"โถ... มิติธรรมดาๆแบบนี้ ทำไมคนอื่นถึงจะเข้ามาไม่ได้กันล่ะ ?" เสียงพูดอันแปร่งประหลาดเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นมาในอากาศที่ว่างเปล่า "นี่ิ อย่าว่าแต่มิติกิ๊กก็อกแบบนี้เลยนะ ขนาดนรกสวรรค์ ข้าก็ยังเข้าๆออกๆอยู่บ่อยๆเลย เหอ เหอ" "ใคร ?!" หญิงสาวผู้มีใบหน้าเหมือนเด็กหญิงปานวาดตวาดเสียงถามทันที พร้อมกับรีบแหงนหน้าขึ้นมองซ้ายมองขวาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "ใครกัน ปรากฏตัวออกมาให้ข้าเห็นเดี๋ยวนี้นะ ?!" ครูชัยรัตน์รีบหันไปมองหน้าเมขลาด้วยสีหน้าระคนตื่นเต้น "สงสัยเป็นอาจารย์คง เอ๊ย... สงสัยเป็นคุณเมฆามาช่วยพวกเราแล้วเม ?!" เมขลาทำหน้าย่นและเหลียวซ้ายแลขวาไปมา "เสียง... เสียงแบบนี้ จะใช่เหรอพี่ ?" "โอ๊ย มิใช่หรอกจ้า คำพูดเมื่อกี้ข้าก็ยืมเขามาอีกต่างหาก เหอ เหอ" น้ำสียงอันแปร่งประหลาดยังคงพูดออกมาจากทิศทางที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นทิศไหนกันแน่ "หนอย สงสัยเป็นพวกสัมภเวสีชั้นต่ำตัวไหนตัวหนึ่งหาวิธีแอบลักลอบเข้ามาในที่แห่งนี้ได้ รีบปรากฏตัวออกมาเลยนะ อย่าให้ข้าต้องสำแดงฤทธิเพื่อลากเจ้าออกมานะ !" หญิงสาวประหลาดบริภาษออกมาด้วยสีหน้าที่บูดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือร่องรอยความสวย ขณะที่ครูสุนทรกลับยืนนิ่งเงียบ ร่างกายแทบไม่ไหวติง ทันใดนั้นเอง วัตถุบางอย่างก็พุ่งโฉบลงมาจากอากาศราวกับสายฟ้าแล่บ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่หัวของหญิงสาว ! ทว่าความว่องไวของหญิงสาวที่ได้ระวังตัวอยู่แล้วก็ได้ทำให้เธอก้มหลบพ้นการพุ่งโจมตีนั้นได้อย่างฉิวเฉียด วัตถุที่พุ่งโฉบนั้นกลับตีวงโค้งขึ้นไปในอากาศ และลอยตัวสูงอยู่ในระดับหนึ่ง พร้อมกับกระพือปีกของมันดังพึ่บพั่บ และท่าทางของมันดูราวกับจะเตรียมพร้อมเพื่อจะพุ่งโจมตีอีกรอบ ยามนี้ หญิงสาวประหลาดถึงกับแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด "นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ไอ้'นกพยนต์'นี่เอง เหอะ คิดว่าจะมาเล่นงานข้าคนนี้ได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ " สิ่งที่ลอยกระพือปีกอยู่ในอากาศนั้น ที่แท้ก็คือ นกฮูกสีขาวดั่งสำลีที่เป็นนกพยนต์ของเมฆานั่นเอง และพริบตานั้นมันก็พุ่งลงมาโจมตีหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งทันที ! "อย่า... อย่าเพิ่งโว๊ยเจ้าฮูก !!" เสียงแปร่งประหลาดตะโกนบอก แต่ดูเหมือนจะช้าไป เพราะขณะนั้นเจ้านกฮูกสีขาวก็พุ่งมาถึงตัวหญิงสาวพอดี ! ทว่าหญิงสาวก็หาได้หลบเหมือนในครั้งก่อน แต่เธอกลับใช้สองมือกางสมุดวาดเขียนขึ้นมาขวางกั้น และทันใดนั้น เจ้านกฮูกก็พุ่งหายเข้าไปในสมุดวาดเขียนราวกับถูกดูดเข้าไปทันที ! หญิงสาวปิดสมุดวาดเขียนลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวเราะ "นกโง่ๆ กับเจ้านายโง่ๆ โถๆ นี่มันคิดอะไรกันล่ะนี่ ที่ดันมาใช้นกโง่ๆตัวนี้มาเล่นงานข้า หึหึ ป่านนี้เจ้านกโง่มันคงได้เข้าไปมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านอยู่ที่ปลายทางของมิติแห่งไฟปิศาจแล้วล่ะมั้ง ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า" หญิงสาวถึงกับแหงนหน้าหัวเราะลั่นอย่างสาใจ "เหอ เหอ แต่นั่นมันก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่ง ที่เจ้านายของข้าได้ตั้งสมมุติฐานเอาไว้..." เสียงแปร่งประหลาดพูดขึ้นอีกครั้ง และน้ำเสียงดูจะไม่ได้อาลัยกับนกฮูกพยนต์แม้แต่น้อย "เจ้าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ?" หญิงสาวเลิกคิ้วอันโก่งสวยขึ้นข้างหนึ่งอย่างประหลาดใจ ขณะที่ครูสุนทรก็มีทีท่าที่พิศวงอยู่ในสีหน้า "มันก็หมายถึงว่า มันเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า สมุดวาดเขียนเล่มนี้ ไม่ใช่แค่เป็น สมุดวาดเขียนอาถรรพ์ธรรมดาๆ แต่มันยังเป็น 'มหาคัมภีร์นรกโบราณ' ที่สามารถจะเปิดทะลุไปสู่มิติแห่งปิศาจได้ด้วย คำพูดของเจ้าเมื่อกี้ยิ่งเป็นการยืนยันสิ่งนี้ เหอ เหอ" หญิงสาวประหลาดนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ หลังจากนั้นก็ยิ้มอย่างเหี้ยมๆ "รู้อย่างนั้นแล้ว พวกเจ้าจะทำอะไรได้ อ้อ แล้วตอนนี้ข้าก็รู้แล้วว่า เจ้าอยู่ตรงไหน ไอ้วิญญาณชั้นต่ำอย่างเจ้าน่ะ มันตบตาข้าได้ไม่นานหรอกนะ จงเตรียมตัวตามเจ้านกนั่นเข้าไปอยู่ในมิติปิศาจของแท้ ที่เจ้าจะไม่มีวันเร้นรอดออกมาได้ซะเถอะ !" "ว้า แย่จัง นี่ข้าถูกหาตัวเจอแล้วเหรอ เอ้า วิญญาณชั้นต่ำก็วิญญาณชั้นต่ำสิวะ อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยกลัวพวกเจ้าล่ะวะ !" สิ้นคำพูด ที่มุมหนึ่งใกล้ๆ ก็ค่อยๆปรากฏร่างขมุกขมัวของอะไรอย่างหนึ่งขึ้นมา และนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น เจ้าพราย บริวาณผู้จงรักภักดีต่อจอมเวทอย่างเมฆานั่นเอง เจ้าพรายขณะนี้กำลังยืนยิงฟันหลอๆยิ้มแฉ่งให้กับหญิงสาวที่กำลังมองจ้องมันอย่างอยากจะดื่มเลือดเนื้อของมัน แม้ว่ามันจะไม่มีเลือดเนื้อนอกจากโครงกระดูกคลุมผ้าก็ตาม ขณะที่ครูสุนทรก็เพ่งมองมันอย่างไม่วางตาเช่นกัน "เอาซี้.." เจ้าพรายผายมือที่เหลือแต่กระดูกออกทั้งสองข้าง "วิญญาณชั้นต่ำอย่างข้าก็ได้ปรากฏตัวให้พวกเจ้าเห็นแล้ว ดูสิ ว่าพวกเจ้าจะทำอะไรกับข้าได้บ้าง ?" "หึ อวดดีไปเถอะ อ้อ แล้วเจ้านายของแกล่ะ มันคงหาวิธีเข้ามาในนี้ได้เช่นกัน ก็แล้วทำไมมันยังไม่โผล่หัวออกมาล่ะ ?" หญิงสาวประหลาดถามด้วยดวงตาที่ลุกวาว "เหอ เหอ อยากรู้เหรอว่าทำไมเจ้านายของข้าถึงยังไม่โผล่ออกมา ?" เจ้าพรายกอดอกเต๊ะท่ากวนตีน "จะบอกให้ ก็เจ้านายของข้าน่ะ กำลังใช้แผนตลบหลังพวกเจ้าอยู่น่ะสิ เหอ เหอ" "ตลบหลัง... ตลบหลังงั้นเหรอ ?" หัวคิ้วทั้งสองข้างของหญิงสาวขมวดเข้าหากันทันที "ช่ายยย..." เจ้าพรายลากเสียงพลางชี้นิ้วไปที่ด้านหลังหญิงสาว "จงดูด้านหลังของพวกเจ้าสิ !" หญิงสาวประหลาดกับครูสุนทรรีบหันกลับไปทันที แล้วสีหน้าของทั้งคู่ก็ต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด...?!
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)