ชายาเกศาสั้น

    41. ต้องวางระบบคัดกรองใหม่

    “แล้วกระสุนล่ะ” แม่ทัพหยาง


    “มีพอตอนนี้ข้าเขียนวงเวทย์ย่อยเพิ่มจำนวนของกระสุนเป็นสามเท่าไม่ใช่สองเท่า” อันดาบอก เสียดายที่ไม่มีกระสุนซ้อม จึงต้องเพิ่มจำนวนกระสุนเพื่อไว้ใช้ในการซ้อมด้วย


    “ได้” แม่ทัพหยางกำลังคำนวณคนที่อาจเป็นไส้ศึก


    “อ้อ อีกเรื่องนะท่าน ปืนอันตรายมาก พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีใช้และการเก็บรักษา หากศูนย์ปืนเบี้ยวไปทำให้ยิงไม่โดนเป้าได้” อันดากำชับ


    “ตอนนี้ข้ากำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนที่จะหาตัวไส้ศึกออกมาได้ก่อนแขกอาวุธเหล่านี้” แม่ทัพหยาง


    “ถ้าอย่างนั้นท่านก็เอาอย่างนี้สิ” อันดากระซิบแล้วแม่ทัพหยางก็เปลี่ยนแผนยังให้เก็บลังไม้ไว้ที่ห้องของอันดาก่อนเอาแค่อาหารออกไปแล้วล็อกห้องนั้นเสีย


    ในมื้อเย็นทหารทุกคนก็ดื่มด่ำกับอาหารซองของอันดาที่สามารถเลือกสิ่งที่อยากกินได้ และกินได้ไม่อั้น แต่หลังจากมื้อเย็นแล้วแม่ทัพหยางก็ประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยว่า


    “พี่น้องทั้งหลาย อย่างที่รู้กันว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะสงคราม แต่เราไม่สามารถหาไส้ศึกได้ ดังนั้นข้าจึงอยากได้ความจริงใจจากพวกท่าน ยาพิษเหล่านี้นี่เป็นของท่านหมออันดาคิดขึ้นมา มันจะไม่มีผลต่อร่างกายพวกท่าน และหากได้รับยาแก้พิษแล้วร่างกายของท่านจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ท่านจะได้ยาแก้พิษหลังจากสงครามสงบ ท่านต้องการแสดงความจริงใจในการปกป้องต้าซานของเราหรือไม่” แม่ทัพหยาง


    “แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่ายาแก้พิษนั้นได้ผลจริง” นายกองว่านถาม


    "ท่าดูนี่ อันดาฉีกยาเม็ดสีเขียวลงในแก้วน้ำใส น้ำนั้นกลายเป็นสีเขียว


    “ยาพิษนี่มีฤทธิ์เย็นเมื่อพวกท่านกลืนลงไปแล้วจะรู้สึกเย็นวาบที่ท้องแล้วอาจจะมีการลั่นลมออกมา ไม่มีผลใดๆ กับร่างกายตอนนี้ แต่ถ้าหลังสงครามไม่ได้ยาแก้พิษนี่” เธอหยิบยาเม็ดสีดำขึ้นมา แล้วบิลงในแล้วน้ำใช้ตะเกียบคน น้ำที่เป็นสีเขียวนั้นกลับมาใสเหมือนเดิม


    “โอ้โหมันกลับมาใสเหมือนเดิมได้อย่างไร” พลทหารคนนึงรู้สึกทึ่งมาก


    “หากท่านไม่ได้ยาแก้พิษหลังจากนี้ไปหนึ่งเดือนกระเพาะและลำไส้ของท่านจะถูกกรดสีเขียวนี่กัดกิน จนทำให้เลือกออกทวารทั้งเก้าและตายอย่างทรมาน พวกท่านกล้าจะพิสูจน์ตนเองหรือไม่ว่าจงรักภักดีต่อต้าซาน หากเกิดสงครามและพวกท่านยังรอด ทุกคนจะได้ยาแก้พิษนี้” อันดาตอบ


    “ข้ากล้า ข้าออกจากบ้านมาเพื่อให้ลูกเมียปลอดภัย ข้ากล้าพิสูจน์ตัวเอง!” นายกองว่านยืนขึ้นคนแรก เพราะเขามั่นใจว่ามียาแก้พิษ


    “ข้ากล้า เพื่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แม้ตายขอให้จารึกข้าไว้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกป้องแผ่นดินเกิด” ทหารอีกคนตามมาและประกาศปณิธาน ดังนั้นทหารทุกคนจึงเดินเข้าแถวมารับยาจากหยวนอิงที่ควบคุมว่าทุกคนต้องได้รับยา


    บางคนก็มีลังเลบ้างแต่ทุกคนก็รับไปกินหมดแม้แต่หมอเจียงและพ่อครัว


    “อ้อข้าลืมบอกไปว่ายานี่เป็นยาสั่งด้วย ใครที่คิดทรยศจะไม่สามารถจะยิ่งว้าวุ่นใจและจะตายในสามวันหากไม่ได้ยาแก้พิษ” อันดาบอกหน้าตาเฉย ปฏิกิริยาของเหล่าทหารถูกจับตาไว้อยู่แล้ว


    “อันดาเอายาแก้พิษมาให้ข้าอยู่กับเจ้าอันตรายเกินไป” แม่ทัพหยางยื่นมือออกไปรับ


    “ยาแก้พิษทั้งหมดอยู่ในนี้พวกท่านวางใจได้ มีใครครบทุกคนหลังสงครามเสร็จสิ้น” แม่ทัพหยางส่งมอบให้หยวนอิงเอาไปเก็บไว้ที่ยอดหลังคาของค่าย และให้มีการเฝ้ายามอย่างแข็งขัน


    แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน


    “อ้อ ข้าจะบอกว่าตอนนี้เรามีอาวุธใหม่ที่ดีกว่าของเป่ยซานและพรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกกับอาวุธใหม่กัน” แม่ทัพหยางประกาศ


    ในคืนเดือนมืด ทหารที่เฝ้ายามอยู่ก็ได้กลิ่นหอมฉุนมางอย่างแล้วหลับไป คนชุดดำที่เคลื่อนไหวดั่งสายลมปีนหลังคาไปถึงยอดและเปิดกระเบื้องหลังคาออกเพื่อหยิบถึงถุงนึงขึ้นมา แล้วโดดหนีออกไป


    “หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนพวกเจ้าตายแน่” ชายคนนั้นยิ้มเยาะแล้วหยิบยาเม็ดสีดำขึ้นมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงท้องไป


    “อี๊ ไม่เหม็นบ้างหรือไง” เสียงอันดาดังออกมาตอนนี้เธออยากจะอ้วกเต็มที


    “เจ้า!ทำไม นี่ นี่ไม่ใช่ยาแก้พิษหรอกหรือ!” ชายชุดดำตกใจ


    “นั่นมันเป็นขี้หนูน่ะ เจ้าต้องตายเพราะเชื้อโรคจากหนูแน่ๆ” อันดาทำหน้าย่นใส่


    “อะไรกัน เจ้าอย่าหลอกข้า นี่มันยาแก้พิษที่พวกเจ้าเอาขึ้นไปวางไว้เอง” ชายในชุดดำ


    “เอาไปวางไว้น่ะใช่ แต่มันไม่ใช่ยาแก้พิษ” หยวนอิงออกมา ตอนนี้อันดาเล่นใหญ่เอาสปอตไลต์ออกมาสองคนชุดดำ


    คนคนนี้คือเจ้าแห้งที่อยู่ฝ่ายซักล้าง เขาทำตัวอ่อนแอไม่มีปากมีเสียง แต่ที่ไหนได้ มีวิชาตัวเบาขั้นสูงและมีวิทยายุทธ์ด้วย เขาพยายามวิ่งเข้ามาโจมตีอันดา แต่กลับถูกฝ่าเท้าใหญ่ๆ ของแม่ทัพหยางยันหน้าจนหงายหลังออกไป


    “ฝ่าเท้าไร้เงา” อันดาชม


    “น่าจะเรียกว่าฝ่าเท้าไร้ใจน่าจะดีกว่า” เพราะหยวนอิงเห็นเลือดกบปากเจ้าแห้งแล้วยังคิดว่าท่านแม่ทัพไม่ออมแรงเลย ถ้าหนักกว่านี้เจ้าแห้งคอหักตายไปแล้วแน่ๆ


    “อ้อ” อันดา


    "พวกเจ้า พวกเจ้าอย่าฆ่าข้าเลย ถ้าจะบอกทุกอย่างขอยาแก้พิษให้ข้าเถอะ เขาเริ่มรู้สึกมวนท้องและอยากจะอาเจียน


    “แผนการของพวกเจ้าต้องการทำอะไร” หยวนอิงถาม


    “ทางเป่ยซานรู้แล้วว่าพวกเจ้าได้อาวุธมาแต่ไม่มากดังนั้นตอนนี้เราจึงสกัดทางเข้ามาทางต้าซานแล้วรียจัดการพวกท่านก่อน แต่จัดการอย่างไรข้าไม่รู้จริงๆ เอายาให้ข้าเถิด” เจ้าแห้งโอดครวญแล้วก็อาเจียนออกมาอีก


    “ใครเป็นไส้ศึกอีก” แม่ทัพหยางถาม


    “ข้าไม่รู้จริงๆ เอายา อ๊อก” เจ้าแห้งอาเจียนจนตัวโยก


    “ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ ไม่มีประโยชน์ปล่อยให้พวกมันตายไปเพราะยาพิษนี่เถอะ” แม่ทัพหยางพูดไม่ทันขาดคำก็มีร่างหนึ่งถูกโยนเข้ามา แล้วก็มีอีกร่างโยนเข้ามา


    ที่แท้เป็นพวกองครักษ์เงาที่ไปตามดูคนที่มีปฏิกิริยาของทหารเมื่อตอนเย็นแล้วไปเฝ้าตามทางหนีของค่าย และสิบสี่ที่ซ่อนอยู่บนหอสังเกตการณ์มองลงมาจึงเห็นว่ามีคนที่แอบมาเอายาถอนพิษ


    เป่ยซานนั้นส่งไส้ศึกเข้ามาได้อย่างแยบยล เพราะแต่ละคนนั้นไม่รู้จักกันและไม่มีใครรู้ว่ามีไส้ศึกคนอื่น


    “คนบอกก่อนได้ยาถอนพิษ” แม่ทัพหยางบอกหลังจากที่ลากคอไส้ศึกที่จับได้คืนนี้ แผนชิงยาพิษของอันดาได้ผลดีมาก จับได้ทุกคนแล้ว"การตรวจของอันดาง่ายมาก


    นั่นคือให้คนที่เหลือออกมาแล้วให้ยาพวกเขาอีกหนึ่งเม็ดคนที่ไม่กินกลัวมากเพราะเธอขู่ว่าตอนนี้คนที่เป็นไส้ศึกจะอยากอาเจียนหลังจากกินยาเม็ดเขียวนี่ไปแล้วจะเย็นวาบท้องอีกครั้งหลังจากนั้นลำไส้จะละลายเพราะความเครียด


    คนที่เป็นไส้ศึกจึงขัดขืนไม่ยอมกิน แต่ก็ไม่วายถูกยัดยาเข้าปากไปทุกคนที่ถูกยัดยาบางคนเครียดจนอาเจียนทำให้คนที่เหลือยอมสารภาพว่าตัวเองเป็นไส้ศึก


    “โห ค่ายของท่านหละหลวมมาก” อันดาตะลึงเมื่อพบว่ามีไส้ศึกมากถึงยี่สิบแปดคน จากทหารห้าหมืิ่นนาย


    “คงต้องวางระเบียบคัดกรองใหม่แล้ว” แม่ทัพหยางบอก


    คล้ายกับเรื่องชายาเกศาสั้น ที่คุณอ่าน