จ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

    ตอนที่ 38 สวรรค์ของซีซวน

    เมื่อสำรวจรอบตัวว่าปลอดผู้คนแล้ว จ้าวหยางจื่อก็ได้พาน้องทั้งสองคนของเขาเข้าไปภายในเรือน เหลือบไปมองเด็กชายหญิงทั้งสองคนอย่างช้าๆ ก่อนจะพูดกำชับกับทั้งสองคน

    “น้องต้องสัญญากับพี่! ว่าจะไม่แพร่งพรายสิ่งที่เห็นต่อจากนี้เป็นอันขาด! เข้าใจหรือไม่!” จ้าวหยางจื่อพูดเสียงขรึม ใบหน้าและแววตาของเขาจริงจังอย่างมาก

    ซีซวนกับซีห่าวสังเกตเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนเองเอาจริงเอาจังถึงขนาดนี้ ทั้งสองคนก็รู้ความราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่กล้าทำตัวเป็นเล่นเพราะไม่เห็นพี่ใหญ่เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ก็พลางพยักหน้ายอมรับอย่างหนักแน่น ก่อนจะเอ่ยปากสัญญา

    “น้องสัญญาว่าจะปิดปากเงียบขอรับ!/เจ้าค่ะ!”

    จ้าวหยางจื่อเห็นน้องทำตามแต่โดยดีก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ทั้งยังกล่าวขึ้นอีกว่า “จำเอาไว้ ต่อจากนี้พบเห็นอันใดจะกล่าวบอกคนอื่นไม่ได้เป็นอันขาด เพราะมันสำคัญต่อชีวิตของพวกเราอย่างมาก แม้แต่ท่านตาท่านยายหานก็บอกให้พวกท่านรับรู้ไม่ได้ น้องเข้าใจหรือไม่!”

    “เจ้าค่ะ!/ขอรับ!”เด็กน้อยทั้งสองคนยังเคารพพี่ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะพี่ใหญ่ทั้งสองคนถึงรอดมาจนถึงตอนนี้..

    จ้าวหยางจื่อเห็นทั้งสองคนให้ความร่วมมือแต่โดยดี เขาก็ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าทั้งสองคนจะไม่แพร่งพรายความลับออกไปอย่างแน่นอน ก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า

    “สัมผัสมือของพี่แล้วหลับตา”

    เด็กน้อยทั้งสองคนทำตามคำขอของผู้เป็นพี่โดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย

    จ้าวหยางจื่อเห็นว่าพร้อมแล้วก็พาทั้งสองคนเข้าไปในมิติย่อย ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ลืมตาได้!”

    ทันใดนั้นภาพตรงหน้าของซีซวนก็เปลี่ยนไป จากบ้านซอมซ่อราวกับเล้าไก่เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง

    ซึ่งโลกใบนี้มีแสงส่องสว่างอันอบอุ่นกระทบร่างโดยไม่รู้สึกแสบร้อน บรรยากาศภายในนี้ก็สดชื่นอย่างมาก ยิ่งนางหายใจมากขึ้น ร่างกายยิ่งรู้สึกกระชุ่มกระชวย จนหันไปเอ่ยกับจ้าวหยางจื่ออย่างแปลกใจ

    “ที่นี่..คือที่ไหนเจ้าคะ?”

    “มิติส่วนตัวของพี่เอง”

    “มิ..ติ..คืออันใดหรือเจ้าคะ? ..”ซีซวนถามอย่างฉงน นางไม่เคยได้ยินคำว่ามิติมาก่อน

    “ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของพี่ที่ไม่มีจริงอยู่ในโลกภายนอก”จ้าวหยางจื่ออธิบายให้เข้าใจง่าย สังเกตเห็นซีซวนพยักหน้าราวกับเข้าใจ เขาก็ถอนหายใจออกมา

    ขณะที่สองพี่น้องกำลังพูดคุยกัน ซีห่าวก็ยังตกตะลึงไม่หายกับภาพตรงหน้า เพราะเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากอย่างมากสำหรับเขา ทุกอย่างมันผิดธรรมชาติไปหมด!

    พี่ใหญ่พาพวกเรามาที่ไหน? ทุ่งหญ้าหลังเขาหรือ? เป็นไปไม่ได้! เพียงครู่เดียวไม่สามารถเดินทางไปถึงที่นั่นได้อย่างแน่นอน!

    หรือว่าพี่ใหญ่เป็นเซียนในตำนาน?..

    จนกระทั่งซีห่าวได้ยินคำตอบจากจ้าวหยางจื่อ เขาจึงพอจับทางได้บ้าง 

    พี่ใหญ่ของข้าเป็นเซียนจริงๆ..

    พอเด็กน้อยทั้งสองคนพอจะเข้าใจได้บ้างแล้ว จ้าวหยางจื่อก็อธิบายต่อ

    “ที่แห่งนี้คือพื้นที่พิเศษ หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้นั้นมีความสามารถพิเศษมากกว่าของโลกภายนอกมาก อย่างเช่นน้ำพุวิเศษตรงนั้นแตกต่างจากน้ำที่อยู่ด้านนอกมาก พอเราดื่มเข้าไปแล้ว นอกจากจะดับกระหาย ยังทำให้ไม่หิวเป็นเวลาหนึ่งถึงสองวัน”

    จ้าวหยางจื่อพักหายใจชั่วครู่ก่อนจะพูดอธิบายขึ้นต่อ

    “ที่สำคัญกว่านั้น น้ำพุวิเศษนี้ยังสามารถทำให้เราแข็งแรงขึ้นด้วย น้องคงสังเกตเห็นพี่แล้วว่าตัวแข็งแรงมากกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นพวกน้องไม่ควรดื่มเขาไปมาก ประเดี๋ยวมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี”

    ซีซวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ที่แท้เป็นเช่นนี้..แล้วพืชผักพวกนั้นส่งผลอันวิเศษเหมือนน้ำพุหรือไม่เจ้าคะ?”

    “ไม่ ของพวกนั้นมาจากโลกภายนอก ไม่ใช่สิ่งดั้งเดิมในมิติจึงมีพลังวิเศษไม่มากนัก ตอนนี้พี่รับรู้เพียงเท่านี้ ในอนาคตข้างหน้าถ้าพวกมันวิวัฒนาการมันอาจจะมีพลังวิเศษมากขึ้นก็เป็นได้”

    “น้องเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”ซีซวนพยักหน้าเข้าใจ หลังจากที่จ้าวหยางจื่อนำน้ำพุจิตวิญญาณออกไปให้ทั้งสองคนดื่มเป็นจำนวนมาก ในที่สุดมันก็ส่งผล

    “ทั้งสองคนพอจะรับรู้บ้างแล้ว เช่นนั้นก็ทำตัวตามสบาย พี่จะไปนั่งสมาธิใต้ต้นโพก่อน” จ้าวหยางจื่อกล่าวอย่างเร่งรีบ เขาไม่อาจเสียเวลาเปล่าได้ เพราะเขามีเวลาที่จำกัดไม่เหมือนกับทั้งสองคนที่อยู่ได้ตลอด

    ซีซวนมองจ้าวหยางจื่อที่ดูเร่งรีบอย่างไม่เข้าใจ ทว่านางก็ไม่ให้ความสนใจพี่ใหญ่มากนัก พลางสำรวจมิติในที่แห่งนี้อย่างนึกสนใจ ทุกอย่างมันแปลกใหม่ไปหมดสำหรับนาง 

    ซึ่งซีห่าวก็เดินออกสำรวจตามซีซวนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน

    ทั้งสองคนเดินมาถึงแปรงผัก ซีซวนก็กล่าวขึ้นอย่างนึกสงสัย

    “ทำไมกุยช่าย กับผักกาดขาวถึงน่ากินกว่าของโลกภายนอก ถ้านำผักจากที่นี่ไปทำอาหารคงอร่อยมากขึ้นแน่”ซีซวนดวงตาเป็นประกาย การทำอาหารอร่อยๆ ให้พี่ใหญ่ได้กิน มันเป็นความสุขของนาง

    “เห็นด้วยขอรับ”ซีซวนพยักหน้า เขาเองก็อยากกินของอร่อยๆ เช่นกัน ใจจริงเขาอยากคว้าผักต้นนั่นมากินเสียด้วยซ้ำ ทว่าพี่ใหญ่ยังไม่อนุญาตเขาจึงไม่กล้ากินสุ่มสี่สุ่มห้า

    ซีซวนสำรวจต่ออย่างสนใจเพราะมีผักที่นางไม่รู้จักด้วยเช่นกัน เช่นพริกแดงสดต้นนั้น รูปร่างมันช่างน่าทาน แต่ก็แปลกกลิ่นของมันไม่หอมหวานชวนรับประทานเลย

    พอเดินมาถึงแปลงผลไม้ ซีซวนก็ตาโตหลังจากเห็นพุ่มองุ่นสองสามพุ่ม นางยังคงจดจำรสชาติขององุ่นในตอนยังเด็กได้ไม่ลืมเลือน เพราะมันอร่อยมากนั่นเอง

    ถัดมาก็เป็นต้นหม่อน ซีซวนไม่สนใจนักเพราะเห็นท่านยายหานใช้ใบของมันมาเลี้ยงไหมตั้งหลายครั้งแล้ว ถึงผลของมันจะกินได้เหมือนกัน แต่ความอร่อยก็ไม่เท่าองุ่นที่นางเคยกินเลย

    ข้างๆ กันก็เป็นต้นไม้สามต้นใบเขียวสด ทว่าขอบใบหยิกแหลมคมน่าเกลียด ซีซวนไม่ให้ความสนใจมากนักเพราะว่าไม่รู้จักว่าต้นอันใด ถ้าท่านพี่ปลูกในที่แห่งนี้มันคงเป็นต้นที่มีประโยชน์เป็นแน่

    ทันใดนั้นซีซวนก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีแดงสด กลิ่นของมันหอมหวนเชิญชวนนางเข้าไปดมอย่างมาก ซีซวนไม่รู้ว่ามันคือดอกไม้ชนิดใด ทว่าดอกมันงดงามเช่นนี้แล้วนางทำได้เพียงเชยชม ไม่กล้าแตะต้องสิ่งที่สวยงามอย่างดอกไม้ดอกนี้ได้ลง

    ถ้าจ้าวหยางจื่ออยู่ตรงนี้ เขาก็จะบอกได้เลยว่าดอกไม้สีแดงสดนั้นคือโสมป่าที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง

    ระหว่างที่ซีซวนกำลังชื่นชมดอกไม้อยู่นั้น ซีห่าวก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ยักษ์อันคุ้นตา พอเดินสำรวจรอบๆ เขาจึงได้รู้ว่านี่คือผักกาดขาวยักษ์นั่นเอง ข้างๆ กันนั้นคงเป็นกุยช่ายกับขึ้นฉ่ายเป็นแน่

    หนึ่งก้านธูปผ่านไป เวลานี้ซีซวนพบเจอทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว นางก็พึงพอใจอย่างมาก ที่นี่ราวกับสวรรค์ที่นางใฝ่ฝันถึง มีอาหารมากมายทั้งผักและก็สัตว์(งูเห่า)พร้อมรับประทาน

    น่าเสียดายที่มีสัตว์เพียงตัวเดียว หลังจากนี้คงต้องขอให้พี่ใหญ่จับสัตว์มาเป็นอาหารสำรองในนี้ให้มากๆ

    ถ้าอยู่ในที่แห่งนี้ไปตลอดซีซวยคงดีใจไม่น้อยเลย..





    ________________

    ขอโทษที่ผมหายไปนาน เพราะผมติดนิยายของนักเขียนท่านอื่นจนโงหัวไม่ขึ้นครับ

    สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ

    ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ

    หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel






    คล้ายกับเรื่องจ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง ที่คุณอ่าน