเราะให้คนข้าง ๆ ต่อ “เธอมัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆสุดยอดเลย ฉันเชื่อแล้วว่าทำไมเอลลีถึงยอมเชื่อเธอหมดใจขนาดนั้น”
“เธอเป็บ้าอะไรแคลร์”
“เพราะ ฮ่า ๆ ๆๆ เพราะว่าเธอมันเก่งกับการทำให้คนเชื่อคำพูดสุดซึ้งได้อย่างง่ายดายนี่เองเธอมันโคตรเก่งเลยว่ะ” ฉันพยายามสูดหายใจเข้าแล้วเรียกสติกลับมาให้ตัวเองเป็เหมือนเดิมแต่ก็ยังแอบขำอยู่นิดหน่อยเมื่อเผลอไปคิดถึงคำพูดของแฮดลี่ย์เมื่อกี้
“เธอมันบ้าไปแล้วจริงๆ” แฮดลี่ย์สั่นหัว
“ใช่...”ฉันเหลือบมองหล่อนแล้วยิ้มให้ “ฉันน่ะบ้าสุด ๆ ไปเลย เพราะงั้นรีบสตาร์ทรถแล้วขับไปที่บ้านของเวโรนิก้าสักทีเถอะรู้ไหมว่าฉันอยากจะดื่มอะไรเย็น ๆ สดชื่น ๆ จะแย่แล้ว”
.
.
.
ฉันยืนมองบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าขณะที่รอแฮดลี่ย์เอารถคันหรูของตัวเองไปจอดบ้านของเวโรนิก้าใหญ่พอ ๆ กับบ้านแฮดลี่ย์แต่ในความรู้สึกบ้านของแฮดลี่ย์ดูอบอุ่นกว่าเยอะมากนั่นอาจจะเป็เพราะฉันไปบ่อยและได้สนิทกับพ่อแม่ของหล่อนไม่เว้นแม้แต่แม่บ้านหรือไม่ก็ฉันอาจคิดไปเองเพราะสุดท้ายแล้วทุกอย่างก็เป็เพียงแค่เื่หลอกลวง
ฉันเคยมาบ้านของเวโรนิก้าครั้งหนึ่งในตอนนั้นด้วยอาการประหม่าและเป็กังวลว่าตัวเองจะทำตัวยังไงเมื่ออยู่ร่วมกันกับกกลุ่มเพื่อนของคนรักเลยทำให้ไม่เป็ตัวของตัวเองแต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไปเพราะฉันไม่ใช่เอลลีคนเดิมที่พวกหล่อนคิดแต่จะกลั่นแกล้งและทำเื่สนุกๆ ได้ตามชอบใจอีกแล้ว
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดจะทำอะไร”แฮดลี่ย์บอกขณะที่เราเดินไปยังห้องที่มีเพื่อนของหล่อนรออยู่ห้องนั้นไว้จัดปาร์ตี้เฉพาะกลุ่มที่มีบ่อยครั้งคล้ายกับเป็สมาคมของพวกเด่นดังและเป็หน้าเป็ตาที่แวะมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเสียมากกว่า
“ก็บอกแล้วฉันแค่คอแห้ง”ตอบอย่างไม่คิดอะไรก่อนจะยักคิ้วให้หล่อนแล้วเดินนำแฮดลี่ย์ไปจนถึงประตูห้องที่ครั้งหนึ่งเอาแต่คิดว่าอยากวิ่งออกมาใจจะขาดแต่ต้องทนอยู่ในนั้นจนจบงาน“เลเดี้เฟิร์ส”ผายมือแล้วเปิดประตูบานใหญ่ให้แฮดลี่ย์ที่เอาแต่นิ่งไม่แสดงอาการได้เข้าไปก่อน
“แฮดลี่ย์!?” เพื่อน ๆของหล่อนเรียกทันทีที่แฮดลี่ย์เดินเข้าไปแล้วตรงไปนั่งบนโซฟาแสนแพง “ว้าว เฮ้นั่น...ใช่แคลร์ใช่ไหม” เวโรนิก้าเดินตรงมาหาฉันขณะที่ในมือถือแก้วไวน์ไว้หล่อนเอี้ยวตัวไปถามคนที่เอาแต่นั่งนิ่ง
“ฉันนึกว่าแฮดลี่ย์จะพาเอลลีมาเสียอีก”หล่อนว่าต่อตอนหันกลับมาหาฉัน เวโรนิก้ายกไวน์ขึ้นดื่มหล่อนเป็คนผิวสีที่ดูสวยมีเสน่ห์มากไม่แพ้กับแฮดลี่ย์เลย “แต่ก็ยินดีต้อนรับนะฉันได้ข่าวมาว่าพวกเธอลงชื่อเข้าร่วมกับแคมป์อาสาของพวกเราด้วยล่ะ”
“เฮ้แคลร์”หญิงสาวคนหนึ่งรีบลุกขึ้นแล้วตรงมาหาฉันอย่างตื่นเต้น หล่อนใส่แว่นเหมือนกับฉันแท้ๆ แต่ว่าหล่อนดันดูดีและเซ็กซี่อยู่แบบนั้นได้ยังไงกัน
“ไงโอลิเวีย”เมื่อก่อนฉันคิดว่าหล่อนเป็คนแปลกที่สุดในกลุ่ม
“เฮ้เอลลี”ใครบางคนพึ่งเดินเข้าห้องแล้วมากอดคอฉันทันที “ทำไมเธอดูสูงขึ้น อึ๊กอ่าว...ใครวะ”
“ไม่เอาหน่าชาร์ลอตเธอเมามากแล้วล่ะฉันว่า”แต่ชาร์ลอตแปลกยิ่งกว่าใคร “เฮ้ ๆ ชาร์ลอตอย่าไปเที่ยวจูบใครมั่วซั่วแบบนั้นสิ” ฉันลูบริมฝีปากของตัวเองที่ถูกฉกฉวยด้วยผู้หญิงที่ภายนอกใครต่อใครต่างบอกว่าหล่อนดูเป็คนเรียบร้อยที่สุดในกลุ่มของแฮดลี่ย์
“ขอโทษแทนหล่อนด้วย”เวโรนิก้าโน้มมาบอกเบา ๆ “หล่อนมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนเมาน่ะ”ฉันมองตามชาร์ลอตที่ตรงไปหวังจะจูบแฮดลี่ย์แต่ถูกโอลิเวียดึงออกไปก่อน
“ว้าว น่าสนุก”ฉันมองบรรดาสาว ๆ คนดังที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในห้องสุดหรูที่ตกแต่งด้วยข้าวของราคาแพง“ว่าแต่เหมือนจะขาดไปคนหนึ่งนะ” ฉันยกนิ้วชี้ขึ้นเวโรนิก้าเลิกคิ้วก่อนจะขำออกมาเบา ๆ
“ถ้าเธอถามถึงเจนล่ะก็...”หล่อนกระดกไวน์ที่อยู่ในแก้วจนหมดแล้วเลื่อนสายตามองผ่านไปด้านหลังของฉัน“หล่อนยืนอยู่ตรงนั้นั้แ่ที่ชาร์ล็อตมาแล้วล่ะ”
“อ๋า...” ฉันยกยิ้มเ้าเล่ห์แล้วหันไปหาหญิงสาวที่เอ่ยถึงหล่อนยืนกอดอกใช้ดวงตาเฉี่ยวจ้องมองฉันอย่างไม่วางตาราวกับกำลังพิจารณาอะไรอยู่“ไม่ได้ว่านะแต่เธอจู่ ๆ ก็โผล่มาเหมือนผีเลย” เจนยกยิ้มเพียงมุมปาก
ถ้าให้พูดถึงในบรรดากลุ่มนี้คนที่คล้ายกับแฮดลี่ย์มากที่สุดก็น่าจะเป็หล่อนแต่ต่างกันนิดหน่อยตรงแฮดลี่ย์ดูเป็คนสดใสและเข้าถึงง่ายมากกว่าเจนที่ค่อนข้างนิ่งเงียบและเคร่งขรึม
ไม่อยากจะเชื่อ...แม้ว่าจะเจอพวกหล่อนมาก่อนแล้วแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มของแฮดลี่ย์ทุกคนคือกลุ่มของคนสวยที่อยู่ข้างคนสวย และก็อยู่ข้างคนสวยอีกที แต่...พระเ้าคงเห็นว่าพวกหล่อนคงจะดูเพอร์เฟคไปเลยใส่นิสัยแย่ๆ เข้ามาให้
“ดื่มอะไรหน่อยไหม”โอลิเวียใช้นิ้วหนีบขาแก้วในขณะที่มือข้างนั้นยังถือขวดไวน์ราคาแพงอยู่
“ผิดหวังนะเนี่ยที่ไม่ใช่เอลลี”ประโยคแว่ว ๆ จากเวโรนิก้าที่เดินไปนั่งกับแฮดลี่ย์ดังมาให้ได้ยิน ฉันพยักหน้ารับโอลิเวียไปส่งๆ ขณะที่พยายามเงี่ยหูฟังว่าสองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคุยอะไรกันอยู่
“อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ความลับหรอกนะ”เจนเดินมาอยู่ข้าง ๆ หล่อนรู้ทันเพราะท่าทางฉันมันออกเกินไปงั้นหรือ“เธอก็รู้หนิว่าแฮดลี่ย์กำลังคบกับเอลลี”
“อ๋อ...”
“มันแค่แปลกใจน่ะว่าทำไมแฮดลี่ย์ถึงพาเธอมาแทนที่จะเป็แฟนของหล่อน”เจนเสริม “อา...ลืมเลยเธอคงรู้เื่ของเอลลีกับแฮดลี่ย์อยู่แล้วใช่ไหม” ดวงตาเฉี่ยวของหล่อนแหลมคมและกำลังคิดวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการปรากฎตัวครั้งนี้ของฉัน
“คงงั้นและฉันแค่บอกแฮดลี่ย์ว่าคอแห้งเลยอยากดื่มอะไรเย็นๆ น่ะ” ยิ้มตอบกลับไปแล้วยื่นมือรับไวน์แดงราคาแพงบาดคอจากโอลิเวียก่อนจะกระดกดื่มนิหน่อย “แหวะ...เฝื่อนฉิบ” แอบพูดกับตัวเองเบา ๆแต่เจนได้ยินหล่อนถึงได้ขำในลำคอก่อนจะเดินผ่านฉันไปหาพวกแฮดลี่ย์
“เธอต่อยไอ้หมอนั่นจนคางแตกไปได้ไง”ชาร์ลอตถามอย่างตื่นเต้นและทำท่าทางไปด้วยจนคนที่นั่งใกล้อย่างเวโรนิก้าต้องดึงให้หล่อนกลับมานั่งนิ่งๆ
“ไม่รู้สิ”ฉันยักไหล่ เพื่อนของแฮดลี่ย์ทุกคนต่างพากันมองมาราวกับรอให้ฉันพูดอะไรมากกว่านี้ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันถูกโอเลิเวียลากให้มานั่งลงอยู่ตรงกลางระหว่างแฮดลี่ย์และเจน
“ไม่เอาหน่าบอกมาเถอะนี่ฉันพนันอยู่ข้างเธอมาตั้งนานแล้วนะ”ชาร์ล็อตยังคะยั้นคะยอ
“พนัน?” ฉันเลิกคิ้วขึ้นชาร์ล็อตส่งยิ้มกว้างกลับมาแล้วตอบด้วยท่าทีสบาย
“ก็ไอ้หมอนั่นมันชอบแกล้งเธอฉันเลยพนันไปว่าสักวันเธอจะลุกขึ้นมาตอกกลับเขาบ้างและใช่แคลร์...เธอทำให้ฉันชนะพนันโอลิเวีย”ฉันก้มหน้าแล้วขำรู้สึกหางคิ้วกระตุกนิดหน่อยที่พวกหล่อนเห็นการถูกรังแกเป็เื่สนุกทั้ง ๆที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครด้วยซ้ำ
“แต่ถึงฉันแพ้ฉันก็สะใจที่เธอกล้าเล่นงานเขานะแคลร์”โอลิเวียชูแก้วไวน์ให้แล้วยกขึ้นดื่ม
“ว่าแต่เธอต่อยเขาไปยังไงเหรอ”
“ไม่รู้สิตอนนั้นแค่อยากสั่งสอนเขาเฉยๆ”
“โคตรเท่เลย”ชาล็อตยกนิ้วโป้งขึ้นทั้งสองข้าง “แล้วเธอทำยังไงต่ออะได้ต่อยเขาเพิ่มไปไหมเสียดายฉันดูคลิปที่ถ่ายมาไม่ทัน”
“เฮ้ไม่เอาหน่าคุยกันเื่อื่นเถอะ” เวโรนิก้าพูดห้ามตอนชาร์ล็อตเริ่มตื่นเต้นเกินไป
“เสียดายที่เราไม่เห็นจังๆ วันนั้นไม่น่าเข้าโรงอาหารช้าเลย” โอลิเวียบอก
“แล้วสรุปพวกเธอไปสนิทกันตอนไหน”เวโรนิก้าถามแล้วชี้นิ้วในมือที่ถือแก้วมาทางฉันและแฮดลี่ย์ หล่อนยังคงเอาแต่นั่งกอดอกนิ่งซึ่งมันค่อนข้างผิดปกติ
“อ๋อความจริงฉันกับแฮดลี่ย์จู—” จะบอกเื่ที่อยากบอกเสียหน่อยกลับถูกแฮดลี่ย์รีบพุ่งเข้ามาปิดปากเสียได้
“ยังไงนะ?”เวโรนิก้าถามซ้ำ เจนและคนอื่น ๆ ทำท่าอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้ฉันกำลังจะพูดอะไรและทำไมแฮดลี่ย์ถึงรีบเข้ามาปิดปาก
“หล่อนเป็เพื่อนสนิทเอลลีไง”
“พอรู้เพราะเห็นว่าอยู่กับเอลลีบ่อยๆ” โอลิเวียตอบเห็นด้วยกับแฮดลี่ย์ และคนอื่น ๆ คงไม่ได้อยากจะรู้อะไรต่อไปมากกว่านี้เพราะเจนยังอยู่และเอาแต่มองเราสองคนอย่างสงสัย
“จูบ?”หล่อนโพล่งออกมาอย่างไม่มีปลี่มีขลุ่ย แฮดลี่ย์ถึงกับตาโต “เมื่อกี้เธอพูดว่าจูบด้วยล่ะ”แถมยังย้ำให้คนที่เหลือต่างมองมายังทางเราอย่างกับ้าข้อเท็จจริงซึ่งฉันชอบเจนก็ตรงนี้
“ว้าวไงดีล่ะทุกคนรู้ความลับของเราแล้ว” ฉันเอียงหน้าถามแฮดลี่ย์หล่อนขมวดคิ้วพันกันยุ่งเหยิง
“พูดอะไรของเธอกัน!”หล่อนใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปหยิบขวดไวน์“ก็รู้ว่าฉันกับเอลลีเป็อะไรกันแล้วฉันจะไปจูบกับคนอื่นได้ไง”แฮดลี่ย์กระดกไวน์จากขวด การกระทำของหล่อนทำเอาอึ้งไปหน่อยเพราะฉันเข้าใจมาตลอดว่าแฮดลี่ย์ไม่ชอบกลิ่นแอลกอฮอล์
“รู้ไหมว่าเธอทำให้หล่อนกล้าดื่มมันได้ด้วยล่ะ”และเจนก็คลายความสงสัย หล่อนยกยิ้มเ้าเล่ห์แล้วก็พิงหลังกับเบาะโซฟาอย่างสบายใจในขณะที่ฉันมองกลับไปหาแฮดลี่ย์กำลังเบ้หน้ากับรสชาติของไวน์
“สรุปเธอกับแฮดลี่ย์มีซัมติงเหรอ”ชาร์ล็อตเลิกคิ้วถามในน้ำเสียงที่แอบตื่นเต้น “แล้วแบบนี้เกมที่—อุ๊บ” ปากของหล่อนถูกปิดด้วยฝ่ามือของโอลิเวียเวโรนิก้าเผยยิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วพ่นลมหายใจก่อนจะหันหน้ามาหาฉัน
“มันคงไม่มีเื่แบบนั้นเกิดขึ้นหรอกใช่ไหม”หล่อนยักคิ้วให้ในขณะที่ดวงตาเอาแต่จดจ้องกลับมาราวกับมีอะไรบางอย่าง“ซึ่งฉันรู้ว่าเธอคงไม่ทรยศเอลลีหรอก”
แต่ถ้ามันเป็เื่จริงยิ่งทำให้เกมของพวกหล่อนสนุกและเข้มข้นยิ่งขึ้นไม่ใช่หรือฉันยกยิ้มขึ้นเพียงมุมปากแล้วโน้มตัวไปหาเวโรนิก้าซึ่งหล่อนกำลังส่งความท้าทายกลับมาผ่านทางสายตา
“แน่นอนอยู่แล้ว...พนันไหมล่ะ”
“ว้าว”เวโรนิก้าพยักหน้าเชื่องช้า “เอาสิ... เธอจะเดิมพันด้วยอะไรล่ะ”
“เฮ้ไม่เอาหน่าพวกเธอเล่นอะไรกันสองคนล่ะ”โอลิเวียยกมือโบกผ่านระหว่างช่องว่างฉันกับเวโรนิก้า “ฉันเอาด้วยสิ”หล่อนชูแก้วไวน์แล้วยกขึ้นดื่มจนหมด
“เอาด้วยอยู่แล้ว”
ชาร์ล็อตบอกอย่างไม่คิดอะไรฉันและเวโรนิก้าหันไปหาเจนหล่อนทำแค่เพียงพ่นลมหายใจแล้วลุกเดินขึ้นไปหาแฮดลี่ย์ที่ทำหน้าเหยเกกับไวน์อยู่ไม่หาย
“สองคนนั้นล่ะ”ฉันถามเวโรนิก้าขณะมองไปยังทั้งคู่
“พวกหล่อนไม่ใช่คนพูดยากอะไรอยู่แล้ว”
“หมายถึงยังไงพวกหล่อนก็ร่วมด้วยใช่ไหม”
“โธ่แคลร์ อะไรที่มันท้าทายมักจะมีความสนุกรออยู่ทั้งนั้นและใช่...พวกหล่อนก็ชอบความท้าทายเหมือนกัน”
“งั้นดีสิ”ฉันยิ้มมุมปาก “ง่าย ๆ แบบนี้แหละฉันชอบ”ลุกเดินตรงไปยังแฮดลี่ย์กับเจนที่ยืนอยู่ก่อน “เธอว่าจะพนันอะไรนะ” ะโถามเวโรนิก้าตั้งใจให้คนที่อยู่ตรงนี้ได้ยิน
“นั่นมันแล้วแต่เธอกำหนด”เวโรนิก้าตอบกลับอย่างท้าทาย
“ถ้าชนะแล้วฉันจะได้อะไรจากพวกเธอล่ะ”
“และนั่นมันก็แล้วแต่เธอเลือกได้เลย”หล่อนตอบ
“งั้น...” ฉันหันไปหาแฮดลี่ย์อย่างช้า ๆ “ฉันพนันว่าเธอไม่มีวันทำสำเร็จอย่างแน่นอน...ขอเดิมพันด้วยทุกอย่างที่ฉันมีเลย”ยื่นมือไปเอาขวดไวน์ที่หล่อนถือไว้แล้วกระดกยกขึ้นดื่มหลายอึกก่อนจะวางขวดไวน์ที่พร่องไปเกือบครึ่งลงตรงหน้าหล่อนเสียงดังซึ่งทุกการกระทำแฮดลี่ย์จ้องมองฉันด้วยความสั่นไหวที่แสดงออกมาจากแววตา
“โทษทีพอดีว่าต้องกลับแล้วล่ะเสียดายไม่ได้อยู่คุยเื่อื่น ๆ กับพวกเธอ” หันไปทางเวโรนิก้าหล่อนมองท่าทางที่แสดงออกมาของฉันอย่างไม่เข้าใจ “ไว้จะมาคุยใหม่นะ”ฉันบอกแล้วทำท่าจะเดินออกไปแต่นึกขึ้นได้ว่า“อ้อ...ฉันไม่รู้นะว่าไวน์ที่เธอเอามามันแพงแค่ไหน แต่มันรสชาติแบบว่าโคตรห่วยบรมเลยล่ะ” และในครั้งนี้ฉันกล้าเดินออกจากห้องนี้ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
.
.
.
“เดี๋ยวแคลร์”
ข้อมือของฉันถูกจับจากแฮดลี่ย์หล่อนออกแรงดึงให้ฉันกลับไปประจันหน้า หลังจากที่ทิ้งปมและสร้างเื่ไว้หล่อนก็รีบเดินตามฉันออกมาอย่างรวดเร็วแม้ว่าฉันจะทำเป็ไม่สนแล้วเอาแต่ก้มหน้าเดินจนเกือบวิ่งหล่อนยังตามมาทันอยู่ดี
“มีอะไรอีกแฮดลี่ย์”ฉันบิดข้อมือตัวเองออก ตอนนี้เราอยู่กันข้างถนนหน้าบ้านของเวโรนิก้า“มีอะไรก็พูดมาให้มันจบ ๆ ได้ไหมฉันอยากกลับบ้านจะแย่แล้ว”เพราะบ้านหลังอื่นอยู่ห่างออกไปมากพอสมควรและมันค่อนข้างเปรี่ยวมากเลยทีเดียว
“เธอพูดแบบนั้นหมายความว่าไง”
“แบบไหน”
“ก็ไอ้เื่ที่เธอพนันกับเวโรนิก้านั่น”ฉันมองไปทางอื่นแล้วขำในลำคอ
“นี่คือสิ่งที่เธออยากรู้หนิว่าฉันทำทุกอย่างนี้เพื่ออะไร”
“...”
“ไม่เอาหน่าแฮดลี่ย์”ฉันส่งยิ้มให้หล่อน “เธอก็ชอบไม่ใช่เหรอเื่แบบนี้ เราแค่กำลังสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ร่วมกันไงไม่ดีเหรอแฮดลี่ย์”
“เธอไม่เข้าใจแคลร์ไม่เคยที่จะเข้าใจอะไรเลย”
“ไม่เข้าใจอะไร”ขยับเข้าใกล้แฮดลี่ย์แล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหล่อน “ฉันเนี่ยแหละเข้าใจทุกอย่างดีและมากเกินกว่าเธอจะรู้เสียอีก”อาจเป็เพราะน้ำเสียงและแววตาของฉันจริงจังเลยทำหล่อนกลืนน้ำลายแล้วเบือนหน้าหนีไป
“ไม่แคลร์” พูดทั้งที่ไม่ได้มองกันเลยด้วยซ้ำ“ฉันไม่อยากให้มันเป็แบบนี้”
“เื่ไหนล่ะ”ฉันจับคางให้หล่อนหันมา“เื่ที่หลอกเอลลีหรือเื่ที่เธอทำแบบนี้เพราะกำลังสนุกกับการเล่นกับใจคนงั้นเหรอ”แฮดลี่ย์พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่จ้องมองแต่ทว่าฉันไม่ยอมปล่อยให้เป็แบบนั้นออกแรงบีบปลายคางของหล่อนแรงขึ้น
“เธอเก่งมากในเื่ที่ไม่เคยหลบตาใครหนิแฮดลี่ย์” เพราะมันเป็แบบนั้นมาตลอด
“ปล่อย”
“ไม่”และฉันก็ขยับเข้าใกล้หล่อนกว่าเดิม “ทำไมกัน...ใกล้ฉันแล้วมันทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่มเหรอ”เอามืออีกข้างโอบรอบเอวให้เธอขยับชิดใกล้ตัวเอง
“ทำอะไรของเธอแคลร์”แฮดลี่ย์พยายมกดเสียงต่ำเพราะฉันเปลี่ยนจากจับปลายคางเป็ใช้นิ้วโป้งกดบริเวณริมฝีปากล่างของหล่อนแทน
“ปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะสิว่าฉันสามารถทำให้เธอตื่นเต้นได้...เธอชอบหนิเื่แบบนี้”ความเจ็บลงลึกในใจยิ่งกว่าเดิมเพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วหล่อนก็ไม่ได้ซื่อตรงกับเอลลีเท่าไหร่และมันยิ่งตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วแฮดลี่ย์ก็ไม่ได้รักฉันเลยแม้แต่น้อย“ดูสิเธอผลักฉันออกไปได้แท้ ๆ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ทำ” ในตอนนี้แววตาฉันเริ่มสั่นไหวจู่ ๆ หน่วยน้ำตาก็คลออยู่เต็มเบ้า
“แคลร์...”
“เธอมัน...”ฉันผละตัวออกไปแล้วหันหลังให้กับเธอทันที“กับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันเธอก็หวั่นไหวอย่างง่ายดายแล้ว แบบนี้เหรอวะที่เรียกว่ารักกันเธอแม่งโคตรจะตอแหxเลยว่ะ” ฉันพูดราวกับอดกลั้นมานานปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ฉันไมเข้าใจว่าเธอพูดอะไรแคลร์”
“เธอก็ไม่เคยเข้าใจอะไรสักอย่างอยู่แล้ว”ฉันหันไปหาแล้วชี้ที่หน้าแฮดลี่ย์“เพราะสิ่งที่เธอสนใจมันก็มีแค่ตัวเธอเท่านั้นแหละ!”
“เฮ้...ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า”เราทั้งคู่ต่างพากันหันไปหาบุคคลที่มาใหม่อย่างรวดเร็ว
“อเดล?”แฮดลีย์ขมวดคิ้ว
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายเข้ามาถูกจังหวะเวลาทุกรอบเลยให้ตายสิ”ฉันขำกลบเกลื่อนและพยายามเช็ดน้ำตาที่ยังคงอยู่ออกจากใบหน้าให้หมด
“นายมาทำบ้าอะไรที่นี่อีก”คำถามของแฮดลี่ย์ทำเอาฉันสงสัยอเดลเคยมาที่นี่งั้นหรือแต่ไม่ใช่แปลกเท่าไหร่เพราะพ่อแม่ของเขากับพ่อแม่ของพวกแฮดลี่ย์ต่างรู้จักกัน
“ไม่รู้สิฉันก็แค่มา”อเดลตอบแล้วเดินเข้ามาใกล้เราทั้งคู่ “นี่เธอทำหล่อนร้องไห้เหรอ”เขาโน้มเข้ามาจ้องหน้าฉันก่อนจะเลิกคิ้วใส่แฮดลี่ย์“นิสัยเสียกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะเนี่ย”
“นายว่าฉันแบบนี้อีกแล้วนะ”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยเธอมันเกินเยียวยาจริงๆ แฮด”
“แล้วนายเป็บ้าอะไรเที่ยวมาตัดสินฉันอยู่ได้”
“ทั้ง ๆที่เซอร์เพย์ตันและคุณนายก็ออกจะเลี้ยงเธอมาอย่างดีด้วยซ้ำ” เขามองบน“แต่เธอก็ยังทำตัวแบบนี้เนี่ยนะ”
ถึงตรงนั้นฉันก็เริ่มเอะใจ...อันที่จริงฉันเริ่มสงสัยั้แ่อเดลเอาแต่ตั้งท่าต่อว่าแฮดลี่ย์แล้วไหนจะเื่ของการเรียกสรรพนามของพ่อแม่แฮดลี่ย์ซึ่งเื่นั้นก็นึกว่าฉันรู้คนเดียวเสียอีกว่าแฮดลี่ย์เรียกจะคุณเพย์ตันและคุณนายเพย์ตันแบบนั้นแสดงว่าพวกเขาอาจจะสนิทกันมากกว่าที่ฉันคิดก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะยังไงอนาคตเขาก็จะคบกันอยู่แล้ว
“อเดล”แฮดลี่ย์พยายามหายใจช้า ๆ หล่อนใช้มือเสยผมยาวของตัวเองขึ้นท่าทางนี้คือการแสดงออกว่าหล่อนกำลังหงุดหงิดโคตร ๆ และคนที่ทำไม่ใช่ใครที่ไหน
“หล่อนไม่ได้รังแกอะไรเธอมากกว่านี้ใช่ไหม”อเดลส่งยิ้มแล้วยักคิ้วให้ฉัน ฉันส่ายหน้าให้ ส่วนแฮดลี่ย์นวดขมับตัวเองเบา ๆ
“เห็นฉันเป็แบบนั้นหรือยังไง”
“ไม่รู้สิก็เธอนิสัยเสียจริงๆ หนิ”
“อเดล”
“ไงแฮด”
“แม่งเอ้ยไอ้...”
“โอ้...”ฉันเบิกตาโตเมื่อได้ยินแฮดลี่ย์สบถคำหยาบออกมา เพราะว่าหล่อนมักแสดงให้ใครต่อใครเห็นว่าตัวเองเป็คนอ่อนโยนและสดใสเสมอ
“ไง ใเลยสิ”อเดลเอี้ยวตัวมากระซิบกระซาบ“รู้ไหมว่าหล่อนชอบทำเหมือนกับว่าตัวเองรับได้ทุกอย่างแต่จริง ๆแล้วจัดการอะไรไม่ได้สักอย่างพอะเิออกมาได้ก็ควบคุมไม่ค่อยอยู่”
“...”
“นี่นายพูดถึงฉันอยู่นะ”
“โอ้เหรอตายจริงฉันนึกว่าตัวเองพูดเบาแล้วเสียอีก”
“ฉันได้ยินชัดเต็มรูหูเลยล่ะ”
“เฮ้...”ฉันยกมือห้ามทับสองคนที่กำลังทำท่าจะต่อล้อต่อเถียงกันอีกครั้ง“ฉันไม่รู้นะว่าพวกนายมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าเชิญเคลียร์กันต่อไปได้เลยเต็มที่ แต่ว่าฉันต้องกลับแล้วบาย”
“เดี๋ยวสิเอ—เฮ้แคลร์” อเดละโเรียกแต่ฉันไม่หันกลับไปเพราะสมองของฉันไม่้ารับรู้อะไรอีกแล้วสิ่งเดียวที่ฉันอยากทำคือล้มตัวลงนอนและก็นอนเท่านั้น
.
.
ั้แ่ย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของแคลร์ฉันก็เจออะไรมาแบบหนักหนาแทบจะทุกวันไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไรนักหนาถึงได้เกิดขึ้นและวนเวียนอยู่รอบ ๆตัวฉันอย่างไม่หยุดไม่หย่อนแต่อย่างไรแล้วก็จะไม่มีวันยอมแพ้เื่ของเอลลีเด็ดขาดเพราะว่าฉันเดินออกมาไกลเกินจะกู่ให้กลับแล้วอย่างเช่นตอนนี้...ไม่อยากจะเชื่อว่าบริเวณระแวกบ้านของพวกคนรวยจะไม่มีรถเมล์ผ่านมาสักคันและคืนนี้ก็เริ่มหนาวเย็นเกินกว่าฮู้ดที่ส่วมใส่อยู่จะช่วยบรรเทาให้อุ่นได้
ปรื้น .. เสียงบีบแตรจากมัสแตงสีขาวล้วนกำลังเรียกให้ฉันกลับไปแต่ว่านั่นมันรถของแฮดลี่ย์และฉันก็เดินหนีออกมาจากพวกเขาแล้วไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ฉันต้องสนใจ
“ไม่เอาหน่าแคลร์”ผิดคาดที่ไม่ใช่เสียงของแฮดลี่ย์ รถจอดเทียบท่าใกล้กับที่ฉันยืนอยู่ อเดลชะโงกหน้าพาตัวเองออกมาจากเบาะหลังเขาเรียกฉันเมื่อกระจกประตูรถเลื่อนลงจนเห็นภายใน ส่วนแฮดลี่ย์ทำหน้าที่เป็คนขับ
“เดี๋ยวนะ”เพราะฉันเข้าใจว่าพวกเขากำลังทะเลาะกันอยู่แล้วทำไมจู่ ๆถึงขับรถมาหาฉันพร้อมกันได้แถมอเดลเองก็ไปนั่งเบียดเสียดอยู่เบาะหลังทั้งที่ตัวเองก็สูงเกือบ2 เมตรและพื้นที่ของรถ 2 ประตูทรงคูเป้มันก็มีอยู่เท่านั้น
“ขึ้นมาเถอะ” อเดละโบอก“เห็นใจที่ฉันเสียสละที่นั่งเบาะหน้าให้เธอเถอะนะแคลร์ได้โปรดให้พวกเราไปส่งเธอที่บ้านเถอะ”ฉันมองเข้าไปยังแฮดลี่ย์หล่อนโน้มมาเปิดประตูให้เองแต่ไม่ได้พูดอะไรและฉันก็คิดว่าให้รอรถเมล์ดึกกว่านี้คงไม่ไหว
“ก็ได้...ขอบใจ”ฉันบอกตอนเข้ามานั่งในรถแล้วเอี้ยวตัวไปหาอเดล “ว่าแต่นายดูลำบากไปหน่อยไหม”รถกำลังเคลื่อนที่โดยแฮดลี่ย์เป็ผู้ขับ
“ก็หล่อนไม่ให้ฉันขับ”เขาว่าแล้วชี้ไปไปยังคนที่เอาแต่ตั้งใจจับพวงมาลัยรถ
“นั่นเพราะนี่เป็รถฉัน”
“คิดว่าฉันขับมันไม่เป็หรือไงจะบอกอะไรให้ฉันอยู่กับรถรุ่นนี้มานานกว่าเธออีก”
พวกเขาเริ่มทะเลาะกันไปมาอีกแล้ว
“แลกกับฉันไหม”ฉันเสนอแต่อเดลกลับส่ายหน้า
“เธอนั่งไปเถอะให้สบายเลยแต่อย่าเผลอปรับเบาะล่ะ” ฉันขมวดคิ้ว อเดลเลยคลายความสงสัยให้“พื้นที่ตรงนั้นของคนสำคัญแฮดลี่ย์ล่ะ”
“หยุดพูดไปเลย”แฮดลี่ย์เริ่มส่งเสียงไม่พอใจ
“นายรู้?”เพราะฉันยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ว่าฉันมั่นใจแน่ ๆว่าอเดลรู้เื่ของแฮดลี่ย์กับเอลลีอย่างแน่นอน
“หมายถึงเื่ที่แฮดคบกับเอล?”ฉันรีบหันกลับไปหาเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“นายรู้จริงด้วย”เพราะมันแปลกั้แ่ที่อเดลเคยถามเื่ฉันกับเอลลีในครั้งแรก ๆ ที่พึ่งเจอกันแล้ว“ไหนบอกถามหาเอลลีเื่เยลไง”
“เยล?”แฮดลี่ย์ถามขึ้น อเดลขำให้เพียงนิดหน่อย
“จำได้ว่าเอลไม่เคยบอกกับฉันว่าจะไปเยลเลย”
“ใช่และเอลลีก็ไม่เคยบอกใครเพราะฉันกุเื่เฉยๆ” ฉันมองพวกเขาตอบโต้กันไปมาแล้วเริ่มสงสัย
“ฉันไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของพวกนายเลย” ยกมือนวดขมับเบาๆ เมื่อเริ่มปวดหัว
“เธอยังเข้าใจว่าฉันกับแฮดชอบกันเหรอ”ฉันพยักหน้าตอบอเดล เขาพิงหลังกับเบาะแล้วเงยหน้าะเิเสียงหัวเราะออกมา
“อันที่จริงแอบคิดด้วยซ้ำว่าแฮดลี่ย์คือแฟนเก่าของนายที่เคยเล่าให้ฟัง”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไงนะไม่...ไม่ใช่เลยแคลร์ ไม่ใช่แฮดลี่ย์อย่างแน่นอนฉันไม่มีวันคบกับคนนิสัยเสียอย่างหล่อนหรอก”
“เดี๋ยวก่อนนะ”แฮดลี่ย์เริ่มขมวดคิ้ว หล่อนคงอยากจะหันมาคุยกับพวกเราให้เข้าใจแต่ติดว่ากำลังขับรถอยู่“พวกนายพูดอะไรกัน อเดลนายไปพูดเื่ฉันกับหล่อนงั้นเหรอ ให้ตายสิเราสนิทกันขนาดที่นายต้องเอาเื่ฉันไปเล่าให้ใครฟังด้วยหรือไง”ก่อนจะถอนหายใจอยู่ซ้ำ ๆ
“สนิทสิรู้ไหมว่าแคลร์คิดว่าเราชอบกันอยู่และต่อไปอาจจะคบกันด้วยล่ะ”
“ไงนะ?”หล่อนหันมามองฉันแล้วก็รีบกลับไปสนใจถนนต่อตามเดิม “กับอเดลเนี่ยนะขอโทษนะแคลร์เธอจะจับคู่ให้ฉันคู่กับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่กับอเดล”
“ไม่ใช่กับใครก็ได้สิเพราะเธอมีแค่เอลลีคนเดียว”อเดลทำเสียงหนักแน่น “ต้องเอลลีคนเดียว”
“นายยุ่งอะไรด้วยอเดลหลายครั้งแล้วนะ”
“ก็เคยบอกเธอไปแล้วไงแฮดว่าฉันคือคนกุมชะตาชีวิตเธอ”
“พูดอะไรไม่รู้เื่เป็บ้าไปแล้วหรือยังไง”
“ดูสิแคลร์”อเดลสะกิดที่หัวไหล่ฉัน “หล่อนเป็คนขี้หงุดหงิดแบบนี้แหละไม่รู้เอลลีทนเธอได้ไง ฮ่าๆ ๆ”
“อยู่กับเอลลีฉันเป็คนดีกว่าที่นายคิดเยอะแล้วนายก็ช่วยหุบปากไปเลยนะอเดล”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆๆ”
ฉันไม่เข้าใจเกี่ยวกับพวกเขาสักอย่างเลยได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างรถและแอบฟังบทสนทนาที่เกี่ยวกับตัวเองโดยทำเป็เงียบตอนนั้นฉันก็พึงคิดออกว่าบุคคลทั้งสองที่อยู่บนรถด้วยคือคนที่ฉันเผลอเข้าไปจูบ
“เชี่ยละ...”ได้แต่หวังและภาวนาอยู่ในใจแม้จะพวกเขาดูสนิทกันขนาดนี้แต่ได้โปรดละเว้นเื่จูบระหว่างเราไว้สักเื่ก็ยังดีขออย่างเดียวว่าอย่าเล่าให้กันและกันฟังก็พอ
แค่นั้นเลย!