หลังจากการประมูลได้สิ้นสุด ผู้คนภายในงานต่างก็แยกย้ายกันจากไปจะมีเพียงก็แต่บุคคล2 กลุ่มเท่านั้นที่ดักรอเซย์รินอยู่ภายด้านหน้าของโรงประมูลแห่งนี้เพราะพวกมันต้องการที่จะรู้ให้แน่ชัดผู้ใดกันแน่ที่กล้ามาร่วมแข่งการประมูลกับพวกมันแต่ที่สำคัญคนๆนั้นคงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนคงจะดีไม่น้อยที่จะสามารถผูกเป็นมิตรได้เพราะอย่างไรในตอนนี้มันผู้นั้นก็ได้เป็นนายเหนือของเจ้าทาสสุดแกร่งนั่นไปแล้วแต่ถ้าหากพูดจากันไม่เข้าหูก็ต้องคิดดูให้ดีว่าจะสามารถจัดการมันผู้นี้ได้อย่างไร
ทางด้านของกุสทาฟเองก็ได้ให้เด็กหนุ่มนั่งรออยู่ภายในห้องพักรับลองเป็นการชั่วคราวตัวของมันนั้นจะต้องไปรับทาสตนนั้นและส่งมอบให้กับเซย์รินงานทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่มันผู้นี้จะต้องเป็นผู้จัดการด้วยตัวเองเพื่อหวังที่จะเป็นการสร้างความประทับใจเล็กๆน้อยๆให้กับเซย์รินนี่ก็เพื่อธุรกิจการค้าภายในอนาคต ในระหว่างที่ให้รอนั้นก็มีอาหารว่างจัดเตรียมไว้มากมายและคอยสั่งกำชับเด็กรับใช้ให้ดูแลเซย์รินเป็นอย่างดี อย่าได้ทำให้เด็กหนุ่มนั้นเกิดความรู้สึกไม่พอใจเป็นอันขาด
ทางด้านภายในโลกเสมือนในยามนี้นั้นเซย์รินสามารถสัมผัสได้ว่ากัสนั้นได้สิ้นสุดผลของการเก็บตัวแล้วพลังของมันนั้นยามนี้นั้นเพิ่มสูงขึ้นมากจนน่าตกใจ เพียงไม่นานระดับพลังของมันอยู่ในระดับ เทวะ ขั้นที่ 5แต่เขานั้นมีงานอย่างนึงให้มันทำจึงได้เรียกให้มันออกมาจากภายในโลกเสมือน
“ฮ่า ฮ่าดูข้าสิ นายท่าน ในที่สุดข้าก็แข็งแกร่งขึ้นแล้วอีกนิดเดียวข้าก็คงจะตามท่านทัน”เมื่อเจ้ากัสได้ออกมาสู่โลกภายนอกมันก็ยังคงพูดมากเหมือนเดิมถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นพลังของมันจะมีความแข็งแกร่งขึ้นมากก็ตามทีหากสู้กันตัวต่อตัวอาจจะสูสีกับเซย์รินเลยก็เป็นได้ด้วยทักษะมายาขั้นสุดยอดของมัน
“อืมข้าดีใจกับเจ้าด้วยนะกัส ที่แข็งแกร่งขึ้นแต่ความปัญญาอ่อนบ้าบอของเจ้านั้นมันไม่ได้ลดลงเลย”
“ฮ่า ฮ่าช่วยไม่ได้ก็ข้าผู้นี้นั้นมีพรสวรรค์ที่จะหาใครในโลกนี้มาเทียบเคียงได้”
“เลิกพูดจาไร้สาระเช่นนี้ได้แล้วพอดีข้าได้เจ้าทาสมาใหม่ข้าเห็นมันน่าสนใจดีเพราะมันโดนทักษะมายาขั้นสูงเข้าไปทำให้มันไม่อยู่ในรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันแม้แต่ข้าเองกับอับจนปัญญาแต่ตัวข้านั้นคิดว่าเจ้าน่าที่จะช่วยมันได้ให้มันกับมาอยู่ในสภาพที่แท้จริงของมัน”
“น่ารังเกียจ และสกปรกที่สุด นี่ท่านมีทาสกับเขาด้วยหรือนี่ข้าไม่รู้ว่าก่อนว่าคนเช่นท่านจะเป็นคนเช่นนี้”กัสมันแสดงน่าตารังเกียจออกมาจนเกินจริงเพื่อหยอกล้อต่อผู้เป็นนาย
“อย่าเข้าใจผิดซิข้าแค่สนใจในตัวมันเท่านั้น หากมันไม่เต็มใจที่จะติดตามข้าก็จะปล่อยมันไป”ถึงเซย์รินจะพูดไปอย่างนั้นแต่ด้วยทักษะที่ตนมีตั้งมากมายมันยิ่งกว่าทักษะตราประทับทาสเสียอีกนั่นก็คือทักษะแห่งพระเจ้านั่นเองที่สามารถล้างสมองผู้คนให้มันผู้นั้นกลายเป็นมิตรที่ดีต่อเราแต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยที่จะใช้มันไปในทางที่ชั่วร้าย เขาทำเท่าที่จะจำเป็นเท่านั้น
เวลาผ่านไปไม่นานกุสทาฟก็กลับมาพร้อมกับทาสที่เป็นดาวเด่นของโรงประมูลภายในวันนี้ที่มือและเท้าของมันนั้นถูกคล้องไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
รูปร่างของมันนั้นช่างสูงใหญ่นักบริเวณที่รอบตัวของมันนั้นถูกอัดแน่นไปด้วยพลังเป็นจำนวนมหาศาลแววตาของมันนั้นขุนมัวราวกับปลาตายไม่มีชีวิตไม่มีจิตใจไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง
“คุณพระ เจ้านี่มันตัวอะไรเนี้ยทำไมน่าตาของมันช่างอุจาดตายิ่งนักถึงแม้พลังของมันจะมีความแข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาดก็เถอะ ไม่ ไม่นี่มันไม่ใช่รูปลักษณ์ของมัน มันโดนคำสาปมายาแถมคำสาปนี้จะทรงพลังเป็นอย่างมากอีกด้วย”เมื่อกัสได้มองเห็นสารรูปของคนตรงหน้ามันถึงกับปากมากไม่มีหยุด
“กัสแล้วเจ้าพอที่จะสามารถช่วยแก้คำสาปของมันได้หรือไม่”เซย์รินกล่าวถามด้วยความอยากรู้
“แน่นอนว่าย่อมได้”กัสตอบโดยไม่คิดอะไร หลังจากนั้นเซย์รินก็หันไปมองทางด้านของกุสตาฟ
“เจ้าช่วยปลดโซ่ตรวนของมันออกให้หมดหน่อยสิและข้าจะปลดผลึกตราประทับทาสออกจากตัวมันผู้นี้ด้วย”
“เออ เออนายท่านคิดดีแล้วอย่างงั้นเหรอ ไม่ว่าจะมองยังไงมันผู้นี้ก็เป็นตัวอันตรายชัดๆไม่แน่ว่าหากมันได้สติคืนมามันจะล่าสังหารพวกเราทีละคนก็เป็นได้”
“จงทำตามที่ข้าบอกซ่ะอย่าให้ตัวข้าต้องพูดหลายรอบ”
“ขอรับข้าจะทำที่ท่านสั่ง”หลังจากที่กุสทาฟช่วยปลดล๊อคเครื่องพันธนาการมันก็รีบหนีออกไปจากห้องนี้ไปทันทีตามคำสั่งของเซย์รินเพราะเด็กหนุ่มนั้นต้องการที่จะพูดคุยกับมัน
“ข้ารู้ว่าเจ้านั้นได้ยินในสิ่งที่ข้าพูดข้าไม่มีความต้องการที่จะควบคุมเจ้าแต่ในทางกลับกันนั้นตัวข้ามีแต่จะช่วยเจ้าและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเรานั้นจะคุยกันได้”เซย์รินพูดกับชายตรงหน้าถึงแม้ว่าตัวเขาในยามนี้นั้นจะมีสภาพที่เหมือนกับคนไร้ชีวิตจิตใจก็ตามแต่เด็กหนุ่มกับมีความเชื่อว่าชายคนนี้สามารถสัมผัสรับรู้ได้
“กัสเจ้าช่วยคลายคำสาปมายาให้มันที”เซย์รินออกคำสั่งให้กับกัสเพื่อคลายคำสาปที่ทำให้ชายผู้นี้มีสภาพใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้
“ไว้ใจได้เลยข้าจะจัดการให้”กัสไม่พูดจาให้มากความเขาเริ่มที่จะลงมือแก้คำสาปให้ชายแปลกหน้าโดยทันที
หวืด หวืด หวืด
หลังจากนั้นชายผู้นี้นั้นก็กับกลายมาเป็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงผิวของมันนั้นสีแดงฉานหน้าตาดุดันจนน่ากลัวไม่ใช่แค่นั้นดูเหมือนว่าพลังของมันนั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนดูเหมือนพลังไร้ที่สิ้นสุด
“แม่เจ้า ไอ้หมอนี่มันจะดูน่ากลัวไปแล้วนายท่านดูที่น่าของมันสิดูอย่างไรมันก็ไม่ใช่คนดีแต่มันคือปีศาจมันเหมือนเจ้าคนโรคจิตหากมันฟื้นคืนสติเป็นดังเดิมมันฆ่าเราแน่”กัสถึงกับหวาดกลัวแข่งขาอ่อนเมื่อชายคนนี้นั้นอยู่ในสภาพที่แท้จริงไม่ว่าจะมองดูอย่างไรมันก็ไม่ใช่คนเผ่ามารหรือเผ่าอสูร
“เดียวข้าจะปลดผนึกตราประทับทาสออกเจ้าเองก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ”
หวืด หวืด หวืดตู๊มมมมมม
อ๊ากกกกไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า ไอ้สารเลว…..