แพ้รักยัยตัวร้าย

    ตอนที่ 10

                อรดีเลขาสาวอุทานพร้อมกับทำตาโตด้วยความแปลกใจ แหม...แค่เขามาสายก็เป็๲เ๱ื่๵๹แปลกจะแย่แล้ว แต่นี่ยังมีสาวสวยตามมาด้วยจะไม่ให้๻๠ใ๽ได้ยังไง

                “นี้คือคุณพิมพ์มณี  เธอจะเข้ามาเป็๞เลขาของผมต่อจากคุณ  ช่วยสอนและมอบหมายงานให้กับเธอด้วย”

                ธนวินท์หยุดสั่งความที่หน้าโต๊ะทำงานของเลขา  ก่อนก้าวยาวๆเข้าห้องทำงานไป  ในขณะที่อรดียังคงนั่งทำตาปริบๆอย่างนึกไม่ถึง

                พิมพ์มณีเลยยืนคว้างไม่รู้จะไปทางไหน  จนอรดีรู้สึกตัวแล้วรีบบอกขึ้น

                “อ๋อ  คุณ เชิญนั่งก่อนคะ”

     

                            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

     

               ธนวินท์ออกมาจากห้องทำงานอีกครั้งเมื่อเลยเวลาเลิกงานมาร่วมชั่วโมงแล้ว  หลังขลุกอยู่ในนั้นมาทั้งวันด้วยลูกค้าที่ได้นัดไว้ใน๰่๥๹เช้านั้นเขาได้โทรบอกเลื่อนนัดไปแล้วเพราะเห็นว่าตัวเองมาถึงที่ทำงานสายกว่าปกติคงไปตามนัดไม่ทันแน่ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะออกมาทานอาหารกลางวัน เขาเลือกที่จะสั่งเข้าไปทานในนั้นแทนเพราะไม่อยากเสียเวลาทำงาน

                พนักงานกลับไปกันหมดแล้วเหลือเพียงหญิงสาวที่เขาลืมไปทั้งวันนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเลขา ชายหนุ่มมีเสื้อนอกพาดอยู่ที่ท่อนแขนข้างหนึ่งและในมืออีกข้างก็หิ้วกระเป๋าเอกสาร  เขาเดินเลยไปโดยไม่ได้กล่าวชวน  แต่หล่อนก็ลุกขึ้นวิ่งตามเขามาจนได้

                “นี่คุณ คุณทำงานเป็๲บ้าเป็๲หลังอย่างนี้ทุกวันเหรอ  โอเค ถึงแม้ปกติมันจะเป็๲อย่างนั้น แต่คุณก็ควรจะเข้าใจบ้างว่า วันนี้ฉันมาด้วย คุณไม่สนใจเลยเหรอว่าฉันจะทานอาหารกลางวันที่ไหน”

                หล่อนใส่เขาฉอดๆๆ ขณะซอยเท้าตามหลังเขามาติดๆ

                “ฉันก็บอกเลขาให้เขาสั่งมาเผื่อแล้วนี่”

                ชายหนุ่มตอบโดยไม่หยุดเดิน

                “แต่อาหารนั้นรสชาติไม่ได้เ๱ื่๵๹  ฉันทานไปได้แค่ไม่กี่คำ”

                “ไปว่าเขาทำไม่ได้เ๹ื่๪๫  แล้วตัวเองทำเป็๞หรือเปล่า”

                “มันเ๱ื่๵๹ของฉัน  แต่ที่แน่ๆตอนนี้ฉันหิวจนไส้จะขาดแล้ว”

                เขาไม่ได้เอ่ยอะไรอีก  เดินเร็วๆไปจนถึงรถ พิมพ์มณีถึงแก่หอบแฮกทีเดียวเพราะต้องวิ่งตามเขาให้ทัน  เขาเดินก้าวหนึ่งหล่อนต้องซอยเท้าให้ได้สองหรือสามก้าวละมั้งจึงจะทันกัน

                “โอย  รีบร้อนอะไรนักหนา  ฉันตามไม่ทันนะ”

                หล่อนโวยวายทั้งที่มาถึงรถพร้อมๆกับเขา

                “ก็ไหนบอกว่าหิวจนไส้จะขาด”

                เขาย้อนขณะใส่ของที่หอบหิ้วมาเข้าไปไว้ในหลังรถ

                “ถึงงั้นก็เดินช้าๆได้นี่  ทั้งหิวทั้งเหนื่อยอย่างนี้พอดีฉันเป็๲ลมตาย”

                หญิงสาวบ่นไม่ขาดปากแล้วก็ต้องรีบผลุบเข้าไปในรถบ้าง เพราะคนตัวโตกว่าที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาได้เข้าไปก่อนแล้ว  และทำท่าว่าจะออกรถไปทันทีอีกด้วย

                “คนบ้า  ไม่มีความเป็๲สุภาพบุรุษสักนิด”

                หล่อนเข้ามาบ่นต่อ

                “ถึงมีก็ไม่จำเป็๲ต้องใช้กับเธอมั้ง”

                เขาหมายถึงว่าเพราะหล่อนเองก็ไม่ได้ทำตัวเป็๞สุภาพสตรีที่ดีสักเท่าไหร่เลย

                “ฮึ  แหงละซิ”

                หญิงสาวพึมพำในลำคอ  เมื่อนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่ตนคุยกับพี่จอยขึ้นมาได้...ก็ใช่นะสิ นายคงคิดว่าตัวเองเป็๞ผู้หญิงเหมือนๆกับฉันใช่ไหมละ...แหวะ

                กำลังคิดถึงเขาอย่างขยะแขยงอยู่ดีดี  เสียงห้าวทุ่มของคนข้างๆก็ดังขึ้น

                “พรุ่งนี้ยังคิดที่จะมาทำงานอยู่อีกหรือเปล่า”

                “อ๋อ  แน่นอน อุปสรรคแค่นี้ไม่ทำให้ฉันท้อถอยหรอก อย่าคิดว่ากลั่นแกล้งแค่นี้แล้วคนอย่างพิมพ์มณีจะยอมแพ้ง่ายๆนะ  ไม่มีทาง”

                หล่อนลอยหน้ายอกย้อนอย่างถือดี

                ธนวินท์ไม่กล่าวอะไรเขาพารถเข้าจอดยังหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน

                “โอย  ยังมีแก่ใจจะช๊อปปิ้งอีกเหรอ”

                หญิงสาวโอดครวญด้วยความหิว ทั้งที่ถ้าเป็๲เวลาปกติแล้วมีคนพามาศูนย์การค้าอย่างนี้หล่อนคงแทบจะตีปีกด้วยความดีใจ

                “ในนั้นมีร้านอาหารมากมาย  เสร็จแล้วฉันจะได้หาซื้อของด้วยเลย  ไม่ต้องไปหลายที่”