“กินร้านนี้ดีไหม?”
พลกฤตเอ่ยถามความคิดเห็นจากพรกรัณย์ วันนี้เขาพาเธอมาช้อปปิ้งซื้อของกันเพียงสองคน งานที่โรงแรมที่นี่ ตอนนี้เขาได้ให้ชาลิสาเข้าบริหารต่อเต็มตัวแล้ว
ส่วนพรกรัณย์ก็ให้หยุดทำงานแล้วด้วยเหมือนกัน ให้เตรียมตัวกลับไปอยู่ที่กรุงเทพกับเขา เพราะเขาจะนั่งบริหารโรงแรมประจำอยู่ที่กรุงเทพนับตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป
เรื่องของเจนสุดา นับตั้งแต่มีเรื่องวันนั้น เจนสุดาก็ไม่ได้ติดต่อมาหาพลกฤตอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นโทรหาหรือส่งข้อความ ก็เงียบหายไปเลย เขาก็คอยตามข่าวอยู่เหมือนกัน เพราะกลัวว่าเจนสุดาจะฆ่าตัวตายจริงๆ แต่ไม่มีข่าวว่าจะมีผู้หญิงฆ่าตัวตายในบ้านให้ได้ยิน จึงค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเจนสุดาไม่ทำ
“ร้านนี้ก็ได้ค่ะ”
พรกรัณย์มองดูชื่อร้าน ก็หันมาส่งยิ้มหวานพร้อมกับพูดบอกชายหนุ่มตัวโตด้วยเสียงหวานๆ พลกฤตยิ้มหวานให้หญิงสาวตัวเล็กกลับ แต่อยู่ๆ สายตาของเขาก็เหลือบแลไปสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคน ที่เดินนวยนาดกอดเกี่ยวแขนผู้ชายต่างวัย ผู้ชายคนนั้นค่อนข้างมีอายุพอสมควร
“พี่เจนนี่คะ มากับผู้ชายด้วย”
พรกรัณย์หันไปมองตามสายตาที่พลกฤตมอง ก็เห็นว่าสิ่งที่เขามองคือเจนสุดากับผู้ชายที่เจนสุดาเดินกอดแขน เธอจึงหันมามองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม มองอย่างค้นคว้า พร้อมกับพูดเปรยๆ พลางสังเกตปฏิกิริยาของพลกฤตไปด้วย
“ใช่... ดีแล้วล่ะที่เขามีผู้ชายคนใหม่อย่างนี้ พี่ไม่อยากให้เขามายุ่งวุ่นวายกับพวกเราอีก พี่ไม่อยากให้นกฮูกระแวงพี่”
พลกฤตเห็นสายตาจ้องมองอย่างค้นคว้าของพรกรัณย์ ก็รู้เลยว่าเธอกำลังหวาดระแวงเขาอยู่ เขาจึงเลิกคิ้ว ยิ้มกว้าง แล้วพูดดักคอพรกรัณย์เอาไว้ ขณะพูดก็ยกมือใหญ่ขึ้นมาบีบจมูกโด่งรั้นเบาๆ พรกรัณย์จึงย่นจมูก พร้อมกับส่งค้อนให้เขาไปแต่พองามหนึ่งวง ที่ถูกเขารู้ทัน
“อย่าระแวงพี่เลยทูนหัว พี่บอกแล้วว่าพี่รักนกฮูกคนเดียว ก็คือคนเดียว ไม่มีทางแบ่งใจไปรักคนอื่นหรอก”
“นกฮูกก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยหนึ่ง...... แต่พี่บอกพี่รักนกฮูกเพียงคนเดียว แล้วพี่เอาน้ำชาไปไว้ไหนซะละ ไม่รักน้ำชาแล้วเหรอ? นางมาได้ยินพี่พูดอย่างนี้ มีหวังน้อยใจ ไม่พูดด้วยสามวันเจ็ดวันแน่เลย”
พลกฤตกล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง แต่ถึงจะดูจริงจังยังไง น้ำเสียงที่พูดออกมาก็คงความนุ่มทุ้ม นุ่มนวล อย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่อยากให้พรกรัณย์ระแวงในตัวเขา ในความรักของเขาที่มีให้กับเธอ ซึ่งจริงๆ แล้วพรกรัณย์ก็เชื่อใจเขานั่นแหละ
แต่บางครั้งมันก็มีแว็บๆ ไปบ้างที่เกิดการระแวง เพราะยังไม่อยากเชื่อเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ เธออยากจะรอดูไปเรื่อยๆ ก่อน หากว่าเธอแน่ใจแล้ว วันนี้เธอจะไม่มีปฏิกิริยาอย่างนี้แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของเขาด้วยว่า เขาจะทำให้เธอเชื่อสนิทใจได้มากน้อยแค่ไหน
“ความรักของพี่ที่ให้กับนกฮูกและน้ำชามันคนละแบบกัน คนหนึ่งรักแบบเมียสุดที่รัก อีกคนหนึ่งรักแบบน้องสาวสุดที่รัก จะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกนะจะบอกให้”
พรกรัณย์ได้ยินคำพูดที่พลกฤตบอกว่าเธอเป็นเมียสุดที่รัก ก็ต้องหน้าแดงระเรื่อซับสี มองเขาด้วยรอยยิ้มเขินๆ ด้วยคำพูดนี้ก็ทำให้เธอลืมเรื่องของเจนสุดาไปสนิทเลย
โคร๊กคร๊ากกกก......
ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้าง ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อซับสีมากยิ่งขึ้น เมื่อเสียงท้องของเธอร้องประท้วงขึ้นมากลางบทสนทนา เธอเห็นพลกฤตมองด้วยสายตาขบขัน จึงส่งค้อนไปให้เขาวงใหญ่หนึ่งวง
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะ อย่ามัวยืนคุยกันอยู่ตรงนี้เลย”
พลกฤตยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก เขายกมือใหญ่ขึ้นจับศีรษะของพรกรัณย์จับโยกไปมาเบาๆ แล้วค่อยปล่อยมือลงไปจับกุมมือเรียวเล็ก จากนั้นพาเดินเข้าไปภายในร้านอาหาร ที่ได้เลือกกันเอาไว้ตั้งแต่แรกก่อนที่จะมีการสนทนาในเรื่องของคนอื่น
๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙