‘…อืมม….นี่…นี่ก็คงความลับของ์ด้วยสินะ ต้องทำเป็ไม่เห็นอะไร~ ต้องไม่เห็น~ ’
(T-T )
.
.
ย้า!!
ย๊ากก!!
แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!
“ ท่านปู่~ เหตุใดหลานถึงลากเกวียนไม่ยอมไปเลย….ท่านมีวิธีลากเกวียนบ้างหรือไม่ ถ้ามีช่วยแนะนำหลานบ้างเถอะ ” หานซิ่น เกร็งออกแรงจนเหนื่อย นี่มันเกวียนหรือว่าอะไร เหตุใดมันถึงได้หนักและลากไม่ยอมไปไหนขนาดนี้
จะบอกว่าจะเกวียนนี้แข็งแรงกว่าเขาอย่างงั้นเหรอ!!!!
“ห๊ะ! อ-เอ่อ…ก็..ครั้งแรกมันก็จะ ติดๆ ขัดๆ อย่างงี้แหละหลานเอ้ย~ พอถึงครั้งต่อไปมันก็จะราบรื่น…ไปเอง..” ชูช่าย เผลอมองบนไม่รู้ตัว จะตอบตรงก็ไม่ได้ จะตอบอ้อมก็ไม่ค่อยจะถนัด เขาไม่รู้เลยว่าควรที่จะสอนหลานยังไงแล้ว
ฮึบบบ!!!!!
ย๊ากกกก!!
ครึก! ครึก! ครึก!
หานซิ่น พยายามใช้ออกด้วยแรงขั้นสุด แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ยังคงดื้อด้าน นอกจากสั่นไหวแล้ว มันก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนเลย
ครึก! ครืน!
หลินหญิง ยิ้มเยาะอย่างสะใจ นางเริ่มที่จะเล็งเห็นแล้วว่า หากนางยังขืนเล่นสนุกต่อไปอยู่แบบนี้ เกวียนคู่ใจสุดหวงของนางได้มีหวัง แตกหักพังทลายลงเป็แน่ รังแกต่อไปมันจะดูไม่งาม พอก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่มีใครรู้
“พอเถอะเ้าหนู ก็อยากที่ปู่เ้าว่า ครั้งแรกมันก็ไม่มีอะไรที่ราบรื่นทั้งนั้น” หลินหญิง ดึง หานซิ่น ออกมา นางหันไปคำนับให้กับ ชูช่าย ก่อนที่จะกลับมามอง เด็กน้อยที่ตนเองแกล้ง
เอี๊ยด~ เอี๊ยด~
คร๊ากกก ถุย!
" ได้ไปแล้วก็อย่ามัวแต่บ้าฝึกล่ะ งานการปลูกผักก็อย่าได้ลืม จงจำไว้เสมอว่าเ้าคือความหวังของหมู่บ้าน " หลินหญิง กล่าวทิ้งท้าย นางโบกมือลาทุกๆคน
.
.
เห้อ~
“ หานซิ่นเอ้ย วันนี้เ้าพบเจอเื่มามาก รีบไปอาบน้ำแล้วก็นอนเถอะ ” ชูช่าย ถอนหายใจออกมาเฮือกยาว วันนี้มันช่างเป็อะไรที่สมควรเหนื่อย
“ ขอรับท่านปู่ ” หานซิ่นเดินตามท่านปู่ของตนเองเข้าไปในบ้าน
.
.
ยามดึก!
บะ บะ บะบรู้วว์~ บรู้ววว์~ !
พรึบ!
หานซิ่นอาบน้ำและทำอะไรแล้วเสร็จ เขานอนลงไปบนเตียงฟาง พร้อมกับเหม่อมองคิด
‘ อลิซ เ้าพอที่จะอธิบายเื่เหมืองข้างใต้พวกเรา อีกครั้งได้หรือไม่…เอ่อ..เอาแบบที่ข้าเข้าใจได้นะ ’
ติ๊ง!
เหมือนข้างใต้ประกอบได้ด้วยสินแร่มากมายหลายชนิดค่ะ ยิ่งเราขุดลึกลงไป ก็จะยิ่งมีแต่สินแร่คุณภาพที่ปรากฎ
(*o* )
‘ ขนาดนั้นเชียว แล้วมันมีสินแร่อะไรที่ข้าพอจะรู้จักบ้างไหม ’ หานซิ่น ั์ตาลุกวาว เขาตื่นเต้น จนแทบอยากที่จะลุกไปขุด บัดเดี๋ยวนี้
ติ๊ง!!!
เนื่องจากมันมีขนาดที่ลึกมาก แต่เท่าที่ อลิซ สามารถตรวจสอบพบเจอได้ก็คือ ก้อนหิน แร่ทองแดง แร่เงิน และก็แร่ทองค่ะ แต่ อลิซ มั่นใจว่ามีเยอะกว่านั้น ถ้าผู้ใช้ระบบลงไปลึกมากพอ พวกเราอาจจะตรวจพบเจออะไรเพิ่มค่ะ
!!!!
‘เยอะแยะถึงเพียงนั้น?..แบบนี้มัน…’ หานซิ่น ไม่ได้ดูคล้ายว่าจะดีใจกับมันเลยเมื่อได้ฟัง คราแรกเขาก็นึกว่า เหมืองแห่งนี้อาจจะพอมีดีอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้คิดไปถึงว่า มันจะมีสินแร่มากมายหลายชนิดขนาดนี้
ถ้าเื่เหมืองแห่งนี้ ถูกแพร่งพรายออกไป ทางการจะต้องเข้ามาควบคุมและยึดเอาไปเป็แน่ เขาในตอนนี้ยังอ่อนแอนัก จะทำได้ก็แค่ยืนมองอยู่เฉยๆ มองดูพวกเขายึดบ้านและขับไสออกไปไกลๆ
ทางพวก เจาหง ก็คงจะให้คนคอยตรวจสอบอยู่เป็แน่ ถ้าเกิดมีสินแร่ออกจำหน่ายออกมาจริงๆ เกรงว่าถ้าพวกมันไม่ได้มา…ก็คงจะไม่ยอมให้คนอื่นมี พวกมันก็คงจะต้องรีบวิ่งแจ้นไปฟ้องทางการ อย่างแน่นอนและไม่ต้องสงสัย
เขาควรที่จะทำอย่างไรดี…
ควรที่จะปิดผนึกมันเอาไว้ เหมือนเดิมดีไหม…
เป็ศัตรูกับทางการ ก็เท่ากับเป็ศัตรูกับฟ้า
แล้วจะให้เขาทำอย่างไร เขามีพลังที่จะต่อกรกับฟ้าได้งั้นเหรอ
เห้อ~~
หานซิ่น ยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ตึบ!
!?
พรึบ!
พรึบ พรึบ
หานซิ่น นึกขึ้นได้ว่ามีหนังสือเล่มใหม่ เขาหยิบมันออกมา ก่อนที่จะลองอ่านคร่าวๆ
.
.
.
การฝึกวรยุทธ์
วรยุทธ์ ประกอบไปด้วยหลักการสำคัญ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือ กระบวนท่า และอย่างที่สองก็คือ กำลังภายใน
กระบวนท่า ก็คือ กระบวนท่า จะตัดสินแพ้ชนะอย่างไร ก็อยู่ที่ว่าใครจะมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งกว่า น่ากลัวกว่า เหนือกว่า
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องใช้ความอดทนพยายามอย่างมากในการฝึกฝน ร่างกายและกระบวนท่าจะต้องเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน พวกมันจะต้องขยับเคลื่อนไหวไวเท่าความคิด หรือว่าเร็วยิ่งกว่า
…แต่ถ้าหากว่า ได้พบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีกำลังภายในอย่างสูงล้น ก็เป็ไปได้ยากที่จะใช้เพียงกระบวนท่า ในการเอาชนะอีกฝ่าย
กำลังภายใน ก็คือ พลังแฝงในตัวที่ดึงออกมาใช้ ซึ่งมันจำเป็ที่จะต้องมี พลังลมปราณ ในการล่อเลี้ยงและให้กำเนิดพวกมัน การที่จะมีได้นั้น ผู้ฝึกจะต้องโคจรลมปราณเข้าไปตามจุดต่างๆของร่างกาย และปิดท้ายด้วยการกักเก็บเอาไว้ที่ช่องท้องหรือก็คือตันเถียน เมื่อพลังลมปราณเข้าวิ่งผ่านตามจุดต่างๆ มันก็เหมือนกับค่อยๆล่อเลี้ยงร่างกายให้แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเมื่อสะสมจนสมควร ผู้ฝึกก็จะสามารถบรรลุเข้าสู่ขอบเขตใหม่
เพราะเหตุนั้น…
ผู้ฝึกจึงจำเป็ที่จะต้องเชี่ยวชาญทั้งกระบวนท่าและแข็งแกร่งทั้งกำลังภายใน สองสิ่งนี้จะส่งผลให้มีโอกาสชนะ เมื่อต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้
ลำดับขั้นของวรยุทธ์ ประกอบไปด้วยวรยุทธ์ทั้งหมด 9 ระดับ ซึ่งก็จะมี ขั้นต่ำ กลางและสูง ประกอบรวมไปด้วย
การเลื่อนระดับก็เหมือนกับการเข้าสู่โลกใบใหม่ ผู้ฝึกคนนั้นจะแข็งแกร่งขึ้น ว่องไวขึ้น ไม่ว่าจะเป็ การมอง การดม ทุกๆอย่างจะเลื่อนไปสู่ระดับขอบเขตใหม่
เมื่อระดับพลังของผู้ฝึกสูงขึ้น พวกเขาจะมองไม่เห็นผู้ฝึกที่มีระดับต่ำกว่าในสายตาอีกแล้ว พวกเขาจะเห็นก็เพียงแต่เป้าหมาย และสิ่งจำเป็ที่จะต้องก้าวข้ามขึ้นไป
การเลื่อนระดับ
การที่ผู้ฝึกจะเลื่อนระดับขึ้นไป พวกเขาจำเป็ที่จะต้องสะสมลมปราณในปริมาณที่พอเหมาะ จะขาดก็ไม่ได้ จะเกินก็ไม่ดี จะต้องมีพลังปราณที่พอเหมากับระดับที่เลื่อนเท่านั้น ซึ่งการที่จะเลื่อนไปอีกขั้น ก็จำเป็ที่จะต้องสะสมให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
จอมยุทธ์ระดับ 1 จำเป็ต้องสะสม ลมปราณ 10 ปี (03 ขั้นต่ำ 06 ขั้นกลาง 09 ขั้นสูง )
จอมยุทธ์ระดับ 2 จำเป็ต้องสะสม ลมปราณ 20 ปี (13 ขั้นต่ำ 16 ขั้นกลาง 19 ขั้นสูง )
จอมยุทธ์ระดับ 3 จำเป็ต้องสะสม ลมปราณ 30 ปี
จอมยุทธ์ระดับ 4 จำเป็ต้องสะสม ลมปราณ 40 ปี
จอมยุทธ์ระดับ 5 จำเป็ต้องสะสม ลมปราณ 50 ปี
และนอกจาก กำลังภายใน แล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่า กำลังภายนอก อยู่ด้วย ซึ่งก็คือการ…คือการ….คร่อ…ครอก~
(- o -)….ZZzz
.
.
.
ยามเช้า!
เอ้ก! อี้! เอ้ก! เอ้ก!
อืออออ!
หานซิ่น ได้สติพร้อมกับหนังสือที่ยังปิดใบหน้า นี่เขาอ่านมันทั้งคืน จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ยังไม่รู้ เขารีบลุกขึ้นมาทำธุระส่วนตัว เพื่อที่จะได้ออกไปทำงานในวันใหม่
ฉึก! ฉึก!
ฉั่ว! ฉั่บ!
หานซิ่น ทำงานเหมือนกับทุกๆวัน เขาจัดการปลูกผักพืช เพาะเมล็ด และกำจัดวัชพืชที่เกิดขึ้นมาใหม่
“หานซิ่นเอ้ย! มา! มา! กินข้าว! ” ชู่ช่าย ควักมือเรียกพร้อมกับะโ เขาทำแบบนี้อยู่ทุกวันจนมันกลายเป็หน้าที่ใหม่ของเขาไปแล้ว
นอกการทำอาหารและงานเล็กๆน้อยๆ เขาก็ไม่จำเป็ที่จะต้องทำอะไรอีก หรือต่อให้้า หลานของเขาก็คงจะไม่ให้
“ขอรับ ท่านปู่!” หานซิ่น ยกเลิกงานที่กำลังทำ พร้อมกับกลับมาทานข้าว เขาหวนคิดถึงเื่เมื่อวานตลอดเวลาั้แ่ทำงานเมื่อเช้าแล้ว
‘…อลิซ…เ้าทราบถึงช่องทาง ที่จะเข้าไปได้ใช่ไหม เหมืองนะ’
ติ๊ง!!!!
อลิซ คิดว่าสามารถหาเจอได้ค่ะ ขอเพียงแค่ผู้ใช้เดินทางเข้าไปใกล้มากพอ อลิซ จะสแกนหา ทุกช่องทางที่เป็ไปได้ค่ะ
‘เยี่ยม! งั้นเดี๋ยวยามเที่ยงของวันนี้พวกเราไปกัน ’ เมื่อหานซิ่นได้ฟังแบบนั้นก็ใจชื้น อยากที่จะได้เงินเร็ว ก็คงจะต้องเสี่ยงกันหน่อย
“ ท่านปู่หลานมีเื่จะบอก…” หานซิ่น้าที่จะกล่าวบอก เขาจำเป็ที่จะต้องไม่อยู่ที่ไร่ไปสักพัก
อ-อึก!
‘ม-มาแล้ว!’ ชูช่าย กลืนน้ำลายเสียงดัง เอือก! นี่เขาจะต้องได้ยินเื่แบบนี้อีกแล้วรึ ความลับ์ ยิ่งรู้เยอะก็มีแต่จะแย่ เขาอยากที่จะรู้เื่พวกนี้ให้น้อยมากที่สุด ทำยังไงดี! เขาจะทำยังไงดี!
“หลานจะไ-..!!!”
“โอ้! โอ้! โอ้! ไม่ต้อง! ไม่ต้อง! หลานไม่ต้องบอกปู่ก็ได้ หลานจะทำอะไรก็ทำได้เลยนะ ม-ไม่ต้องบอกปู่…” ชูช่าย สะบัดมือ ปฏิเสธเป็พัลวัน
“…..อีกประเดี๋ยวหลานจะออกไปข้างนอกนะขอรับ พอหลานทำงานที่เหลื-…!!”
พรวด!
" ป-ไป! ไปได้เลยหลานปู่ งานยิบย่อยที่เหลือมอบหมายให้ปู่เถอะ" ชูช่าย รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาพร้อมที่จะทำงานพวกนี้แบบสุดๆ
“ท่านปู่….เราพึ่งจะกินข้าวกันได้แค่สองคำเองนะ” ( - - )
“…….” (- _- )