เวลาบ่ายโมงตรงที่ไซต์ก่อสร้างห้างวัสดุก่อสร้างชานเมือง แสงแดดแผดเผาลงมาจากกึ่งกลางท้องฟ้าสลัวอย่างไร้ความปรานี ไร้ซึ่งร่มเงาไม้หรือแผ่นสังกะสีใดๆ คอยบดบัง ลมร้อนจัดพัดฝุ่นผงปูนซีเมนต์สีเทาฟุ้งกระจายอบอวลคละคลุ้งไปในอากาศจนแสบตาสนั่นหู ชาญยืนอยู่บนนั่งร้านเหล็กที่สูงจากพื้นปูนดินแดงประมาณสองเมตร สองมือหนาที่หยาบกร้านเปื้อนคราบน้ำปูนสีเทาจับเกรียงเหล็กฉาบปูนและเกรียงใบโพธิ์คู่ใจตักเนื้อปูนฉาบสำเร็จรูปที่เหนียวข้นจากถังปูน ปาดลงบนแนวกำแพงอิฐบล็อกสี่เหลี่ยมสีเทาอย่างคล่องแคล่วและชำนาญ เสียงเกรียงเหล็กขูดกรีดลงบนแผ่นปูนเนื้อหยาบดังครืดคราดสม่ำเสมอเป็นจังหวะตามการเคลื่อนไหวของร่างชรา
ชาญปาดปูนกาวสำเร็จรูปหนาประมาณหนึ่งเซนติเมตรลงบนสันอิฐบล็อกก้อนล่าง ก่อนจะยกอิฐบล็อกก้อนใหม่หนักร่วมสิบกิโลกรัมวางทับลงไป ชาญใช้ด้ามเกรียงไม้เคาะเบาๆ บนตัวอิฐเพื่อให้เนื้อปูนด้านล่างแผ่ประสานแน่นหนาหนาแน่น ชาญหยิบลูกดิ่งเหล็กผูกเชือกไนลอนหย่อนลงมาข้างกำแพง เพื่อตรวจสอบแนวตั้งฉากของกำแพงบล็อกไม่ให้เกิดการเอียงลาดเอียงพังทลาย ช่างฝีมือปูนระดับครูเช่นชาญไม่มีทางปล่อยให้งานฉาบปูนมีจุดบกพร่อง แม้บัดนี้เขาจะต้องฉาบมันด้วยค่าแรงขั้นต่ำรายวันก็ตาม ชาญเพ่งสายตาตรวจดูความเรียบของผิวฉาบปูนปลาสเตอร์ที่เพิ่งเสร็จ รอยขูดขีดเล็กๆ น้อยๆ บนพื้นผิวถูกชาญใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ ลูบไล้เก็บงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน ชาญไม่ยอมปล่อยให้มีรอยแตกร้าวแม้แต่จุดเดียว เพราะทักษะและศักดิ์ศรีของอดีตช่างก่อสร้างยังคงสลักอยู่ในจิตวิญญาณชรา
ฝุ่นผงคอนกรีตละอองเกาะกุมตามเส้นผมสีดอกเลาและเกาะแน่นตามใบหน้าชราที่มีรอยเหี่ยวย่นจากความร้อนจัด เหงื่อไหลซึมจากหน้าผากเข้าสู่ตาจนต้องคอยกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับน้ำปูนออก ชาญก้มสายตาลงมองด้านล่างนั่งร้าน ร่างอวบอิ่มของแก้มในเสื้อแขนยาวลายสก็อตตัวหนากำลังยืนอยู่ข้างรถเข็นปูน เธอใช้เกรียงและพลั่วตักเนื้อปูนเหลวที่ผสมเสร็จแล้วใส่ถังปูนขนาดเล็กอย่างแข็งขัน ใบหน้าสวยนวลนุ่มของลูกสะใภ้บัดนี้แดงก่ำชื้นเหงื่อไคลจนเปียกโชก ไรผมเปียกชุ่มลู่ไปตามแนวแก้มขาวลออ ฝุ่นปูนบางส่วนเกาะตามผิวเนื้อขาวนวลของเธอดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง
แก้มก้าวปีนบันไดนั่งร้านไม้ที่ทำจากเศษไม้ไผ่เก่าขึ้นมาทีละขั้นอย่างทุลักทุเล ตัวนั่งร้านเหล็กส่งเสียงสั่นไหวระริกและดังเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวตามน้ำหนักตัวของแก้มและเครื่องมือ ชาญต้องรีบละมือจากปูนฉาบแล้วก้าวไปจับโครงเหล็กค้ำยันประคองนั่งร้านไว้แน่นด้วยความระทึกหวาดเสียว ชาญดุแก้มเบาๆ ด้วยความเป็นห่วงบอกไม่ให้เธอปีนขึ้นมาสูงขนาดนี้ ทว่าแก้มกลับส่ายหน้าพึมพำตอบกลับว่าอยากขึ้นมาทำงานใกล้ๆ พ่อเพื่อช่วยส่งก้อนอิฐบล็อกให้ทันใช้งาน มือเรียวบางของแก้มที่สวมถุงมือผ้าหยาบๆ ประคองส่งก้อนอิฐบล็อกสี่เหลี่ยมหนาหนักที่ถูกแดดบ่ายแผดเผาจนร้อนจัดจนแก้มต้องใช้แขนเสื้อรองจับประคอง และหิ้วถังปูนเหลวส่งต่อขึ้นไปให้ชาญบนแท่นนั่งร้านสูง ชาญรีบก้าวตัวมารับหิ้วข้าวของด้วยความเป็นห่วง ชาญสังเกตเห็นดวงตาคู่สวยที่ล้าจนแทบจะปิดและคราบเหงื่อที่ซึมกะร่องผ่านไรผมเปียกชื้น แก้มเหนื่อยหอบจนตัวสั่นเทาแต่เธอก็ยังกัดฟันสู้เพื่อคอยช่วยเหลือเขาทำงานปูน ชาญทอดสายตามองดูใบหน้านวลแล้วยื่นขันน้ำพลาสติกส่งให้เธอดื่ม แก้มดื่มน้ำอุ่นกลิ่นพลาสติกในถ้วยอย่างกระหายน้ำ สายตาคู่สวยสบตากับชาญนิ่งแสดงแววตาห่วงใยสุดซึ้ง
ในช่วงเวลาพักสิบนาทีสั้นๆ ตอนบ่ายสามโมง ชาญประคองแก้มมานั่งพักใต้ร่มเสาสังกะสีที่กำลังก่อสร้าง ชาญหยิบแผ่นกระดานไม้เก่าๆ ปูทับก้อนอิฐบล็อกสองก้อนทำเป็นม้านั่งชั่วคราว แก้มเปิดกระติกน้ำสีซีดเทน้ำอุ่นดื่มสลับส่งขวดน้ำพลาสติกให้ชาญดื่มกินร่วมขวดเดียวกัน แก้มบีบไหล่ชราของชาญพลางกระซิบ: "พ่อจ๋า... แก้มเพิ่งรู้วันนี้เองว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พ่อต้องทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนี้เพื่อส่งเสียพี่เอกเรียนช่างเรียนวิศวะ... แก้มยิ่งเคารพและรักพ่อเพิ่มขึ้นทวีคูณเลยค่ะ" ชาญสะอึกน้ำตาคลอเบ้ากับคำพูดสะใภ้รัก ชาญกอดร่างกลมของแก้มไว้แน่นด้วยหัวใจชราที่เต้นแรงระทมใจในบาปกรรมแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความหวังรักกตัญญู
แก้มคอยซับเหงื่อบนหน้าผากและลำคอชราเบาๆ
"พ่อจ๋า... พักซับเหงื่อสักนิดนะคะ แดดร้อนจัดขนาดนี้เดี๋ยวจะเป็นลมแดดไปเสียก่อน" แก้มเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเบาๆ จากความเหนื่อยล้า
ชาญค่อยๆ ขยับตัวปีนลงจากนั่งร้านเหล็ก ก้าวเท้าลงสู่พื้นปูนดินแดงอย่างระมัดระวัง ชาญรับผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นจากมือแก้มมาซับใบหน้าและลำคอ ความเย็นของน้ำช่วยดับความร้อนจัดทางกายลงไปได้บ้าง ทว่าเมื่อชาญมองดูฝ่ามือเรียวบางของแก้มที่ประคองขันน้ำอยู่ ชาญกลับต้องสะดุดวูบในใจ ฝ่ามือสวยที่เคยขาวเนียนนุ่มนิ่มไร้ร่องรอยตำหนิ บัดนี้เริ่มแห้งกร้าน แดงก่ำ และมีรอยแตกบางตามข้อนิ้วจากการสัมผัสสารเคมีในผงปูนซีเมนต์และจับจอบตักทรายมาตลอดทั้งวัน แก้มลอบมองข้อนิ้วปูนสะท้อนใจลึกๆ นึกถึงผลกรรมของการทรยศกตัญญูที่ทำให้เธอต้องมาตกระกำลำบากผสมปูนแบกทราย ขาเรียวและสะโพกผายอวบอัดที่เคยเบียดบำเรอรักอยู่บนพรมหนานุ่ม บัดนี้ปวดร้าวระบมกล้ามเนื้อจนแทบก้าวเดินไม่ไหว แต่เมื่อมองดูแผ่นหลังชราสีเข้มเปียกชุ่มของชาญที่ทนลำบากตากแดดเพื่อเลี้ยงดูเธอ หัวใจสาวก็มีเพียงแต่ความแน่วแน่รักเสน่หาล้นอกที่พร้อมจะชดใช้กรรมบาปนี้ไปด้วยกันจนสิ้นทาง เธอรู้สึกอบอุ่นลึกซึ้งในอกที่ยังมีอ้อมกอดหนาและแผ่นหลังชรานี้คอยบังลมพายุชีวิตให้เธอ
ชาญเอื้อมสองมือหนาเปื้อนคราบปูนเข้าไปจับประคองมือบางของแก้มขึ้นมาลูบคลำด้วยความรักปนปวดร้าวสะท้านอก น้ำตาชราเกือบไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ต้องมาตกระกำลำบากทำงานใช้แรงงานกรรมกรร่วมกับเขา
"แก้มจ๋า... มือแก้มเริ่มด้านหมดแล้วลูก... พ่อปวดใจเหลือเกินที่ต้องปล่อยให้แก้มมาทำงานปูนหนักๆ แบบนี้" ชาญเอ่ยเสียงเครือ แววตาชราเปี่ยมไปด้วยความเสียใจหนักอึ้ง
แก้มบีบกระชับมือหนาของชาญแน่น รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าชื้นเหงื่อไคลพยายามปลอบประโลมใจชู้รักชรา
"ไม่เป็นไรเลยค่ะพ่อ แก้มเลือกทางเดินนี้แล้ว แก้มยินยอมตกระกำลำบากเคียงคู่กับพ่อ ดีกว่าต้องนอนจมกับความรู้สึกผิดอยู่ในห้องแคบๆ โน้นคนเดียว มือด้านแค่ไหนก็ช่างมันเถอะค่ะ ขอแค่แก้มได้อยู่ใกล้ชิดคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้พ่อทำงานก็พอแล้วค่ะ" แก้มกล่าวคำหวานอย่างจริงใจ
คำพูดปลอบประโลมของแก้มเปรียบประหนึ่งสะพานบาปที่เชื่อมโยงจิตใจของคนสองคนให้แนบแน่นแน่นหนาขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายแร้นแค้น ฝุ่นปูนคอนกรีต คราบเหงื่อไคล และเนื้อกายสาวชื้นเหงื่อที่เบียดชิด กลับกลายเป็นน้ำยาประสานกิเลสตัณหาและสายใยบาปปนรักแท้ของพ่อผัวสะใภ้ให้ทวีคูณยิ่งขึ้นกว่ายามที่อยู่ในตึกหรูหราเสียอีก
ตลอดบ่าย ชาญและแก้มยังคงทำหน้าที่ช่างปูนและลูกมืออย่างประณีตและอดทน ชาญปาดปูนฉาบสีก่อสร้างบล็อกปิดทับแนวผนังทีละก้อนอย่างเอาจริงเอาจัง แก้มคอยส่งเศษอิฐบล็อกชิ้นบางและคอยตักปูนใส่ขันส่งให้ชาญไม่ขาดสาย ทั้งสองคอยสบตาแลกเปลี่ยนรอยยิ้มและซับเหงื่อให้กันและกันเป็นระยะภายใต้สายตาเคลือบแคลงสงสัยของกรรมกรชายคนอื่นที่แอบซุบซิบเรื่องความสัมพันธ์ผิดปรกติของคนชรากับหญิงสาวหน้าตาดี แต่ชาญหาได้ใส่ใจเสียงรอบข้างไม่ สิ่งสำคัญที่สุดของชาญคือการประคองชีวิตและดูแลสะใภ้คนนี้ให้ดีที่สุด
เวลาห้าโมงเย็น เสียงแตรหมดเวลาทำงานดังขึ้น คนงานกรรมกรก่อสร้างคนอื่นๆ พากันล้างทำความสะอาดเครื่องมือและบ่นพึมพำรีบเดินก้าวออกจากไซต์งาน บางคนหันมามองแก้มด้วยแววตาหยาดเยิ้มและเอ่ยแซวกระซิบพาดพิง ชาญตวัดสายตาคมจ้องถมึงทึงสู้แสดงอำนาจบารมีอดีตช่างใหญ่จนพวกมันจำใจเดินเลี่ยงพ้นหนีไป ชาญและแก้มช่วยกันทำความสะอาดล้างเกรียงเหล็กฉาบปูนและพลั่วตักทราย จัดเก็บใส่กล่องเครื่องมือไม้ใบเก่า ชาญยกกล่องเครื่องมือขึ้นบ่าประคองแขนแก้มพากันเดินล้าๆ ไปที่ก๊อกน้ำสาธารณะริมกำแพงสังกะสีไซต์งานเพื่อชำระล้างคราบสกปรกปูนแห้งกรังตามร่างกาย
ชาญเปิดก๊อกน้ำเหล็กเก่า น้ำประปาเย็นเฉียบไหลพวยพุ่งซัดสาดลงมา ชาญและแก้มยื่นมือเปื้อนคราบปูนเข้าไปรองรับสายน้ำเย็นร่วมกัน นิ้วเรียวบางของแก้มแตะประสานลูบไล้ไปกับนิ้วหนาสากระคายของชาญผ่านฟองสบู่และสายน้ำเย็นระยิบระยับ ทั้งสองคนช่วยกันขัดถูล้างคราบปูนแห้งกรังออกจากหลังมือและซอกเล็บชู้รักอย่างทะนุถนอม ชาญใช้นิ้วหนาปาดซับล้างผงฝุ่นคอนกรีตปูนขาวรอบๆ ขนตาและแก้มเนียนของสะใภ้อย่างเบามือลื่นไหล ชาญกวาดฟองสบู่ล้างคราบฝุ่นตามซอกคอขาวเนียนของแก้มอย่างแผ่วเบา สัมผัสเนื้อผิวอุ่นสะท้านชื้นน้ำปะทะกับกระแสน้ำประปากระฉอกสร้างความอบอุ่นปนความเหน็บหนาวของสายน้ำประดุจลางบอกเหตุร้ายที่ก้าวคืบคลานเข้ามาในหัวใจ
แก้มเงยใบหน้าสวยที่ล้างสะอาดแล้วสบตากับชาญ แววตาคู่สวยสั่นสะท้านไปด้วยสายใยรักลึกซึ้งปนความระบมใจในความยากลำบาก ชาญกุมมือบางของสะใภ้แน่นขึ้นใต้สายน้ำไหลเย็น รู้ตัวดีว่าวิถีกรรมกรก่อสร้างช่างปวดร้าวทรมานร่างกาย แต่ตราบาปเสน่หารสสวาทนี้กลับถักทอผูกมัดหัวใจของพวกเขาให้แนบแน่นแน่นหนายากจะแยกขาดจากกันขึ้นทุกๆ วันจนไร้ทางคลี่คลาย พากันจูงมือเดินก้าวกลับห้องเช่าแคบในยามวิกาลร่วมกันท่ามกลางไอแดดยามเย็นที่โรยตัวลงฉาบขอบฟ้าสีแดงหม่นหมองพึ่งพิงกายและใจไปตลอดทางสายวิบากกรรมบาปรักนี้