ตอนที่ 5
เขามองกำไลนี่อย่างพิจารณาอยู่พักหนึ่งรูปทรงของมันเป็รูปแบบที่ดูแปลกตาเหมือนเถาวัลย์ที่พันกันมากกว่าที่จะเป็กำไลเสียอีกทั้งส่วนที่เหมือนเป็ผลมันยังเป็ทับทิมเม็ดเล็กๆ
ดูท่าผลดกนะดูสิมีทับทิมสีแดงอยู่เต็มไปหมดแล้วดูมีเม็ดหนึ่งใหญ่กว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอีกน่าแงะไปขายจริงๆ
หนิงเยว่เล่อคิดอยู่กับตัวเองทว่าระหว่างที่คิดอยู่นั้นก็เผลอยกมือขึ้นลูบไปที่เม็ดทับทิมสีแดงเม็ดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางเบาๆอยู่ๆก็รู้สึกว่ามีลมหอบหนึ่งพัดเข้ามาทำให้เขาต้องหลับตาเพราะทนแรงปะทะของลมที่ดวงตาไม่ได้แต่เมื่อรู้สึกว่าลมมันหยุดไปแล้วเขาก็ค่อยลืมตาขึ้นมาแต่ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้กลับยิ่งทำให้เ้าตัวรู้สึกราวกับกำลังถูกผีหลอกอยู่อย่างไรอย่างนั้น
หรือว่าเราจะถูกิญญาเ้าของสุสานอาฆาตเข้าแล้วไม่นะ! นี่ข้าจะตายรอบสองหรือแต่ทว่าเมื่อมองดูดีๆแล้วพบว่าที่นี่สวยเกินว่าที่จะเป็สถานที่ที่ิญญาอาฆาตอาศัยอยู่นะลองเดินดูรอบๆดีกว่า
หนิงเยว่เล่อเดินมองไปรอบๆพบว่าอากาศที่นี่บริสุทธิ์มากมีแปลงผักแปลงสมุนไพรสวนต้นไม้และอื่นๆอีกมากมายเขามองดูทุกอย่างจากระยะไกลก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปดูที่แปลงสมุนไพรใกล้ๆก่อนจะพบว่าสมุนไพรที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็สมุนไพรหายากทั้งยังมีคุณภาพดีราวกับว่ามันถูกดูแลมาอย่างดีเชียวละ
หากเอามาทำยาละก็ต้องได้ประสิทธิภาพชั้นเลิศแน่นี่สิค่อยสมกับที่ตายแล้วเกิดใหม่เหมือนในนิยายหน่อยอย่างนี้เขาต้องเป็ตัวเอกอย่างแน่นอน
หนิงเยว่เล่อคิดอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปรอบๆเห็นสมุนไพรมากหลากหลายพันธ์หลากหลายชนิดนี่มันคือ์ของคนที่เป็หมอแน่นอน
บ่อน้ำหรือ
หนิงเยว่เล่อเห็นด้านหน้ามีน้ำจึงคิดว่าน่าจะเป็บ่อน้ำหรือแม่น้ำทว่าเมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้กลับพบว่านี่มันยิ่งกว่าบ่อน้ำเสียอีกนี่มันเรียบว่าทะเลสาบ!
เขาเดินเข้าไปที่ริมน้ำก้มมองอยู่ครู่หนึ่งคิดว่าน้ำที่นี่ใสมากใสที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยเขาก้มตัวลงเอามือจุ่มลงไปน้ำในนี้ให้ความรู้สึกเย็นสบายแต่พอเอามือขึ้นมาก็รู้สึกว่าผิวบริเวณมือนั้นเนียนนุ่มกว่าเมื่อกี้มากพลันคิดมาได้ว่าน่าลงอาบทั้งตัวเหมือนกันนะ
ในทะเลสาบที่ใสนี่นั้นมีปลาเล็กปลาน้อยว่ายอยู่มากมายเลยเรียกได้ว่าเขากับอาคุนไม่อดตายแล้วหากมีปลาพวกนี้อยู่ก็อยู่ได้อีกหลายวันแต่คงต้องกินจนเบื่อกันไปข้างจะว่าไปที่นี่ก็มีครบเหมือนกันนะมีทั้งสมุนไพร ผมไม้ที่กินได้น้ำและปลาเรียกได้ว่าหากมีบ้านอยู่ละก็เข้ามาอยู่ในนี้ได้สบายเลย
ฉับพลันที่หนิงเยว่เล่อคิดก็ปรากฏเรือนขนาดกลางขึ้นถัดจากที่หนิงเยว่เล่ออยู่เล็กน้อยสร้างความตะลึงให้อยู่หลายส่วนนั่งจึงทำให้เ้าตัวพอเข้าใจอะไรได้มากขึ้นเชียวละอย่างน้อยก็เข้าใจว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ิญญาอาฆาตจะอยู่และที่นี่ต้องเป็มิติเหมือนที่เคยอ่านเจอใรการ์ตูนหรือนิยายที่เหล่าตัวเอกมักจะได้ไอเทมเหล่านี้ไว้ใน
นี่เท่ากับว่าที่นี่เป็มิติที่บางทีอาจจะกลายมาเป็ของเขาน่ะสิฉับพลันเขาก้เหลือบไปมองที่ทะเลสาบอยู่ๆก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาน้ำในทะเลสาบนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่มันต้องเป็น้ำวิเศษพิสูจน์ได้จากการที่เมื่อกี้เขาลองเอามือจุ่มลงไปพบว่ามันเนียนนุ่มน่าััดังนั้นหากว่าลองกินมันเข้าไปบางทีอาจจะสามารถใช้มันเป็ยาบำรุงร่างกายก็ได้บำรุงทั้งภายในและภายนอกเลยเชียวต้องลองอาบน้ำที่มาจากทะเลสาบดูบ้างสะแล้ว
ซึ่งขอบอกเลยว่าหนิงเยว่เล่อคิดถูกเพราะทันทีที่หนิงเยว่เล่อดื่มเข้าไปร่างกายก็พลันรู้สึกเบาสบายผิวพรรณเปล่งประกายขาวเนียนขึ้นมาอีกนิดหน่อยร่างกายที่พึ่งหายป่วยมาก็รู้สึกว่าดีขึ้นไม่เสียทีที่อ่านเื่พวกนี้มาเยอะจริงๆคิดดังนั้นก็รู้สึกอยากลงไปอาบเลยทีเดียวแต่ว่าถ้าลงไปตอนนี้คงไม่ดีเท่าไรอีกอย่างเขาคิดว่าน้ำนี้สามารถเอาไว้ทำอะไรได้หลายอย่างแต่ที่แน่ๆคือจะลงไปอาบแล้วตักมากินไม่ได้ไงเพราะงั้นต้องกลั้นใจเดินออกมาแล้วคิดกาวิธีกลับออกไปด้านนอก
เขาเองก็ไม่รู้ว่าระยะเวลาด้านในกับด้านนอกห่างกันเท่าไรเพราะงั้นจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้เดี๋ยวอาคุนจะเป็ห่วง
เมื่อเขาคิดเช่นนั้นก็เกิดลมหอบหนึ่งพัดอีกครารู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่เดิมก่อนที่จะเข้าไปในมิติแล้วรู้สึกมันงงเล็กน้อยหากว่าเข้าๆออกๆ บ่อยๆ คงมีปวดหัวกันบ้างแหละแต่แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเล็กๆดังขึ้นขัดอารมณ์เพ้อเจ้อของเขา
"ยินดีกับนายท่านของข้า ในที่สุดท่านก็มา"
หนิงเยว่เล่อสะดุ้งตัวลอยหันมองซ้ายมองขวากลับไม่เห็นคน พลันทำสีหน้าแตกตื่น หรือว่าจะเจอดีเข้าเสียแล้ว
"หรือว่า ผะ...." แต่ยังไม่ทันพูดคำว่าผีจบดีเ้าตัวที่รู้ว่าเ้านายคิดอะไรก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน
"นายท่าน ท่านก้มหน้าลงมาหน่อยเถิด ข้าตัวเล็กเพียงนี้ท่านมองระดับนั้นจะเห็นตัวข้าได้อย่างไร อีกอย่างข้าไม่ใช่ผีเสียหน่อย"เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กๆ
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ทำตามที่เสียงเล็กๆนั้นพูดคือก้มหน้าลงหน่อยถ้าเป็ผีหน้าเกลียดละก็พ่อจะตบให้ดิ้นเลยคอยดูแต่เมื่อก้มลงมาดูกลับผิดคาดเพราะว่าเ้าของเสียงเล็กๆนั้นกลับน่ารักน่าชังเสียนี่
เ้าของเสียงหน้าตาน่ารักมากหน้าตาจิ้มลิ้ม ตะเร้กตะน้อย ปากนิดจมูกหน่อยแก้มกลมซาลาเปามีสีแดงเืฝาดบ่งบอกว่าสุขภาพดีผิวขาวอมชมพูใสตามปกติของเด็กที่ดูดีมีอันจะกินติดเพียงว่าเ้าของเสียงไม่จำเป็ต้องกินเนี่ยสิ
"เ้าหนูน้อย เสียงเมื่อครู่เป็ของเ้าหรือ"ถามเพื่อความแน่ใจอีกสักที
"ใช่แล้วเ้านาย"
"เ้าบอกได้หรือไม่ว่าที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่"
"ที่นี่คือสุสานของนายท่านคนก่อนของข้าเป็สุสานของวิเศษที่ตอนนี้ท่านเป็ผู้อยู่"
"เ้าหมายถึงกำไลนี่เหรอ"
"ใช่แล้วนายท่าน"
"แล้ว แล้วเ้าเป็ใคร" ใจจริงอยากถามว่ามีสมบัติอย่างอื่นอีกหรือไม่แต่คิดอีกทีอย่าถามดีกว่า
"ข้าคือภูตที่อาศัยอยู่ในกำไลวงนั้น เป็ผู้ดูแลแปลงสมุนไพรและทะเลสาบท่านคือผู้มีบุญที่ได้รับเลือกจากเทพชะตาให้ได้ข้าเช่นเดียวกับนายท่านคนก่อนของข้า"เสียงเล็กๆยังคงพูดเจือยแจวฟังเพลินๆดีเหมือนกัน
"เอาเป็ว่าค่อยคุยกันต่อจากนี้เถอะ ข้าจะออกไปจากที่นี้ได้อย่างไร"
"ข้าจะนำทางท่านเอง"
หลังจากนั้นเ้าภูตที่น่ารักที่ตอนนี้เขาได้ตั้งชื่อใหม่ให้แล้วคือเสี่ยวเป่า ช่างเป็ชื่อที่น่ารักและไพเราะจริงๆเลยเนาะ!เสี่ยวเป่าเปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่เขาได้มาจากการตงโพรงถ้ำเรียกได้ว่าเมื่อเราเจอแต่สิ่งร้ายๆ์ก็มักจะเมตตาประทานสิ่งดีๆกลับมาให้เราบ้าง
เสี่ยวเป่ายังคงนำทางให้กับหนิงเยว่เล่อเพื่อออกไปจากถ้ำแห่งนี้ก่อนที่จะมืดค่ำเสียก่อนอีกอย่างทางแยกที่หนิงเยว่เล่อใช่ดวงที่มีนั่นเสี่ยงสุดท้ายแล้วก็ไปที่โถงนั่นอยู่ดีทำให้เขารู้สึกว่าการร้องเพลงน่าอายนั้นช่างเสียเปล่าจริงๆ
ไม่ต้องพึ่งดวงก็ได้สินะแล้วงี้ข้าจะร้องเพลงน่าอายนั่นไปเพื่ออะไร
หลังจากที่หนิงเยว่เล่ออกจากถ้ำได้ก็เป็่เวลาเดียวกับที่อาคุนพึ่งถึงจวนเลยทีเดียวอาคุนที่ตอนนี้เริ่มบ่อน้ำตาแตกกลัวว่าหนิงเยว่เล่อจะเจออันตรายอะไรหรือไม่ดังนั้นความตั้งใจของอาคุนคือไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้แต่ตนเองตั้งใจว่าจะรอที่นี้อีก2ชั่วยามหากว่าหนิงเยว่เล่อยังไม่กลับก็จะไปแจ้งทางการให้ช่วยค้นหาทันที
เมื่อหนิงเยว่เล่อเดินกลับมาถึงจวนอาคุนที่กำลังเตรียมออกไปแจ้งทางการมาเห็นว่าหนิงเยว่เล่อเดินพ้นธรณีประตูจวนเข้ามาแล้วก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าไปกอดแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะตนเองก็กักเก็บอารมณ์เอาไว้มากมายนัก
หลังจากปลอบอาคุนอยู่นานเขาก็เลือกที่จะกลับเข้ามาในเรือนแต่ระหว่างทางกลับจวนเขาเลือกหยิบสมุนไพรล้ำค่าอย่างหนึ่งออกมาจากมิติเพื่อเอาไปขายและไม่ลืมที่จะนำปลากออกมาจากมิติเพื่อเอากลับไปทำอาหารด้วยอีกอย่างตนพึ่งรู้ว่าเพียงแค่หลับตาแล้วนึกถึงสิ่งที่้าก็สามารถนำออกมาได้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปรู้สึกดีไปอีกแบบอย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเข้าๆออกๆ ให้ปวดหัว
เมื่อเข้ามาในเรือนแล้วเขาก็หยิบเอาของออกจากกระเป๋าที่อาคุนเตรียมไว้ให้ก่อนออกจากจวนเอามาวางไว้ที่โต๊ะกลางเรือนนอนซึ่งตอนนี้ผันตัวเป็เรือนที่เอาไว้ประชุมหารือเื่ราวต่างๆไปเสียแล้ว
อาคุนที่เข้ามาในเรือนเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนหอบเอาทั้งปลาทั้งสมุนไพรมาวางแม้ว่าไม่ได้มากมายอะไรแต่เท่านี้ก็รู้ได้ว่าหนิงเยว่เล่อได้พยายามมากแล้วแต่ทั้งที่จริงแล้วหนิงเยว่เล่อไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลยด้วยซ้ำแต่เป็เพราะความโชคดีของตนเองทั้งสิ้นแต่ความโชคดีก็ถือเป็ความสามารถชนิดหนึ่งจากนั้นอาคุนก็นำปลาไปทำกับข้าวซึ่งกับข้าวฝีมืออาคุนนับว่าดีเยี่ยมเลยนะ
อร่อยถูกใจพี่มากเลยอาคุนน้อยของพี่
แต่ก่อนที่อาคุนจะไปก็ไม่ลืมถามชื่อของสมุนไพร"มันมีชื่อว่าอะไรหรือขอรับ"
"มันคือหญ้าน้ำค้างที่มีสรรพคุณช่วยรักษาพิษได้ถึง12ชนิดและหากรวมกับรากของหญ้าแสงจันทร์จะช่วยเพิ่มสรรพคุณอีกเท่าหนึ่งแต่ถึงเราจะหาหญ้าแสงจันทร์ไม่เจอก็ไม่เป็ไรมีเท่านี้ก็น่าจะขายได้ราคาดีแล้ว"
"ดียิ่งขอรับ แต่ว่าพี่ใหญ่อย่าไปที่นั่นอีกได้หรือไม่ข้าน้อยเป็ห่วงท่านขอรับ ถ้าท่านจะไป ข้าจะไปเอง"
"ได้อย่างไรเ้าเป็น้องของข้าแล้วข้าจะให้เ้าไปเสี่ยงแทนข้าได้อย่างไรกัน"ว่าจบหนิงเยว่เล่อก็ยกมือขึ้นลูบหัวของอาคุนด้วยความอ่อนโยน
เมื่ออาคุนได้รับััที่อ่อนโยนของคนที่เป็ทั้งเ้านายและพี่ใหญ่ก็ยิ่งรู้สึกยินดีและรู้สึกว่าตนช่างโชคดีนักที่ได้รับใช้คุณชายใหญ่และไม่ได้ทิ้งคุณชายใหญ่ไปเช่นบ่าวรับใช้คนอื่นๆแม้ว่าจะลำบากไปสักหน่อยแต่แต่คุณชายใหญ่ก็ดีกับตนมาตลอดจะให้ทิ้งไปได้อย่างไร
อีกอย่างใช่ว่าตอนนี้ลำบากแล้วอนาคตจะไม่มีทางดีขึ้นได้สักหน่อยอาคุนเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะต้องทำได้อย่างแน่นอน อาคุนเชื่อเช่นนั้น อืม!
หนิงเยว่เล่อมองท่าทางภูมิใจของอาคุนด้วยสีหน้างุนงง'อาคุนเป็อะไรเหตุใดต้องทำสีหน้าเช่นนั้น'