[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    138 ปลอมตัว

    “มีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่”


    ตงฟางถามอสูรโลหิตที่ให้เฝ้าจับตามองกลุ่มต่างๆ มันทำเพียงส่ายหัวเล็กน้อยเท่านั้น หลายวันที่ผ่านมาตัวของมันไม่เจอเส้นทางเข้าไปในถ้ำเลยสักนิดเดียว กลุ่มคนที่เพิ่มมาเป็น 10 กลุ่มพวกเขายังคงพยายามตามหาเส้นทางต่อไปแทบไม่ได้พัก


    “คงต้องไปดูเองแล้วสินะ”


    ตงฟางลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าสูง หากสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนค่ายกลขนาดใหญ่ เขาอาจจะแทรกแซงการทำงานของมันจนเจอเข้ากับถ้ำแห่งนั้นได้ แต่เขาคิดว่าจะไม่เข้าไปเพียงคนเดียวแน่นอน การที่ทางเข้าหายากมันจะต้องไม่ได้มีเพียงแค่ค่ายกลที่สร้างครอบสถานที่แห่งนี้เอาไว้ จะต้องมีอสูรน่ากลัวอาศัยอยู่ในถ้ำเพื่อเฝ้ากล้วยไม้อย่างแน่นอน เขาจึงจะเปิดทางให้ทุกๆคนเห็นทางเข้าถ้ำ จากนั้นเขาก็ทำเช่นเดิมคือการแอบตามไปเก็บผลประโยชน์จากความโลภของคนเหล่านี้


    วิ๊ง~!


    ตาทิพย์เปิดใช้งานเต็มกำลัง ครั้งก่อนตงฟางเพียงแค่ต้องการสำรวจเท่านั้น จึงถูกพลังงานบางอย่างป้องกันเอาไว้ไม่ให้เห็นหลายพื้นที่ แต่ตอนนี้ตงฟางไม่ได้ต้องการจะสำรวจ เขาต้องการทำลายค่ายกลจึงเร่งพลังจิตให้สูงเพื่อดูว่าจุดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นตำแหน่งวางค่ายกลหรือไม่


    “ชักน่ากลัวแล้วสิ”


    ตงฟางลูบคางตัวเองเบาๆ หลังจากเขาเห็นค่ายกลเล็กๆหลายร้อยค่ายกลวางอยู่บนตำแหน่งที่เขามองไม่เห็นในครั้งก่อน  จากตำแหน่งวางค่ายกลภายในหุบเขาเหล่านี้ทำให้เขาตกใจไม่น้อย เพราะผู้ที่วางค่ายกลได้ใช้วิธีการนำค่ายกลมาแทนคนแล้ววางค่ายกลตามตำแหน่งดวงดาว


    เดิมทีค่ายกลเกิดขึ้นได้จากคนขั้นต่ำ 5 คนใช้พลังวิญญาณของตัวเองเปิดใช้งานยันต์ที่ตัวเองได้รับหน้าที่ให้ดูแล  โดยพวกเขาจะต้องยืนในตำแหน่งดวงดาวต่างๆ จนค่ายกลเปิดใช้งานขึ้นมา 


    แต่ค่ายกลบของหุบเขาแห่งนี้เกิดขึ้นจากการใช้ค่ายกลเล็กๆวางตามตำแหน่งดวงดาวเพื่อสร้างค่ายกลใหญ่ สิ่งที่ทำให้ตงฟางตกใจคือการใช้พลังวิญญาณ การที่สร้างค่ายกลขนาดใหญ่แบบนี้ได้ จะต้องมีพลังวิญญาณมหาศาลหล่อเลี้ยงมัน


    การที่ค่ายกลอยู่มานาน ทำให้ตงฟางทึ่งมากที่เจ้าของค่ายกลสามารถนำพลังวิญญาณมาหล่อเลี้ยงค่ายกลจนอยู่มาถึงทุกวันนี้


    “ขอลองวิชาหน่อยก็แล้วกันนะ”


    เข็มขนาดเท่าแขนสลักเต็มไปด้วยยันต์ระดับ 7 ลอยอยู่บนมือของตงฟาง มันเป็นสิ่งที่ตงฟางสร้างขึ้นมาจากความรู้นักเล่นแร่แปรธาตุผสมรวมกับความรู้การแก้ค่ายกลของนิกายโลหิต เกิดเป็นเข็มแท่งนี้ขึ้นมา โดยความสามารถของมันตงฟางสามารถใช้มันขัดขวางการทำงานของค่ายกลได้ครู่หนึ่ง โดยเขาไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจค่ายกลตรงหน้าเลยสักนิด


    สาเหตุที่เขาต้องสร้างเข็มนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าเขากลัวตัวเองจนมุมเหมือนตอนอยู่ในวิหารนิกายโบราณ จึงสร้างสิ่งที่ทำให้เขาขัดขวางการทำงานของค่ายกลขึ้นมาใช้งาน


    ฟิ้ว!


    เข็มเล่มแรกพุ่งตรงเข้าหาค่ายกลเล็กๆ ถึงอย่างนั้นมันก็มีขนาดกว้างถึง 100 เมตร กระทั่งเข็มของเขาลอยไปอยู่เหนือค่ายกลตงฟางก็ส่งเข็มของเขาออกไปอีก 17 แท่งจนพวกมันลอยอยู่เหนือค่ายกลทั้งหมดที่เป็นหัวใจหลักทำให้ค่ายกลขนาดใหญ่ของหุบเขาเหล่านี้ทำงาน


    “สาม สอง หนึ่ง”


    บรึ้ม~!


    เข็มทั้ง 18 แท่งพุ่งกระแทกใจกลางค่ายกลทั้ง 18 แห่ง พยายามแทรกตัวผ่านค่ายกลเข้าไปให้ได้ ตงฟางที่ใช้พลังจิตบังคับพวกมันต่างสั่นไปทั่วร่างกายจากการถูกพลังของค่ายกลดีดกลับ เขาไม่สามารถถอดพลังจิตออกมาได้เพราะไม่อย่างนั้นเข็มทั้ง 18 ของเขาจะต้องระเบิดอย่างแน่นอนจึงพยายามใช้พลังจิตกระแทกเข็มลงไปเรื่อยๆ เพื่อส่งพวกมันไปให้ถึงใจกลางค่ายกล


    ตึง~!


    “เสียงอะไร?”


    คนหลายพันพยายามหันมองหาต้นเสียงที่กำลังสั่นสะเทือนพื้นดินรอบๆจนรับรู้ได้ถึงการสั่นไหว พวกเขาไม่รู้เลยว่าใครกำลังทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดการสั่น ภายใต้การกวาดตามองไปรอบๆนี้เองนั้น พวกเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงโดมพลังงานบางอย่างกำลังหลุดออกมาจากภาพลวงตาที่ซ่อนพวกมันจนพวกเขาไม่สามารถรับรู้ได้


    “ค่ายกล!!!”


    “ทำไมมีค่ายกล ?”


    “ มีคนกำลังทำลายค่ายกล~!!!”


    เสียงร้องตะโกนก้องบอกกันให้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิด หลายคนเกิดความสงสัยและงุนงงเพราะพวกเขาสัมผัสถึงค่ายกลไม่ได้เลยสักนิดตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในตำแหน่งที่เกิดโดมพลังงานสีฟ้า พวกเขาเคยเดินผ่านมาแล้ว พวกเขากลับไม่รับรู้ถึงค่ายกลเลยสักนิด ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินผ่านค่ายกล ตอนนี้กลับมีค่ายกลปรากฎขึ้นมาหลายแห่งด้วยกัน ภายใต้เสียงระเบิดและการสั่นไหวของค่ายกลที่กำลังถูกทะลวงด้วยเข็มบางอย่าง ทุกคนต่างเร่งรีบจับอาวุธกระจายกำลังวิ่งไปยังค่ายกลที่ใกล้กับพวกเขาทันที


    บรึ้ม~!


    แรงระเบิดมหาศาลพัดไปทั่วป่า จากการขัดขวางการทำงานของค่ายกล ตงฟางที่หยุดค่ายกลได้ราว 5 วินาทีเขาก็รีบมองหาจุดอ่อนของค่ายกลใหญ่ที่ค่ายกลเล็กๆเหล่านี้สร้างมันขึ้นมา เขาต้องการเห็นสิ่งที่ค่ายกลใหญ่ปกปิดเอาไว้


    “ตรงนั้น”


    ตงฟางชี้นิ้วไปยังจุดที่เขามองเห็นถ้ำแล้วยิงลำแสงสีแดงจากเพลิงนำทางให้ทุกคนไปยังสถานที่แห่งนั้น การปล่อยให้พวกเขาวิ่งไปยังค่ายกลเล็กๆที่ถูกสั่งให้หยุดทำงานกระทันหัน จะทำให้พวกเขาพลาดทางเข้าถ้ำไปได้ ตงฟางจึงต้องเป็นคนชี้ทาง ระหว่างที่ลำแสงจากปลายนิ้วของตงฟางพุ่งไปยังถ้ำ ค่ายกลที่เขาขัดขวางการทำงานมันก็เริ่มค่อยๆดูดพลังวิญญาณรอบๆเข้ามาซ่อมแซมจนกลับมาทำงานได้อีกครั้งด้วยการซ่อนตัวเองจากสายตาของคนอื่นๆ


    “ทางเข้า นี่มันทางเข้า~!”


    “ถอย ถอยออกมาซะ!”


    เสียงร้องต่างๆมากมายจากคนจำนวนมากที่วิ่งมารวมกลุ่มกัน เริ่มข่มขู่กันด้วยพลังวิญญาณของพวกเขา ตงฟางจึงสำรวจกลุ่มทั้ง 10 ที่ชักนำให้พวกมันมาเจอกัน ตอนนี้ไม่มีใครเข้าไปในถ้ำได้แน่นอนเพราะทางเข้ายังคงถูกปิดด้วยค่ายกล


    “แกเฝ้าอยู่ที่นี่ ห้ามให้ใครเห็น ถ้าฉันให้สัญญาณแกจงฆ่าคนพวกนี้”


    ตงฟางเรียกอสูรโลหิตของเขาออกมาด้านข้าง จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปหลบบนต้นไม้ไม่ปรากฎตัวให้ใครเห็น  ตัวของเขาเองพยายามสำรวจหากลุ่มคนที่คาดว่าจะปลอมตัวแฝงเข้าไปได้ง่ายๆ


    “พวกข้าเจอก่อน จะไม่มีใครได้เข้าไปทั้งนั้น~!” กลุ่มคนสวมใส่ชุดเกราะหนังสัตว์ร้องตะโกนออกมาด้วยความป่าเถื่อน ไม่ยอมให้ใครเข้าไปใกล้ทางเข้าถ้ำ


    “เหลวไหล ไม่เห็นเหรอว่าพวกข้ามาถึงก่อน” เหล่าคนสวมใส่ชุดคลุมสีฟ้าดูไม่ต่างจากเหล่านักพรตพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ออกไปเช่นกัน พวกมันจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปในถ้ำได้


    “หุบปากของพวกเจ้าซะ พวกข้าจะเป็นคนเข้าไปเอง” ชายสวมชุดเกราะหนักนั่งอยู่บนหลังสัตว์อสูรพูดด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม ในระหว่างที่มันร้องตะโกนก้องออกไปทั่วนั้น สัตว์อสูรของพวกมันต่างก็ร้องคำรามข่มขู่ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ทางเข้าถ้ำ ระหว่างที่การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเหล่าหลวงจีนสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองมีลูกประคำในมือได้เดินเข้ามาขวางกั้นทุกๆคน เพื่อสงบศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นจากคนหลายพัน


    “อาตมาตคิดว่า การต่อสู้กันไม่ใช่ทางออกที่ดี ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ ในเมื่อถ้ำยังมีค่ายกลปิดเอาไว้ ข้างในจะต้องมีค่ายกลอีกมากมาย ทำไมเราไม่ส่งตัวแทนเข้าไป ส่วนใครจะได้ครอบครองก็เป็นวาสนาของคนนั้น”


    “หลวงจีนบ้า เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน พวกข้ากลุ่มราชสีห์เขี้ยวเหล็กจะเข้าไป ใครก็ห้ามไม่ได้”


    “พวกเจ้านั่นแหละถอยไปให้หมด พวกเรานักพรตแห่งบึงน้ำเย็นจะเป็นคนเข้าไปเอง”


    “ไม่ พวกข้า!”


    “พวกข้าจะเข้าไป!”


    เสียงร้องตะโกนของผู้คนทั้ง 10 กลุ่มส่งเสียงไปมา ทันใดนั้นก็ปรากฎเสียงหนึ่งที่ต่างออกไป มันไม่ใช่เสียงร้องตะโกนเพื่อข่มขู่ มันกลับเป็นเสียงต้องการบอกให้ทุกคนรู้ถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น


    “ทุกคนหยุดก่อน มีใครบอกได้ไหมว่าใครเป็นคนทำลายค่ายกลเมื่อครู่นี้”


    คำถามสร้างความสงสัยให้กับทุกๆคน ภายใต้เสียงร้องตะโกนปริศนา ผู้คนกลับหยุดพูดกระทันหันเพื่อรอดูหน้าของคนที่ทำให้ค่ายกลหยุดทำงาน จนมีแสงบอกเส้นทางให้รู้ถึงตำแหน่งถ้ำ


    “หากในพวกเราไม่มีคนทำลาย งั้นเขาคนนั้นไปอยู่ไหนล่ะ”


    ทุกคนเริ่มหันมองไปรอบๆ ผู้ที่มีความสามารถในการขัดขวางการทำงานของค่ายกลที่พวกเขาสัมผัสไม่ได้ จะต้องเป็นคนที่น่ากลัวอย่างแน่นอน ตงฟางที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นนักยันต์ในกลุ่มราชสีเขี้ยวเหล็กหลังจากฆ่านักยันต์ระดับ 3 ของพวกมันไปคนหนึ่ง เขาก็พยายามบอกถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหากพวกเขาเหล่านี้ต่อสู้กัน


    “ทั้งทำลายค่ายกลและทั้งชี้ตำแหน่งถ้ำ เขาจะต้องมีแผนล่อให้พวกเรามาเจอกันแล้วฆ่ากันแน่นอน ทำไมเราไม่ลองทำเหมือนที่หลวงจีนพูดล่ะ เข้าไปด้วยกันเพื่อขัดขวางการฆ่ากันที่ผู้เปิดค่ายกลต้องการให้เราทำ”


    ทุกคนหันมองหน้ากัน กลุ่มที่อยากปะทะมากที่สุดต่างเก็บอาวุธ ทางฝั่งที่ขี่สัตว์อสูรพวกเขาก็สั่งให้สัตว์อสูรสงบ ทุกๆคนที่คิดจะสู้กันล้วนสงบไม่มีใครชักอาวุธออกมา


    “แล้วเราจะตกลงกันยังไง”


    “ข้าว่าหลวงจีนดูเป็นกลางที่สุด เราทำไมไม่ให้หลวงจีนเป็นคนพูดล่ะ พวกเขาเสนอแนวทางการเดินร่วมกันตั้งแต่แรก”  ตงฟางชี้ไปยังหลวงจีน ทุกคนจึงมองตามเขา เมื่อหมดหน้าที่ตงฟางก็ค่อยๆก้าวเท้าเปลี่ยนตำแหน่งยืน เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นจุดดึงดูดความสนใจ อีกอย่างเขาก็กลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้เรื่องการปลอมตัว แม้เขาจะเปลี่ยนใบหน้าด้วยสมุนไพรพอกหน้า เปลี่ยนเสียงด้วยการใช้พลังจิตจนดัดเสียงพูดคล้ายกับคนที่เขาปลอมตัวมา สีตาของเขาก็มีความแตกต่างเล็กน้อย ตงฟางจึงกลัวว่าจะมีคนจำได้ เลยต้องเปลี่ยนตำแหน่งยืน โดยโยนหน้าที่ให้หลวงจีนรับต่อ


    “ในเมื่อทุกคนอยากให้พวกข้าเป็นคนตัดสินใจ ข้าคิดว่าถ้ำมันน่าจะกว้างพอให้พวกเราเข้าไปได้เยอะพอสมควร ทำไมเราไม่ส่งตัวแทนเข้าไปกลุ่มละ 100 คนล่ะ”


    ทุกคนมองหน้ากันเพื่อเลือกผู้ที่แข็งแกร่งเข้าไปในถ้ำ พวกเขาจะต้องไม่พลาดการแย่งกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ


    “ข้าคิดว่าต้องมีนักยันต์ที่เชี่ยวชาญค่ายกลเข้าไปด้วย เพื่อเปิดทางให้พวกเรา จากที่ข้าเห็น ข้างในถ้ำจะต้องมีค่ายกลอยู่อีกจำนวนมากให้เราปลดพวกมัน”


    “ได้ ใครที่เป็นนักยันต์ออกไปยืนด้านหน้า จากนั้นข้าจะคัดเลือดผู้แข็งแกร่งตามข้าเข้าไปข้างใน” ผู้นำกลุ่มราชสีห์เขี้ยวเหล็กร้องตะโกนบอกคนในกลุ่มของพวกเขา ตงฟางจึงค่อยก้าวเท้าไปยืนด้านหน้าเพราะเขาปลอมตัวมาเป็นผู้ใช้ยันต์ที่ฆ่าไป เมื่อกลุ่มต่างๆพยายามจัดกลุ่มจนครบจำนวน 100 คน นักยันต์ของแต่ละกลุ่มที่มีไม่ถึง 10 คนพวกเขาก็เป็นกลุ่มแรกที่ส่งให้เดินนำหน้า เพราะต้องหาทางปลดค่ายกลหน้าถ้ำ


    “พวกเจ้าตั้งค่ายเฝ้าที่นี่เอาไว้”


    คำสั่งของคนมากมายเอ่ยกับเหล่าคนที่ไม่ได้เข้าไป จนทำให้พวกเขาเริ่มแยกตัวตั้งค่ายเป็น 10 กลุ่มตามจำนวนของพวกเขา ในระหว่างที่นักยันต์กำลังสำรวจค่ายกลสีแดงหน้าทางเข้าถ้ำ ตงฟางก็แอบใช้พลังจิตของเขาส่งเข็มเล็กๆเข้าไปขัดขวางการทำงานของค่ายกล เพื่อให้นักยันต์ระดับ 3 และ 4 เหล่านี้สามารถปลดมันได้


    เพล้ง~!


    “สำเร็จแล้ว ค่ายกลหน้าทางเข้าถูกทำลายแล้ว”


    เสียงร้องของเหล่านักยันต์ส่งเสียงกังวานออกไป หลังจากพวกเขาสามารถทำลายค่ายกลหน้าทางเข้าถ้ำได้ ทางฝั่งตัวแทนที่ต้องเดินเข้าไป พวกเขาก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปในถ้ำช้าๆ พยายามรักษาชีวิตของนักยันต์เอาไว้ เนื่องจากพวกเขาอาจจะเป็นไพ่ลับในการหนีออกมา






     



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน