กัสและเซนออกมาจากร้านหลังจากที่ชายหนุ่มได้ทำการค้าเสร็จสิ้นแล้ว เขาได้รับเงินมาทั้งหมดหนึ่งพันเหรียญทองซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนค่อนข้างเยอะ และสามารถทำให้สามัญชนสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายสิบปีเลยทีเดียวจากเงินจำนวนนี้
ย้อนกลับไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้นั้น หลังจากที่เซนกล่าวถึงโลกใต้พิภพไม่เพียงแต่เจ้าของร้านเท่านั้นที่ตกใจแม้แต่กัสเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน เขาไม่คิดว่าเซนนั้นจะเคยไปยังโลกใต้พิภพ เพราะต้องบอกก่อนว่าโลกใต้พิภพนั้นไม่ใช่ใครก็สามารถเข้าไปได้ แต่ต้องเป็นคนของกองทัพของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งนี่เป็นสัญญาที่ทุกประเทศทำร่วมกัน
แต่นับเพียงประเทศของมนุษย์เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์ เซนเองก็พึ่งรู้เรื่องนี้หลังจากได้ฟังกัสกล่าว ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าหลายคนนั้นรู้จักโลกใต้พิภพและรู้ถึงความอันตรายของมัน แต่ไม่มีใครสักคนที่เคยสัมผัสมันจริงๆ
การที่เซนนั้นมีเวลาไปขุดหาแร่แทนการระวังพวกมอนสเตอร์ในโลกใต้พิภพนับว่าแหกกฎที่ทหารทำกันอย่างมาก แม้ว่าเจ้าของร้านนั้นจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่เซนบอกมากนักแต่เขาก็ยังให้บัตรสมาชิกระดับเพชรซึ่งเป็นระดับสูงสุดแก่เซน หากโอกาสหน้านั้นเซนสามารถหาแร่มาให้ร้านของเขาได้อีก เซนจะได้ราคาจากการขายเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์หากมีบัตรสมาชิก
และเซนต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อได้ยินจากเจ้าของร้านว่าร้านของเขานั้นไม่ธรรมดา มันคือหนึ่งในร้านของสมาคมเฮเว่น ซึ่งเมื่อเซนได้ยินชื่อสมาคมเขาก็รู้สึกคุ้นอย่างมากแต่นึกไม่ออกเสียที สมาคมเฮเว่นไม่เพียงแต่เปิดร้านขายของหายากทั่วทั้งทวีปเท่านั้น แต่พวกเขายังมีโรงประมูลเป็นของตนเองอีกด้วย สิ่งโรงประมูลของพวกเขาเป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ ความมั่งคั่งของพวกเขานั้นมากกว่าประเทศระดับห้าเสียอีก
ดังนั้นหากนับแค่ในทวีปนี้ที่มีประเทศระดับหกปกครองอยู่นั้น พวกเขานับว่ามีอำนาจมากที่สุดเลยก็ว่าได้
เซนได้ล่ำลากับกัสและกล่าวขอบคุณเขาจากใจจริงที่มาเป็นธุระให้กับชายหนุ่มในวันนี้ เซนนั้นไม่ต้องการจะรบกวนเขาอีก ดังนั้นต่อจากวันนี้ชายหนุ่มจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง ไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือเดินในเมืองแห่งนี้
“หวังว่าข้าจะหาเพื่อนได้บ้าง จากการไปโรงเรียน…”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซนดูไม่ค่อยดีนักขณะที่กล่าวคำพูดเช่นนี้เป็นเพราะว่าเขาล้มเหลวในการหาเพื่อนมาตลอดชีวิตของเขา การหาเพื่อนสำหรับเขามันยากกว่าการสู้กับบอสเสียอีก
……..
และแล้วสาววันก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเรื่องโกหก เซนยืนมองตนเองอยู่หน้ากระจกชายหนุ่มในตอนนี้กำลังแต่งเครื่องแบบสีดำเนียบซึ่งเป็นเครื่องแบบของนักเรียนในโรงเรียนวิลโล กลางหน้าอกของชายหนุ่มปักไว้ด้วยรูปอีกาสามขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวิลโลเพราะเชื่อกันว่าผู้ก่อตั้งรุ่นแรกนั้นเป็นอีกาสามขาที่จำแลงมาเป็นมนุษย์นั่นเอง
จากข้อมูลที่เซนถามกับกัสนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าอีกาสามขานั้นเป็นตัวตนระดับเดียวกับอาเจนโต้เพื่อนของเขาในทะเลลึก ซึ่งเป็นถึงเทพผู้พิทักษ์ที่แม้แต่เซนเองก็เอาชนะไม่ได้ในตอนนี้
เซนในกระจกนั้นค่อนข้างจะดูดีอย่างมาก เนื่องจากเขาได้ไปร้านตัดผมและให้มืออาชีพช่วยตัดให้ อย่างไรก็ตามเซนกลับต้องเสียใจอย่างมากเพราะราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการตัดผมครั้งนี้นั้นมากกว่าร้อยเหรียญเงิน ซึ่งมีค่าเท่ากับหนึ่งเหรียญทองเขาสามารถซื้อข้าวได้หลายกระสอบเลยทีเดียว
หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็ได้ออกจากบ้านของตนพร้อมกับล็อกประตูบ้านของตนเอง พร้อมกับล่ำลาสองแม่ลูกอสรพิษ รอบบ้านของเซนตอนนี้นั้นไม่ได้มีเพียงแค่มอนสเตอร์สองตัวนี้เท่านั้นแต่ตอนนี้นั้นมีเป็นฝูง และพวกมันล้วนแล้วแต่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเซนได้ มีอยู่หลายครั้งที่เซนซื้ออาหารในเมืองมาเลี้ยงพวกมัน ดังนั้นพวกมันจึงตอบแทนเขาโดยการเฝ้าบ้านให้ตอนเขาไม่อยู่
เซนออกจากทะเลสาบกลืนจันทร์และเดินไปตามถนนสายเดิมเพื่อเข้าสู่เมือง บรรยากาศในตอนเช้านั้นยังคงเหมือนเช่นเดิม มันเต็มไปด้วยรถม้าและไม่มีใครสักคนที่เลือกเดินเท้าเช่นเดียวกับเซน
ในเวลานั้นราวกับเหตุการณ์เดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง อยู่ๆ ก็ได้มีรถม้าคันหนึ่งหยุดลงพร้อมกับมีคนเปิดประตูออกมา
“เป็นเจ้า…”
เซนประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนในรถม้าเป็นชายและหญิงคู่เดิมที่เขาเจอเมื่อวาน ในสถานการณ์เหมือนกันเสียด้วย เป็นฮันน่าและคู่หมั้นของเธอ แต่ทั้งสองนั้นล้วนแล้วแต่แต่งตัวในเครื่องแบบของโรงเรียนวิลโล ไม่ใช่แค่เซนเท่านั้นทั้งสองเองก็ประหลาดใจไม่คิดว่าชายหนุ่มกรรมกรที่พวกเขาเจอเมื่อไม่นานมานี้จะกลับกลายเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกับพวกเขา
“เพื่อนร่วมโรงเรียน…ทำไมไม่ติดรถไปด้วยกันล่ะ?”
เป็นฮันน่าที่กล่าวเชิญเซนด้วยรอยยิ้ม ซึ่งอับบาสหรือคู่หมั้นของเธอนั้นเพียงหลับตาเท่านั้นไม่ได้แสดงท่าทางไม่พอใจใดๆ เซนนั้นเงียบไปสักพักทำให้หญิงสาวคิดว่าเขาต้องปฏิเสธเธออีกครั้งอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเซนกลับกล่าวขึ้นมาว่า
“ตกลง รบกวนพวกเจ้าด้วย”
ชายหนุ่มกล่าวจบก็ได้เดินขึ้นรถม้าคันหรูทันที เมื่อเซนขึ้นมาบนรถม้าชายหนุ่มก็มองสำรวจรอบๆ และพบว่ามันมีพื้นที่ใช้สอยเยอะอย่างมาก และดูสะดวกสบายดีหากเดินทางในเส้นทางที่ไกลบนรถม้าเช่นนี้
“ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมโรงเรียน ข้ามีนามว่าฮันน่า”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับยื่นมือมาจับเซนอย่างเป็นมิตร เมื่อมือของทั้งสองสัมผัสกันหญิงสาวก็ร้องออกมาอย่างประหลาดใจ
“มือของเจ้ามันสากจริงๆ เจ้าคงผ่านความยากลำบากมามาก”
เซนยิ้มออกมาเล็กน้อยและไม่ได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวเบื้องหน้าเขาดูเหมือนจะเป็นคนดี ผิดกับที่เขาคิดเอาไว้ตอนแรก หญิงยังแนะนำอับบาสให้เซนรู้จักอย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามนั้นเพียงพยักหน้าให้เขา ซึ่งก็นับว่าได้แสดงความเคารพเขาบ้างแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้อับบาสจะกล่าววาจาดูถูกเขาก็ตาม
ฮันน่านั้นดูเหมือนจะขี้คุยอยู่ไม่น้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้เซนรู้สึกลำบากใจอยู่เช่นเดียวกันเพราะเขาไม่ได้คุยกับใครเยอะขนาดนี้มาเป็นเวลานานแล้ว อย่างไรก็ตามในใจลึกๆ ของเขาก็แอบดีใจเพราะอย่างน้อยดูเหมือนตอนนี้เขาจะได้เพื่อนแล้ว
“ข้ากับอับบาสได้อยู่ในห้องเรียนหมายเลขหนึ่ง แล้วเจ้าล่ะ?”
เซนรู้สึกชื่นชมทั้งสองไม่น้อย เพราะเขาได้ยินมาว่าห้องหนึ่งนั้นคือห้องเรียนที่มีแต่พวกนักเรียนระดับสัตว์ประหลาด พวกเขาล้วนแล้วแต่ผ่านการทดสอบเข้าเรียนด้วยเงื่อนไขสูงสุด และห้องเรียนของพวกเขาล้วนแล้วแต่มีโอกาสจบจากสถานศึกษามากว่าห้องเรียนห้องอื่น
“ข้าอยู่ห้องเรียนที่ห่วยที่สุด…”
เซนกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก เพราะเขากลัวว่าจะเป็นเหมือนเมื่อวานที่ตอนคุยกับเจ้าชายเฮนรี่เมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงสถานะที่แท้จริงของเขาก็ดูถูกทันที
“เจ้าเข้าเรียนที่นี่ได้ก็นับว่าสุดยอดแล้ว อย่าไปคิดมากเลยห้องเรียนทุกห้องล้วนแล้วแต่มีคนเก่งๆ อยู่ทั้งนั้น”
ฮันน่ายิ้มพร้อมกับกล่าว ทำให้เซนรู้สึกโล่งอกในขณะเดียวกันอับบาสที่หลับตาอยู่ตลอดก็ได้ลืมตาพร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า
“ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนวิลโล เคยมีนักเรียนจากห้องสิบสามารถพัฒนาตนเองจนสามารถแซงหน้าพวกห้องเรียนอัจฉริยะทั้งหมดได้ จนในที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นห้องเรียนที่เก่งที่สุด”
“อย่างนั้นเหรอ”
เซนยิ้มพร้อมกับกล่าว ดูเหมือนเขาเองก็เข้าใจอับบาสผิดไปเช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องปกติที่ชนชั้นสูงจะมีความทะนงตน แต่โดยพื้นฐานแล้วนิสัยของอับบาสนับว่าดีกว่าชนชั้นสูงคนอื่นอยู่มาก
ทั้งสามเดินทางมาจนถึงหน้าประตูโรงเรียนวิลโลก่อนที่ทั้งหมดจะลงจากรถม้า และพบว่าบริเวณหน้าโรงเรียนตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยนักเรียนในเครื่องแบบของวิลโลเดินเข้าโรงเรียนเต็มไปหมด
“พิธีปฐมนิเทศจะเริ่มขึ้นไม่ช้า ขอให้นักเรียนทุกคนรีบเดินทางไปที่หอประชุมใหญ่ด้วย!”
ยามที่เฝ้าหน้าประตูซึ่งเป็นคนเดิมกับเมื่อวานได้ป่าวประกาศให้นักเรียนที่เดินชักช้าอยู่หน้าโรงเรียนซึ่งนั่นรวมถึงเซนด้วย