ขวดยาวิเศษหล่นลงที่พื้นเสียงดังและกลิ้งไหล แต่กุ่ยหรานไม่สนใจมัน
ในห้องลับเขารีบเร่งเดินไปที่ผนังกำแพงด้านหนึ่ง ที่มีรูปแกะสลักของต้นไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไม้หมื่นกิ่ง มือเขาประทับแนบไปที่กำแพงและมันมีหนวดยืดยาวเป็นรยางค์งอกออกมาในทันที
หนวดที่ยืดยาวเป็นรยางค์นั้นแทงเข้าไปที่มือของกุ่ยหราน ทำให้มือนี้ดูซูบซีดและแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็ว แต่กำแพงนั้นเปิดออกหลังจากมันได้เลือดของกุ่ยหรานไปพอประมาณ ระหว่างเดินเข้าไปในห้องลับที่ถูกปิดซ่อนไว้อย่างดี ปากของกุ่ยหรานเริ่มพึมพำ
"ในงานประมูลนั่นด้วย 'ดวงตาแห่งการรู้แจ้งของพระองค์' ข้ามองเห็นความจริงทุกอย่าง เจ้านั้นไม่ได้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริง แต่มันกลับพิเศษ มันมีพลังโอน่าที่บริสุทธิ์อย่างน่ารังเกียจ ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะใช่คนของโถงที่เก้าจริงหรือไม่ นั่นเพราะมันสามารถฆ่าปิ๋งเสิ่งได้จริงๆ พร้อมกับความพิเศษของตัวมัน ทำให้ข้าสับสนยิ่งขึ้น แต่... ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทุ่งต้นไม้ดำไม่มากก็น้อย สิ่งนี้ตรงกับที่เบื้องสูงต้องการรับรู้ ข้าต้องรีบรายงานขึ้นไป หากนี่เป็นความดีความชอบ ข้าอาจจะได้รับชีวิตอมตะ... คิกคิกคิก" เสียงหัวเราะของกุ่ยหรานดังน่าสยดสยอง
กุ่ยหรานเดินลึกเข้าไป ภายในมืดมาก มีแต่แสงจากโคมไฟสีส้มจางๆ ส่องสว่างไหวเป็นระยะๆ ตลอดทางอันมืดมิด เดินไปหลายร้อยอึดใจกุ่ยหรานก็มาถึงโถงกว้าง ที่นี่ราวกับเป็นภายในวิหารของเหล่านักบวช
เบื้องหน้าสุดของกุ่ยหรานมีเทวรูปของเทพธิดาตนหนึ่งผู้งดงาม นางนั่งประทับกลางต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมนาง พร้อมอ้าแขนคล้ายบอกเป็นความนัยว่า นางนั้นอารีและพร้อมโอบอุ้มสรรพชีวิตไว้ในอ้อมแขนของพระนางเอง
กุ่ยหรานหายใจเข้าออกลึก มองไปมุมหนึ่งของโถงกว้างใหญ่นี้ มีเด็กหญิงใส่ชุดกระโปรงยาวนั่งอยู่ในกรง นางคล้ายว่าจะหลับอยู่ ใบหน้าของนางแสดงออกถึงความงดงามของสตรีเยาว์วัยที่ไร้เดียงสา นางดูเหมือนจะอายุ 14 ถึง 15 ปี
กุ่ยหรานเดินไปเปิดกรงนั้น
"นายท่าน..." เสียงเด็กหญิงดังเบา นางตื่นเพราะกุ่ยหราน
กุ่ยหรานแสยะยิ้ม "เจ้าได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์"
เด็กหญิงหวาดกลัว คำพูดและใบหน้าของกุ่ยหรานทำให้นางวิตก ไม่ ไม่ ไม่ เด็กหญิงดีดดิ้นพร้อมแผดเสียงคำว่า 'ไม่' ไม่ยอมหยุด กุ่ยหรานมือหนึ่งของเขากระชากร่างนาง ดึงร่างนางไปหน้าเทวรูปแห่งเทพีที่นั่งใจกลางต้นไม้ เขามองจ้องเทวรูปอย่างมีความสุข
เด็กหญิงพยายามเอามือทุบตีเขาเพื่อให้เขาปล่อยนาง
แต่กุ่ยหรานไม่สนใจ
ก่อนจะกล่าวคำสรรเสริญ "พระมารดาแห่งความบริสุทธิ์ผู้มีอำนาจแห่งชีวิตนิรันดร์ ลูกแกะผู้หลงทางของบวงสรวงและเซ่นสังเวยต่อท่าน รากเหง้าแห่งมนุษย์ หญิงสาวที่ยังไม่ได้แปดเปื้อนผู้พร้อมในการตั้งครรภ์และให้กำเนิดชีวิต ขอพระมารดาแห่งความบริสุทธิ์จงรับนางเข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และโปรดช่วยลูกเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์สู่ 'วิหารแห่งความบริสุทธิ์' ของ 'นักบุญเลือดแห่งพระคัมภีร์ที่แปด' "
เมื่อคำกล่าวสรรเสริญที่ราวกับบทสวดจบลง เทวรูปแห่งเทพีผู้งดงามก็สั่นไหว ดวงตาของนางกลายเป็นสีแดงพร้อมมีโลหิตหลั่ง ดวงตานั้นจับจ้องไปที่เด็กหญิงที่กำลังดิ้นรนและสั่นกลัว
กรีดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงเด็กสาวกรีดร้องดัง พร้อมด้านหลังเทวรูป ต้นไม้ที่ราวกับเป็นหินแกะสลัก กิ่งก้านมันยืดยาว ก่อนจะร้อยรัดร่างเด็กสาว มันม้วนดึงร่างเด็กสาว ก่อนจะบีบรัดและบิดร่างนางช้าๆ
ใบหน้าเด็กสาวทรมานสุดชีวิต เส้นเลือดของนางแตก ก่อนโลหิตจากร่างนางจะไหลอาบไปทั่วเทวรูป
อยู่ๆ เทวรูปแห่งเทพีผู้งดงามก็คล้ายทั่วร่างมีรอยปูดนูนเล็กๆ ปรากฏขึ้นไปทั่ว ไม่ช้ามันก็กลายเป็นปาก ดวงตา และอวัยวะเพศของสตรี
ปากเหล่านั้นขยับพร้อมกัน เกิดเป็นน้ำเสียงของบุรุษผู้หนึ่ง ที่คล้ายให้ความรู้สึกอบอุ่นยิ่ง
"ลูกแกะตัวน้อยของพ่อ ณ ดินแดนที่ห่างไกล เจ้าต้องการรับคำแนะนำใดรึ ถึงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์มาถึงพ่อ"
กุ่ยหรานก้มกราบตัวหดและสั่นเทา แต่ถึงอย่างนั้นมุมปากของมันก็มีรอยยิ้มประดับ
"ลูก... ลูก ได้รับสารศักดิ์สิทธิ์จากผู้เป็นตัวแทนของวิหาร ลูกรู้ว่าทางวิหารนั้นให้ความสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในดินแดนของลูกเมื่อไม่นานมานี้ 'ทุ่งต้นไม้ดำ' ปรากฏการณ์ประหลาด ลูกคิดว่าลูกพบตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาลึกลับและดูมีความพิเศษบางอย่าง"
เงียบงัน ความเงียบงันปกคลุมโถงใหญ่แห่งนี้อยู่ครู่ใหญ่
ก่อนเสียงที่ยินดีจะปรากฏ
เสียงนั้นกล่าวอย่างยินดีว่า ให้กุ่ยหรานพูดสิ่งที่เขารู้ กุ่ยหรานพูดทุกอย่างและเขายังยืนยันบางสิ่งด้วยดวงตาหิน
เขายื่นมันยกสูงเหนือศีรษะ และมีอำนาจลึกลับ มันก่อตัวเป็นคลื่นโลหิตม้วนหมุนเป็นวังวนดูดกลืน 'ดวงตาหิน' ในมือกุ่ยหรานเข้าไปหามันอย่างช้าๆ
เมื่อดวงตาหินถูกดูดกลืนเข้าไปโดยสมบูรณ์วังวนเลือดนี้ก็หายไป
ความเงียบงันที่ยาวนานปรากฏอีกครั้ง
แต่กุ่ยหรานก็ไม่ได้ไปไหน เขายังคุกเข่าอยู่ตรงนั้นอย่างนอบน้อม
จนกระทั่งปากนับร้อยของรูปปั้นเทพีขยับอีกครั้ง
"เป็นศรัทธาที่ดี พ่อเชื่อว่า 'พระมารดาแห่งความบริสุทธิ์' จะเปิดรับเจ้าและมอบโอกาส พ่อจะส่งคนของพ่อไปที่นั่น และเขาจะมอบรางวัลให้แก่เจ้าลูกชายตัวน้อยของพ่อ เจ้าจะได้อยู่ในอ้อมแขนของพระนางและกลายเป็น 'คนอมตะ' ในอนาคตหากสิ่งที่เจ้ากระทำมีคุณค่ามากพอ"
ดวงตากุ่ยหรานสั่นระริก
ก่อนเสียงของรูปปั้นเทพีจะดังต่ออีกครั้ง
"จงช่วยนักบุญของพ่อแสวงหาความจริง"
"ขอรับ" กุ่ยหรานตอบรับอย่างนอบน้อม ก่อนทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเป็นปกติ
เทวรูปเทพีที่น่าหวาดกลัวด้วยดวงตา ปาก และอวัยวะเพศสตรี นางกลับมางดงามอีกครั้ง เพียงแต่ก็ยังน่าสะพรึงอยู่บ้างโดยเลือดที่ชโลมไปทั่วเทวรูป
ด้านหน้าศพของเด็กหญิง กุ่ยหรานยื่นขึ้น
เขาหัวเราะราวปีศาจอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว จากนั้นเขาก็ร่ายรำตามแบบฉบับชนชั้นสูงของโลกของคนบนโลกใบนี้อยู่คนเดียว
...
เซี่ยซีหานตอนนี้ลืมตาขึ้น เสียงของเด็กชายจื้อเพ่ยก็ดังทันที
"ท่านอาจารย์ ท่านออกจากภวังค์จิตแล้วหรือขอรับ" ผลึกน้ำแข็งที่เกาะเต็มตัวเซี่ยซีหาน กลายเป็นแสงสีฟ้าล่องลอยคล้ายละอองดาว
ดวงตาเซี่ยซีหานกะพริบไหว ตัวมันพบว่าหลังการตระหนักรู้รูนธาตุน้ำแข็ง ที่ตอนนี้บรรลุสู่ระดับ '2' อย่างง่ายดาย เวลาก็ค่ำจนทั่วท้องฟ้าดวงดาวก็พร่างพราวไร้จุดจบเสียแล้ว
"อาจารย์อยู่ในภวังค์จิตนานเท่าไหร่จื้อเพ่ย"
"ราวๆ 10 ชั่วโมงเต็มได้ขอรับ" จื้อเพ่ยตอบเร็ว
"งั้นก็แสดงว่าพวกเราใกล้กลับถึงป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแล้วสินะ" เซี่ยซีหานพูดพลางทำมือบิดขี้เกียจ "กลับถึงที่นั่นพวกเราจะได้พักผ่อนกันที่เตียงอุ่นๆ"
แต่คำพูดอย่างอารมณ์ดีของเซี่ยซีหานยังไม่ได้จบคำดีเท่าไหร่นัก
ด้วยดวงตาที่แสนพิเศษจากการมีทักษะแห่งวิหครุ่งอรุณ เซี่ยซีหานแม้จะยังไม่เปิดใช้ความสามารถ ดวงตาของเขาก็สามารถมองเห็นได้ยาวไกลกว่าคนปกติหลายเท่าตัว
เซี่ยซีหานสังเกตเห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นฟ้าจากไกลๆ ได้
และทิศทางที่ควันดำปรากฏมันก็ดันเป็น... ที่ตั้งแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
'ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเกิดเรื่องขึ้นงั้นเหรอ...' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง พร้อมดวงตาจะปรากฏวงเวทย์แห่งวิหครุ่งอรุณ
ภาพถูกขยายและมองไกลขึ้นอีกหลายเท่าตัว เซี่ยซีหานเห็นคนบนกำแพงกำลังเดินกันวุ่นวาย พวกเขากำลังทำอะไรกัน
นอกจากนั้น กลุ่มควันดำก็ไม่ได้เกิดจากจุดจุดเดียว แต่มันมีควันไฟจากหลายจุดปรากฏ
หรือว่า... ไอ้พวกหมาล่าเนื้อบุกป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวอีกครั้ง
'ไม่ได้การ...' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองอย่างร้อนใจ ก่อนจะกระโดดลงจากร่างของตงตงเจ้าหมียักษ์
"ท่านอาจารย์" เสียงของเด็กชายแผดดังอย่างเป็นกังวล ทำไมอยู่ๆ ท่านอาจารย์ของตัวมัน ถึงมีท่าทีแปลกไป
"จื้อเพ่ยเจ้าพาตงตงเดินไปทางขุนเขาลูกนั้นก่อนและรอข้าไปหา จงซ่อนตัวและระวัง หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นและเจ้าเห็นทีท่าไม่ดี จงควบขี่ตงตงหนีไปที่เมืองรากไม้โดยไม่ต้องเป็นห่วงข้า"
"ท่านอาจารย์ที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึขอรับ"
"ข้าไม่รู้! แต่เจ้าจงรีบทำตามที่อาจารย์สั่ง"
"ขอรับ" เสียงจื้อเพ่ยพูดอย่างไม่พร้อมใจ
ก่อนจะได้แต่มองร่างของเซี่ยซีหานผู้เป็นอาจารย์วิ่งไปที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวราวกับสายลม
โดยทั้งศักยภาพแห่งผู้ฝึกพลังปราณ และความสามารถของผู้วิเศษ ทำให้เซี่ยซีหานวิ่งเร็วดุจสายลม และเขาแทบจะไม่เหนื่อยแม้ต้องวิ่งเป็นร้อยกิโลเมตรโดยไม่หยุดก็ตาม
...
บนกำแพงแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เสียงชายคนหนึ่งแผดดัง ทั้งๆ ตอนนี้เขาร้องไห้เหมือนคนบ้า
มือข้างหนึ่งของเขาอุ้มเด็กทารกไว้ และอีกมือจับดาบชี้ไปด้านหน้าอย่างสั่นเทา สีหน้าของเขาไม่ดีอย่างยิ่ง มันซูบผอมและซีดขาวอย่างถึงที่สุด
"อย่าเข้ามา พวกเจ้าอย่าเข้ามา ได้โปรด ได้โปรด ให้ลูกข้าได้อยู่ที่นี่ เขา... เขาแค่ป่วยเล็กน้อย อีกไม่ช้าเขาก็จะหายจากโรค ได้โปรด ได้โปรดให้เขาได้รับการรับการรักษาด้วยเถอะ"
นักรบฉกรรจ์บนกำแพงมองชายคนนั้น ที่หยิบดาบชี้หน้าพวกเขาด้วยใบหน้าที่โศกเศร้า ชายคนนั้นที่กำลังร้องไห้เหมือนคนบ้า
พวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นสหายกัน แต่ด้วยเหตุไม่คาดคิด นั่นจึงทำให้ชายจับดาบมีสภาพเช่นนี้