เมื่อสำรวจรอบตัวว่าปลอดผู้คนแล้ว จ้าวหยางจื่อก็ได้พาน้องทั้งสองคนของเขาเข้าไปภายในเรือน เหลือบไปมองเด็กชายหญิงทั้งสองคนอย่างช้าๆ ก่อนจะพูดกำชับกับทั้งสองคน
“น้องต้องสัญญากับพี่! ว่าจะไม่แพร่งพรายสิ่งที่เห็นต่อจากนี้เป็นอันขาด! เข้าใจหรือไม่!” จ้าวหยางจื่อพูดเสียงขรึม ใบหน้าและแววตาของเขาจริงจังอย่างมาก
ซีซวนกับซีห่าวสังเกตเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนเองเอาจริงเอาจังถึงขนาดนี้ ทั้งสองคนก็รู้ความราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่กล้าทำตัวเป็นเล่นเพราะไม่เห็นพี่ใหญ่เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ก็พลางพยักหน้ายอมรับอย่างหนักแน่น ก่อนจะเอ่ยปากสัญญา
“น้องสัญญาว่าจะปิดปากเงียบขอรับ!/เจ้าค่ะ!”
จ้าวหยางจื่อเห็นน้องทำตามแต่โดยดีก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ทั้งยังกล่าวขึ้นอีกว่า “จำเอาไว้ ต่อจากนี้พบเห็นอันใดจะกล่าวบอกคนอื่นไม่ได้เป็นอันขาด เพราะมันสำคัญต่อชีวิตของพวกเราอย่างมาก แม้แต่ท่านตาท่านยายหานก็บอกให้พวกท่านรับรู้ไม่ได้ น้องเข้าใจหรือไม่!”
“เจ้าค่ะ!/ขอรับ!”เด็กน้อยทั้งสองคนยังเคารพพี่ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะพี่ใหญ่ทั้งสองคนถึงรอดมาจนถึงตอนนี้..
จ้าวหยางจื่อเห็นทั้งสองคนให้ความร่วมมือแต่โดยดี เขาก็ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าทั้งสองคนจะไม่แพร่งพรายความลับออกไปอย่างแน่นอน ก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า
“สัมผัสมือของพี่แล้วหลับตา”
เด็กน้อยทั้งสองคนทำตามคำขอของผู้เป็นพี่โดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย
จ้าวหยางจื่อเห็นว่าพร้อมแล้วก็พาทั้งสองคนเข้าไปในมิติย่อย ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ลืมตาได้!”
ทันใดนั้นภาพตรงหน้าของซีซวนก็เปลี่ยนไป จากบ้านซอมซ่อราวกับเล้าไก่เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง
ซึ่งโลกใบนี้มีแสงส่องสว่างอันอบอุ่นกระทบร่างโดยไม่รู้สึกแสบร้อน บรรยากาศภายในนี้ก็สดชื่นอย่างมาก ยิ่งนางหายใจมากขึ้น ร่างกายยิ่งรู้สึกกระชุ่มกระชวย จนหันไปเอ่ยกับจ้าวหยางจื่ออย่างแปลกใจ
“ที่นี่..คือที่ไหนเจ้าคะ?”
“มิติส่วนตัวของพี่เอง”
“มิ..ติ..คืออันใดหรือเจ้าคะ? ..”ซีซวนถามอย่างฉงน นางไม่เคยได้ยินคำว่ามิติมาก่อน
“ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของพี่ที่ไม่มีจริงอยู่ในโลกภายนอก”จ้าวหยางจื่ออธิบายให้เข้าใจง่าย สังเกตเห็นซีซวนพยักหน้าราวกับเข้าใจ เขาก็ถอนหายใจออกมา
ขณะที่สองพี่น้องกำลังพูดคุยกัน ซีห่าวก็ยังตกตะลึงไม่หายกับภาพตรงหน้า เพราะเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากอย่างมากสำหรับเขา ทุกอย่างมันผิดธรรมชาติไปหมด!
พี่ใหญ่พาพวกเรามาที่ไหน? ทุ่งหญ้าหลังเขาหรือ? เป็นไปไม่ได้! เพียงครู่เดียวไม่สามารถเดินทางไปถึงที่นั่นได้อย่างแน่นอน!
หรือว่าพี่ใหญ่เป็นเซียนในตำนาน?..
จนกระทั่งซีห่าวได้ยินคำตอบจากจ้าวหยางจื่อ เขาจึงพอจับทางได้บ้าง
พี่ใหญ่ของข้าเป็นเซียนจริงๆ..
พอเด็กน้อยทั้งสองคนพอจะเข้าใจได้บ้างแล้ว จ้าวหยางจื่อก็อธิบายต่อ
“ที่แห่งนี้คือพื้นที่พิเศษ หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างในที่แห่งนี้นั้นมีความสามารถพิเศษมากกว่าของโลกภายนอกมาก อย่างเช่นน้ำพุวิเศษตรงนั้นแตกต่างจากน้ำที่อยู่ด้านนอกมาก พอเราดื่มเข้าไปแล้ว นอกจากจะดับกระหาย ยังทำให้ไม่หิวเป็นเวลาหนึ่งถึงสองวัน”
จ้าวหยางจื่อพักหายใจชั่วครู่ก่อนจะพูดอธิบายขึ้นต่อ
“ที่สำคัญกว่านั้น น้ำพุวิเศษนี้ยังสามารถทำให้เราแข็งแรงขึ้นด้วย น้องคงสังเกตเห็นพี่แล้วว่าตัวแข็งแรงมากกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นพวกน้องไม่ควรดื่มเขาไปมาก ประเดี๋ยวมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี”
ซีซวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ที่แท้เป็นเช่นนี้..แล้วพืชผักพวกนั้นส่งผลอันวิเศษเหมือนน้ำพุหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ ของพวกนั้นมาจากโลกภายนอก ไม่ใช่สิ่งดั้งเดิมในมิติจึงมีพลังวิเศษไม่มากนัก ตอนนี้พี่รับรู้เพียงเท่านี้ ในอนาคตข้างหน้าถ้าพวกมันวิวัฒนาการมันอาจจะมีพลังวิเศษมากขึ้นก็เป็นได้”
“น้องเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”ซีซวนพยักหน้าเข้าใจ หลังจากที่จ้าวหยางจื่อนำน้ำพุจิตวิญญาณออกไปให้ทั้งสองคนดื่มเป็นจำนวนมาก ในที่สุดมันก็ส่งผล
“ทั้งสองคนพอจะรับรู้บ้างแล้ว เช่นนั้นก็ทำตัวตามสบาย พี่จะไปนั่งสมาธิใต้ต้นโพก่อน” จ้าวหยางจื่อกล่าวอย่างเร่งรีบ เขาไม่อาจเสียเวลาเปล่าได้ เพราะเขามีเวลาที่จำกัดไม่เหมือนกับทั้งสองคนที่อยู่ได้ตลอด
ซีซวนมองจ้าวหยางจื่อที่ดูเร่งรีบอย่างไม่เข้าใจ ทว่านางก็ไม่ให้ความสนใจพี่ใหญ่มากนัก พลางสำรวจมิติในที่แห่งนี้อย่างนึกสนใจ ทุกอย่างมันแปลกใหม่ไปหมดสำหรับนาง
ซึ่งซีห่าวก็เดินออกสำรวจตามซีซวนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน
ทั้งสองคนเดินมาถึงแปรงผัก ซีซวนก็กล่าวขึ้นอย่างนึกสงสัย
“ทำไมกุยช่าย กับผักกาดขาวถึงน่ากินกว่าของโลกภายนอก ถ้านำผักจากที่นี่ไปทำอาหารคงอร่อยมากขึ้นแน่”ซีซวนดวงตาเป็นประกาย การทำอาหารอร่อยๆ ให้พี่ใหญ่ได้กิน มันเป็นความสุขของนาง
“เห็นด้วยขอรับ”ซีซวนพยักหน้า เขาเองก็อยากกินของอร่อยๆ เช่นกัน ใจจริงเขาอยากคว้าผักต้นนั่นมากินเสียด้วยซ้ำ ทว่าพี่ใหญ่ยังไม่อนุญาตเขาจึงไม่กล้ากินสุ่มสี่สุ่มห้า
ซีซวนสำรวจต่ออย่างสนใจเพราะมีผักที่นางไม่รู้จักด้วยเช่นกัน เช่นพริกแดงสดต้นนั้น รูปร่างมันช่างน่าทาน แต่ก็แปลกกลิ่นของมันไม่หอมหวานชวนรับประทานเลย
พอเดินมาถึงแปลงผลไม้ ซีซวนก็ตาโตหลังจากเห็นพุ่มองุ่นสองสามพุ่ม นางยังคงจดจำรสชาติขององุ่นในตอนยังเด็กได้ไม่ลืมเลือน เพราะมันอร่อยมากนั่นเอง
ถัดมาก็เป็นต้นหม่อน ซีซวนไม่สนใจนักเพราะเห็นท่านยายหานใช้ใบของมันมาเลี้ยงไหมตั้งหลายครั้งแล้ว ถึงผลของมันจะกินได้เหมือนกัน แต่ความอร่อยก็ไม่เท่าองุ่นที่นางเคยกินเลย
ข้างๆ กันก็เป็นต้นไม้สามต้นใบเขียวสด ทว่าขอบใบหยิกแหลมคมน่าเกลียด ซีซวนไม่ให้ความสนใจมากนักเพราะว่าไม่รู้จักว่าต้นอันใด ถ้าท่านพี่ปลูกในที่แห่งนี้มันคงเป็นต้นที่มีประโยชน์เป็นแน่
ทันใดนั้นซีซวนก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีแดงสด กลิ่นของมันหอมหวนเชิญชวนนางเข้าไปดมอย่างมาก ซีซวนไม่รู้ว่ามันคือดอกไม้ชนิดใด ทว่าดอกมันงดงามเช่นนี้แล้วนางทำได้เพียงเชยชม ไม่กล้าแตะต้องสิ่งที่สวยงามอย่างดอกไม้ดอกนี้ได้ลง
ถ้าจ้าวหยางจื่ออยู่ตรงนี้ เขาก็จะบอกได้เลยว่าดอกไม้สีแดงสดนั้นคือโสมป่าที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง
ระหว่างที่ซีซวนกำลังชื่นชมดอกไม้อยู่นั้น ซีห่าวก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ยักษ์อันคุ้นตา พอเดินสำรวจรอบๆ เขาจึงได้รู้ว่านี่คือผักกาดขาวยักษ์นั่นเอง ข้างๆ กันนั้นคงเป็นกุยช่ายกับขึ้นฉ่ายเป็นแน่
หนึ่งก้านธูปผ่านไป เวลานี้ซีซวนพบเจอทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว นางก็พึงพอใจอย่างมาก ที่นี่ราวกับสวรรค์ที่นางใฝ่ฝันถึง มีอาหารมากมายทั้งผักและก็สัตว์(งูเห่า)พร้อมรับประทาน
น่าเสียดายที่มีสัตว์เพียงตัวเดียว หลังจากนี้คงต้องขอให้พี่ใหญ่จับสัตว์มาเป็นอาหารสำรองในนี้ให้มากๆ
ถ้าอยู่ในที่แห่งนี้ไปตลอดซีซวยคงดีใจไม่น้อยเลย..
________________
ขอโทษที่ผมหายไปนาน เพราะผมติดนิยายของนักเขียนท่านอื่นจนโงหัวไม่ขึ้นครับ
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel