จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 กระบี่รู้แจ้ง

            เมื่อเย่เฉินกลับมาถึงโรงเตี๊ยมเจ้าหมีสองก็อยู่ในห้องแล้ว

            เจ้าก้อนนี้กำลังนั่งอยู่บนเตียงบนเตียงเต็มไปด้วยหินวิญญาณที่กำลังเปล่งแสงสว่าง

            โอ้!

            เมื่อเย่เฉินเห็นดังนั้นจึงนั่งลงข้างเตียง

            “เจ้าอ้วนหินวิญญาณเยอะมากเลย!” เย่เฉินพูดจบเขาหยิบขึ้นมาสองสามก้อนอย่างชินมือ และโอบเข้าสู่อ้อมแขนอย่างเงียบๆ

            เมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าอันอวบอิ่มของเจ้าหมีสองก็เคร่งขรึมขึ้นทันที

            “ข้าว่าตระกูลสยงของเจ้านี่รวยไม่ใช่เล่นเลยนะ!” เย่เฉินพูดออกไป พลางยื่นมือเตรียมหยิบหินวิญญาณอีกสองสามก้อนแต่หมีสองได้เตรียมตัวไว้แล้วเขาจึงโบกมือเพื่อเรียกเก็บหินวิญญาณที่อยู่บนเตียงใส่เข้าถุงเก็บของทั้งหมด

            “ข้าเพิ่งไปขอจากลุงสองมาเจ้าก็ให้มันน้อยๆ หน่อย” เจ้าหมีสองบ่นพึมพำแล้วนำถุงเก็บของใส่เข้าไปในเป้ากางเกง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเย่เฉินก็ถูจมูกและไอแห้งขึ้นทันที

            การประมูลสองวันติดต่อกันได้เจ้าหมีสองช่วยเหลือเอาไว้มากแล้วไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่สามารถประมูลเอาแส้เหล็กและกลพลองเทียนกังมาไว้ในมือได้เจ้าหมีสองลงทุนช่วยเหลือจนหมดตัว ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก

            “วางใจได้ต่อไปในภายภาคหน้าข้าจะหามาคืนเจ้าอีกเยอะเลย”

            “เจ้าต้องคืนแน่อยู่แล้วพวกเรามีสัญญากันอยู่”

            อะไรกัน!

            เย่เฉินไม่ค่อยจะเห็นด้วยจากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้เจ้าหมีสอง ใช้มือสะกิดเขาพลางขยิบตาให้ และถามขึ้นว่า“ได้ยินมาว่าตระกูลสยงของเจ้าทำการเก็บหินวิญญาณในเหมืองหินวิญญาณตามธรรมชาติได้ไม่น้อยเลยในแต่ละปีนี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”

            เมื่อได้ยินประโยคนี้สีหน้าของเจ้าหมีสองก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “อย่าพูดถึงเหมืองหินวิญญาณก็เพราะมัน ตระกูลสยงของพวกเราจึงต้องพบกับความวุ่นวายมากมายขนาดนี้หินวิญญาณที่รวบรวมได้ ก็ยังไม่พอให้พาคนในตระกูลไปหาหมอเลย”

            “เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง!” เย่เฉินมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ในหนานเจียงของแคว้นต้าฉู่นอกจากตระกูลฉีแล้ว จะยังมีใครกล้าแหย่ตระกูลสยงของเจ้าได้อีก”

            “มีเยอะแยะไป”เจ้าหมีสองบ่น “ตระกูลฉีมักจะมาคอยสร้างความวุ่นวายอยู่ช่วงหนึ่งและยังมีพวกฝึกตนที่ไม่สังกัดฝ่ายบางส่วน แต่ละคนล้วนแต่ไม่รู้จักพอในผลประโยชน์ก็เหมือนกับผู้เฒ่าภูเขาดำที่มาร่วมการประมูลครั้งนี้ก็มักจะมาก่อเรื่องแทบไม่เว้นวัน เมื่อให้มากไป!ตระกูลสยงของข้าก็ไม่ไหว เมื่อให้น้อยไป พวกหมาป่าดุร้ายก็กระวนกระวายถ้าหากว่าท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลสยงของข้าคงถูกยึดมารวมไว้นานแล้ว”

            “ทุกๆบ้านล้วนมีปัญหาเสมอ!” เย่เฉินถอนหายใจอย่างอดไม่ได้อย่าได้มองเพียงเปลือกนอกของตระกูล เพราะในความเป็นจริงมันเป็นดั่งไม้ใหญ่ต้านลม

            “ค่อยๆเคี้ยวเถอะ!” เย่เฉินส่ายหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้และหันหลังเดินออกจากห้องของหมีสอง

            เมื่อกลับถึงห้องของตนเองเย่เฉินก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง

            รวมพลังเข้าสู่สมาธิโคจรเคล็ดวิชาหลอมกายทรหดในทันที

            กรอบแกรบ!

            กรอบแกรบ!

            ในไม่ช้าเขาก็ได้ยินเสียงกระดูกในร่างกายกระทบและเคลื่อนไหวอัคคีเที่ยงแท้ได้โอบล้อมเส้นลมปราณและกระดูกเอาไว้ ทำให้เขาเจ็บปวดไปทั้งร่างจนเขาแทบจะส่งเสียงคำรามออกมา แต่ก็กลัวว่าเจ้าหมีสองจะตกใจ และจะถูกเขากดทับ

            เย่เฉินใช้เวลากว่าสามชั่วยามในการหลอมกายจากนั้นก็ใช้น้ำยาวิญญาณหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและกระดูกอีกสามชั่วยามรวมแล้วก็หกชั่วยามเต็ม เขาจึงผ่อนลมหายใจหยาบออกมา

            “การฝึกตนขั้นรวมพลังชั้นที่แปดควบรวมแก่นแท้สมบูรณ์แล้ว” เย่เฉินบิดตัวคลายร่างกายที่แข็งทื่อจนรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งร่าง

            ไม่นานเขาก็พลิกมือและหยิบกลพลองเทียนกังออกมา

            “ห้าแสนหินวิญญาณ”เมื่อนึกถึงราคาที่ใช้ประมูลกลพลองเทียนกังแล้วเย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดแต่เพื่อให้หู่หวาได้มีเคล็ดวิชาลึกลับของพลองที่ดีสักเล่มเขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่าย

            คัมภีร์โบราณของกลพลองเทียนกังที่ยังคงถูกปิดผนึกอยู่ ได้ถูกเขาเปิดออกเบาๆ

            จากนั้นจึงอาศัยแสงเทียนจางๆเพื่อทำความเข้าใจความลับของกลพลองเทียนกัง

            ไม่ดูก็ไม่รู้เพียงแค่ได้ดูก็ทำให้เขาได้ประโยชน์เป็นอันมาก

            หอกและพลองนั้นไม่ต่างกันทั้งสองชนิดเป็นอาวุธวิญญาณที่ฝึกฝนได้ยากที่สุดและกลพลองเทียนกังไม่เพียงแต่จะแนะนำความลับของพลองไว้อย่างละเอียดแต่ยังอธิบายถึงเคล็ดวิชาจำนวนมากมายอีกด้วย

            กลพลองเทียนกังแบ่งออกเป็นการโจมตีและการป้องกัน เป็นการรวมทั้งการโจมตีและการป้องกันไว้ในเล่มเดียวแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การอาศัยพลองสร้างภาพลวงตาในการโจมตีนั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในวิชาลึกลับที่ดีที่สุดในวิชาลับของการใช้พลอง

            เย่เฉินมองดูความยอดเยี่ยมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและแอบพูดในใจว่าห้าแสนหินวิญญาณไม่สูญเปล่าแล้ว

            หลังจากใช้เวลาในการทำความเข้าใจอยู่หลายชั่วยามเขาก็เข้าใจถึงความลึกลับที่มีอยู่ในตัวพลอง แม้ว่าพลองจะเป็นสิ่งที่ยากจะฝึกฝนแต่หากได้รับการฝึกฝนจนถึงระดับแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคืออาวุธวิญญาณที่มีความลึกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุธวิญญาณอื่นใด

            “ไม่เลวเลยจริงๆ”เมื่อคิดแล้วเขาก็พลิกตัวกระโดดขึ้นมา จากนั้นก็หยิบพลองยาวออกมาจากถุงเก็บของ

            เวิง!

            เวิง!

            ในไม่ช้าก็มีเสียงเวิงๆ ของพลองยาวที่กระทบกับอากาศดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            เคล็ดวิชาของกลพลองเทียนกังวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขาและเขาก็จมดิ่งเข้าสู่ความลึกลับของพลอง

            ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าใดท่วงท่าความเร็วในการเคลื่อนพลองของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            ในตอนนี้ได้เกิดภาพลวงตาของพลองขึ้นมาอันหนึ่ง โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง เงาพลองเหล่านี้แม้ว่าจะดูไม่เป็นระเบียบ แต่หากมองให้ละเอียดจะเห็นได้ชัดว่าพวกมันจะเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของพลองยาว

            และไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรเงาพลองนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก และดูเหมือนว่าจะมีการก่อตัวอย่างเบาบางขึ้นรอบตัวเขาเหมือนดั่งลมปราณที่คอยคุ้มกัน

            เมื่อถึงตอนนี้เขาจึงเรียกเก็บเคล็ดวิชา จากนั้นจึงผ่อนลมหายใจออกมา

            “วิชาลึกลับของพลองที่แท้ก็ไม่ได้ฝึกยากอะไรเลย” เมื่อเย่เฉินได้ค้นพบการฝึกฝนของพลองและการแสดงออกของพลองที่มีอภินิหารเหนือธรรมดาแล้วมันเป็นเรื่องที่ดูยากที่จะเข้าใจจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่ยินดีจะฝึกพลอง

            แต่หลังจากที่เขาฝึกเสร็จ เขากลับไม่ได้ประโชน์อะไรเลย

            “กลพลองเทียนกังสามารถใช้เงาพลองช่วยในการเคลื่อนไหวได้ สามารถทำได้ทั้งเชิงรุกและเชิงรับหากสามารถใช้เงากระบี่ในเคลื่อนไหวเพื่อสร้างเป็นเกราะป้องกันจะได้หรือไม่”

            เขานั่งอยู่ตรงหัวเตียงและครุ่นคิดอย่างรอบคอบ หวังว่าจะได้ค้นพบความคล้ายคลึงกันระหว่างพลองและกระบี่ในกลพลองเทียนกังหากเป็นเช่นนั้นเขาก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในการโจมตีและการป้องกันของตนเองได้

            หลังจากผ่านการครุ่นคิดอย่างหนักมาหนึ่งชั่วยามเขาก็ยิ่งรู้สึกได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าวิธีการนี้มันมีความเป็นไปได้

            พูดแล้วก็ต้องทำให้ได้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง จากนั้นจึงหยิบกระบี่เมฆแดงออกมา

            ดึงกระบี่เก็บกระบี่ กลับเผ่า แทงทแยง ฟันลง...

            ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาล้วนขึ้นอยู่กับการก่อตัวของกลพลองเทียนกัง ไม่เร็วหรือช้าเกินไป

            ชุดการเคลื่อนไหวเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหว คิ้วของเขายืดหดขึ้นลงเป็นครั้งคราว

            เขาพบว่าพลองและกระบี่มีส่วนที่คล้ายกันอยู่ แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันมากอยู่เช่นกันนำวิชาลึกลับของพลองมาใช้ฝึกกระบี่ เห็นได้ชัดว่าเป็นอะไรที่ยากลำบากเขาต้องการจะค้นหาจุดที่เหมือนกันในการทำงานของกระบี่และพลองเช่นนี้จึงได้รู้ว่ากลพลองเทียนกัง มีความคล้ายกันกับกลกระบี่เทียนกัง

            เช้ง!

            เช้ง!

            เสียงของกระบี่เมฆแดงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่เหวี่ยงออกไป ก็จะมีเงาปรากฏขึ้น

            ความเร็วในการร่ายรำกระบี่เร็วขึ้นเรื่อยๆเงากระบี่ที่อาศัยเขาเป็นศูนย์กลางได้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆแต่กลับเห็นได้ชัดว่าพวกมันดูไม่เป็นระเบียบ แม้ว่าจะเป็นต้นแบบของกลกระบี่แต่กลับมีการโจมตีและป้องกันที่แน่นหนาเกินไป ง่ายต่อการแตกหักและถูกสกัด

            รุ่งเช้าเย่เฉินจึงเก็บกระบี่เมฆแดง

            ฮู้!

            เขาผ่อนลมหายใจออกมาอีกครั้งจากนั้นก็พลิกตัวกระโดดขึ้นจากเตียง มือทั้งสองกุมท้ายทอยไว้ จากนั้นจึงหลับตาเบาๆวิชาลึกลับของพลองและวิชาลึกลับของกระบี่ก็โลดแล่นไปมาอยู่ในห้วงความคิดของเขา

            การใช้กลพลองเทียนกังนำมาทำการศึกษาเป็นกลกระบี่เทียนกังนั้นทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะสำเร็จภายในวันสองวัน

            เขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีการเกิดขึ้นของวิชาลึกลับ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนมันจะต้องใช้เวลาและการฝึกฝนจากการต่อสู้สนามจริงเหมือนช่างตีเหล็กที่ต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้ออกมาเป็นดาบที่ดี

            “อาวุธในใต้หล้าล้วนมีข้อดีของตนเอง แต่ทุกเส้นทางล้วนนำไปสู่จุดหมายเดียวกัน” ไม่รู้เป็นเวลาใดเย่เฉินก็ลืมตาขึ้น ในแววตาก็ปรากฏถึงความรู้แจ้ง

            “มีดหอก กระบี่ ทวน พลอง ค้อน ขวาน ธนูล้วนแต่มีสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ผู้อาวุโสแต่เก่าก่อนล้วนรู้แจ้งในกลพลองเทียนกังข้าก็สามารถรู้ชัดจนคิดกลกระบี่เทียนกังออกมาได้ เวลานั้นมิใช่ปัญหา แต่สิ่งที่จำเป็นคือการศึกษาอย่างรู้แจ้ง”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน