เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 124 คลื่นในทะเลแห่งความหึงหวง

            พูดถึงกงจื้อหมิงก็ถือว่าเขาถูกเข้าใจผิดเหมือนกันเขากำลังคุยกับเฉียนเหลียงและคนอื่นๆ อยู่ พอได้ยินเสียงม้าจึงหันไปมอง เพิ่งจะเห็นว่าใครมาหญิงสาวชื่อชีซีก็พุ่งเข้ามาที่เบื้องหน้าของเขาเขาจึงยื่นมือออกไปรับตามสัญชาตญาณ กลายเป็นว่าหญิงงามอยู่ในอ้อมกอดของเขาเสียงเฮที่ดังขึ้นรอบข้างทำให้เขาหันไปมองที่รถม้าโดยไม่รู้ตัว

            แต่น่าเสียดายที่แม่ทัพอาวุโสฉู่ได้พาลูกชายและผู้ใต้บังคับบัญชามาถึงที่นี่แล้ว

            แม่ทัพอาวุโสฉู่เป็นคนที่มีอารมณ์ร่าเริงและตรงไปตรงมาเมื่อเปิดปากก็หัวเราะเสียงดัง “สวรรค์มีตาท่านแม่ทัพใหญ่ฟื้นคืนชีพช่างเป็นโชคดีของซีเฮ่าจริงๆ!”

            กงจื้อหมิงรีบลงจากม้าและถือโอกาสแกะแม่นางชีซีที่จับเขาไว้ราวกับปลาหมึกออกไปทำให้นางแสดงท่าทีโกรธเล็กน้อยและตำหนิว่า “ท่านพ่อ ข้าเพิ่งจะได้เจอพี่เทียนเป่าเองทำไมท่านไม่มาช้ากว่านี้สักหน่อยล่ะ!”

            แม่ทัพอาวุโสฉู่มีลูกสาวในวัยชราจึงตามใจลูกสาวอย่างสุดขีดแม้จะถูกบ่นต่อหน้าคนมากมายก็ไม่โกรธ กลับยิ้มและปลอบใจว่า “เอาล่ะลูกสาวที่รักพ่อผิดเอง ยังไงต่อไปก็ต้องติดตามท่านแม่ทัพใหญ่ไปทำสงครามมีเวลาคุยกันอีกมากมาย!”

            เป็นอย่างที่คาดไว้เมื่อฉู่ชีซีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมานางพลิกตัวลงจากหลังม้าเดินไปยืนข้างกงจื้อหมิง ถึงแม้จะยังคงมีสีหน้ารักใคร่แต่ก็ไม่กอดหรือเกาะติดเขาอีกต่อไป

            “ท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่เดินทางมาไกลเพื่อช่วยเหลือข้าซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง” กงจื้อหมิงกล่าวพร้อมโค้งคำนับแม่ทัพอาวุโสฉู่และแอบถอยห่างจากฉู่ชีซีอีกหลายก้าวโดยที่คนอื่นไม่รู้สึกตัวแต่บุตรชายคนที่สามของแม่ทัพอาวุโสฉู่ ซึ่งเป็นทหารหนุ่มที่ดูอ่อนแอได้มีแววตาแปลกไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะซ่อนมันไว้ใต้เปลือกตาบางของเขา

            ทุกคนทักทายกันเล็กน้อยแล้วจึงขึ้นม้าเข้าเมืองฉู่ชีซีตั้งใจจะเดินเคียงข้างกงจื้อหมิงแต่ไม่รู้ทำไมแม่ทัพในกองทัพอี้จวินกลุ่มหนึ่งกลับแสดงความเป็นมิตรอย่างมากพวกเขาดึงแม่ทัพอาวุโสฉู่และครอบครัวพูดคุยและหัวเราะกันจนทำให้นางถูกเบียดออกไป

            ในที่สุดก็มาถึงที่ว่าการทุกคนลงจากม้าและเข้าห้องไปนั่งในห้องโถงโดยแยกเป็นฝ่ายเจ้าบ้านและฝ่ายแขกในอดีตต่างก็เคยร่วมรบในสงครามพิชิตชายแดนตะวันตกด้วยกันตอนนี้ได้พบกันอีกครั้งย่อมมีเรื่องราวมากมายที่ต้องพูดคุย แต่ฝ่ายหนึ่งเพิ่งจะถอนค่ายกลับเข้ามาในเมืองส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็เดินทางมาไกล พวกเขาจึงต้องการพักผ่อน ดังนั้นก็เลยอดไม่ได้ที่จะต้องแยกย้ายกันก่อนชั่วคราวและมารวมตัวกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงอาหารในค่ำคืนนี้

            ลุงอวิ๋นส่งยิ้มต้อนรับแม่ทัพอาวุโสฉู่และพรรคพวกของเขาขณะที่เดินอยู่ก็พูดไปด้วยว่า “ท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่นายน้อยของเรากำชับให้จัดที่พักชั่วคราวของท่านให้อยู่ติดกับที่ว่าการโดยเฉพาะบ่าวให้คนไปส่งของกินของใช้ไว้แล้ว หากท่านมีอะไรขาดเหลือให้ส่งคนมาหาบ่าวได้ทันที”

            สกุลฉู่และสกุลกงจื้อมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนานเขาย่อมรู้ดีถึงตำแหน่งพิเศษของลุงอวิ๋นที่เป็นคนรับใช้ครึ่งหนึ่งและเป็นผู้อาวุโสในสกุลกงจื้อครึ่งหนึ่งไหนเลยจะกล้าทำตัวหยิ่งผยอง เขายิ้มและยกมือขึ้นพร้อมกล่าวว่า“ขอบคุณพี่ชายที่ลำบากจัดการให้ วันไหนว่างๆ เราสองพี่น้องมาดื่มด้วยกันสักหน่อย”

            “ตกลง ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ให้เกียรติ เป็นเกียรติของบ่าวอย่างข้าจริงๆ”

            สองผู้อาวุโสกำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติแต่กลับทำให้ฉู่ชีซีรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก นางสะบัดสายบังเหียนม้าในมือทิ้งและมองกลับไปที่ห้องใหญ่โตด้านหลังด้วยความรู้สึกไม่อยากจากไป พร้อมพูดว่า“ที่ว่าการใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมไม่สามารถอยู่ร่วมกับพี่เทียนเป่าได้ล่ะ?”

            แม่ทัพอาวุโสฉู่ได้ยินคำพูดนี้จึงหันไปมองลุงอวิ๋นที่กำลังก้มหน้าอย่างรีบร้อนสุดท้ายเขาก็รู้สึกอับอายขึ้นมาและหันไปถลึงตาและตะโกนดุลูกสาวของเขา“เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่ ที่พักของท่านแม่ทัพใหญ่จะให้สตรีอยู่ได้ยังไง?การทำผิดต่อฟ้าดินไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!”

            อาจจะเป็นเพราะสวรรค์ดูเหมือนจะไม่พอใจท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่ไม่ทันที่จะสิ้นเสียงคำพูดของเขาก็เห็นติงเหว่ยอุ้มอันเกอเอ๋อร์และพาทหารหญิงคนอื่นๆช่วยขนของไปยังด้านหลังของที่ว่าการ

            ฝ่ายหนึ่งอยู่ที่ห้องในมุมเรือนฝ่ายหนึ่งอยู่ที่โถงทางเดิน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ถึงขั้นเดินสวนกันแต่ว่าไม่ใช่ระยะทางที่ไกลอย่างแน่นอน

            ติงเหว่ยแอบมองไปที่กลุ่มคนที่ใส่เสื้อผ้าสีแดงแล้วก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพก่อนจะเดินต่อไปยังเรือนหลังของที่ว่าการอย่างสง่างาม

            ลุงอวิ๋นที่เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคนดังนั้นเขาก็เลยกระแอมออกมาอย่างประหม่า จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เชิญท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่ทางนี้!”

            เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีแผนจะอธิบายให้คนอื่นฟังซึ่งทำให้ฉู่ชีซีโกรธและคิดจะเปิดปากโวยวายออกมาแต่พี่สามของสกุลฉู่ก็จับแขนของน้องสาวเอาไว้แล้วกดจุดทำให้นางรู้สึกชาเขาหัวเราะคิกคักและประคองน้องสาวออกไปจากที่นั่น

            ลุงอวิ๋นทำราวกับว่าไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆยังคงยิ้มแย้มพาทุกคนออกจากที่ว่าการและพาพวกเขาไปส่งที่หน้าประตูของเรือนที่พักอาศัยที่อยู่ติดกัน

            เมื่อคนจากสกุลฉู่เข้ามาในเรือนแล้วพี่สามสกุลฉู่ก็ปล่อยแขนน้องสาวของเขาเป็นอย่างที่คาดไว้ฉู่ชีซีโกรธจัดจนกระโดดขึ้นมาทันที “พี่สามทำไมถึงต้องกดจุดทำให้ข้าตัวชา แล้วยังไม่ยอมให้ข้าพูดอีกด้วย?”

            พี่สามสกุลฉู่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หงุดหงิดเขาจิ้มไปที่หน้าผากน้องสาวของเขาที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้แล้วดุว่า“สาวน้อยเมื่อไรเจ้าจะมีสติขึ้นมาบ้างสักที? ประการแรกเจ้าไม่มีการหมั้นหมายกับท่านแม่ทัพใหญ่ประการที่สองเขาเป็นเจ้าบ้านและเจ้าเป็นแขก เจ้ามีสิทธิ์อะไรจะไปถามถึงสถานะของคนอื่นแม้คนนั้นจะเป็นสนมของกงจื้อหมิง แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”

            “ข้า...” ฉู่ชีซีรู้สึกอับอายเมื่อถูกพี่ชายปิดปากนางไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร จึงวิ่งไปหาพ่อและพูดว่า “ท่านพ่อ ดูพี่สามสิไม่ช่วยข้าออกหน้าแล้วกลับไปสนับสนุนคนนอกอีก เขาจะต้องชอบหญิงคนนั้นแน่ๆ!”

            ท่านผู้อาวุโสฉู่รู้สึกปวดหัวเล็กน้อยจึงมองไปยังลูกน้องที่มีท่าทางอึดอัดแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนบ้างเถอะเดี๋ยวเย็นนี้ค่อยไปที่ที่ว่าการเพื่อร่วมงานเลี้ยงด้วยกัน”

            “ขอรับ ท่านแม่ทัพ” เหล่าทหารที่เป็นคนนอกตระกูลรีบโค้งคำนับแล้วขอตัวออกไปทิ้งให้ในเรือนเหลือเพียงตระกูลฉู่เท่านั้น ท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่จึงสั่งบุตรชายว่า“ลูกสาม ถ้าน้องสาวของเจ้าต้องการรู้ ก็ให้คนไปสอบถามแต่ต้องระวังไม่ให้ทำลายกฎเกณฑ์และมารยาท”

            พี่สามสกุลฉู่มองไปรอบๆแล้วขมวดคิ้วพูดว่า “ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ท่านก็เคยพูดถึงเรื่องนี้แต่ท่านแม่ทัพใหญ่กลับเลี่ยงที่จะพูด เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจชีซีสกุลฉู่ของพวกเราก็ไม่ได้ต่ำต้อยถึงขนาดหาบุรุษดีๆ ให้น้องสาวไม่ได้ทำไมจะต้องลำบาก…”

            ก่อนที่แม่ทัพอาวุโสฉู่จะได้พูดอะไรฉู่ชีซีก็โกรธจนเตะเท้าและพูดว่า “พี่สาม ข้าชอบพี่เทียนเป่าข้าจะไม่แต่งงานกับคนอื่น! ถ้าพี่ไม่ช่วยข้าไปสืบข่าว ข้าก็จะไปสืบด้วยตนเอง!”

            “ตกลงๆ” พี่สามสกุลฉู่ทนไม่ได้ที่จะเห็นน้องสาวโกรธเขารู้สึกห่วงใยนางเป็นอย่างมาก จึงรีบพูดว่า “ข้าจะส่งคนไปสืบข่าวให้เดี๋ยวนี้เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน อย่าไปทำอะไรด้วยตนเองเด็ดขาด ระวังจะทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่พอใจเอาได้”

            “ข้ารู้แล้วน่า พี่รีบไปเถอะ!” ฉู่ชีซีผลักพี่ชายของนางจนเขาสะดุดเล็กน้อยจากนั้นนางก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจเมื่อเห็นเขาเดินออกจากประตูเรือนไป ท่านแม่ทัพอาวุโสฉู่และลูกชายอีกสามคนของเขามีสีหน้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความรักเพราะทุกคนรู้ดีว่าการบังคับไม่เคยได้ผลดี แต่เมื่อเป็นลูกสาวคนโปรดของบ้านอย่างไรก็ต้องยอมให้นางลองดูบ้างถึงจะรู้สึกสบายใจ

            ติงเหว่ยไม่รู้ว่าตนเองกลายเป็นเป้าหมายในการสอดแนมของครอบครัวฉู่ไปเสียแล้วเพราะก่อนหน้านี้นางไม่ได้พักอยู่ที่เรือนหลังและวันนี้เพิ่งจะมาจึงต้องเริ่มต้นจัดการทุกอย่างใหม่หมด

            ลุงอวิ๋นตั้งใจให้นางกับลูกได้ใกล้ชิดกับนายน้อยของเขามากขึ้นดังนั้นจึงจัดให้พวกเขาอยู่ที่ห้องฝั่งตะวันตกเช่นเดิมเพียงแค่เดินตามระเบียงไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องหลักสามห้องที่กงจื้อหมิงอยู่ซึ่งเรียกได้ว่าต่อให้เงยหน้าไม่เจอก็ต้องก้มหน้าเจอกันอยู่ดี

            ติงเหว่ยไม่ได้ปฏิเสธการจัดการของท่านผู้อาวุโสหลังจากที่ให้ทหารหญิงออกไปแล้ว นางก็จัดการทำความสะอาดห้องด้วยตนเอง เมื่อครู่นี้แม้จะได้เห็นเพียงครู่เดียวแต่นางก็เห็นได้ชัดเจนว่าฉู่ชีซีเป็นสาวงามที่มีเสน่ห์รูปร่างสูงโปร่ง คิ้วหนา จมูกโด่ง ตาโต ริมฝีปากหนาและสีผิวที่ออกไปทางสีน้ำตาลแดงของนางทำให้ดูมีสุขภาพดีผู้หญิงแบบนี้แตกต่างจากผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างอ่อนโยนในห้องลับเกรงว่าคงเหมาะกับแม่ทัพที่สนามรบมากกว่า

            หากจะบอกว่ากงจื้อหมิงไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ต้องพูดถึงคนอื่นแม้แต่ตัวนางก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อ แต่ในใจของนางก็มีเสียงเล็กๆบอกให้นางเชื่อใจในตัวกงจื้อหมิง และรอให้เขาพูดออกมาชัดเจนด้วยตนเอง

            สองความคิดที่ขัดแย้งกันในหัวของนางต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตนเอง ทำให้นางรู้สึกปวดหัวและความคิดยุ่งเหยิงไปหมดนางรอให้กงจื้อหมิงมาช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้

            น่าเสียดายที่หลังจากที่นางทำความสะอาดห้องด้านในเสร็จแล้วนางก็ทำความสะอาดห้องโถงเล็กๆ ด้วย นางถึงกับเปลี่ยนชุดให้อันเกอเอ๋อร์เป็นชุดบางๆและเล่นกับเขาในห้องอุ่นๆ เป็นเวลานาน และนางก็ยังคงไม่เห็นคนที่โอบกอดหญิงสาวคนนั้นเข้ามาเช่นเดิม

            ดังนั้นความหึงหวงที่นางเก็บซ่อนไว้ในใจมานานก็เริ่มบ่มเพาะจนเต็มที่

            “อวิ๋นอิ่งไปหาลุงอวิ๋นเพื่อเอาวัตถุดิบมาสักหน่อย ข้าจะเข้าครัว!”

            อวิ๋นอิ่งที่อยู่ข้างๆตอนนี้รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก นางร้อนใจมากและกำลังคิดหาข้ออ้างเพื่อออกไปหาคนมาถามว่านายน้อยอยู่ที่ไหนพอได้ยินคำสั่งนี้จึงรีบวิ่งออกไปทันที

            ภายในเวลาไม่นานนางก็กลับมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยพร้อมตะกร้าใส่วัตถุดิบสองใบเต็มๆ

            ติงเหว่ยรับตะกร้าไปอย่างนิ่งสงบนางไม่ถามอะไรสักคำแล้วก็เข้าห้องครัวไปปล่อยให้อวิ๋นอิ่งอุ้มอันเกอเอ๋อร์และเล่นหยกสีต่างๆที่ทำเป็นรูปสัตว์เป็นเพื่อนเขาไปพลางและพูดว่า “คุณชายน้อย ทำเช่นไรดี?เกรงว่าแม่ท่านจะโกรธนายน้อยขึ้นมาจริงๆ เสียแล้วนายน้อยก็ยุ่งอยู่กับการจัดระเบียบกองทัพทั้งสามอยู่ ไม่มีเวลากลับมาที่นี่ได้ท่านจะต้องช่วยพูดแทนนายน้อยด้วยนะ เข้าใจไหม?”

            น่าเสียดายที่อันเกอเอ๋อร์เพิ่งจะหนึ่งขวบกว่าๆแม้จะฉลาดเพียงใดก็ไม่เข้าใจว่าแม่ของเขาโกรธไปทำไมและทำไมพ่อของเขาถึงได้รับความเดือดร้อนในสายตาของเขาสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือของเล่นหยกเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ต้องบอกว่าอวิ๋นอิ่งโมโหจนยื่นมือออกไปจิ้มที่หน้าผากกลมๆ ของเขา

            ภายในห้องครัวติงเหว่ยไล่สองแม่ครัวที่เข้ามาเสนอตัวช่วยออกไป แล้วยกมีดทำครัวขึ้นมาสับหมูสามชั้นเป็นชิ้นๆ อย่างแรงจนรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย“ข้ายอมให้ท่านไปกอดกับสาวงาม ข้ายอมให้ท่านยุ่ง ข้ายอมให้ท่านไม่กลับมาอธิบาย!ฮึ่ม หมูสามชั้นน้ำแดงเย็นนี้จะไม่มีส่วนของท่านแน่!”

            ไม่พูดถึงติงเหว่ยว่านางจะเปลี่ยนความโกรธเป็นแรงผลักดันในการเตรียมอาหารเย็นอย่างไรเพียงแค่บอกว่าอีกด้านของกำแพงครอบครัวสกุลฉู่กำลังนั่งล้อมวงกันอยู่พี่สามสกุลฉู่นึกถึงข้อมูลที่ลูกน้องรายงานมาแล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อ ชีซีแม้ข้าจะส่งคนไปสืบเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากเข้าไปในเรือนในได้ยากก็เลยได้แค่ข้อมูลบางส่วนจากฝ่ายกองทัพอี้จวิน ได้ยินมาว่าหญิงคนนั้นสกุลติงเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านแม่ทัพใหญ่ในยามที่เขาตกที่นั่งลำบากก่อนที่ท่านแม่ทัพใหญ่จะเริ่มก่อการกบฏก็ได้พานางจากอำเภอชิงผิงมาอยู่ในไร่นอกเมืองที่นี่ ต่อมาเมื่อสงครามปะทุรุนแรงหญิงคนนี้ก็เข้าไปในค่ายทหารเพื่อรักษาทหารที่บาดเจ็บและยังจัดตั้งกองทัพหญิงขึ้นมาเพื่อช่วยรักษาทหารที่บาดเจ็บและยังให้ทหารหญิงส่วนน้อยไปจัดการเรื่องยุทโธปกรณ์และงานจิปาถะต่างๆหญิงคนนี้ได้รับความไว้วางใจจากท่านแม่ทัพเป็นอย่างมาก และเวลาทุกคนในกองทัพอี้จวินพูดถึงนางก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพอย่างหาได้ยาก”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ลังเลไปชั่วครู่แล้วตัดสินใจเด็ดขาดว่า “นางเป็นสตรีที่ไม่ธรรมดา”

            แม่ทัพอาวุโสฉู่ขมวดคิ้วต่อให้เขาจะเข้าข้างลูกสาวของตนเอง แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้“หญิงคนนี้ไม่สนใจชื่อเสียงของตนเอง และอาสาเข้าไปช่วยรักษาเหล่าทหารที่บาดเจ็บนับว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมจริงๆ!”

            ฉู่ชีซีกลับสนใจเรื่องอื่นมากกว่าพ่อและพี่ชายของนางรู้ดีว่านางมีเรื่องที่กังวลใจมานาน ดังนั้นจึงไม่ปิดบังอะไรและถามออกไปตรงๆ ว่า “พี่สาม ท่านยังไม่บอกเลยว่านางเป็นสนมของพี่เทียนเป่าหรือไม่?”

            พี่ใหญ่สกุลฉู่ที่เงียบอยู่ข้างๆมาโดยตลอดก็ถามว่า “แล้วยังมีเด็กน้อยที่หญิงคนนั้นอุ้มอยู่ด้วย เขาเป็นใครกัน?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367