บทที่ 112
หญิงสาวผมขาวทรงหางม้ากล่าวถามกับเกษตรกรหนุ่ม และแม่ค้าสาว“อ๋อ มาพบครูใหญ่น่ะขอรับ ข้าจะให้น้องๆมาเรียนที่นี่ในปีหน้าเลยอยากมาทำความรู้จักผู้บริหารสักหน่อย” ภามกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้ม“อืม...แล้วเจ้าเห็นชายผมยาวรุงรังผ่านมาทางนี้บ้างไหม?” หญิงสาวเข้าใจความหมายของสิ่งที่ภามต้องการจะสื่อผิดไปเช่นเดียวกับจอมเวทย์ชรา เธอจึงเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงครูใหญ่ที่น่าจะมาถึงที่นี่เป็นคนแรก“ถ้าหมายถึงคนที่ห่มหนังเสือเหมือนพวกฤาษีในป่าละก็ เขาไปทางนั้นแล้ว” ภามชี้บอกทางที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจากไปให้กับหญิงสาว สเตล่าหันไปมองตาม และกำลังจะวิ่งไปแต่อยู่ดีๆก็เกิดฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้“แล้วเจ้าไม่ตกใจเลยหรือที่เมื่อตะกี้มีคลื่นพลังอันรุนแรงเกิดขึ้นแถวๆนี้?” หญิงสาวมองจ้องใบหน้าของเกษตรกรหนุ่ม“ก็รู้สึกเหมือนกันนั่นแหละขอรับ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้นนี่” ภามพูดออกมาเหมือนกับเป็นเรื่องเล็ก“หึ! ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาคงต้องลงไปนอนตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่กับพื้นแล้ว แต่เจ้ากลับยังยืนเฉยทำท่าทางสบายใจอยู่ได้ มันน่าสงสัยยิ่งนัก” สเตล่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนครูคนอื่นๆรอบหันมามองบ้าง“เดี๋ยวๆ ท่านจอมเวทย์ท่านสงสัยว่าข้าเป็นคนที่ปล่อยพลังนั่นเหรอ?” ชายหนุ่มตีหน้าซื่อถามเลขาของครูใหญ่ ส่วนมีอาที่ได้ยินคำกล่าวของภามก็ต้องถึงกับเหลือบตามองบนให้กับคำโกหกหน้าด้านๆนั้น“อะแฮ่ม! ข้าเป็นเป็นอัศวินไม่ใช่จอมเวทย์ดูจากการแต่งตัวก็น่าจะรู้นะ ส่วนตัวเจ้านั้น อืม...ไม่มีพลังเวทย์เลย?” หญิงสาวผมขาวยื่นมือไปด้านหน้าใช้พลังสำรวจชายหนุ่ม แต่กลับไม่พบคลื่นพลังเวทย์ใดๆในกายชายหนุ่ม โดยปกติแล้วเวทมนตร์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ พลังเวทย์นั้นไหลเวียนอยู่ในทุกสรรพสิ่งโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะมากหรือน้อยต่างก็ต้องมี ส่วนจะนำมาใช้งานได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในกรณีของชายหนุ่มจากต่างโลกผู้นี้มีความแตกต่างออกไป“เจ้า! เจ้าตั้งใจปกปิดพลังเวทย์ เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะสัมผัสพลังในกายมนุษย์จากเจ้าไม่ได้เลย เป็นเจ้าสินะที่ก่อเรื่องทั้งหมด” หญิงสาวตะโกนใส่ชายหนุ่ม จนทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหันมามอง“เดี๋ยวๆ ถ้าข้าเป็นคนที่ใช้พลังมหาศาลนั่นได้ ข้าคงจะปกปิดพลังได้แนบเนียนกว่านี้แล้ว ไม่ต้องทำให้พวกท่านจับได้หรอก ยิ่งข้าไม่ได้หนีไปไหนด้วยนะขอรับ” ภามยังคงทำเป็นไม่รู้เรื่องหาข้ออ้างสารพัดมาบรรยาย ด้วยจุดประสงค์เพียงอยากทดสอบสติปัญญาบุคลากรของลูน่าซองค์“เอ่อ ใช่ อย่างที่เจ้าว่ามามันก็ถูก เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน แต่ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีเกินกว่าที่ชาวบ้านทั่วไปจะรู้กัน? แถมยังปกปิดพลังเวทย์ได้อีก?” สเตล่ายังคงไม่ยอมแพ้ เพราะเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เหมือนกับจะอยู่ผิดที่ผิดเวลายังไงชอบกล“ตัวข้านั้นทำไร่ทำสวนเพื่อค้าขาย ตัวข้าจึงเป็นเหมือนกับพ่อค้าคนหนึ่งที่รู้จักผู้คนไปทั่ว ถึงจะมีความรู้กว้างขวางก็ไม่แปลกนี่ขอรับ และสำหรับข้าที่พลังตื่นขึ้นมาแต่ไม่ได้เข้าโรงเรียนเวทมนตร์ก็ใช้คาถาได้บ้าง ที่พอจะมีนักเวทย์ใจดีมาสอนให้เล็กน้อยเท่านั้น” เกษตรกรหนุ่มอธิบาย“จะเป็นเช่นนั้นจริงๆเหรอ?” หญิงสาวผมหางม้ายื่นหน้าเข้าไปจ้องตาชายหนุ่มใกล้ๆ แต่เขากลับไม่ถอยหนี และจ้องตาเธอกลับพร้อมรอยยิ้ม“ถ้าอย่างนั้นแล้วท่านอัศวินคิดว่า คนที่ปล่อยพลังเวทย์มหาศาลนั้นยังจะมายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ท่ามกลางเหล่าจอมเวทย์ และอัศวินมากมาย ที่ได้ชื่อว่าเก่งกาจระดับต้นๆของอาณาจักรเพื่ออะไรหรือขอรับ?” ภามถามกลับ“นั่นแหละสิ่งที่ข้าอยากรู้คำตอบ” สเตล่ายังไม่เชื่อว่าภามพูดความจริง แต่เธอก็ไม่ได้สงสัยว่าชายหนุ่มชาวบ้านธรรมดาคนนี้จะเป็นผู้ที่ปลดปล่อยพลังเวทย์มหาศาลนั้น หญิงสาวผมขาวไม่มีอารมณ์ที่จะเถียงกับชายหนุ่มอีก เธอจึงเดินกลับไปดูอาการของเจ้าหน้าที่หญิงชราที่นั่งพักอยู่ตรงเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ส่วนชายหนุ่มผมดำก็กลับไปคุยกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนที่มาด้วยกัน“ทำไมทำหน้าหงุดหงิดเหมือนโกรธใครมาอย่างนั้นล่ะมีอา?” ภามกล่าวถามหญิงสาวที่กำลังหน้าบึ้งกอดอกอยู่“ตอนแรกข้าก็คิดว่าท่านภามจะพูดกลบเกลื่อนเพื่อให้เราไปจากที่นี่ แต่กลายเป็นว่าท่านไปคุยอ้อล้อกับอัศวินสาวสวยเสียอย่างนั้น” มีอาพูดออกมาตามตรงจากใจของเธอ“หืม? เจ้าเห็นเป็นอย่างนั้นเหรอ?แต่ข้าก็แค่ตอบคำถามปัดๆไปเท่านั้น เพื่อไม่ให้นางสงสัย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาตามที่ตนคิดจริงๆ“นี่ท่าน! คำพูดของท่านแต่ละอย่างยิ่งทำให้นางสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างกับว่าท่านอยากให้นางถามไปเรื่อยๆอย่างนั้นแหละ เชอะ!” แม่ค้าสาวไม่เข้าใจความคิดของชายหนุ่มเลย แต่ก็เพราะวิธีการพูดของเขามันส่งผลให้ดูน่าสงสัยจริงๆ จนเธอหมดคำที่จะพูด ที่สำคัญคือท่าทางชายหนุ่มจะไม่ยอมไปจากโรงเรียนลูน่าซองค์ง่ายๆ ถ้าเขาไม่ได้พบกับครูใหญ่ในวันนี้ ครูจอมเวทย์หลายคนก็แยกย้ายกันไปแล้ว เหลืออยู่เพียงแค่เฝ้าจุดนี้สี่ห้าคน รวมทั้งสเตล่า และจอมเวทย์หญิงชราอาเดลที่ยังคงช็อกพร้อมกับจ้องมองภามอยู่ไม่วางตา จนกระทั่งครูใหญ่เหาะกลับมาที่โถงหน้าปราสาทแห่งนี้“สเตล่าเจ้าอยู่นี่เองเหรอ? ทำไมไม่โทรจิตรายงานข้าเลยล่ะ?” ชายวัยกลางคนในชุดเสือโคร่งถามเลขาของตน“ข้าติดต่อท่านไปหลายครั้งแล้ว แต่ท่านต่างหากที่ไม่ตอบข้านะเจ้าคะ ครูใหญ่!” เขาสาวต่อว่าหัวหน้าของตนต่อหน้าทุกคนในห้องโถง“ไม่เอาน่า อย่าเพิ่งโกรธน้า นี่อยู่ต่อหน้าคนอื่นด้วย เจ้าไม่อายหรือไง” ชายผู้ห่มหนังเสือทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่รู้สึกผิดสักนิด แถมยังต่อว่าเลขากลับไปอีก“เฮ้อ! ข้าไม่อยากสนใจท่านแล้ว ว่าแต่ท่านเจอจอมเวทย์ที่มาก่อกวนนั่นหรือไม่เจ้าคะ?” สเตล่าที่กำลังถือยาดมให้หญิงชราดมอยู่นั้นหันกลับไปถามครูใหญ่“ไม่เจอเลย ไม่มีร่องรอยอะไรสักอย่าง ข้าใช้พลังตรวจสอบพื้นที่ไปถึงเขตรอบนอกก็ไม่เจออะไรเลย ข้าว่าถ้ามันไม่หนีเก่ง มันก็ต้องซ่อนตัวเก่ง และอยู่แถวนี้นี่แหละ อ้าว! แล้วนั่นท่านอาเดลเป็นอะไรไป?” ครูใหญ่หนวดเครารุงรังกล่าวถาม“จอมเวทย์อาเดลน่าจะอยู่ใกล้กับจอมเวทย์ลึกลับคนนั้นมากที่สุดเจ้าค่ะ การปล่อยคลื่นพลังรุนแรงขนาดนั้นคงทำให้นางสับสน” หญิงสาวผมขาวตอบเจ้านาย“แล้วมีคนอื่นเห็นเหตุการณ์อีกไหมล่ะ?” ครูใหญ่ลองถามดู“ก็มีชาวบ้านสองคนนั้นแหละเจ้าค่ะ” สเตล่าหันหน้าไปมองภาม และมีอา เพื่อให้ครูใหญ่มองตาม ซึ่งก็ทำให้เขาเห็นแววตาที่จดจ้องไปยังชายหนุ่มของจอมเวทย์ชราเช่นกัน ชายผู้ห่มหนังเสือเดินเข้าไปหาเกษตรกรหนุ่มเพื่อสอบถาม ซึ่งระหว่างนั้นครูใหญ่ก็สังเกตวิเคราะห์ภามไปด้วยในตัว“สวัสดี เจ้าก็อยู่ด้วยตอนที่เกิดคลื่นพลังเรอะ?” ครูใหญ่ถามชาวไร่หนุ่มด้วยความสุภาพ“ใช่ขอรับ แล้วท่านคือ? ฤาษี?” ภามกล่าวตอบ และถามกลับไปแม้ว่าเขาจะรู้ว่าชายตรงหน้าเป็นใครก็ตาม“ฤาษีบ้านเอ็งสิ! อะแฮ่มๆขออภัย ข้าคือผู้อำนวยการของสถาบันพัฒนาเวทมนตร์ลูน่าซองค์แห่งนี้” ครูใหญ่ตะคอกกลับ แต่ก็กลับมาสุภาพอย่างรวดเร็ว“อ้อ ที่แท้ก็ครูใหญ่นี่เอง ข้าขอเจอท่านแต่เจ้าหน้าที่ตรงนั้นก็ไม่ยอมติดต่อให้ พอบอกกับผู้หญิงผมขาวคนนั้นเธอก็เมินเฉย แถมยังมาเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นอีก ท่านต้องอบรมเรื่องมารยาทพนักงานใหม่ด้วยนะ เห็นว่าข้าเป็นชาวบ้านก็เลยไม่สนใจให้ความร่วมมือหรือยังไง” ภามร่ายยาวให้กับครูใหญ่ฟัง“อ่า ได้ๆ ไว้ข้าจะจัดการให้นะ ว่าแต่เจ้าตอนเกิดคลื่นพลังรุนแรงนั่นได้เห็นตัวคนทำรึเปล่า?” มหาจอมเวทย์ในชุดหนังเสือโคร่งกล่าวถามเข้าเรื่อง แต่แล้วหญิงชราที่เงียบไปนานก็สะดุ้งขึ้น“คนนั้น! ชายคนนั้นเป็นผู้ปล่อยพลังเวทย์มหาศาลออกมาเจ้าค่ะ!” จอมเวทย์อาเดลกล่าวโพล่งขึ้น ครูใหญ่หันไปมองหญิงชรา แล้วก็หันกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้ง“ก็เพราะคนของท่านไม่ให้ข้าเจอท่านนั่นแหละ ข้าก็เลยต้องส่งสัญญาณเพื่อเรียกให้ท่านออกมาเองยังไงล่ะ” ภามกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส ที่ทำให้คนมองขนลุก