หลังจากที่เมื่อวานได้คิดกันแล้วว่าทุกคนจะเริ่มการไลฟ์ แต่สิ่งที่ตามมาคือหัวข้อ เนื่องจากทุกคนไม่รู้ว่าตัวเองชื่นชอบอะไร
ในวันนี้คิรินจึงพาทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องดูหนังเพื่อเปิดไลฟ์ให้ทุกคนดู โดยจะเลือกหัวข้อแต่ละอย่างมาและเปิดให้ชม สิ่งพวกนี้อาจจะทำให้พี่น้องของคิรินเกิดความชอบขึ้นมาก็ได้
ไลฟ์แรกคิรินเปิดไลฟ์การเล่นเกม ซึ่งเป็หัวข้อระดับใหญ่อีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปไกล จนทำให้การเล่มเกมสนุกยิ่งขึ้น
ซึ่งสตรีมเมอร์คนนี้เป็วัยรุ่นอายุไม่มากเท่าไหร่นัก สกิลการเล่นไม่ธรรมดา อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์การเล่นของคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนสนใจคือฝีปากไม่ธรรมดา สตรีมเมอร์คนนี้เป็คนใจเย็นมาก แต่เมื่อไหร่ที่คู่ต่อสู้ด่าเขาหรือมีคอมเมนท์แย่ๆ เขาไม่ลังเลที่จะสวนกลับเลย สิ่งนี้เองทำให้เป็คาแรคเตอร์ประจำกายไปแล้ว
"เอาล่ะตัวอย่างแรกจบไปแล้ว ไหนใครมีความคิดอะไรกันบ้าง" คิรินเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อการเล่นเกมได้จบลงไปแล้ว
"ผมว่ามันยากไป การเล่นเกมมันอาจจะไม่ยากแต่จะเล่นอย่างไรให้สนุกมันยากมาก" แจสเปอร์เอ่ยขึ้นมากบ้าง บ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ตัวเลือกของเ้าตัวนั่นเอง
"ก็จริง อีกอย่างพวกเราไม่ถนัดเล่นเกมออนไลน์พวกนี้ด้วย" คาลวินเอ่ยเสริมและทุกคนก็เห็นด้วย
เนื่องจากการเล่นเกมมันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แม้จะเข้าถึงง่ายแต่หากเล่นไม่เป็ก็ยากหน่อย และการจ้องหน้าจอที่ต้องใช้สมาธิสูงๆ ก็ยิ่งไม่ใช่ทางของทุกคน
"งั้นต่อไปเลยนะ เอาเป็วาดรูปไหม เห็นมีคนไลฟ์อยู่" เมื่อทุกคนเห็นตรงกันว่าไม่สนใจ คิรินจึงได้เปลี่ยนหัวข้ออีกครั้ง
โดยครั้งนี้เป็หัวข้อวาดรูป ซึ่งไม่ใช่การวาดรูปในกระดาษแต่เป็การวาดรูปในจอโฮโลแกรม ซึ่งการวาดแบบนี้ก็เหมือนการวาดในโทรศัพท์หรือเครื่องมือต่างๆ ในยุคที่คิรินจากมาอีกทั้งหัวข้อการวาดรูปเป็สิ่งที่ผู้คนสนใจไม่น้อย
สตรีมเมอร์ที่คิรินเปิดเจอเป็หญิงสาวที่สวยไม่น้อย อีกทั้งยังวาดรูปสวยราวกลับมีชีวิตได้อย่างน่าใ และรูปที่กำลังวาดอยู่เป็รูปวาดคนที่รู้สึกคุ้นเคยไม่น้อย
ใบหน้าที่น่าเอ็นดูยามยกยิ้ม มือกำลังหั่นผักด้วยความคล่องแคล่ว สายตายามที่มองสิ่งตรงหน้าอย่างมีความสุข และคนที่สตรีมเมอร์กำลังวาดอยู่คือคิรินนั่นเอง
คิรินที่ไม่คิดว่าจะมีคนวาดรูปของตนก็รู้สึกอึ้งไปไม่น้อย ก่อนจะตั้งสติพิมพ์คอมเมนท์ลงไปเพื่อแสดงความขอบคุณ เพียงเท่านี้คอมเมนท์ต่างๆ ก็เริ่มไหลรัวขึ้นเรื่อยๆ
คิรินเป็คนที่ทำให้อาหารได้รับการพัฒนามากขึ้น จึงไม่แปลกใจที่เ้าตัวจะมีคนชื่นชอบมากมาย นอกจากสีสันน่าทานแล้ว ความอร่อยก็เป็สิ่งที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่ามันอร่อยจริงๆ
ทุกคนจ้องมองดูไลฟ์ไปเรื่อยๆ การลงน้ำหนักมือในแต่ละจุดมันดีมาก อีกทั้งลายเส้นยังสม่ำเสมอ ทำให้ผลงานชิ้นนี้มีความสมดุลมากและยังเหมือนกับตัวจริงเช่นกัน
Seryuu ได้โดเนทเงินจำนวน 10,000 เหรียญ พร้อมข้อความ ขอซื้อต่อรูปนี้
เอฟเฟคพลุกระจายอยู่เต็มหน้าจอพร้อมกับข้อความเอาแต่ใจของเซริวทำให้หลายคนหมั่นไส้เ้าตัวไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่ารูปนี้มันออกมาสวยจริงๆ และท้ายที่สุดไลฟ์ก็จบลงพร้อมกับรอยยิ้มของสตรีมเมอร์ที่ไม่คิดว่ารูปของคิรินจะทำให้มีรายได้เข้ามาแบบนี้
"เอ่อไลฟ์จบแล้ว ยังไงต่อดี" ฮิวโกได้พูดขึ้นแทนเพื่อนสนิทของตัวเองที่ตอนนี้ยังคงนิ่งอยู่กับที่
"วาดรูปหรอ น่าสนใจจัง" ริโอพูดขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อมา
"เอาจริงๆ ผมว่าผมคิดออกแล้วว่า้าอะไร" เอลวิสพูดขึ้นมาหลังจากได้เหลือบเห็นหัวข้อหนึ่ง ซึ่งมีผู้เข้าชมอยู่ไม่กี่พันคนเท่านั้น
"ไหนๆ เอลวิส้าอะไรเอ่ย" คิรินได้สติรีบถามออกมาเมื่อมีหนึ่งคนที่พอจะหาหนทางได้
"หัวข้อประวัติศาสตร์ของโลก" ฮิวโกได้อ่านหัวจ้อที่เอลวิสเลือกก่อนจะหันไปมองหน้าคิริน
ทั้งคู่ไม่คาดคิดว่าจะยังมีคนสนใจโลกซึ่งเป็ดาวบ้านเกิด แต่กลับทั้งสองคนแล้วโลกคือบ้านของเขาในไม่กี่เดือนก่อนเท่านั้นเอง ทำให้ข้อมูลยังคงฝังแน่นอยู่ภายในหัว
ในหัวข้อสตรีมนี้ก็สมกับเป็เอลวิสที่เลือกมา เพราะส่วนใหญ่มีแต่พวกหัวกะทิ คนจำพวกนี้มีความรอบรู้ที่สูง อีกทั้งวิชาการยังแน่นมากเช่นกัน และข้อมูลส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดออกมาก็เป็สิ่งที่ใกล้เคียงทว่าก็ยังไม่ถูกทั้งหมด
เมื่อคิรินและฮิวโกมองดูความคิดของทั้งสองก็เด้งขึ้นมาพร้อมกัน ในเมื่อโลกที่จากมาเพียงไม่กี่เดือนหากได้รับการถ่ายถอดที่ถูกต้องมันก็มีช่องทางไม่ใช่หรือ อีกอย่างข้อมูลทุกๆ สิ่งมันยังคงอยู่กับทั้งคู่เช่นกัน รอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์ของทั้งคู่เผยออกมาราวกับมองเห็นเม็ดเงินตรงจุดนั้นได้แล้ว
"เอาล่ะเอลวิสครับ หาก้าหัวข้อนี้พวกพี่จะเป็คนบอกข้อมูลทุกอย่างเอง และแน่นอนว่าข้อมูลพวกนี้มันถูกต้องที่สุด พี่จะบอกั้แ่เื่พื้นฐานยันความเชื่อรวมไปถึงเื่แปลกๆ เอง" คิรินรีบเอ่ยบอกก่อนที่เอลวิสจะเปลี่ยนใจ
ในโลกที่จากมามันมีสิ่งที่น่าสนุกอีกหลายอย่าง ความเชื่อของแต่ละพื้นที่ก็ต่างกัน ทว่ายุคดวงดาวแห่งนี้ความเชื่อต่างๆ ได้ถูกลบหายไป อีกทั้งวัฒนธรรมต่างๆ ก็หายไปเช่นกัน ราวกับว่ายุคดวงดาวเป็ยุคที่ไร้ความเชื่อหากไม่มีสิ่งที่พิสูจน์ได้ คิรินมองว่ายุคนี้มันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย
หากคนยุคนี้ได้มองเห็นว่าคนในโลกไหว้ต้นกล้วย ให้ขนมตุ๊กตา ทาแป้งแต่งตัวให้ต้นไม้ จะรู้สึกอย่างไรกันนะ แค่นี้คิรินก็อดที่จะสนุกไม่ได้ ฮิวโกและทุกคนที่มองอยู่ได้แต่นิ่งกับความคิดแสนซนที่ออกมาจากคิรินเท่านั้น แต่ก็ไม่มีใครห้ามอะไรเลย
"ได้ครับ ผมเตรียมจดเลย" เอลวิสพูดรับปากและเห็นความตื่นเต้นอยู่ร่ำไรเช่นกัน
"อย่าพากันเล่นซนนักล่ะ" คาลวินอดพูดเตือนไม่ได้ และเขาเองก็เห็นถึงความน่าปวดหัวเช่นกัน
"งั้นๆ ผมอยากเข้าวงการนายแบบ" สิ้นเสียงของแจสเปอร์ทำให้คิรินหันควับอย่างไว
"หนูแน่ใจหรอครับ" คิรินเอ่ยถาม
"แน่ใจครับ ผมอยากเป็นายแบบ" แจสเปอร์พูดยืนยันอีกครั้ง
เมื่อครั้งตอนออกมาข้างนอกหลังจากสถานเด็กกำพร้าถูกขายไป แจสเปอร์เห็นว่าบนป้ายต่างๆ มีรูปผู้คนติดอยู่อีกทั้งแจสเปอร์ยังได้มีโอกาสเห็นคนรุมล้อมอยู่รอบตัวชายผู้นั้นเช่นกัน
แจสเปอร์จ้องมองด้วยความลุ่มหลงไม่รู้ตัว ก่อนจะได้สติและคิดว่าตัวเองคงไม่มีทางที่แสงจะส่องมาเช่นนั้นแน่นอน ก่อนจะหันหลังจากไป
"เอาจริงๆ พี่อยากให้หนูนั่งๆ นอนๆ ให้กำลังใจพี่ก็พอ แต่หากหนูอยากทำพี่ก็ไม่ห้าม แต่ภายในวงการใช่ว่าจะดีหนูเข้าใจใช่ไหม" คิรินเอ่ยบอก
แม้ในยุคนี้คนเห็นแก่ตัวจะน้องลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเลย อีกทั้งวงการนักแสดงหรือนายแบบก็เป็สิ่งที่สะสมความเห็นแก่ตัวเช่นกัน ไหนจะพวกกดหัวผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองสุงขึ้น คิรินจึงอดห่วงไม่ได้
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่สองคนจะคายตะขาบให้เอง" ฮิวโกเอ่ย ในโลกยุคก่อนคนเห็นแก่ตัวมีให้มองเกลื่อนกลาด ดังนั้นพวกเขาย่อมมีภูมิเช่นกัน
"ตะขาบมันมีพิษไม่ใช่หรือครับ ผมไม่เอาหรอกน่ากลัวจะตาย" แจสเปอร์เอ่ย คิรินและฮิวโกรู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบหัวเสียอย่างนั้น
"เอาล่ะก่อนอื่นเลยนะครับ แจสเปอร์หนูต้องมาเรียนอย่างจริงจังแล้ว" คิรินเอ่ย ทว่าก็พอเข้าใจได้ ในยุคนี้พวกคำเปรียบเปรยหรือสำนวนต่างๆ ก็ถูกลืมเช่นกัน
"คายตะขาบเหมือนผมเคยอ่านเจอมาว่าเป็คำพูดที่สื่อถึงการส่งต่อใช่ไหมครับ" เอลวิสที่อยากลองของก็ได้พูดสิ่งที่คิดขึ้นมา
ทุกคนทั้งสิบเอ็ดคนในที่นี้เป็เด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็คนมีความสามารถเฉพาะตัวทุกคน ทว่ามันกลับดูแปลกในสายตาของเด็กคนอื่น จึงทำให้ไม่มีใครอยากเข้าหา ทั้งหมดเลยได้แต่เกาะกลุ่มจนสนิทกันในที่สุด
และเอลวิสเองก็เป็คนที่ชื่นชอบในประวัติศาสตร์มากๆ เช่นกันอีกทั้งยังมีความจำที่ดีเยี่ยม หากเป็ในโลกก่อนไม่แน่ว่าเอลวิสอาจจะรันวงการนักโบราณคดีหรือนักประวัติศาสตร์คนเก่งก็เป็ได้
"เก่งมากครับเอลวิส" ฮิวโกเอ่ยชมทำให้เอลวิสรู้สึกดีมากๆ
"แล้วคนอื่นว่าอย่างไรกันบ้างครับ" คิรินเอ่ยถามบ้าง แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ
"งั้นไม่เป็ไรค่อยๆ คิดกันไปดีกว่าเนาะ" คิรินเอ่ยให้กำลังใจทุกคน
การจะหาสิ่งที่ชอบได้มันต้องใช้เวลาอย่างมาก อีกทั้งคนพวกนี้เป็เด็กที่ได้รับการเติบโตมาด้วยความยากลำบาก และยังไร้จุดหมายอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จะหาความชอบไม่ได้
"ฉันคิดว่าจะไลฟ์สตรีมทำของหวาน นายไม่ถนัดใช่ไหม" ฮิวโกเอ่ยขึ้นมาบ้าง
อย่างที่เคยบอกหากคิรินชอบในอาหารเขาจะพัฒนาเสมอ ทว่าฮิวโกเป็คนที่มีพร์ การทำอาหารจึงมีฝีมือมากกว่าคิรินอยู่นิดหน่อย อีกทั้งฮิวโกยังถนัดในของหวานมากกว่าคิรินที่ถนัดของคาว ทั้งคู่จึงเป็เพื่อนสนิทที่สมดุลกันไม่น้อย
"ฉันเห็นด้วย นายถนัดของหวานมากกว่าฉัน" คิรินเอ่ย
เมื่อตกลงได้แล้วว่าวันนี้มีสามคนที่หาสิ่งที่้าเจอ คือ เอลวิสชื่นชอบในประวัติศาสตร์คิรินจึงให้เอลวิสสร้างยูสส่วนตัวเพื่อใช้ในการสตรีม
แจสเปอร์้ารันในวงการ ดังนั้นคิรินและฮิวโกต้องสอนในเื่ต่างๆ ให้แจสเปอร์ได้รับรู้และป้องกันว่าใครจะมารังแก โดยมีบาร์รอนคอยสอนการต่อสู้นิดหน่อยไว้ใช้ป้องกันตัว
ทว่าที่คิรินและฮิวโกมองดูมันไม่ใช่แค่นิดหน่อย บาร์รอนมีร่างกายที่สมดุลมาก อีกทั้งยังมีกำลังที่แข็งแรง ความว่างไว ไหนจะพละกำลังมากมาย
"บาร์รอนอยากเข้าวงการนักสู้ไหม" คิรินมองดูก่อนจะพูดออกมา ร่างกายของบาร์รอนหากไม่อยู่ในจุดนั้นมันน่าเสียดายอย่างมาก
"ฉันปิดไม่เนียนหรอฮ่าฮ่า" บาร์รอนหัวเราะออกมาบ้างหลังจากเงียบมานาน
"หมายความว่าไงหรอ" คาลวินเอ่ยถามบ้าง
"ความจริงก่อนหน้านี้ฉันเคยได้รับการฝึกมาบ้าง เห็นเขาบอกว่าหน่วยก้านดี ตอนนี้ฉันเลยได้เข้าไปอยู่ในค่าย ไม่ต้องห่วงคนที่นั้นดีมาก ่นี้ฉันลาหยุดน่ะเลยได้มาอยู่กับพวกนาย เดือนหน้าฉันต้องฝึกจริงจังแล้ว เห็นว่าจะได้ขึ้นเวทีด้วย" บาร์รอนเอ่ย
ใน่ที่อยู่ข้างนอกบาร์รอนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหนาบเหน็บ ทว่าจุดที่บาร์รอนอยู่มีคนไร้บ้านก็เยอะ อีกทั้งยังตั้งตัวเป็เ้าถิ่น ทำให้ต้องใช้กำลังเข้าสู้ ทว่ามันกลับไปเตะตาเ้าของค่ายเสียอย่างนั้น ทำให้บาร์รอนได้มีโอกาสที่ดี
ก่อนจะลาหยุดและบังเอิญได้ยินมาว่าในงานแต่งของเจน่าจะได้คิรินมาทำอาหาร ด้วยความอยากรู้ว่าคิรินที่เขาคิดใช่คนเดียวกันไหม ดังนั้นบาร์รอนจึงเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในการเลือกผู้ช่วย ทว่าบาร์รอนกับได้พบพี่น้องที่ห่างหายกันมานาน
"ไม่คิดว่าจะมีเื่นี้ด้วย" ริโอเอ่ยขึ้นมา
"ถ้าพี่เข้าไปเก็บตัวในค่าย เช่นนั้นเราก็จะไม่ได้เจอกันแล้วใช่ไหม" อลันตามความคิดออกมา
"ไม่หรอกฉันไปกลับบ้านนี่แหละ จริงๆ แล้วค่ายอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ขึ้นรถไม่ถึงห้านาทีก็ถึงแล้ว" บาร์รอนเอ่ย
ตอนแรกเขาก็คิดที่จะเก็บตัวที่ค่าย แต่บาร์รอนไม่คาดคิดว่าบ้านที่คิรินซื้อจะอยู่ใกล้กับค่ายมากขนาดนี้ ทำให้บาร์รอนตัดสินใจไปกลับ อีกอย่างบาร์รอนสามารถวิ่งไปที่ค่ายก็ได้เช่นกัน อย่างน้อยก็ถือว่าออกกำลังกายตอนเช้า
แอบเศร้าตอนที่ทุกคนบอกว่าไม่มีความฝัน แต่น้องคิรินจะช่วยหาฝันเองเชื่อเถอะ5555
ส่วนพี่เซริว มาแค่บันทัดครึ่งก็พอแล้ว555
เซริว said โปรดอย่ารังแกฉัน
เจอกันตอนหน้าค่ะ ฝาก #ครัวของคิริน ด้วยนะคะ