อรดีเลขาสาวอุทานพร้อมกับทำตาโตด้วยความแปลกใจ แหม...แค่เขามาสายก็เป็เื่แปลกจะแย่แล้ว แต่นี่ยังมีสาวสวยตามมาด้วยจะไม่ให้ใได้ยังไง
“นี้คือคุณพิมพ์มณี เธอจะเข้ามาเป็เลขาของผมต่อจากคุณ ช่วยสอนและมอบหมายงานให้กับเธอด้วย”
ธนวินท์หยุดสั่งความที่หน้าโต๊ะทำงานของเลขา ก่อนก้าวยาวๆเข้าห้องทำงานไป ในขณะที่อรดียังคงนั่งทำตาปริบๆอย่างนึกไม่ถึง
พิมพ์มณีเลยยืนคว้างไม่รู้จะไปทางไหน จนอรดีรู้สึกตัวแล้วรีบบอกขึ้น
“อ๋อ คุณ เชิญนั่งก่อนคะ”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ธนวินท์ออกมาจากห้องทำงานอีกครั้งเมื่อเลยเวลาเลิกงานมาร่วมชั่วโมงแล้ว หลังขลุกอยู่ในนั้นมาทั้งวันด้วยลูกค้าที่ได้นัดไว้ใน่เช้านั้นเขาได้โทรบอกเลื่อนนัดไปแล้วเพราะเห็นว่าตัวเองมาถึงที่ทำงานสายกว่าปกติคงไปตามนัดไม่ทันแน่ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะออกมาทานอาหารกลางวัน เขาเลือกที่จะสั่งเข้าไปทานในนั้นแทนเพราะไม่อยากเสียเวลาทำงาน
พนักงานกลับไปกันหมดแล้วเหลือเพียงหญิงสาวที่เขาลืมไปทั้งวันนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเลขา ชายหนุ่มมีเสื้อนอกพาดอยู่ที่ท่อนแขนข้างหนึ่งและในมืออีกข้างก็หิ้วกระเป๋าเอกสาร เขาเดินเลยไปโดยไม่ได้กล่าวชวน แต่หล่อนก็ลุกขึ้นวิ่งตามเขามาจนได้
“นี่คุณ คุณทำงานเป็บ้าเป็หลังอย่างนี้ทุกวันเหรอ โอเค ถึงแม้ปกติมันจะเป็อย่างนั้น แต่คุณก็ควรจะเข้าใจบ้างว่า วันนี้ฉันมาด้วย คุณไม่สนใจเลยเหรอว่าฉันจะทานอาหารกลางวันที่ไหน”
หล่อนใส่เขาฉอดๆๆ ขณะซอยเท้าตามหลังเขามาติดๆ
“ฉันก็บอกเลขาให้เขาสั่งมาเผื่อแล้วนี่”
ชายหนุ่มตอบโดยไม่หยุดเดิน
“แต่อาหารนั้นรสชาติไม่ได้เื่ ฉันทานไปได้แค่ไม่กี่คำ”
“ไปว่าเขาทำไม่ได้เื่ แล้วตัวเองทำเป็หรือเปล่า”
“มันเื่ของฉัน แต่ที่แน่ๆตอนนี้ฉันหิวจนไส้จะขาดแล้ว”
เขาไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เดินเร็วๆไปจนถึงรถ พิมพ์มณีถึงแก่หอบแฮกทีเดียวเพราะต้องวิ่งตามเขาให้ทัน เขาเดินก้าวหนึ่งหล่อนต้องซอยเท้าให้ได้สองหรือสามก้าวละมั้งจึงจะทันกัน
“โอย รีบร้อนอะไรนักหนา ฉันตามไม่ทันนะ”
หล่อนโวยวายทั้งที่มาถึงรถพร้อมๆกับเขา
“ก็ไหนบอกว่าหิวจนไส้จะขาด”
เขาย้อนขณะใส่ของที่หอบหิ้วมาเข้าไปไว้ในหลังรถ
“ถึงงั้นก็เดินช้าๆได้นี่ ทั้งหิวทั้งเหนื่อยอย่างนี้พอดีฉันเป็ลมตาย”
หญิงสาวบ่นไม่ขาดปากแล้วก็ต้องรีบผลุบเข้าไปในรถบ้าง เพราะคนตัวโตกว่าที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาได้เข้าไปก่อนแล้ว และทำท่าว่าจะออกรถไปทันทีอีกด้วย
“คนบ้า ไม่มีความเป็สุภาพบุรุษสักนิด”
หล่อนเข้ามาบ่นต่อ
“ถึงมีก็ไม่จำเป็ต้องใช้กับเธอมั้ง”
เขาหมายถึงว่าเพราะหล่อนเองก็ไม่ได้ทำตัวเป็สุภาพสตรีที่ดีสักเท่าไหร่เลย
“ฮึ แหงละซิ”
หญิงสาวพึมพำในลำคอ เมื่อนึกถึงเื่ที่ตนคุยกับพี่จอยขึ้นมาได้...ก็ใช่นะสิ นายคงคิดว่าตัวเองเป็ผู้หญิงเหมือนๆกับฉันใช่ไหมละ...แหวะ
กำลังคิดถึงเขาอย่างขยะแขยงอยู่ดีดี เสียงห้าวทุ่มของคนข้างๆก็ดังขึ้น
“พรุ่งนี้ยังคิดที่จะมาทำงานอยู่อีกหรือเปล่า”
“อ๋อ แน่นอน อุปสรรคแค่นี้ไม่ทำให้ฉันท้อถอยหรอก อย่าคิดว่ากลั่นแกล้งแค่นี้แล้วคนอย่างพิมพ์มณีจะยอมแพ้ง่ายๆนะ ไม่มีทาง”
หล่อนลอยหน้ายอกย้อนอย่างถือดี
ธนวินท์ไม่กล่าวอะไรเขาพารถเข้าจอดยังหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน
“โอย ยังมีแก่ใจจะช๊อปปิ้งอีกเหรอ”
หญิงสาวโอดครวญด้วยความหิว ทั้งที่ถ้าเป็เวลาปกติแล้วมีคนพามาศูนย์การค้าอย่างนี้หล่อนคงแทบจะตีปีกด้วยความดีใจ
“ในนั้นมีร้านอาหารมากมาย เสร็จแล้วฉันจะได้หาซื้อของด้วยเลย ไม่ต้องไปหลายที่”