‘ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ’ มาถึงเล่ม 13 กันแล้วครับ! ได้รับความสนุกกันหรือเปล่าครับ
เล่มนี้มีหลายๆ อย่างที่อัดแน่นเยอะเกินไป ก็เลยมีบทคั่นแค่ตอนเดียว แถมต้องเอาไปใส่ไว้ต้นเล่มอีกต่างหาก
สำหรับในเว็บนาโร่ เรื่องที่คุณอาเอลได้มาเปิดร้านที่บรินฮิลด์จะเป็นเรื่องหลังจากนี้ไปนิดหน่อย ซึ่งการเปลี่ยนเรื่องมาเป็นแบบนี้ถือว่าออกไวขึ้นเล็กน้อยครับ ส่วนเนื้อเรื่องหลักอย่างอื่นไม่ได้เปลี่ยนไปก็จริง แต่ช่วงครึ่งหลังที่เป็นตอนสั้นของซูมีการเพิ่มรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปด้วยครับ
อันที่จริงระหว่างที่กำลังปั่นต้นฉบับ ผมได้มีประสบการณ์เข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในชีวิตเพราะสภาพร่างกายทรุดโทรมครับ หลังจากนี้หน้าร้อนก็จะเข้าจู่โจมแล้ว ทุกท่านก็รักษาตัวด้วยนะครับ ถึงจะออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว แต่ตัวผมเองก็ต้องระวังไม่ให้เข้าโรงพยาบาลอีกเหมือนกัน
เล่มนี้เมนหลักคืองานเทศกาลของบรินฮิลด์ ทุกท่านคงเคยไปงานเทศกาลสินะครับ
ที่เซนไดของพวกเราก็มีทั้งเทศกาลอาโอบะ เทศกาลทานาบาตะ สตรีทแจ็สเฟสติวัลของวัดโจเซนจิ และเทศกาลมิจิโนคุ YOSAKOI มีเทศกาลใหญ่ๆ มากมายทีเดียวครับ ถึงจะใช้ชีวิตที่เซนไดมานาน แต่ความจริงแล้วไม่ว่างานไหนผมก็ไม่เคยไปเลยครับ...
เนื่องจากงานจัดซะใกล้สุดๆ ก็เลยเกิดความรู้สึกว่า ‘จะไปเมื่อไรก็ได้’ ทำให้ไม่มีโอกาสลากขาไปซะที... เอาเถอะ ผมไม่ค่อยถูกโรคกับความร้อนของหน้าร้อนและฝูงชนอยู่แล้วด้วย ร่างกายต้องทรุดลงไม่ผิดแน่
ถ้าเป็นงานเทศกาลเล็กๆ ในเมืองก็เคยไปบ้างนิดหน่อย ถึงจะไปซื้อแค่แอปเปิลเคลือบน้ำตาลหรือเครปก็เถอะ
ปีนี้จะลองไปดูดีไหมนะ... ระหว่างที่คิดแบบนั้นก็กลายเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลซะงั้น ปีนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ
ไม่ถูกกับความร้อนจริงๆ นะครับ... การที่ทั้งนามปากกากับชื่อของพระเอกมีตัวอักษร ‘冬 (ฤดูหนาว)’ อยู่ก็มาจากเหตุผลนั้นล่ะครับ จริงๆ นะ
ด้วยเหตุฉะนี้ก็มาขอบคุณกันเลย
ท่านอุซาสึคะ เอจิ ผู้รับผิดชอบภาพประกอบ ภาพหน้าปกของเล่มนี้วิเศษมากเลยครับ ชอบสุดๆ เล่มต่อไปก็ขอฝากด้วยนะครับ
ท่านโองาซาวาระ โคโตฟุมิ ผู้ออกแบบภาพหุ่นยนต์ ขอบคุณสำหรับดีไซน์ของ ‘คราวน์’ นะครับ จะตั้งตารอ ‘คราวน์’ ตัวอื่นหลังจากนี้ด้วย
ท่าน K ผู้ดูแล ผมขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ต้องรบกวนอยู่ตลอดเวลา จากนี้ไปก็ขอฝากตัวเหมือนเดิมนะครับ
และทุกท่านในกองบรรณาธิการฮอบบี้เจแปน รวมถึงทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับการตีพิมพ์หนังสือ ที่แล้วๆ มาขอบพระคุณมากครับ
และทุกท่านที่กรุณาอ่านจากเว็บ “Shousetsuka ni Narou” และอ่านจากในหนังสืออยู่เสมอ ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งครับ
ฟุยุฮาระ พาโทระ