ทันย่าไม่ได้คะยั้นคะยอให้มันเดินทางมากับตน ยังไงเส้นทางของพวกเขาก็ย่อมแตกต่างกัน มีมุมมองรวมถึงวิถีชีวิตที่อยู่กันคนละด้าน
ในเส้นทางของทันย่าจะเต็มไปด้วยการต่อสู้และการฆ่าเพื่อวิวัฒนาการ
สำหรับวานรกระหายเลือด มันแทบไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรที่ยิ่งใหญ่ มีเพียงอยากอยู่อย่างสงบสุขในอาณาเขตของตนก็เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าความคิดนี้ผิดหรือถูก ตัวของมันแค่ไม่มีความทะเยอทะยานก็เท่านั้นเอง
“เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้เกลียดนิสัยแบบนี้หรอกนะเจ้าวานรโง่ ตัวของฉันจะไม่ฆ่าแกและจะไว้ชีวิตให้แกอยู่อย่างสงบสุขละกัน”
“แต่ยังไงก็ตาม หลังจากนี้แกต้องพึ่งพาตนเองแล้ว เชื่อเถอะว่าพวกมนุษย์จะไม่ยอมจบกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แน่นอน”
“ระวังตัวเอาไว้หน่อยละ อย่าคิดว่าตนเองมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าพวกมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นน่ากลัว พวกเขามีนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งอยู่อีกมากมาย มีพลังที่พร้อมจะสังหารแกให้กลายเป็นเศษซากได้ ถ้าเกิดไปพบเจอศัตรูระดับนั้นจริงๆ แกจะต้องรีบหนีเข้าไปในโพรงใต้ดินเลยนะ”
ทันย่าทราบดีว่ามนุษย์นั้นเป็นยังไง เพราะเขาเองก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน เขารู้ถึงความคิดและอารมณ์ที่เหล่ามนุษย์ได้มีกัน
ยิ่งเป็นนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่ง พวกเขาย่อมมีเกียรติรวมถึงความภาคภูมิใจเป็นของตนเอง และส่วนใหญ่จะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย
จากข้อมูลที่ดาวาลได้รับรู้มา เห็นว่าภายในนักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์ที่ถูกฆ่าตายไปมากมาย ในนั้นมีลูกชายของผู้ที่แข็งแกร่งระดับตำนานอยู่ด้วย
หมายความว่านักสู้คนนี้คือผู้มีพลังระดับดาวเคราะห์อย่างแน่นอน ซึ่งพวกเขาก็ยังไม่พร้อมสำหรับการเผชิญหน้าศัตรูที่ร้ายกาจพวกนั้น
“ส่วนต้นไม้เพลิงกัมปนาทฉันยกให้แกละกัน”
“ยังไงฉันก็ขี้เกียจรอให้มันเติบโตแล้วละนะ”
เมื่อได้ยินว่าทันย่าไม่ต้องการต้นไม้นี้ แววตาของวานรกระหายเลือดก็เบิกโพรงขึ้นอย่างตกใจ
“อุกะอุกะอุกะอุกะ!”
ร่างขนาดใหญ่แสดงความดีใจเป็นอย่างมาก มันเอ่ยขอบคุณในตัวของทันย่าอยู่ยกใหญ่ และรีบนำร่างของตนไปหาต้นไม้เพลิงในทันที
หลังจากนี้ตัวของมันจะเอาอาณาเขตดังกล่าวมาเป็นที่พักอาศัยใหม่ของตน ใช้เป็นแหล่งที่พักรวมถึงปกป้องเมืองที่พังทลายแห่งนี้ด้วย
“ไปกันเถอะเจ้าดำ”
“หลังจากนี้ก็ตัวใครตัวมัน ฉันเองก็ไม่อยากรอให้ผู้แข็งแกร่งมาหาหรอก”
ทันย่าส่ายหัวให้กับท่าทางของมัน
จากนั้นแววตาของเขาก็เริ่มเฉยชา พร้อมกับในหัวที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด
นับแต่ที่ยุคสมัยแห่งการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น นักสู้พันธุกรรมมากมายต่างผุดขึ้นเหมือนกับต้นไม้ตามท้องถนนข้างทาง การต่อสู้ได้เข้ามาแทนที่วิถีชีวิตอันเรียบง่ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยแห่งใหม่
สถาบันแห่งการต่อสู้ได้ผุดขึ้นตามยุคสมัยที่แปรเปลี่ยนไป พวกเขามีหน้าที่ในการสั่งสอนนักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์ให้เติบโตไปเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง มีรากฐานในการสอนที่ชัดเจนจากผู้มีประสบการณ์ รวมถึงมีทรัพยากรและวิชาต่างๆที่เอาไว้ใช้ฝึกฝนเพื่อเพิ่มพลังของตนเองให้เก่งมากขึ้น
และนักเรียนพวกนี้มาจากสถานที่แห่งนั้น สถาบันการฝึกฝนชั้นนำของโลก ถือเป็นหนึ่งในอาณาเขตที่นักสู้พันธุกรรมมากมายต่างใฝ่ฝัน
สมาพันธ์โลก สำนักมังกร สำนักดาบโบราณ สถาบันต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์ มหาวิทยาลัยกรอลี่ ทั้งห้าถือเป็นขั้วอำนาจใหญ่ที่ปกครองโลกมนุษย์
สมาพันธ์โลก เปรียบได้เป็นมหาอำนาจที่รวบรวมประเทศชั้นนำนับสิบเอาไว้ เป็นศูนย์กลางของพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาแทบมีอำนาจในการตัดสินใจมากที่สุด ในสังกัดเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมาย คล้ายคลึงกับประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ ทุกคนไม่ว่าใครก็ต้องต่างเกรงกลัว
สำนักมังกร ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุด เจ้าแห่งศิลปะการต่อสู้โบราณ เทพแห่งการต่อสู้ ซวนหยวน เขาคือวีรบุรุษในยุคสมัยแรกเริ่ม และเป็นคนแรกๆที่ได้รับพลังอันมหาศาล ชายวัยกลางคนได้ห่ำหั่นกับเหล่ามอนเตอร์อยู่มากมาย กลายมาเป็นผู้ที่ถูกยอมรับจากผู้คนทั้งโลก
สำนักมังกรเป็นเหมือนกับองค์กรขนาดใหญ่ คล้ายคลึงกับหน่วยทหารรับจ้าง มีอิสระในการเคลื่อนไหวและไม่มีใครมาบังคับพวกเขาได้
สำนักดาบโบราณ ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับที่สองของโลก เขามีชื่อว่าหยางจินเหิน ผู้สร้างวิชาดาบแสงสบั้นตัดผ่านท้องฟ้า หนึ่งในรูปแบบการสังหารที่แข็งแกร่งมากที่สุด
พวกเขาเองก็เป็นเหมือนกับองค์กรทหารรับจ้างขนาดใหญ่ มีนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งมากมายสังกัดอยู่ในขั้วอำนาจแห่งนี้ ว่ากันว่าหยางจินเหินนั้นเปรียบได้เป็นพี่น้องของซวนหยวน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นเฟ้นและไม่ธรรมดาต่อกัน
ทั้งสองเป็นองค์กรอิสระและไม่ขึ้นตรงกับใคร แม้แต่สมาพันธ์โลกเองก็ยังต้องพึ่งพาพวกเขา ถือเป็นเสาหลักของมนุษย์อย่างแท้จริง
สำหรับสถาบันต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์และมหาวิทยาลัยกรอลี่ ทั้งสองคือองค์กรที่มีไว้ใช้ฝึกฝนนักสู้พันธุกรรมตั้งแต่ระดับต่ำสุดไปจนถึงสูงสุด
ถูกยอมรับโดยผู้แข็งแกร่งระดับตำนานหลายสิบคน ถ้าให้เปรียบเป็นยุคสมัยในอดีต พวกเขาก็เป็นเหมือนกับโรงเรียนที่เอาไว้ใช้ศึกษาหาความรู้ต่างๆ นักสู้พันธุกรรมเองก็อยากจะเข้าไปศึกษาภายในสถาบันทั้งสอง เพราะองค์กรเหล่านี้มีทรัพยากรมากมายที่เอาไว้ใช้ฝึกฝน
รุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ที่ศึกษากันจะมีศักยภาพรวมถึงพรสวรรค์อันไร้ที่สิ้นสุด ว่ากันว่าใครที่สามารถจบจากสถาบันทั้งสองได้ จะถูกรับรองให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน สามารถรับประกันถึงอนาคตที่เจิดจรัสของตนเองได้เลยทีเดียว ไม่ต่างไปจากระบบการศึกษาชั้นสูงในอดีต
ทันย่าเองก็ยังไม่พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับมนุษย์พวกนี้ ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่กั้นอยู่
เพียงแค่เคลื่อนไหวเล็กน้อย พวกมันก็สามารถส่งนักสู้ระดับดาวเคราะห์ออกมาได้แล้ว ถ้าเกิดซวยมากยิ่งไปกว่านั้น ไม่แน่ว่าเขาอาจได้พบเจอกับนักสู้ดาวเคราะห์ระดับ 6 - 7 เลยก็ว่าได้
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ต่อให้เขาจะครอบครองยีนส์พันธุกรรมที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของจักรวาล ตัวของเขาก็คงตายก่อนที่จะได้วิวัฒนาการไปเป็นสัตว์อวกาศที่แข็งแกร่ง
“ออกเดินทางได้”
“จุดหมายคืออาณาเขตของทวีปมืด!!”
เพียงไม่นานทันย่าก็ได้กระโดดขึ้นไปบนหลังของเจ้าดำ และเริ่มออกเดินทางไปตามโพรงลึกที่อยู่ด้านใต้ของเมือง ความเร็วของเจ้าดำในเวลานี้อยู่เหนือยิ่งกว่าทันย่าที่ใช้เดินทางมาในตอนแรก
และด้วยร่างกายที่สูงใหญ่กว่าเกือบ 10 เมตร เจ้าดำจึงกลายมาเป็นพาหนะที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด ทันย่าเองก็นอนแผ่หลาอย่างสบายใจบนเส้นขนที่นุ่มนิ่มของมัน ไม่จำเป็นต้องใช้ขาทั้งสี่ของตนในการออกวิ่งอีกต่อไปแล้ว
***
ภายในอาณาเขตของมนุษย์ หลังจากที่เกิดการระเบิดขึ้นครั้งใหญ่ของอาวุธนิวเคลียร์ สถาบันการต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ทราบถึงโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายอีกเรื่อง ข่าวสารที่ปรากฏออกมาได้ทำให้ทางสถาบันต้องสั่นสะเทือน เหล่าผู้คนมากมายต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น พวกเต่าหยุนทำภารกิจไม่สำเร็จ การติดต่อขาดหายไปอย่างสมบูรณ์!”