ท่ามกลางความเงียบสงัดของวังหลวงยามค่ำคืน เงาร่างสายหนึ่งวูบผ่านหลังคากระเบื้องสีนิลอย่างไร้เสียง ฟางเสวี่ยหานในชุดรัดกุมสีดำสนิทแฝงตัวอยู่ใต้เงาของขื่อตำหนักใหญ่ที่ใช้เป็ที่ประชุมลับของตระกูลหลิว เขาใช้พลังปราณควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้กลมกลืนกับอากาศธาตุ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากยอดฝีมือที่เดินเวรยามอยู่เบื้องล่าง
ภายในตำหนัก เสียงทุ้มต่ำของ อัครเสนาบดีหลิว ดังขึ้นด้วยความยโส
"ยาพิษ 'ผลาญใจนิรันดร์' พร้อมแล้วหรือยัง? ข้า้าให้องค์จักรพรรดิลงนามในราชโองการสละราชสมบัติในอีกสามวันข้างหน้า ก่อนงานฉลองจะเริ่มขึ้น"
"เรียบร้อยแล้วขอรับท่านอัครเสนาบดี" เสียงที่เสวี่ยหานจำได้แม่น... หมอหลวงหลิวิ "ยาตัวนี้จะทำให้สมองของพระองค์พร่าเลือนจนถึงขีดสุด พระองค์จะทำตามทุกอย่างที่เราสั่ง และหลังจากลงนาม... หัวใจของพระองค์จะหยุดเต้นอย่างเป็ธรรมชาติภายในเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วยาม"
ฟางเสวี่ยหานที่แอบฟังอยู่ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกะเทาะ
"พวกมันไม่เพียงแต่จะชิงบัลลังก์... แต่ยังเตรียมปลิดชีพเสด็จพ่ออย่างเืเย็น" เขาพรรณนาในใจด้วยความเดือดดาลที่ซ่อนอยู่ใต้ไอน้ำแข็ง "สิบปีก่อนพวกเ้าพรากข้าไป... วันนี้พวกเ้าคิดจะพรากชีวิตจักรพรรดิรึ อย่าหวังว่าจะมีวันนั้น!"
หลังจากได้ข้อมูลที่้า ฟางเสวี่ยหานทะยานร่างออกจากตำหนักมุ่งหน้าสู่กำแพงวังทิศตะวันตก ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะข้ามพ้นเขตวังชั้นใน สัญชาตญาณัในร่างก็ร่ำร้องถึงอันตราย
ฟุ่บ!
ปราณสีดำสายหนึ่งพุ่งตัดหน้าเขาจนพื้นหินแตกกระจาย ปรากฏร่างของชายชุดเกราะเบาสีเงิน ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก มันคือ 'องครักษ์เงาโม่' ยอดฝีมือระดับ สร้างฐานราก ขั้นที่ 8 ที่ขึ้นชื่อเื่ความอำมหิต
"คิดจะเข้าออกวังหลวงง่ายๆ เช่นนั้นรึ?" องครักษ์โม่เอ่ยเสียงเย็น "ระดับสร้างฐานรากขั้นที่ 5... เ้าช่างกล้านักที่กล้าลอบเข้ามาสืบข่าวที่นี่ จงทิ้งหัวไว้แล้วข้าจะเมตตาให้เ้าตายอย่างไม่ทรมาน"
ฟางเสวี่ยหานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นใต้ผ้าคลุม โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกจากหางตาอาบใบหน้า แววตาสีฟ้าครามส่องประกายเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวสั่น
"ขั้นที่ 8 งั้นรึ..." เสวี่ยหานพึมพำ "น่าเสียดายที่เ้าต้องมาเป็เครื่องสังเวยให้แก่พลังใหม่ของข้าในคืนนี้"
องครักษ์โม่คำรามพลางพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วประดุจเงาปีศาจ กระบี่ในมือมันะเิปราณสีดำเข้มข้นที่สามารถกัดกร่อนิญญาได้
"ตายซะ!"
ทว่า ฟางเสวี่ยหานไม่ได้ขยับหลบแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เบิกเนตรัขึ้นกว้าง"เนตรัเหมันต์ ขั้นที่ 2: สะกดิญญาเยือกแข็ง!"
พริบตานั้น ร่างขององครักษ์ระดับขั้นที่ 8 พลันชะงักงันกลางอากาศประดุจแมลงที่ถูกแช่แข็งในก้อนอำพัน สติสัมปชัญญะของมันหายวับไปชั่วอึดใจ แต่นั่นเพียงพอแล้วสำหรับฟางเสวี่ยหาน!
เขากระชากกระบี่ 'วายุเหมันต์นิรันดร์' ออกจากฝัก เสียงครางแหลมของกระบี่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
"มรรคาเทพั ขั้นที่ 5: 'ัเหมันต์พิโรธ'!"
เขาวาดกระบี่ขึ้นสู่ท้องฟ้า ปราณเหลวสีครามในร่างะเิออก กลายเป็ัน้ำแข็งั์ที่แผ่พุ่งไอเย็นศูนย์สัมบูรณ์ ัตัวนั้นพุ่งทะลวงเข้าใส่ร่างขององครักษ์โม่ในจังหวะที่มันเพิ่งจะหลุดจากมนต์สะกด
ตูมมมม!!!
ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงเสียงน้ำแข็งที่แตกกระจาย ร่างของยอดฝีมือระดับขั้นที่ 8 ถูกแช่แข็งจนกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งละเอียด ก่อนจะถูกความคมของปราณับดขยี้จนกลายเป็ผงหิมะสีเืปลิวไปตามลม
หลงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า และรอยแยกของน้ำแข็งบนพื้นวังที่เย็นจัดจนมิอาจละลายได้ง่ายๆ
ฟางเสวี่ยหานเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างสงบนิ่ง เขาเช็ดเืที่ไหลจากดวงตาออกลวกๆ แววตาจ้องมองกลับไปยังตำหนักประชุมลับ
"อัครเสนาบดีหลิว... หมอหลวงหลิวิ... เวลาของพวกเ้า เหลืออีกเพียงสามวันเท่านั้น"
เขาทะยานหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงปริศนาแห่งความหนาวเหน็บที่องครักษ์คนอื่นๆ จะต้องหวาดผวาเมื่อมาพบซากน้ำแข็งนี้ในวันรุ่งขึ้น