จิตสังหารหนาแน่นได้เล็ดลอดออกมาจากตัวมิคาเอลเพียงพริบตาก่อนจะจางหายไปแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ชายแก่หรือเพื่อนของมิคาเอลที่อยู่ข้างๆหวาดกลัวอย่างหนักได้ชายแก่ไม่คิดเลยว่ามิคาเอลที่ยังดูหนุ่มแน่นจะมีสังหารมากขนาดนี้ได้
''ปะ...ไปกันเถอะ ข้าจะต้อนรับเจ้าอย่างดีถึงแม้ที่ตระกูลของข้ามันจะไม่ค่อยมีอะไรมากก็ตาม''มิคาเอลพยักหน้าแล้วเดินตามชายแก่เข้าไปในบ้านที่มีสัญลักษ์เปลวเพลิงและในระหว่างทางที่เดินมิคาเอลก็สังเกตโดยรอบ ซึ่งสภาพที่นี่มันไม่ต่างไปจากบ้านธรรมดาเลยซักนิด ไม่มีของหรูหราไม่มีของมีค่าไม่มีของตกแต่งทั้งตัวบ้านสร้างมาจากไม้และหินส่วนคนในตระกูลเองก็ใส่ชุดที่มีรอบเย็บจากการซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก
''เจ้าไปตามท่านพ่อของข้ามาที''ชายแก่สั่งคนใช้ในตระกูลจากนั้นจึงพามิคาเอลไปที่ห้องรับแขกไม่นานพ่อของชายแก่ก็เดินเข้ามา แต่เมื่อมันเดินเข้ามาสิ่งแรกที่มันทำคือการจ้องหน้ามิคาเอลแล้วขมวดคิ้วปัง! มันเดินไปตบโต๊ะจากนั้นจึงนั่งลงแล้วเริ่มพูดโดยไม่สนใจมิคาเอล
''เจ้าลาโง่นี่ตระกูลของเรายังขาดแคลนอาหารและของใช้ไม่พออีกใช่มั้ยถึงได้พาใครที่ไหนก็ไม่รู้มาที่นี่''ใช่ชายแก่คนที่นำทางมิคาเอลมาชื่อว่าลาโง่ เพราะตั้งแต่เด็กมันมีการคิดอ่านที่ช้ากว่าชาวบ้านเค้าหลายเท่าทุกคนจึงพากันเรียกมันว่าลาโง่จากนั้นมาชายแก่ก็ชื่อลาโง่ไปซะเฉยๆ
''ท่านพ่อนี่คือแขกของข้าท่านช่วยพูดดีดีหน่อยได้มั้ย แล้วที่ข้าพามาเพราะเจ้าหนุ่มคนนี้มีทางออกสำหรับเผ่าพันธ์ุมนุษย์''ลาโง่พูดออกมาขณะมองไปที่พ่อของตัวเองด้วยดวงตาแข็งกร้าวหลังจากครั้งที่พ่อของมันหันหลังให้ตระกูลของมิคาเอลมันไม่เคยสนใจพ่อของมันอีกเลย
''เจ้านี่เนี่ยนะมีทางของสำหรับเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า บัดซบ! พวกเจ้าจะเล่นตลกอะไรกัน เจ้าไม่รู้หรือไงว่า...ว่าตอนนี้พวกเราใกล้จะถึงจุดจบแล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงเผ่าอื่นที่หวังขย้ำเราหรอกแค่มนุษย์ด้วยกันก็จะแย่แล้ว''มิคาเอลยิ่งมองพ่อของลาโง่มันยิ่งหมดความหวัง 5,000กว่าปีที่ผ่านไปนิสัยของมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย กดขี่ ดูถูก ไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น
''ท่านไม่คิดจะฟังก่อนซักหน่อยเลยใช่มั้ย''มิคาเอลที่นิ่งเงียบมาตลอดพูดขึ้น
''อย่าเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระ ตอนนี้เจ้า...''อยู่ๆก็มีเสียงคนเดินเข้ามาทำให้มันต้องเงียบลงไปก่อนเมื่อสังเกตดูดีๆมิคาเอลก็รู้จักพวกมันอีกเช่นกัน ทั้งหมดคือหัวหน้าตระกูลที่หันหลังให้กับตระกูลมิคาเอล
''มีเรื่องอะไรถึงได้เข้ามาโดยไม่บอก แล้วนั่นเจ้า2คนจะนั่งอยู่ทำซากอะไรไสหัวไปยืนข้างหลัง''พ่่อของลาโง่ไล่ลาโง่และมิคาเอลออกไปยืนท้ายห้องรับแขก โดยไม่ขัดขืนมิคาเอลดึงลาโง่ไปยืนทันที
''เรื่องเร่งด่วนหากมัวแต่ให้คนมาบอกเดี๋ยวจะไม่ทันการเอา รีบสั่งระดมกำลังคนทั้งหมดของตระกูลเจ้าซะตอนนี้กองกำลังนิรนามกำลังบุกมาที่นี่แบบเต็มอัตรา พวกมันต้องการยึดทุกอย่างและฆ่าพวกเราทิ้ง''ผู้นำตระกูลแท่งเหล็กพูดออกมาขณะทำสีหน้าเคร่งเครียด กองกำลังนิรนามก็คือการรวมตัวของคนทั่วไปที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจคนอื่น โดยในกองกำลังเองก็ไม่ได้มีหัวหน้าแต่จะใช้การโหวตและทำตามเสียงข้างมาก โดยกองกำลังนี้มีความเชี่ยวชาญหลากหลายและพวกมันจะออกปล้นบ่อยครั้งแต่ก็น้อยครั้งมากที่จะลงมือฆ่าใคร
''ฆ่า? ครั้งนี้มันคิดจะจัดการเราอย่างเด็ดขาดแล้วสินะ แล้วทางพวกเจ้า?''พ่อของลาโง่พูดออกมาขณะที่มันรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นซักวัน
''พวกเราเตรียมกำลังคนไว้หมดแล้ว แต่ก็ได้ไม่มากเท่าไหร่เป็นเพราะเราโดนโจมตีบ่อยจึงอ่อนแอลงเฮ้อ...หากตระกูลมังกรผู้สังหารพระเจ้ายังอยู่ล่ะก็...''ผู้นำตระกูลใบไม้อดพูดออกมาแบบนั้นไม่ได้ขณะที่ใบหน้าของมันก็เต็มไปด้วยความเสียใจที่เคยหันหลังให้ตระกูลนั้น
''เป็นเพราะพวกเรามันขี้ขลาด หากเราร่วมกันสู้ในครั้งนั้นวันนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์อาจจะอยู่ดีกว่านี้อย่างน้อยก็ไม่อดอยากและขาดแคลนทรัพยากรการฝึก''ผู้นำสายฟ้าพูดเสริม ทั้งหมดไม่ต่างกันมันทำได้แค่นึกเสียใจที่เลือกหันหลังในวันนั้น
''ช่างเถอะ พวกเจ้าไปรอข้างนอก หลังข้าสั่งระดมกำลังคนแล้วตามออกไป''พ่อของลาโง่พูดออกมาขณะมันหายเข้าไปในบ้าน ผ่านไปไม่นานการเคลื่อนไหวก็เกิดขึ้น มีคนออกมจากทุกทิศทางแต่มันไม่ใช่จำนวนคนที่มากอะไรมีแค่ประมาณ20,000คนเท่านั้น
ในเวลาต่อมากองกำลังตระกูลเปลวเพลิงก็ออกไปรวมตัวกับ3ตระกูลที่รออยู่ด้านนอกโดยคนทั้งหมดเมื่อรวมกันมีแค่120,000คนเท่านั้น มิคาเอลเองก็ดึงลาโง่ออกมาด้านนอกแบบเงียบๆเพราะต้องการดูฉากการปะทะที่จะเกิดขึ้นตูม! ตูม! ตูม! หลังจากยืนรอไม่นานกองกำลังที่ว่าก็เดินทางมาถึงโดยที่ฝั่งนั้นมีคนถึง500,00คนและระดับพลังส่วนใหญ่เองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนในตระกูลทั้ง4เลย
''พวกเจ้าพร้อมแล้วใช่มั้ย วันนี้คือวันตายของพวกเจ้าทั้งหมด''คนในกองกำลังนิรนามตะโกนออกมา
''ข้าก็เคยพูดกับพวกเจ้าไปหลายครั้งแล้ว ว่าทำไมเราไม่ร่วมมือกันเจ้าอยากให้เราสูญสิ้นกันหมดหรือไงอยากน้อยเจ้าควรจะใช้พลังในการต่อต้านเผ่าอื่นๆ''พ่อของล่าโง่อดที่จะพูดประโยคเดิมๆออกมาไม่ได้
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ข้ากำลังฟังอะไรอยู่พวกเจ้าที่หันหลังให้กับตระกูลผู้นำกลับพูดเรื่องแบบนี้ได้แต่ก็นะ...ข้าจะบอกอีกครั้งพวกข้าไม่ต้องการให้พวกขี้ขลาดมีชีวิตอยู่บนโลก พวกเจ้ามันตราบาปหากวันนั้นเจ้าให้ความช่วยเหลือล่ะก็เรื่องที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้คงไม่เกิดและตอนนี้พวกข้าก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้นมีเพียงดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตรอดเท่านั้น โจมตี!''การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้นแต่ฝั่งของ4ตระกูลกลับมีคนแก่ชายหญิง4คนลอยออกมาก่อน
''พวกเจ้ากลับไปซะ พวกข้าที่เป็นบรรพชนของ4ตระกูลไม่อยากจะฆ่าพวกเจ้า''บรรพชนของ4ตระกูลที่เก็บตัวมานานถูกตามให้ออกมาช่วย พวกมันไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งแต่ก็ไม่มีทางเลือก
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วยังไงเจ้าคิดว่าเจ้าแน่มาจากไหน มา! พวกข้าจะเล่นกับเจ้าเอง''10คนปรากฎตัวออกมาทางฝั่งกองกำลังนิรนามกลับมีตัวตนที่เท่าเทียมกับบรรพชนของ4ตระกูลอยู่และมีถึง10คนฝ่าย4ตระกูลเสียเปรียบทันทีตั้งแต่ยังไม่ได้สู้ด้วยซ้ำ
''นี่เจ้าหนุ่มเจ้าพอจะมองออกมั้นว่าใครจะชนะศึกครั้งนี้''ลาโง่ที่ไม่มีพลังถามมิคาเอลขึ้นในตอนแรกมันยังมั่นใจในกำลังของ4ตระกูลแต่เมื่อเห็นจำนวนของอีกฝ่ายมันจึงไม่มั่นใจมากเท่าไหร่
''ฝ่ายเจ้าแพ้แน่นอนไม่มีโอกาสชนะแม้1ใน10ส่วน เจ้าเห็น10คนที่พุ่งออกมามั้ยทั้ง10คนมีพลังระดับ43-45เทพจุติซึ่งมันพอๆกับ4คนที่เป็นบรรพชนนั่นเลย หากเจ้าไม่เชื่อก็รอดูได้''สิ่งที่มิคาเอลพูดทำเอาลาโง่นิ่งอึ้ง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่อีกฝ่ายจะมีคนที่มีพลังมากขนาดนั้น