ท่ามกลางความมืดมิดกองกำลังมนุษย์ได้ลักลอบลงบนดาวเคราะห์โดยที่พวกกอลเอลไม่ทันได้รู้ตัว พวกเขากระจายกลุ่มกันออกไปรอบๆสัญญาณ มีเพียงโจที่ลงมาคนเดียวใกล้ๆสัญญาณ
พวกเขาไม่สามารถใช้เทคโนโลยีสำหรับวาร์ปได้เพราะจะถูกพวกกอลเอลตรวจจับคลื่นพลังงานจากการใช้มัน ดังนั้นวิธีเดียวที่พวกเขาจะลงมาบนดาวเคราะห์ได้คือการร่อนลงมาด้วยตัวเอง แต่ละคนจะมีปีกร่อนสวมใส่เอาไว้และเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับขึ้นไปจะมียานอวกาศลำเอียงขนาดเล็กล่องหนลงมารับพวกเขาที่จุดนัดหมาย
ค่ำคืนนี้เงียบสงัด กอลเอลมีหน่วยลาดตระเวนเดินไปมา ปกติแล้วแทบจะไม่มีหน่วยลาดตระเวนแต่ว่ามันพิเศษออกไปตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน พวกเขาเฝ้าระวังอย่างแน่นหนาราวกับกลัวว่าจะมีอะไรรอดพ้นสายตาไปได้
พวกกอลเอลมีลักษณะผิวย่นสีชมพู ใบหน้าของพวกมันเหมือนกับกบแต่มีขนยาวสองคู่ตรงด้านล่างของปากใหญ่ๆนั่น ใบหน้าที่ดูแทบไม่ได้ของพวกเขาถูกปิดไว้ด้วยหมวกที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่รู้จัก พวกเขาสวมสิ่งนี้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้ในอวกาศแตกต่างจากสหพันธ์ที่มีอุปกรณ์ล้ำกว่าในการปกป้องตัวเองจากอวกาศ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาค่อนข้างเหนือกว่าสหพันธ์ นั่นก็คืออาวุธ อาวุธของพวกเขาเป็นเหมือนอาวุธเคมีผสมชีวภาพ โดยเฉพาะอาวุธที่พวกเขาถืออยู่นั้นมันสามารถยิงลำแสงออกไป แต่มันไม่ใช่ลำแสงธรรมดาเมื่อใดก็ตามสิ่งที่กระทบกับลำแสงจะถูกกัดกร่อนแม้แต่แร่ที่แข็งมากๆยังถูกละลายในเวลาไม่กี่วินาที หากโดนเพียงแค่เฉียดๆมันก็จะลามไปทั้งร่างกายแล้วทำให้กลายเป็นเพียงฝุ่น
……
โจแอบอยู่ในซอกหินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากสัญญาณของคายเฟอร์เพียง 300 เมตร เมื่อเขามองไปยังจุดหมายมันเป็นอาคารใหญ่ เหมือนว่าที่นี่คือเป็นศูนย์บัญชาการของพวกกอลเอล
โจขมวดคิ้วทันทีและคิดถึงความเป็นไปได้ว่าเพื่อนของตนจะยังรอดหรือไม่
เขาสังเกตุเห็นว่ามีพวกมันเดินวนเวียนรอบอาคารไม่ต่ำกว่า 50 ชีวิตเหมือนกับว่าป้องกันไม่ให้ใครบางคนลอบเข้ามาได้ ถ้าหากไม่มีอะไรพิเศษพวกมันไม่น่าจะคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้
โจจึงปัดตกไปเรื่องที่เพื่อนตัวเองตาย และที่สำคัญดูเหมือนว่าคายเฟอร์จะหนีรอดไปได้ด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในนั้นจะไม่มีคายเฟอร์อยู่แล้วแต่เขาก็อยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คายเฟอร์และคนอื่นๆมาที่นี่
ด้วยความแข็งแกร่งของเขามันไม่น่ายากที่จะลอบเข้าไป
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วย้ายไปหลบหลังหิน เขาเร็วจนเหมือนร่างของเขาหายไปและไปโผล่อีกที่ ทำให้พวกกอลเอลที่มองมาทางเขาไม่สามารถเห็นได้แม้แต่เงา
เมื่อยิ่งเข้าใกล้มากขึ้น การคุ้มกันก็ยิ่งแน่นหนาแต่โจก็สามารถมองหาช่องว่างและเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปข้างในได้อย่างง่ายดาย
โชคดีที่ทางเข้าไม่ได้ติดเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวเอาไว้ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถเข้าไปอย่างเงียบๆได้
……
ทางด้านหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากโจออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร มนุษย์จำนวน 5 คนหลบอยู่ในซอกหินแห่งหนึ่ง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางคืนและมันมืดมากจนแทบจะมองมือตัวเองไม่เห็นก็ตามแต่พวกเขาก็เคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง
ในขณะที่พวกเขากำลังจะออกไปจากซอกหินหัวหน้ากลุ่มก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุด ทันใดนั้นก็มีกอลเอล 3 ตนเดินผ่านมา พวกมันมองไปรอบๆราวกับกำลังหาอะไรบางอย่าง
ในขณะนั้นกอลเอลตนหนึ่งก็ได้เดินมาที่ซอกหินซึ่งพวกทีมมนุษย์ได้แอบอยู่
“แย่แล้ว…เราจะทำยังไงกันดี!!” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวเสียงเบาเมื่อเห็นกอลเอลตนนั้นกำลังเดินเข้ามา
“ต่อยไปที่หน้าอกด้านขวาเล็กน้อยอย่าแรงเกินไปเดี๋ยวมันตาย” อยู่ๆชายในทีมคนหนึ่งก็พูดออกมา
พวกเขายังไม่มีโอกาสจะถามว่าทำไมเพราะกอลเอลตนนั้นเกือบจะถึงพวกเขาแล้ว
“ชู นายจัดการตัวนี้ส่วนผมจะไปจัดการตัวด้านขวา” ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหันไปพูดกับชายที่บอกให้ต่อยที่หน้าอก
“ส่วนตัวซ้ายเธอจัดการมันให้ที ชม” เขาหันไปหาหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งแล้วกล่าว
และเขาก็กล่าวอีกครั้งว่า “ทำตามที่ชูบอก”
ทั้งสองพยักหน้า
และไม่มีเวลาชักช้าอีกต่อไปเพราะกอลเอลได้มาถึงแล้ว มันถึงกับผงะเมื่อเห็นพวกมนุษย์หลบอยู่ในซอกหิน ในขณะที่มันกำลังจะตะโกนขึ้นนั้นมันก็รู้สึกจุกและแน่นหน้าอกฉับพลันทำให้มันเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ เมื่อมันขาดอากาศทำให้มันสลบลงไปในเวลาไม่นาน
ชูรับร่างของมันไว้แล้วลากเข้าไปแอบในซอกหิน
ในเวลาต่อมา หัวหน้ากลุ่มและหญิงสาวที่ชื่อชมก็ลากกอลเอลกลับมาคนละตัวแล้วนำมาแอบไว้ในซอกหินเช่นกัน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีหน้ากลุ่มก็หันไปหาชูแล้วพูดว่า “นายรู้ได้ยังไงว่าต้องจัดการพวกมันยังไง?”
“ผมชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ เลยทำให้รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของพวกมัน” ชูรู้สึกเขินเล็กน้อยขณะตอบ
หัวหน้ากลุ่มพยักหน้าและบอกกับเขาว่าทำได้ดีมาก หัวหน้ากลุ่มรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่เหมาะกับการเป็นหัวหน้าจริงๆ เพราะไม่รู้แม้แต่จุดอ่อนของพวกกอลเอล ถ้าหากไม่มีชูแล้วล่ะก็สถานการณ์อาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้
อยู่ๆหัวหน้ากลุ่มก็นึกอะไรขึ้นมาได้และหันไปบอกกับชูว่า “ส่งข้อมูลจุดอ่อนให้กับทุกคนรู้ด้วย”
“รับทราบ!!” ชูขานรับและเริ่มเปิดอุปกรณ์สื่อสารเพื่อส่งข้อมูลออกไป
หัวหน้ากลุ่มครุ่นคิดในใจว่าหลังจากกลับไปเขาจะต้องศึกษาเผ่าพันธุ์อื่นๆอย่างจริงจัง
……
โจหลบตรงมุมหนึ่งของทางเดิน ภายในถูกสร้างด้วยวัสดุแปลกๆมันดูน่าขยะแขยง ทำให้คนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในท้องของตัวอะไรสักอย่าง
ในระหว่างที่เขาสำรวจภายในเขาได้จัดการพวกกอลเอลไปหลายตนโดยที่ไม่ได้ฆ่า
โจไม่กล้าใช้จิตสัมผัสมากนักเขาใช้แค่ระยะสั้นๆไม่กี่เมตรเพื่อระวังตัว เพราะพวกกอลเอลก็มีพวกที่สามารถใช้จิตสัมผัสได้และถ้าเขาบังเอิญใช้จิตสัมผัสไปถูกมันเข้า มันก็จะรู้ตัวทันที
โจพยายามหาทางไปยังสัญญาณครั้งสุดท้ายที่เขาได้รับ เขาเชื่อว่าที่นั่นจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน
แต่ว่าการจะเข้าไปถึงที่นั่นได้นั้นยากมาก โจคิดไม่ถึงว่าเพื่อนของตนจะสามารถแอบเข้าไปถึงที่นั่นได้จนกระทั่งถูกจับได้และหนีออกมา
ด้วยความอยากรู้ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าพวกกอลเอลแอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้