ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 116 สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่!

    ทางเดินในถ้ำอันทอดยาวยังคงมืดสลัว เสียงฝีเท้าสองคู่ดังกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เกิดเป็นเสียงสะท้อนดังก้องไปตามที่เท้าทั้งสองคู่จะนำพาไปเชนและฟางหรูเดินไปตามทางอันมืดสลัวแห่งนี้นานเกือบยี่สิบนาทีแล้ว แต่ที่พวกเขาเห็นก็มีแต่ทางเดินเบื้องหน้าอันทอดยาวที่ยังคงมืดสลัวและไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด"นี่หรูหรูรู้จักเนี่ยชิงคนนั้นด้วยเหรอ?"เชนและฟางหรูที่หลังจากผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายมาด้วยกันเมื่อครู่ ทำให้พวกเขานั้นรู้สึกสนิทใจกันขึ้นเป็นอย่างมาก ระหว่างเดินไปเรื่อยๆทั้งสองจึงพูดคุยกันไปพลางเพื่อไม่ให้เงียบเหงาเกินไป หลังจากพูดคุยกันไปมา เชนจึงได้รู้ว่าฟางหรูนั้นรู้จักและเคยพบกับเนี่ยชิง คนที่ริวเคยเล่าให้เขาฟังว่าเป็นอดีตบุตรแห่งกระบี่ขั้นสามัญที่แข็งแกร่งจนผู้คนยอมรับและยกให้เป็นอันดับหนึ่งในขั้นสามัญอย่างไร้ข้อกังขา แม้ตอนนี้เขาจะเลื่อนไปอยู่ในขั้นพื้นฐานและเป็นบุตรแห่งกระบี่ขั้นพื้นฐานแล้วก็ตาม เรื่องราวของเขาก็ยังคงถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางเนื่องจากอัจฉริยภาพของเขา"ใช่ค่ะ ฉันเคยพบศิษย์พี่เนี่ยชิงหลายครั้งเลย เพราะอาจารย์ของฉันเป็นคนของอารามไผ่เขียวเหมือนกับศิษย์พี่เนี่ยชิง นานๆครั้งอาจารย์ก็จะเดินทางไปที่อารามไผ่เขียวทำให้ฉันที่ติดตามไปด้วยได้เจอกับศิษย์พี่หลายครั้งเลยค่ะ""อารามไผ่เขียว..หนึ่งในเก้าอารามแห่งแดนกระบี่สินะ"เก้าอารามแห่งแดนกระบี่ สถานที่อันเป็นดั่งรากฐานของสังกัดอันเก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรเซเฟีย อารามทั้งเก้านี้ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ผู้คนในอาณาจักรเซเฟียต่างยกให้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์อย่างหุบเขาถามฟ้า และที่นั่นก็คือ..ศูนย์ใหญ่สังกัดแดนกระบี่"ใช่ค่ะ""แล้วหรูหรูเป็นคนของอารามไผ่เขียวด้วยเหรอ"เชนถามต่ออย่างสนใจใคร่รู้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้เรื่องของสังกัดแดนกระบี่ยังถือเป็นเรื่องไกลตัวเขาอย่างสุดกู่ เหมือนดั่งเทพเซียนที่สามารถได้ยินเพียงแค่ชื่อแต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เห็นหรือสัมผัส แต่ใครจะนึกว่าวันนี้ เขากลับกำลังร่วมทางกับนักล่าในสังกัดแดนกระบี่ แถมเป็นถึงอันดับหนึ่งในการประลองสาขาย่อยเสียด้วย!"ฉันยังไม่ใช่คนของอารามทั้งเก้าหรอกค่ะ เพราะการจะได้เข้าหนึ่งในเก้าอารามนั้นต้องเป็นคนของศูนย์ใหญ่เสียก่อนและเมื่อได้เป็นคนของศูนย์ใหญ่แล้ว สุดท้ายก็ต้องได้รับมติเห็นชอบจากสภาของอารามนั้นๆด้วย ถึงจะได้เข้าหนึ่งในเก้าอารามค่ะ"ฟางหรูกล่าวขั้นตอนภายในสังกัดแดนกระบี่ให้เชนฟัง"วุ่นวายใช้ได้เลยนะ"เชนฟังแล้วก็ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ "มันเป็นวิธีที่เราทำกันมานานหลายพันปีแล้วล่ะค่ะ"ฟางหรูยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทางของเชน"ว่าแต่ศิษย์พี่เนี่ยชิงของหรูหรูเขาเป็นคนยังไงเหรอ?"เชนรู้สึกสนใจชายที่ชื่อเนี่ยชิงไม่น้อยว่าจะเป็นคนเช่นไร ชายผู้สามารถ..คว่ำเบลดคนนั้นได้ฟางหรูเมื่อได้ยินเชนถามแบบนั้น ก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่เหมือนกำลังพยายามเรียบเรียงคำพูด"ศิษย์พี่เนี่ยชิงเหรอคะ..นั่นสินะ..ศิษย์พี่เขาเป็นคนเงียบๆที่ดูสงบอยู่ตลอดเวลาน่ะค่ะ ถ้าให้เปรียบแล้ว..ศิษย์พี่เขาก็เหมือนกับเป็นผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นมั้งคะ"ฟางหรูกล่าวถึงเนี่ยชิงตามที่เธอรู้สึก"แต่เขาเก่งมากสินะ"เท้าของเขาเดินย่ำไปในความมืด แต่ความสนใจของเขาในขณะนี้อยู่ที่บทสนทนาแทบจะทั้งหมดส่วนฟางหรูเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้า"ศิษย์พี่เขาเป็นคนที่ดูเงียบๆก็จริงนะคะ แต่เมื่อมือของเขาจับกระบี่เมื่อไหร่..ฉันก็รู้สึกได้ทันทีเลยล่ะค่ะ ว่าในระดับขั้นเดียวกันไม่มีใครจะสามารถเอาชนะศิษย์พี่เขาได้อย่างแน่นอน..แถมตอนเข้าสู่ขั้นพื้นฐาน ศิษย์พี่ยังสามารถสร้างแท่นพื้นฐานที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่งอย่างพื้นฐานสี่แท่นได้อีกด้วย..นั่นยิ่งตอกย้ำถึงความสุดยอดของศิษย์พี่ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ"ฟางหรูเมื่อกล่าวจบ ความคิดของเธอก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย'ในระดับขั้นเดียวกัน..ไม่มีใครสามารถชนะได้..'เธอหันไปมองเชนเล็กน้อย'..ตอนนี้อาจจะยัง..แต่ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้..ในอนาคตเชนอาจจะ..'เชนไม่ได้เห็นสายตาที่ฟางหรูแอบมองมา แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าน้ำเสียงที่ฟางหรูพูดนั้นล้วนเต็มไปด้วยความนับถือ การทำให้คนที่เก่งอย่างฟางหรูนับถือได้ขนาดนี้ต้องเก่งขนาดไหนกันนะ ว่าแต่..แท่นพื้นฐาน?"ว่าแต่แท่นพื้นฐานคื…""เชนดูนั่นสิคะ!"ไม่ทันที่เชนจะกล่าวจบ ก็ถูกฟางหรูที่เดินอยู่ข้างๆกล่าวขัดขึ้น จนเขาต้องเงยหน้ามองไปตามนิ้วของฟางหรูที่กำลังชี้ไปยังทางเบื้องหน้า นั่นทำให้เขาเห็นว่าเบื้องหน้านั้นเป็นทางออก! แสงสว่างส่องลอดปากทางออกเข้ามา จนทำให้เห็นด้านนอกได้รางๆเชนและฟางหรูไม่รอช้า พวกเขารีบวิ่งมุ่งตรงไปยังทางออกที่ปรากฏขึ้นในทันทีเมื่อพวกเขามาถึงก็ต้องชะลอฝีเท้าและหยุดชะงักตรงปากทางออก พร้อมกับมองไปยังด้านนอกที่ปรากฏขึ้นในสายตาอย่างตกตะลึง"นั่นมัน.."เชนมองไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับอ้าปากออกกว้าง ส่วนฟางหรูเองเธอก็มองนิ่งไปยังทิศเดียวกันกับเชนเช่นกันด้านนอกนี้เรียกได้ว่าเป็นโถงถ้ำทรงกลมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และโถงแห่งนี้นั้น ถูกล้อมรอบไว้ด้วยธารแมกมาสีแดงส้มที่กำลังเดือดพล่าน! ราวกับเป็นทางน้ำในถ้ำแต่เปลี่ยนจากน้ำเย็นสบายเป็นแมกมาพันองศา! ธารแมกมาเหล่านี้มีความกว้างเพียงสองเมตรจากผนักถ้ำ แต่กลับทอดยาวล้อมรอบโถงถ้ำแห่งนี้ไว้ทั้งหมดราวกับเป็นวงล้อมแห่งแมกมาแต่ที่ทำให้ทั้งสองต้องเหม่อมองค้างนั่นไม่ใช่แมกมาเหล่านี้ไม่ แต่เป็นสิ่งสิ่งหนึ่งที่อยู่ตรงสุดปลายโถง มันคือ..วังวนสีเทา! วังวนที่เหมือนกับเป็นประตูเข้าสู่Raid! แต่..ทำไมวังวนทางเข้าถึงมาอยู่ที่นี่..นี่มันก็ในRaidไม่ใช่เหรอ!"วังวนทางเข้า!"เชนอุทานออกมาพร้อมกับสายตาที่ยังมองค้างไปที่วังวนนั้น ใช้เวลาอยู่ครู่เชนจึงละสายตาจากวังวนนั้นมาได้ เขาหันไปทางฟางหรูที่กำลังมองไปที่วังวนสีเทานั้นเช่นกัน"หรูหรูเคยเห็นอะไรแบบนี้ไหม"เขากล่าวถามออกไป ฟางหรูนั้นเป็นคนของสังกัดแดนกระบี่ ย่อมมีข้อมูลและประสบการณ์มากกว่าเขาเป็นไหนๆฟางหรูนิ่งเงียบไปครู่ สุดท้ายจึงหันมาหาเขาแล้วส่ายหน้า"ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยค่ะ"เธอนั้นเคยผ่านการลงRaidระดับพิเศษนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง แม้ครั้งนั้นสังกัดของเธอจะไม่ได้สมบัติแห่งโลกไปครอง แต่เธอก็ถือว่าผ่านการลงRaidระดับพิเศษมาแล้ว และเธอไม่เคยเห็นวังวนเช่นนี้มาก่อนเลยในRaidครั้งนั้น!ทันใดนั้น ก็มีความคิดหนึ่งพุ่งเข้ามาในหัวของเชน จนทำเอาเขาถึงกับหายใจหอบหนัก"หรือว่านั่นคือ..ทางไปยังที่ซ่อนสมบัติแห่งโลก!"เชนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หน้าของเขาถึงกับแดงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากเลือกที่สูบฉีด!"ที่ฉันเคยได้ยินมา..สมบัติแห่งโลกจะถูกซ่อนไว้ในสถานที่พิเศษค่ะ..ถึงฉันจะไม่เคยเห็นวังวนแบบนี้ แต่ก็ไม่แน่ นั่นอาจเป็นทางเข้าไปสู่ที่ซ่อนสมบัติแห่งโลกก็ได้ค่ะ"ฟางหรูไม่ได้ปฏิเสธความคิดของเชน เพราะเธอเองก็เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เช่นกัน.."ไปดูกันเถอะหรูหรู!"เชนและฟางหรูรีบพุ่งตรงไปยังวังวนสีเทาที่อยู่ห่างออกไปราวสี่สิบเมตรทันที เมื่อพวกเขามาถึงด้านหน้าวังวนที่กำลังลอยเด่นอยู่ก็ยิ่งทำให้พวกเขาเห็นลักษณะของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้นวังวนนี้มีสีเทาอันแปลกประหลาดในแบบที่ทั้งเชนและฟางหรูไม่เคยพบเห็นมาก่อน ขนาดของมันนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสองเมตร และมันกำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้าๆอ้อยอิ่ง"สีทางเข้าแบบนี้..ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ"ฟางหรูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยขณะมองพินิจไปยังวังวนเบื้องหน้า วังวนRaidปกตินั้นจะมีสีฟ้าน้ำเงิน ส่วนRaidระดับพิเศษนั้นจะมีสีทองอำพัน แต่สีเทาแบบนี้..เธอไม่เคยเห็นมาก่อน"เรื่องสีเอาไว้ก่อนเถอะ เราลองเข้าไปดูเดี๋ยวก็รู้"เชนเองก็รู้สึกสงสัยกับสีของมันไม่น้อย แต่สงสัยไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เดี๋ยวลองเข้าไปก็คงรู้เองเชนกับฟางหรูพยักหน้าให้กันแล้วก็เดินตรงเข้าไปในวังวนสีเทานั้นเชนคิดว่าเมื่อเดินเข้าไปในวังวนแล้วคงจะไปโผล่ยังที่ใดที่หนึ่ง แต่เมื่อเดินเข้ามาในวังวนนี้เขากับต้องกะพริบตาปริบๆ ส่วนฟางหรูที่ยืนอยู่ด้านข้างเขานั้นก็กำลังสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน นั่นเพราะ..พวกเขาไม่ได้ไปไหน พวกเขายังอยู่ในโถงถ้ำที่เดิม!เชนและฟางหรูรีบเดินถอยหลังออกมาจากวังวนสีเทาที่กำลังหมุนอย่างช้าๆนั้น"นี่มัน..อะไรเนี่ย"ด้วยความสงสัยเชนจึงเอื้อมมือไปยังวังวนสีเทาเบื้องหน้านั้นอีกครั้ง แต่เมื่อมือของเขาสัมผัสถูกกับวังวน เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย! เหมือนกับด้านหน้าเขานี้ไม่มีสิ่งใดอยู่ ทั้งที่มันมีวังวนอยู่ชัดๆ!เชนกับฟางหรูมองหน้ากันอย่างงุนงง ทำไมวังวนนี้ถึงไม่พาพวกเขาไปยังสถานที่อื่นกัน? "วังวน..สีเทา.."ฟางหรูกล่าวขึ้นลอยๆขณะมองไปยังวังวนเบื้องหน้า เธอกำลังพยายามครุ่นคิดเรื่องวังวนเบื้องหน้าและในทันใดเชนที่กำลังมองไปยังวังวนเบื้องหน้า เขาก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก"สีเทา..เป็นสีที่คล้ายบอกถึงการยังไม่ลุล่วงหรือยังไม่สำเร็จตามเงื่อนไข.."เชนกล่าวในสิ่งที่เขาคิดขึ้นมาได้ จนทำให้ฟางหรูที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมาสนใจ"..หรือว่าพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรบางอย่าง..ทางเข้านี้ถึงยังไม่เปิด?"เขาหันไปมองฟางหรูแล้วก็กล่าวในสิ่งที่เขาคิดขึ้นมาได้"งั้นอะไรล่ะคะที่เรายังไม่ได้ทำ?"เมื่อได้ยินสิ่งที่เชนคิดขึ้นมา เธอเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยเลยทีเดียว เพราะการที่ไม่สามารถเข้าไปในวังวนได้ นี่เป็นเหตุผลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่เคยได้ยินเรื่องวังวนแบบมีเงื่อนไขก็ตาม แต่..ก็ไม่มีอะไรบอกได้เช่นกันว่าจะไม่มีวังวนแบบนี้อยู่ว่าแต่อะไรล่ะ..ที่พวกเธอยังไม่ได้ทำ?ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยปรึกษากันอยู่นั่นเอง พวกเขาทั้งสองไม่ได้สังเกตเลยว่า ธารแมกมาที่ล้อมรอบห้องแห่งนี้ไว้นั้นมันกำลัง..ลดลงอย่างรวดเร็ว