“แล้วกระสุนล่ะ” แม่ทัพหยาง
“มีพอตอนนี้ข้าเขียนวงเวทย์ย่อยเพิ่มจำนวนของกระสุนเป็นสามเท่าไม่ใช่สองเท่า” อันดาบอก เสียดายที่ไม่มีกระสุนซ้อม จึงต้องเพิ่มจำนวนกระสุนเพื่อไว้ใช้ในการซ้อมด้วย
“ได้” แม่ทัพหยางกำลังคำนวณคนที่อาจเป็นไส้ศึก
“อ้อ อีกเรื่องนะท่าน ปืนอันตรายมาก พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีใช้และการเก็บรักษา หากศูนย์ปืนเบี้ยวไปทำให้ยิงไม่โดนเป้าได้” อันดากำชับ
“ตอนนี้ข้ากำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนที่จะหาตัวไส้ศึกออกมาได้ก่อนแขกอาวุธเหล่านี้” แม่ทัพหยาง
“ถ้าอย่างนั้นท่านก็เอาอย่างนี้สิ” อันดากระซิบแล้วแม่ทัพหยางก็เปลี่ยนแผนยังให้เก็บลังไม้ไว้ที่ห้องของอันดาก่อนเอาแค่อาหารออกไปแล้วล็อกห้องนั้นเสีย
ในมื้อเย็นทหารทุกคนก็ดื่มด่ำกับอาหารซองของอันดาที่สามารถเลือกสิ่งที่อยากกินได้ และกินได้ไม่อั้น แต่หลังจากมื้อเย็นแล้วแม่ทัพหยางก็ประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยว่า
“พี่น้องทั้งหลาย อย่างที่รู้กันว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะสงคราม แต่เราไม่สามารถหาไส้ศึกได้ ดังนั้นข้าจึงอยากได้ความจริงใจจากพวกท่าน ยาพิษเหล่านี้นี่เป็นของท่านหมออันดาคิดขึ้นมา มันจะไม่มีผลต่อร่างกายพวกท่าน และหากได้รับยาแก้พิษแล้วร่างกายของท่านจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ท่านจะได้ยาแก้พิษหลังจากสงครามสงบ ท่านต้องการแสดงความจริงใจในการปกป้องต้าซานของเราหรือไม่” แม่ทัพหยาง
“แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่ายาแก้พิษนั้นได้ผลจริง” นายกองว่านถาม
"ท่าดูนี่ อันดาฉีกยาเม็ดสีเขียวลงในแก้วน้ำใส น้ำนั้นกลายเป็นสีเขียว
“ยาพิษนี่มีฤทธิ์เย็นเมื่อพวกท่านกลืนลงไปแล้วจะรู้สึกเย็นวาบที่ท้องแล้วอาจจะมีการลั่นลมออกมา ไม่มีผลใดๆ กับร่างกายตอนนี้ แต่ถ้าหลังสงครามไม่ได้ยาแก้พิษนี่” เธอหยิบยาเม็ดสีดำขึ้นมา แล้วบิลงในแล้วน้ำใช้ตะเกียบคน น้ำที่เป็นสีเขียวนั้นกลับมาใสเหมือนเดิม
“โอ้โหมันกลับมาใสเหมือนเดิมได้อย่างไร” พลทหารคนนึงรู้สึกทึ่งมาก
“หากท่านไม่ได้ยาแก้พิษหลังจากนี้ไปหนึ่งเดือนกระเพาะและลำไส้ของท่านจะถูกกรดสีเขียวนี่กัดกิน จนทำให้เลือกออกทวารทั้งเก้าและตายอย่างทรมาน พวกท่านกล้าจะพิสูจน์ตนเองหรือไม่ว่าจงรักภักดีต่อต้าซาน หากเกิดสงครามและพวกท่านยังรอด ทุกคนจะได้ยาแก้พิษนี้” อันดาตอบ
“ข้ากล้า ข้าออกจากบ้านมาเพื่อให้ลูกเมียปลอดภัย ข้ากล้าพิสูจน์ตัวเอง!” นายกองว่านยืนขึ้นคนแรก เพราะเขามั่นใจว่ามียาแก้พิษ
“ข้ากล้า เพื่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แม้ตายขอให้จารึกข้าไว้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกป้องแผ่นดินเกิด” ทหารอีกคนตามมาและประกาศปณิธาน ดังนั้นทหารทุกคนจึงเดินเข้าแถวมารับยาจากหยวนอิงที่ควบคุมว่าทุกคนต้องได้รับยา
บางคนก็มีลังเลบ้างแต่ทุกคนก็รับไปกินหมดแม้แต่หมอเจียงและพ่อครัว
“อ้อข้าลืมบอกไปว่ายานี่เป็นยาสั่งด้วย ใครที่คิดทรยศจะไม่สามารถจะยิ่งว้าวุ่นใจและจะตายในสามวันหากไม่ได้ยาแก้พิษ” อันดาบอกหน้าตาเฉย ปฏิกิริยาของเหล่าทหารถูกจับตาไว้อยู่แล้ว
“อันดาเอายาแก้พิษมาให้ข้าอยู่กับเจ้าอันตรายเกินไป” แม่ทัพหยางยื่นมือออกไปรับ
“ยาแก้พิษทั้งหมดอยู่ในนี้พวกท่านวางใจได้ มีใครครบทุกคนหลังสงครามเสร็จสิ้น” แม่ทัพหยางส่งมอบให้หยวนอิงเอาไปเก็บไว้ที่ยอดหลังคาของค่าย และให้มีการเฝ้ายามอย่างแข็งขัน
แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
“อ้อ ข้าจะบอกว่าตอนนี้เรามีอาวุธใหม่ที่ดีกว่าของเป่ยซานและพรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกกับอาวุธใหม่กัน” แม่ทัพหยางประกาศ
ในคืนเดือนมืด ทหารที่เฝ้ายามอยู่ก็ได้กลิ่นหอมฉุนมางอย่างแล้วหลับไป คนชุดดำที่เคลื่อนไหวดั่งสายลมปีนหลังคาไปถึงยอดและเปิดกระเบื้องหลังคาออกเพื่อหยิบถึงถุงนึงขึ้นมา แล้วโดดหนีออกไป
“หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนพวกเจ้าตายแน่” ชายคนนั้นยิ้มเยาะแล้วหยิบยาเม็ดสีดำขึ้นมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงท้องไป
“อี๊ ไม่เหม็นบ้างหรือไง” เสียงอันดาดังออกมาตอนนี้เธออยากจะอ้วกเต็มที
“เจ้า!ทำไม นี่ นี่ไม่ใช่ยาแก้พิษหรอกหรือ!” ชายชุดดำตกใจ
“นั่นมันเป็นขี้หนูน่ะ เจ้าต้องตายเพราะเชื้อโรคจากหนูแน่ๆ” อันดาทำหน้าย่นใส่
“อะไรกัน เจ้าอย่าหลอกข้า นี่มันยาแก้พิษที่พวกเจ้าเอาขึ้นไปวางไว้เอง” ชายในชุดดำ
“เอาไปวางไว้น่ะใช่ แต่มันไม่ใช่ยาแก้พิษ” หยวนอิงออกมา ตอนนี้อันดาเล่นใหญ่เอาสปอตไลต์ออกมาสองคนชุดดำ
คนคนนี้คือเจ้าแห้งที่อยู่ฝ่ายซักล้าง เขาทำตัวอ่อนแอไม่มีปากมีเสียง แต่ที่ไหนได้ มีวิชาตัวเบาขั้นสูงและมีวิทยายุทธ์ด้วย เขาพยายามวิ่งเข้ามาโจมตีอันดา แต่กลับถูกฝ่าเท้าใหญ่ๆ ของแม่ทัพหยางยันหน้าจนหงายหลังออกไป
“ฝ่าเท้าไร้เงา” อันดาชม
“น่าจะเรียกว่าฝ่าเท้าไร้ใจน่าจะดีกว่า” เพราะหยวนอิงเห็นเลือดกบปากเจ้าแห้งแล้วยังคิดว่าท่านแม่ทัพไม่ออมแรงเลย ถ้าหนักกว่านี้เจ้าแห้งคอหักตายไปแล้วแน่ๆ
“อ้อ” อันดา
"พวกเจ้า พวกเจ้าอย่าฆ่าข้าเลย ถ้าจะบอกทุกอย่างขอยาแก้พิษให้ข้าเถอะ เขาเริ่มรู้สึกมวนท้องและอยากจะอาเจียน
“แผนการของพวกเจ้าต้องการทำอะไร” หยวนอิงถาม
“ทางเป่ยซานรู้แล้วว่าพวกเจ้าได้อาวุธมาแต่ไม่มากดังนั้นตอนนี้เราจึงสกัดทางเข้ามาทางต้าซานแล้วรียจัดการพวกท่านก่อน แต่จัดการอย่างไรข้าไม่รู้จริงๆ เอายาให้ข้าเถิด” เจ้าแห้งโอดครวญแล้วก็อาเจียนออกมาอีก
“ใครเป็นไส้ศึกอีก” แม่ทัพหยางถาม
“ข้าไม่รู้จริงๆ เอายา อ๊อก” เจ้าแห้งอาเจียนจนตัวโยก
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ ไม่มีประโยชน์ปล่อยให้พวกมันตายไปเพราะยาพิษนี่เถอะ” แม่ทัพหยางพูดไม่ทันขาดคำก็มีร่างหนึ่งถูกโยนเข้ามา แล้วก็มีอีกร่างโยนเข้ามา
ที่แท้เป็นพวกองครักษ์เงาที่ไปตามดูคนที่มีปฏิกิริยาของทหารเมื่อตอนเย็นแล้วไปเฝ้าตามทางหนีของค่าย และสิบสี่ที่ซ่อนอยู่บนหอสังเกตการณ์มองลงมาจึงเห็นว่ามีคนที่แอบมาเอายาถอนพิษ
เป่ยซานนั้นส่งไส้ศึกเข้ามาได้อย่างแยบยล เพราะแต่ละคนนั้นไม่รู้จักกันและไม่มีใครรู้ว่ามีไส้ศึกคนอื่น
“คนบอกก่อนได้ยาถอนพิษ” แม่ทัพหยางบอกหลังจากที่ลากคอไส้ศึกที่จับได้คืนนี้ แผนชิงยาพิษของอันดาได้ผลดีมาก จับได้ทุกคนแล้ว"การตรวจของอันดาง่ายมาก
นั่นคือให้คนที่เหลือออกมาแล้วให้ยาพวกเขาอีกหนึ่งเม็ดคนที่ไม่กินกลัวมากเพราะเธอขู่ว่าตอนนี้คนที่เป็นไส้ศึกจะอยากอาเจียนหลังจากกินยาเม็ดเขียวนี่ไปแล้วจะเย็นวาบท้องอีกครั้งหลังจากนั้นลำไส้จะละลายเพราะความเครียด
คนที่เป็นไส้ศึกจึงขัดขืนไม่ยอมกิน แต่ก็ไม่วายถูกยัดยาเข้าปากไปทุกคนที่ถูกยัดยาบางคนเครียดจนอาเจียนทำให้คนที่เหลือยอมสารภาพว่าตัวเองเป็นไส้ศึก
“โห ค่ายของท่านหละหลวมมาก” อันดาตะลึงเมื่อพบว่ามีไส้ศึกมากถึงยี่สิบแปดคน จากทหารห้าหมืิ่นนาย
“คงต้องวางระเบียบคัดกรองใหม่แล้ว” แม่ทัพหยางบอก