ตอนที่ 4 เ้ากรมกู้ (2)
กู้เชียนเสวี่ยยิ้มเยาะแล้วลุกขึ้นช้าๆ ปัดชายกระโปรงที่เปียกชุ่มของตัวเอง “ใครเห็นกับตาบ้างว่าข้าเป็คนผลักลี่อ๋องตกน้ำ ก้าวออกมาได้เลย” พูดจบก็กวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่อยู่รอบๆ
ผู้คนที่โดนถามพากันสับสนไปหมด แต่ก็ไม่มีผู้ใดตอบกลับ ได้แต่เกิดความสงสัยอยู่ในใจ เหตุใดวันนี้คุณหนูใหญ่ถึงได้ไม่เหมือนเมื่อก่อนล่ะ ปกติแล้วคุณหนูใหญ่ไม่ได้ฉลาดเฉลียวเลยสักนิด แถมอารมณ์ร้ายอีกด้วย คำหยาบคายก็ไม่ขาดปาก ทว่าคุณหนูใหญ่ในวันนี้ แต่ละประโยคที่พูดออกมานั้นฟังดูมีเหตุผลไม่น้อย แปลกไปจริงๆ
กลุ่มคนพากันเงียบไปหมด เื่ราวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่จริงกลุ่มคนเหล่านี้ไม่เห็นด้วยซ้ำว่าลี่อ๋องตกลงไปในน้ำได้อย่างไร
ในตอนนี้เอง มีคนสองคนที่อยู่ท้ายกลุ่มพากันกระซิบกระซาบ ทำสายตาลับๆ ล่อๆ
กู้เชียนเสวี่ยกวาดตามองไปที่สองคนนั้น แล้วเอ่ยอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ั้แ่ตั้งจนจบ ลี่อ๋องก็ไม่ได้บอกว่าใครกันแน่ที่เป็คนผลักเขาตกน้ำ ขอเตือนทุกท่านเอาไว้ ก่อนจะพูดสิ่งใดขอให้คิดถึงผลที่จะตามมาด้วย ลองชั่งน้ำหนักดูเสียก่อน ว่าตนเองรับผิดชอบได้หรือไม่”
ประโยคเดียว เป็การเตือนสองคนนั้นที่คิดเื่ชั่วร้ายบางอย่าง และเป็การให้ความหวังแก่เ้ากรมกู้อีกด้วย
“เสวี่ยเอ๋อร์ แล้วลี่อ๋องตกลงไปในน้ำได้อย่างไรกัน” เ้ากรมกู้เปลี่ยนคำเรียกเรียกในทันที
“ก้าวพลาด” กู้เชียนเสวี่ยผายมือออก
กลุ่มคนพากันหารือ
“เ้าแน่ใจหรือ” เ้ากรมกู้หรี่ตาลง แล้วถามต่อ
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้า “ก็เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน”
ไม่รู้ว่าเ้ากรมกู้กำลังพิจารณาอะไรอยู่ ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงเอ่ย “ดี เสวี่ยเอ๋อร์เ้าเองก็คงใไม่น้อย กลับไปพักผ่อนให้เรียบร้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย เื่นี้ไว้พูดคุยกันทีหลัง”
“ดีจริง ดีจริง ท่านพ่อให้อภัยเ้าแล้ว” เ้ากรมกู้เพิ่งพูดจบ จ้าวซื่อก็เริ่มโห่ร้องดีใจขึ้นมาทันที
“…” กู้เชียนเสวี่ยยกมือก่ายหน้าผาก อยากเป็ลมขึ้นมา“ท่านแม่ นี่ท่านดูไม่ออกหรือ ไม่สำคัญเลยว่าเ้ากรมจะให้อภัยข้าหรือไม่ ที่สำคัญคือลี่อ๋องจะให้อภัยข้าหรือไม่มิใช่หรือ”
กับมารดาที่มีความคิดความอ่านธรรมดาแบบนี้ กู้เชียนเสวี่ยยอมให้เลยจริงๆ ความสำคัญของนางกับความสำคัญของคนทั่วไปนี่ไม่เหมือนกันจริงๆ
จ้าวซื่อไม่ได้สนใจสิ่งที่กู้เชียนเสวี่ยพยายามจะแก้ให้ถูกต้องเลยสักนิด และเริ่มแสดงแสนยานุภาพด้วยการออกคำสั่ง “รีบมาประคองคุณหนูใหญ่กลับห้องเร็วเข้า...ไม่ ไม่สิ พานางไปที่เรือนโบตั๋นของข้า ยังจะชักช้าอะไรอยู่อีก เส้นยึดกันหรืออย่างไร” ะโเรียกสาวใช้ยกใหญ่
“ท่านพี่...ท่าน...” พอจ้าวซื่อหันกลับไปหาเ้ากรมกู้ ก็พบว่าเขาพาคนเดินออกไปั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้ มองดูแผ่นหลังสูงโปร่งของเขา ใบหน้าของจ้าวซื่อเต็มไปด้วยความหลงใหล
กู้เชียนเสวี่ยเหล่ตามองจ้าวซื่อ ในใจลึกๆ เกิดความคิดในทางลบขึ้นมา หากว่านางเป็เ้ากรมกู้ ก็คงไม่มีทางชื่นชอบจ้าวซื่อหรอก แต่หลังจากนั้น แววตาของกู้เชียนเสวี่ยก็นุ่มนวลลง เพราะในใจรู้อุ่นวาบขึ้นมา
ชาติก่อนนางต้องเสียแม่ไปั้แ่เด็ก ที่แท้การมีแม่คอยรักคอยดูแลมันรู้สึกยอดเยี่ยมแบบนี้นี่เอง
...
ในตอนที่กลุ่มคนพากันสลายตัวไปหมดแล้ว ที่ด้านหลังูเาจำลองไม่ใกล้ไม่ไกลปรากฏร่างของหญิงสาวสองคนออกมา
หญิงสาวที่ยืนนำอยู่ข้างหน้ามีรูปโฉมงดงาม รูปร่างอ้อนแอ้นอรชร แต่แววตานั้นกลับชั่วร้ายเป็อย่างมาก จ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของกู้เชียนเสวี่ย “นางคนไม่ได้เื่นั่นยังไม่ตายอีก”
คนที่กำลังพูดคือบุตรสาวของเผยอี๋เหนียง[1] หลานสาวของอัครมหาเสนาบดีเผยและหลานสาวของฮองเฮา กู้เชียนโหรวคุณหนูรองแห่งจวนตระกูลกู้
ส่วนอีกคนคือชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้ข้างกายของกู้เชียนโหรว ที่ตอนนี้เผยรอยยิ้มประจบสอพลอออกมา “คุณหนูวางใจเถิดเ้าค่ะ นางหญิงสารเลวไม่ได้เื่นั่นยังไม่ตายตอนนี้ อีกสองวันเมื่อไปถึงที่วังลี่อ๋องก็ต้องตายอยู่ดี”
เชิงอรรถ
^ เผยอี๋เหนียง หมายถึง อนุภรรยาแซ่เผย