อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 95 วายุทะยานเหยียบเมฆา

    ตอนที่ 95


    วันถัด ๆ มา ข่าวลือของ เหยาซาน ก็ใช่ว่าจะทุเลาลงโดยง่ายผนวกกับการที่ เหยาซาน ในเวลานี้ หากคิดจะเดินทางก็แทบจะหลงลืมการใช้เท้าทั้งสองข้างไปแล้ว วิหคหัวล้านต่างบินว่อนไปมาในสำนักเรียกสายตาริษยาให้หมู่ศิษย์เป็นทบทวี ดังนั้นในทุก ๆ ครั้งที่พบเห็น เหยาซานบินผ่าน เสียงนินทาเผ็ดร้อนก็กระช่อนไปทั่วละแวกอยากมิอาจหลีกเลี่ยง...

     

    แต่แน่นอนว่า... เหยาซานไม่เจ็บไม่คันกับเสียงนินทาเหล่านั้นแม้แต่น้อย ยังคงใช้สถานะของตนเองอย่างอิสระไม่สนใจผู้ใด...ด้วยเงื่อนไขของผู้อาวุโสจาง ทำให้ เหยาซาน ได้รับ [โอสถรากฐานฟ้าดิน] จำนวน 10 เม็ด สำหรับกลืนกิน 10 วัน จาก ตำหนักหมื่นโอสถใช้สำหรับกรุยเส้นทางลมปราณให้การบ่มเพาะทำได้ง่ายและราบรื่นขึ้นอีกหลายเท่า

     

    โอสถรากฐานฟ้าดิน เป็นเม็ดยาที่ ตันเหยาเองยังให้ความสนใจและในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่กลืนกินเม็ดยาบ่มเพาะตั้งแต่เยาว์วัยจึงสามารถบอกคุณสมบัติตัวยากับ เหยาซาน ได้อย่างแม่นยำเม็ดยาเหล่านี้ถือเป็นเป็นยาที่มีราคา ในแต่ละเม็ดมูลค่าราวเจ็ดแปดหมื่นเหรียญทองเลยทีเดียวแต่เพราะ สำนักสายลมประจิม มีผู้อาวุโสเชี่ยวชาญการปรุงยา จึงไม่นับว่าสิ้นเปลืองเท่าใดนัก...

     

    เมื่อ เหยาซาน กลืนกินเม็ดยา โอสถรากฐานฟ้าดิน ไปพร้อม ๆกับการร่ำสุราลมปราณด้วยวิถีแห่งเซียนเมรัย ยามนี้จึงเรียกได้ว่าร่างกายของเหยาซาน ประดุจบ่อพลังที่ดูดกลืนปราณธรรมชาติอย่างรุนแรงตลอดเวลาและแน่นอนว่าสำนักสายลมประจิมนั้นก็นับเป็นสถานที่ซึ่งอุดมไปด้วยปราณธรรมชาติที่ไหลเวียนพรั่งพรู เหมาะสมกับการบ่มเพาะอย่างยิ่ง

     

    เด็กหนุ่มติดขัดในการทะลวงผ่านขั้นพลังมาสักระยะแล้วยังคงติดค้างอยู่ที่ชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 2เหตุก็เพราะเมื่อพื้นฐานลมปราณสูงขึ้น การบ่มเพาะก็จะยิ่งยากขึ้นตามลำดับ...

    “คราวนี้แหละ เส้นทางแห่งการบ่มเพาะข้าจะได้เบิกกว้างอีกครั้ง!!”

     

    เหยาซาน เผยสายตามุ่งมั่นเมื่อพบเจอหนทาง...

     

    ท่ามกลางข่าวลือที่ถาโถมประดังเข้ามาก็ใช่ว่าหมู่ศิษย์ทั้งหมดจะเชื่อถือในข่าวลือเหล่านั้นบางส่วนก็พอจะมองออกมาว่ามันค่อนข้างจะเกินจริงไปหลายส่วน อีกทั้ง เหยาซานนอกจากเรื่องที่ตกลงมาจากหน้าผาเสียดฟ้าและชื่นชอบการโบยบินอวดโอ้ด้วยวิหคพาหนะแล้ว ก็มิได้แสดงสิ่งใดที่เลวร้ายต่อสำนักออกมา

     

    ทั้งยังมีสถานะเป็นศิษย์ผู้ทรงเกียรติของสำนักตั้งแต่เป็นเพียงศิษย์สายนอกการที่ผู้อาวุโสสูงสุดมอบตำแหน่งนี้ให้ ย่อมมิได้เกิดจากโชควาสนาแต่เกิดจากความสามารถ...

     

    อีกทั้งคนที่รู้จักสนิทสนมกับ เหยาซาน จริง ๆก็ไม่ได้เชื่อถือในข่าวถือเหล่านี้แต่แรกอยู่แล้ว ทั้ง ตันเหมา ตงเหยียน หรือแม้แต่เฟิงอี้จุน และพรรคพวก ทุกคนที่บังเอิญพบเจอ เหยาซานยังคงเอ่ยทักทายเฉกเช่นคนรู้จักคุ้นชิน ทั้งคนกลุ่มนี้ยังช่วยแก้ข่าวลือเป็นระยะให้อีกด้วย...

     

    เหยาซาน อยู่ในสังกัด หอวายุ นานพอสมควร จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 5 วันได้แล้ว...เหตุผลก็เพราะเคล็ดวิชาตัวเบา วายุทะยานเหยียบเมฆาเป็นวิชาที่ฝึกได้ยากที่สุดเท่าที่ เหยาซาน เคยศึกษามาก็ว่าได้!! นอกจากจะต้องเชี่ยวชาญในปราณธาตุวายุแล้ว ยังต้องควบคุมให้เข้ากับท่วงท่าการเคลื่อนไหวเพื่อรักษาสมดุลให้มั่นคง...

     

    เคล็ดวิชาต่าง ๆ โดยสามัญแล้ว จะจัดระดับความยากในการฝึกฝนอยู่ใน 4ระดับ ได้แก่ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับเฉพาะ แน่นอนว่าพื้นฐานปราณธาตุต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นระดับแรกเริ่มเทียบเท่าเคล็ดวิชาระดับต่ำสุด ใช้เวลาไม่มากในการทำความเข้าใจขึ้นอยู่กับพื้นฐานบุคคลซึ่งด้วยพลังสมาธิระดับ เหยาซาน ย่อมสามารถเรียนรู้มันได้แทบจะในทันที

     

    ส่วนเคล็ดวิชาอย่างอาภรณ์เปลวเพลิงนั้น ถือเป็นเคล็ดวิชาระดับกลางที่ต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานอย่างเข้มข้นจึงจะบรรลุผ่านได้ สำหรับ เหยาซานก็ยังไม่นับว่ายุ่งยาก หากมีผู้ชี้แนะ หรือได้เห็นกระบวนการโคจรด้วยตาก็เพียงพอที่จะทำให้ฝึกฝนได้รวดเร็ว

     

    ด้านเคล็ดวิชาระดับสูงนั้น เทียบเท่ากับ เพลงขวานวายุตระกูลซ่ง อาจมีหลายขั้นหลายระดับในการฝึกมิต่างบันไดที่ต้องค่อยๆ ก้าวเดิน มิอาจทะยานรวบรัด บางคนโง่เขลาไม่มีพรสวรรค์ก็อาจไม่สามารถฝึกสำเร็จได้เลยและหากต้องการความเชี่ยวชาญก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายต่อปลายปี…เหยาซาน สามารถฝึกเคล็ดวิชาระดับนี้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะไร้คู่เปรียบแล้ว...

     

    ส่วนเคล็ดวิชาระดับเฉพาะนั้นความยากย่อมตรงตามที่ถูกเรียกจะมีแค่เฉพาะบางบุคคลเท่านั้นที่จะฝึกฝนได้ หากไม่ใช่ผู้ที่มีความเข้ากันได้กับเคล็ดวิชาต่อให้ระดับอัจฉริยะยอดฝีมือ ก็ไม่มีทางสำเร็จวิชาจำพวกนี้ได้... ดังเช่นวิถีแห่งเซียนเมรัย เป็นต้น และแน่นอนว่าเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา ก็จัดเป็นเคล็ดวิชาระดับเฉพาะรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน

     

    กล่าวกันว่า เคล็ดวิชาระดับเฉพาะนั้น...

    เคล็ดวิชาเลือกคน มิใช่คนเลือกเคล็ดวิชา...

     

    ตัวของ เหยาซาน เคยเห็นผู้ใช้เคล็ดวิชานี้มาแล้ว ซึ่งนั่นก็คือเจ้าสำนักอวิ๋นหยางหลิ่ง ในตอนที่เปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นสายลมสีเขียวพุ่งทะยานแหวกน้ำทะเลสาบจนกลายเป็นเส้น ซึ่งภาพความน่ากลัวของวิชาตัวเบาในตอนนั้นยังตราตรึงใจของ เหยาซาน จนกลายเป็นแรงผลักดันในการฝึกที่มากยิ่งไปกว่าเดิม...

     

    เหยาซาน มีศิษย์พี่ที่สนิทเพิ่มอีกผู้หนึ่งค่อยชี้แนะให้การปรึกษา... นั่นคือ เค่อหยงไห่ ศิษย์สายในระดับสูงสุดจาก หอวายุผู้ที่เคยพยายามจะช่วย เหยาซานในครั้งที่เกิดเหตุการณ์ลมหวนย้อนกลับอย่างสุดความสามารถ(ตอนที่ 87) ในวันที่ เหยาซานได้กลับไปขอบคุณเรื่องครั้งนั้น ทำให้ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกัน...

     

    เค่อหยงไห่ เป็นศิษย์สายปราณวายุมากว่า 3 ปีแล้วจึงมีความเชี่ยวชาญในขั้นพื้นฐานระดับหนึ่ง ทั้งยังมีความสามารถเพียงพอจะขึ้นเป็นศิษย์หลักได้ด้วยซ้ำขาดก็แค่การทำภารกิจพิเศษเพื่อเลื่อนขั้นซึ่งเจ้าตัวยังรู้สึกไม่พร้อมจะก้าวไปบนเส้นทางศิษย์หลักจึงเลือกที่จะเป็นศิษย์สายในระดับสูงสุดต่อไปอีกสักระยะ

     

    ดังนั้นนอกจาก ผู้อาวุโสม่อ แห่งหอวายุแล้ว จึงมีเพียง เค่อหยงไห่ที่ทราบเรื่องเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา ที่ เหยาซาน กำลังแอบฝึกฝนอยู่ด้วยความเป็นศิษย์สายในทำให้ เค่อหยงไห่ พอจะรู้ถึงสถานที่ลับตาเหมาะสำหรับการฝึก...แน่นอนว่า เค่อหยงไห่ ก็ใช้โอกาสนี้ฝึกร่วมกัน ถึงยังไงเมื่อตนก้าวเป็นศิษย์หลักก็คงต้องฝึกวิชานี้อยู่แล้วการปูพื้นฐานเอาไว้ระหว่างชี้แนะ เหยาซาน ก็นับเป็นการดีมีประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย...

     

    ยิ่ง เค่อหยงไห่ สุงสิงสนิทสนมกับ เหยาซานและฝึกฝนร่วมกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องตื่นตระหนกในพลังการพัฒนาของศิษย์น้องผู้นี้...ด้วยเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน เค่อหยงไห่ กลับสัมผัสได้ว่าพื้นฐาน 3ปีที่ตนเรียนรู้ปราณวายุ กำลังจะถูกเด็กผู้นี้ล้ำหน้าออกไป...

     

    ตลอดการฝึกฝนหลายครั้งหลายคราที่ เหยาซาน มักตกอยู่ในห้วงภวังค์ ใช้รูปแบบจินตนาการสร้างภาพการฝึกฝนนับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะเริ่มทำการเคลื่อนไหวจริงๆ สักครั้งหนึ่ง หากเกิดการสะดุดหรือข้อผิดพลาดใด ๆ ในรูปแบบการเคลื่อนไหว เหยาซานก็ยังจะเข้าไปในห้วงภวังค์อีกครั้งเพื่อเพิ่มประสบการณ์ในจินตนาการตนเอง ฝึกฝนท่วงท่าผ่านจินตนาการเหล่านั้น...

     

    เฒ่าชีเปลือย ได้เรียกสิ่งนี้ของเด็กหนุ่มว่า...

    [วงจรแห่งความซ้ำซ้อน แสวงหาความสมบูรณ์]

     

    วงจรนี้ถือเป็นทักษะพิเศษ เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความเร็วในการพัฒนาขึ้นอย่างที่สุดสำหรับเหยาซาน เป็นพื้นฐานแห่งความเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้...กระทั่งตัวของ เฒ่าชีเปลือย ยังให้การเอ่ยปากชื่นชม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

     

    เคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา นั้น ถึงแม้ว่าชนชั้นศิษย์หลักจะได้รับอนุญาตให้ฝึกปรือได้ก็จริงแต่ใช่ว่าจะทุกคนที่สามารถฝึกสำเร็จได้ หรือต่อให้ฝึกได้นั้น โดยมากก็จะเข้าถึงเพียงขั้นที่1 ระดับเหยียบพสุธา เท่านั้น...

     

    เคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 4 ขั้น ได้แก่เหยียบพสุธา เหยียบธารา เหยียบยอดหญ้า และ เหยียบเมฆา... ในสำนักเวลานี้ ผู้ที่สามารถฝึกสำเร็จถึงขั้นที่4 เหยียบเมฆา มีเพียงสุดยอดฝีมือของสำนักอย่าง เจ้าสำนักอวิ๋นหยางหลิ่งและรองเจ้าสำนักเป่ยเตียวหุย เท่านั้นเอง

     

    ส่วน รองเจ้าสำนักเตียมู่หยง นั้นไม่มีพรสวรรค์ปราณวายุ จึงฝึกวิชาตัวเบาระดับเฉพาะในสายปราณกระบี่เรียกว่าเคล็ดวิชา [ก้าวทะยานร่างกระบี่]ที่แม้จะมีความเร็วด้อยกว่าเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา แต่ก็จัดเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาตัวเบาระดับสูงสุดทั้งยังสามารถยืนบนกระบี่เพื่อเหาะเหินได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้อีกด้วย

     

    เหยาซาน จมจ่อมอยู่กับการฝึกฝน ตลอดหลายวันแทบมิได้หยุดพัก กระทั่งกลับเรือนพักในช่วงค่ำก็ยังไม่ยอมกลับฝึกฝนตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แม้แต่ผู้ที่พื้นฐานลมปราณสูงกว่าอย่าง เค่อหยงไห่ยังต้องให้การเลื่อมใสในความพยายาม อดไม่ได้ที่จะเฝ้ามองเด็กหนุ่มด้วยความนับถือ...

     

    “นอกจากจะเป็นอัจฉริยะเหนือมังกร ยังมีความมุมานะอันไร้ที่เปรียบ...ศิษย์น้องผู้นี้ สักวันจะต้องขึ้นไปในชั้นแนวหน้าของศิษย์หลักอย่างแน่นอนสวรรค์ช่างใจร้ายยิ่งนัก ที่ส่งคนผู้นี้ให้มาเกิดในรุ่นของข้า...” เค่อหยงไห่กล่าวตัดพ้อเบา ๆ พลางเงยหน้ามองขึ้นสู่ท้องฟ้า...

     

    โชคดีที่ เค่อหยงไห่ ผู้นี้ เป็นคนมีจิตใจดีงามไม่มีลับลมคมในแอบซ่อนอธิบายทุกสิ่งอย่างที่ตนรู้และเข้าใจโดยไม่กักเก็บ ทำให้ เหยาซานก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเคล็ดวิชาสายปราณวายุภายใต้การชี้นำ...

     

    ในวันที่ 7

     

    สองเท้าของ เหยาซาน ถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีสีเขียวเจือจางหมุนวนรอบ ๆดวงตาเจิดจรัส กระทั่งตะวันยังมัวหมอง ระเบิดพลังลมปราณออกมาอย่างเต็มเปี่ยมซึ่งเวลานี้บรรลุผ่านชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 3 ขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากทั้งโอสถและสุราที่เกื้อหนุน...

     

    “เหยียบพสุธา!!”

     

    ตูม!!

     

    เสียงมวลอากาศกระจายตัวอย่างรุนแรง ส่งร่างพุ่งทะยานออกไปไกลกว่า30 ก้าว โดยในตอนที่ออกตัวนั้น ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้บนผืนทรายด้วยซ้ำ!! สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสำเร็จเคล็ดวิชาขั้นที่ 1 ไปเป็นที่เรียบร้อยแม้จะใช้เวลาถึง 7 วัน ซึ่งนับว่ายาวนานกว่าเคล็ดวิชาอื่น ๆ ที่ เหยาซาน เคยฝึกฝนแต่มันก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างไร้ที่เปรียบ...

     

    เค่อหยงไห่ สูดลมหายใจดังเฮือก ดวงตากรอกไปมาสั่นไหวด้วยความตื่นตะลึง...ฝ่ามืออาบชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ เค่อหยุนไห่ก็พอจะทราบว่า เหยาซาน เป็นอัจฉริยะที่น่ากลัว แต่ใจก็คิดว่าหนึ่งในเคล็ดวิชาที่ฝึกได้ยากที่สุดของสำนักอย่างเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา อย่างน้อยที่สุดคงต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ไหนเลยจะคิดว่าสามารถสำเร็จด้วยเวลาเพียงแค่7 วัน!!

     

    ด้าน เหยาซาน กำหมัดแนบแน่นเผยรอยยิ้มพึงพอใจ...

    “ในที่สุด ข้าก็สำเร็จเคล็ดวิชาตัวเบาเป็นของตนเอง!!”

     

    เค่อหยงไห่ หลังจากถอนหายใจหนักหน่วง ก็ยกมุมปากเล็กน้อยก้าวเดินเข้ามาแสดงความยินดี...

    “สำเร็จแล้วนะศิษย์น้องเหยา... น่าตกใจจริง ๆ ที่เจ้าฝึกวิชานี้สำเร็จทั้งที่เจ้าเพิ่งจะเป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น ตัวข้าทั้งที่มีประสบการณ์มาไม่น้อยยังเรียนรู้เคล็ดวิชาขั้นแรกได้เพียง1 ใน 10 ส่วน ทำเอาข้ามิกล้ายืนเทียบเคียงกับเจ้าเลย...”

     

    “อย่าได้กล่าวเช่นนั้น ข้าเองก็ต้องขอบคุณศิษย์พี่เค่อเช่นกันที่คอยชี้แนะ หากไม่มีท่านช่วยเกรงว่าอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้อีกหลายเท่า...”เหยาซาน ประสานมือสุภาพ

     

    “แล้วเจ้าจะเอายังไงต่อ?! จะฝึกฝนขั้นที่ 2ต่อเลยหรือไม่ หากฝึกสำเร็จขั้นที่ 2 เหยียบธารา เจ้าจะมีวิชาตัวเบาที่น่ากลัวเทียบเท่าชนชั้นยอดฝีมือเลยทีเดียวสามารถเหยียบยืนบนผืนน้ำเหนือกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติได้...” เค่อหยงไห่ เอ่ยถามขึ้น

     

    ทว่า เหยาซาน กลับเผยรอยยิ้ม พลางส่ายหน้าเบา ๆ

    “คงไม่แล้ว... เหยียบธารา ฝึกยากกว่า เหยียบพสุธา นับสิบเท่าทั้งยังต้องใช้ความชำนาญในขั้น เหยียบพสุธา อีกมากมาย ข้าที่เพิ่งฝึกสำเร็จขั้นที่1 ยังอีกยาวไกลนัก... อย่างน้อยเวลานี้ข้าก็สลักเคล็ดวิชาทั้งหมดลงในความทรงจำไปแล้วไว้ค่อย ๆ เรียนรู้ไปตามลำดับขั้นให้มั่นคงน่าจะดีกว่า...”

     

    เค่อหยงไห่ ถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ...

    “เจ้าจดจำเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา ในตำราทั้งหมด ได้แล้วงั้นหรือ?!”

     

    เด็กหนุ่ม พยักหน้าเบา ๆ อันที่จริง เหยาซาน จดจำทุกตัวอักษรในตำราได้ตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว เพียงแต่การจดจำกับความเข้าใจ ย่อมแตกต่างกันมาก คงต้องใช้เวลาเรียนรู้ไปตามลำดับ...ก่อนที่ เหยาซาน จะทอดสายตามองไปยังหอวายุบนยอดเขา...

    “คงถึงเวลาแล้ว... ที่ข้าจะย้ายไปเรียนรู้ หอธาตุอื่น...”

     

    “!!!!!!!!!!” เค่อหยงไห่ ใบหน้าบิดเบี้ยวไปในทันที

    ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับ เฟิงอี้จุน จากหออัคคี ที่ได้ยินคำนี้

     

    .................................................

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258