ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่123 มีหวังเหนี่ยวเหนี่ยวเพียงผู้เดียวก็เกินพอแล้ว!!

         เมื่อเหนี่ยวเหนี่ยวหาวิธีแก้ไข และขจัดปัญหาของเจ้าดาวตกน้อยได้แล้ว กับแสงสว่างที่ออกมาจากตัวของมันตลอดเวลา มันก็ไม่ต้องจำเป็นที่จะต้องซุกซ่อนตัวตนอยู่ในกองผ้าอีกต่อไปแล้ว 

         “ในที่สุดข้าก็ได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เสียที”เจ้าดาวตกน้อย

         “ดีใจด้วยนะน้องสาม ในที่สุดก็ไม่ต้องโดนเจ้านายทิ้งขว้างอีกต่อไป”เจ้าเด้งดึ๋ง

         “ดีใจด้วยที่ต่อไปนี้เจ้าจะได้ไม่ต้องโดนเจ้านายโยนผ้าใส่อีกแล้วนะ”เจ้าขาวผ่อง

         “............!!”เจ้าดาวตกน้อย ที่รับฟังแรกๆเหมือนจะดีแต่ประโยคหลังๆมันทะแม่งๆพิกลน่ะสิ ก็ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆไปให้เหล่ารุ่นพี่สัตว์อสูรทั้งสองตนไปแบบแปลกๆ 

         “เอ่อ…พี่ใหญ่ขาวผ่อง พี่รองเด้งดึ๋ง พวกท่านกำลังดีใจไปกับข้าจริงๆใช่หรือไม่??”เจ้าดาวตกน้อย

         “ก็ใช่น่ะสิน้องสาม”ขาวผ่อง เด้งดึ๋ง

         “งั้นก็ได้ ขอบใจนะ”เจ้าดาวตกน้อย

         “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลย ในเมื่อตอนนี้เราเสมือนเป็นพี่น้องกันแล้ว ย่อมแบ่งปันความสุข และความทุกข์ให้เจ้าเยอะๆเลย”เจ้าขาวผ่อง

         “............!!”เจ้าดาวตกน้อย

         “ใช่ๆ”เจ้าเด้งดึ๋ง 

         เหล่าสามพี่น้องสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเหนี่ยวเหนี่ยว ต่างก็เหมือนจะพูดแสดงความยินดีแบบจริงใจกันอยู่ แบบกลมเกลียกันเป็นอย่างดี

         ส่วนทางด้านเหล่าบรรดาแม่นางน้อยทั้งหลายก็ คอยพูดและสอบถามกันอย่างตื่นเต้นกับพลังธาตุมืดของท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกนางกัน เพราะนานๆครั้งถึงจะได้เห็นท่านย่าเล็กใช้พลังธาตุมืดออกมาให้เห็น

         “ท่านย่าเล็กเจ้าคะ นี่มันคือพลังธาตุมืดจริงๆเหรอเจ้าคะ??”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “พลังธาตุมืดจริงๆเหรอ ท่านย่าเล็กเจ้าคะ??”เหล่าบรรดาสาวน้อยทั้งหลายก็ประสานเสียงถามกันอย่างสนใจมากๆ

         “ก็ใช่น่ะสิ เห็นหรือไม่เล่าว่ามีละอองสีดำเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกของพลังธาตุมืดโดยเฉพาะเลยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “ว้าว….”พวกเหลนๆ 

        “พลังธาตุมืดนี้สามารถนำมาใช้ได้ทุกสถานการณ์เช่นเดียวกันกับ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ นะถ้ารู้จักดัดแปลงวิธีการแปลพลังธาตุออกมาใช้งานน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยวง

         “ดัดแปลงการใช้งานของพลังธาตุหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “อือ…อย่างเช่นพลังธาตุดินที่ดูแข็งแกร่ง ทนทาน พวกเราก็สามารถทำให้พลังธาตุดินดูอ่อนนุ่มลงได้

         ส่วนพลังธาตุน้ำ ที่ดูเป็นความอุดมสมบูรณ์และเสมือนกับพลังชีวิตที่ต้องอาศัยมันถึงจะเติบโตได้ทั้งพืชพันธุ์ มนุษย์และสัตว์อย่างไรเสียก็ต้องพึ่งพาธาตุน้ำกันหมดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่พวกเราก็สามารถที่จะแปลงวิถีทางใช้ให้มันดูดุดันได้ด้วย

         พลังธาตุลม ที่เหมือนดั่งพายุที่จะสามารถทำลายล้างสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ราบเป็นหน้ากอง แต่เราก็สามารถแปลเปลี่ยนให้พลังธาตุลมเป็นธาตุที่เย็นสบายบางเบาได้ด้วยเช่นกัน 

         พลังธาตุไฟ ที่ดูร้อนแรงเสมอเปรียบเสมือนการที่จะทำลายล้างแผดเผาทุกที่ ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำไปเสมอ แต่ใช่ว่าจะใช้ได้แต่ความร้อนแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของพลังธาตุไฟได้เพียงอย่างเดียว พวกเราสามารถแปลเปลี่ยนให้ไฟนั้นเย็นลงได้ด้วยเช่นกัน

         จุดอ่อน จุดแข็ง ของแต่ละพลังธาตุนั้นย่อมมีเพียงแต่ว่าพวกเจ้าจะต้องรู้จักใช้มันให้ถูกวิธีเพียงเท่านั้นเอง”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหล่าบรรดาสาวน้อย

         “พวกเราจะจดจำสิ่งที่ท่านย่าเล็กสอนเอาไว้”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “พวกเราจะขยันฝึกซ้อนใช้พลังธาตุให้เก่งๆมากยิ่งขึ้น ให้เหมือนกับท่านย่าเล็กให้จงได้เจ้าค่ะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “ใช่ๆ เหมือนท่านย่าเล็ก”บรรดาเหลนสาวน้อย

         “ดีๆ พวกเจ้าเป็นเด็กดีมากที่เชื่อฟังข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว

         ในขณะที่พวกเด็กผู้หญิงกำลังฟังคำสั่งสอนของท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขาอย่างตั้งใจมากจริงๆ 

         ทางด้านพวกท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ทั้งหลายกลับต้องพูดกันออกมาอีกแบบหนึ่งหลังจากได้ยินพวกนางบอกว่าอยากจะเหมือนท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันเหลือเกิน 

         “ไม่..!!!”บรรดาเหล่าฮูหยินทั้งหลาย

         “อย่าเหมือนเลยท่านย่าเล็กของพวกเจ้าน่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “แค่มีหวังเหนี่ยวเหนี่ยวแบบนางเพียงแค่คนเดียว ข้าว่าก็เกินพอแล้วนะ”ท่านแม่

         “นั่นน่ะสิเจ้าคะ ขืนเหมือนน้องเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันหมดมีหวังพวกเราคงจะไม่ได้อยู่สุขสบายกันจริงๆแน่นอนเจ้าค่ะ ในแต่ละวัน”พี่สะใภ้รอง

         “นึกแล้วก็เหมือนจะฝันร้ายเลยทีเดียวนะ พวกเจ้าว่าไหมถ้าวันไหนเกิดตื่นขึ้นมาและเจอเหนี่ยวเหนี่ยวหลายสิบคนตรงหน้าน่ะ อึ๋ย….!!!”ท่านป้าอี้

         “แค่คิดก็ทำให้ข้าขนลุกเกลียวขึ้นมาทีเดียวเลยล่ะ พวกเราอย่าคิดถึงประเด็นนี้กันเลยนะมันดูจะเหมือนเป็นลางร้ายเลย”ท่านป้าฉือ

         “จริงๆ เปลี่ยนเรื่องพูดกันดีกว่านะข้าเห็นด้วยจริงๆ ถึงแม้นว่าข้าจะมีลูกสาวเพียงคนเดียวและรักนางมากที่สุดในชีวิตก็ตามทีแต่ข้าขอมีเพียงนางคนเดียวก็เกินพอแล้ว อย่ามีหวังเหนี่ยวเหนี่ยวคนที่สอง หวังเหนี่ยวเหนี่ยวคนที่สาม ที่สี่ ที่ห้า…อะไรอีกเลย”ท่านแม่ เองก็อดที่จะหวาดวิตกไม่ได้จริงๆที่จะเจอเหนี่ยวเหนี่ยวแบ่งร่างออกมาหลายสิบคนน่ะ ชีวิตของท่านคงจะไม่มีทางสงบสุขได้เป็นแน่ล่ะ

         “...........”บรรดาฮูหยิน 

         พวกท่านได้แต่มองภาพตรงหน้าที่เห็นพวกเด็กผู้หญิงจะกลายเป็นเหนี่ยวเหนี่ยวกันหมดอย่างขนหัวลุก และก็รีบพากันหลับตาและส่ายหัวกันไปมา เพื่อสลัดภาพและลบความคิดนั้นออกจากหัวสมองให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุดทันทีเลย

         “พวกเจ้าอย่าลืมเก็บพวกพืชพันธุ์แถวๆนี้ไว้ด้วยนะ เพราะเป็นต้นไม้ ต้นหญ้าที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมืองเฮยอ้านเท่านั้น”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ได้เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนๆสาว

         “พวกต้นไม้เมืองเฮยอ้านนี่มันแตกต่างมากหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “ก็แตกต่างอยู่บ้างแหละนะ เพราะต้นไม้ สมุนไพร ต่างๆที่เกิดขึ้นที่เมืองเฮยอ้านส่วนมากจะอยู่ และเติบโตได้เพราะอาศัยความมืดมิด และแสงของดวงจันทร์ ดวงดาวเพื่อช่วยให้มันเติบโตขึ้นอย่างไรล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “โอ้….”เหลนๆสาว

         “พวกเจ้าก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเมืองเฮยอ้านเป็นดินแดนแห่งความมืดมิด ไม่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ขึ้นส่องแสงแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นพืชพันธุ์ ต้นไม้ สมุนไพรต่างๆย่อมจะต้องปรับตัวตามสภาพความเป็นอยู่ที่มันจะต้องมาเกิดและเติบโตที่เมืองเฮยอ้านแห่งนี้ 

         ถ้ามันไม่ปรับตัวก็จะไม่มีต้นไม้ ต้นหญ้าเหล่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงต้องมีความแตกต่างจากเมืองอื่นๆอยู่บ้างที่เจอแสงสว่างจากดวงอาทิตย์”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ป่าแถวนี้ก็คงจะคล้ายคลึงกับป่าแถวหมู่บ้านพวกเรานะเจ้าคะท่านย่าเล็ก ที่นั่นมีแต่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์หล่อเลี้ยงพวกมันให้เจริญเติบโตขึ้นมา”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “ใช่แล้วล่ะ เมืองหนิงหวงของพวกเรามีแต่ความส่องแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทั้งวัน ทั้งคืน ส่วนที่นี่เมืองเฮยอ้านมีแต่ความมืดมิด มีเพียงแสงดวงจันทร์กับแสงดวงดาวที่ช่วยส่องแสงสว่างให้กับคนที่เมืองแห่งนี้

         เหล่าต้นไม้ต่างๆก็เหมือนกับมนุษย์แบบพวกเราอย่างไรล่ะที่จะต้องอาศัยอยู่และปรับตัวให้อยู่รอดได้ ไม่อย่างนั้นแล้วก็ต้องตายเพียงอย่างเดียวนั่นแหละ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เมืองหนิงหวงของพวกเราถ้าวันไหนเกิดอาการร้อนขึ้นมาก็ร้อนมากจริงๆเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “อือ…ก็เพราะมีดวงอาทิตย์ตลอดเวลาอย่างไรล่ะร้อนมากไปก็ไม่ดี ความร้อนนำพาแผดเผาต้นไม้ ต้นหญ้าหมด และทำให้ก่อเกิดปัญหาความแห้งแล้งตามมาได้นี่มันเป็นปัญหาใหญ่เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “นั่นมันเป็นเมื่อก่อนเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก แต่ตอนนี้ท่านย่าเล็กช่วยสอนพวกข้าให้รู้จักใช้พลังธาตุในเรื่องต่างๆมากมายเลย”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “ใช่ๆ”เหลนสาวน้อย ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยที่ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นมาในหมู่บ้านและการดำเนินชีวิตประจำวันของพวกเขามาจากท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวทั้งหมดเลยจริงๆ

         “มันก็เป็นเรื่องเล็กน้อยน่ะ อย่างไรเสียข้าเองก็จะต้องทำอยู่แล้ว เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราดีขึ้นไม่ต้องลำบากเหมือนเก่าอีกต่อไป และแน่นอนว่าผู้คนจากที่อื่นก็เช่นกันข้าจะไปช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยวง

         “พวกข้าก็เต็มใจจะไปช่วยด้วยเจ้าค่ะ”เหลนสาวน้อย

         “ดีมาก ในเมื่อตอนนี้ข้ากับพวกเจ้าเราสุขสบายกาย สุขสบายใจ สุขสบายท้องกันแล้ว ที่เหลือก็แบ่งปันผู้อื่นกันนั่นคือสิ่งที่ดี”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         “ความช่วยเหลือที่พวกเราทำต้องจำเอาไว้ว่า ตัวเองย่อมต้องไม่เดือดร้อนไปด้วย และที่สำคัญต้องไม่ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งที่พวกเราทำให้”เหนี่ยวเหนี่ยวง

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         ทางด้านพวกท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ได้ยินบทสนทนาจากพวกแม่นางน้อยกลุ่มนี้ก็ทำสีหน้าปลื้มปริ่ม อิ่มอกอิ่มใจกันจริงๆ ที่พวกนางทั้งหมดดูเหมือนเด็กที่โตขึ้นมากๆเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกนางจะโตมากถึงเพียงนี้ 

         แต่ก็เถอะนะภาคภูมิใจเต็มปลื้มได้เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยามเพียงเท่านั้นเอง ประโยคบทสนทนาต่อไปก็ทำลายทุกอย่างที่คาดหวังจากพวกท่านทันทีเลย เพราะพวกท่านได้ยินท่านย่าเล็กเหนี่ยเหนี่ยวของเหลนสาวน้อยพูดออกมากันว่า….

         “เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเราพูดคุยเรื่องมีสาระมามากแล้ว กลับมาเป็นตัวตนของพวกเราดีกว่านะ ไปได้”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.................!!”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ หลานสะใภ้ 

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนๆสาวน้อย

         “เหนื่อยเก๊กท่ากันแทบแย่เจ้าค่ะ เวลาพูดเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ เมื่อหน้าจังเลย”เหลนสาวสี่ทู่จึ พยายามบีบนวดใบหน้า ปาก คางของนางไปด้วย

         “................!!”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ หลานสะใภ้

         “จริงหน้าตาข้าก็เกร็งไปหมดแล้ว เมื่อยหน้าจริงๆเลยนะเนี่ยนะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “................!!”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ หลานสะใภ้

         “อิ…อิ….อิ…..”เหลนสาวน้อยพากันหัวเราะคิกคักกันอย่างชอบใจที่ได้กลับมาเป็นตัวตนดั่งเดิมแล้ว

         “เพราะฉะนั้นกลับมาเป็นตัวของพวกเราเองนั่นแหละดีที่สุดเลย ตัวตนที่รักอิสระ เสรีทั้งทางกาย ทางใจ ยู้ฮู…วู้….วู้….”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่บิดตัวไปมาเหมือนออกกำลังกายก้นน้อยๆบิดไปทางซ้าย บิดไปทางขวาอย่างไม่รู้ตัว อาจจะเพราะคงเมื่อยตัวที่จะต้องทำเก๊กท่าให้มาดดูดีก็เป็นได้

         “................!!”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้

         “อิ…อิ…..”เหลนสาวน้อยก็พากันกระโดด โลดเต้น ผิดกับภาพเมื่อตะกี้นี้หน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว

         เหล่าบรรดาท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ที่ได้มอง ลูกๆหลานๆเหลนๆ ทำท่าทางแก่นแก้วแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องยืนนิ่งไว้อาลัยอยู่นานพอควร สิ่งที่คาดหวังไว้มันไม่ใช่อย่างที่พวกท่านแม่คิดเอาไว้จริงๆ

         “นี่ข้าโดนพวกนางหลอกอยู่หรือเปล่าเนี่ย ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่นี้คือภาพลวงตาหรอกเหรอ?? แต่ตอนนี้คือตัวตนแท้จริงๆมาโดยตลอด??”ท่านแม่

         “ก็คงจะเป็นเช่นนั้นล่ะเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเองก็เห็นไม่แตกต่างไปจากท่านแล้วเช่นกัน”พี่สะใภ้ใหญ่

         “พวกนางสร้างภาพใช่ไหมเจ้าคะ?? หลอกให้พวกเราเห็นในมุมที่ดูดี แต่จริงๆแล้วนี่คือความเป็นจริงๆของจริงๆ พวกนางไม่สามารถแปรเปลี่ยนนิสัยได้แต่อย่างใด”พี่สะใภ้รอง

        “เฮ้อ…………”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ได้แต่พากันมองภาพแม่นางน้อยกลุ่มนี้ที่กำลังกลายร่างเป็นลูกลิงทะโมนเหมือนเดิมอีกแล้ว ภาพที่ดูนิ่งสง่างามเพียงไม่นานมันหายวับไปในพริบตาจริงๆ 

    ************

         ถ้ามีหวังเหนี่ยวเหนี่ยวหลายๆคนทั้งครอบครัวและเพื่อนๆคงจะน่าสงสารที่สุดนั่นแหละ แม้แต่ๆทั้งทวีปเฟยเทียนคงจะปั่นป่วนสั่นคลอนกันเป็นที่สุด มีเพียงแค่คนเดียวก็เพียงพอแล้วจริงๆ !!!

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน