แสงสีทองนวลตาของเช้าวันใหม่เริ่มทอดผ่านปากโพรงหินเข้ามาฉาบไล้บนกองเถ้าถ่านที่เหลือเพียงไออุ่นจางๆ พายค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อััได้ถึงความเย็นเยียบของลมป่าที่พัดผ่านเข้ามาปะทะผิวกาย ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความหนักอึ้งของเปลือกตาและความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะในทันทีที่ลืมตา คือภาพของแผ่นหลังกว้างในชุดลายพรางที่นั่งเหยียดตรงอยู่ปากถ้ำ ไนท์ยังคงทำหน้าที่เป็เกราะกำบังที่มั่นคงที่สุดของเธอท่ามกลางป่าลึกแห่งนี้
กลิ่นไอดินที่ชุ่มโชกหลังฝนตกยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดของป่าดิบที่ดูเหมือนจะช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ชั่วขณะ พายขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง ทว่าดูเหมือนโสตประสาทของทหารหนุ่มจะไวเกินกว่าที่เธอจะหลอกตาได้ ไนท์หันหน้ามามองเธอเพียงเล็กน้อย แสงแดดเช้าฉาบไล้ลงบนโครงหน้าคมเข้มของเขา ทำให้รอยถลอกที่แก้มดูเด่นชัดขึ้น แต่มันกลับขับให้ดวงตาสีนิลคู่นั้นดูนิ่งสงบและเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างประหลาด
"ตื่นแล้วก็นั่งนิ่งๆ ก่อนครับ... อย่าเพิ่งขยับเท้าแรง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแ่เบาแต่เฉียบขาด เขาขยับตัวเข้ามาหาเธอพร้อมกับเสบียงที่จัดเตรียมไว้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พายมองดูความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ในท่าทางที่ดูเ็านั้นแล้วรู้สึกอุ่นวาบในอก ความหวาดกลัวต่อโลกภายนอกดูเหมือนจะลดน้อยลงเมื่อรู้ว่ามีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอได้กลิ่นไอหมอกที่ติดตัวเขามาผสมกับกลิ่นจางๆ ของแมกไม้
"คุณไม่ได้นอนเลยเหรอคะ..." พายถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงอย่างปิดไม่มิด เธอสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเขาชัดขึ้นกว่าเมื่อวาน ไนท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง เขาเพียงแต่เอื้อมมือมาคว้าข้อเท้าของเธอไปตรวจสอบผ้าพันแผลอย่างแ่เบา ััที่สากและกร้านแดดของเขายังคงทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวได้เสมอ มันเป็ััที่บอกว่าเขายังคงแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าเพียงลำพังเพื่อปกป้องเธอ
"ผมชินแล้วครับ... ในป่าแบบนี้ การหลับลึกคือการเรียกหาความตาย" เขาเอ่ยพลางบรรจงแก้ผ้าพันแผลออกเพื่อเช็กอาการพุพอง แสงแดดที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมาฉาบไล้บนมือของเขากับเท้าของเธอ กลายเป็ภาพที่ดูละมุนละไมท่ามกลางความโหดร้ายของธรรมชาติ พายมองดูเขาทำงานอย่างเงียบเชียบ เธอรู้สึกว่าพื้นที่เล็กๆ ในโพรงหินนี้คือพื้นที่ปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะความแข็งแรงของผนังหิน แต่เป็เพราะความเชื่อใจที่กำลังละลายเข้าหากันทีละน้อย
ทว่าบรรยากาศที่แสนสงบกลับถูกทำลายลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปของไนท์ เขานิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง หูของเขาขยับคล้ายกับกำลังฟังเสียงบางอย่างที่แว่วมาตามลมป่า แววตาที่เคยอ่อนแสงลงยามดูแลเธอ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็ดุดันและเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ไนท์ค่อยๆ ปล่อยมือจากเท้าของเธอแล้วคว้าปืนไรเฟิลที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาประทับบ่าด้วยท่าทางที่รวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด
"มีอะไรคะคุณไนท์..." พายกระซิบถามพลางคว้ากระเป๋ากล้องขึ้นมาประคองไว้ด้วยสัญชาตญาณ ไนท์ไม่ได้ตอบแต่ส่งสัญญาณมือให้เธอหมอบต่ำและเงียบเสียงที่สุด เขาค่อยๆ คลานเข้าไปที่ปากถ้ำพลางกวาดสายตามองผ่านไอหมอกหนาที่ยังคงปกคลุมไปทั่วหุบเขาเบื้องล่าง ความเงียบที่เข้าปกคลุมอีกครั้งนั้นดูน่าอึดอัดจนพายััได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามอยู่กลางอก
ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรท่ามกลางม่านหมอกขาวโพลน พายเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่อย่างช้าๆ รอยเท้าบนดินชื้นที่พวกมันทิ้งไว้บอกให้รู้ว่าพวกที่ตามล่าขยับเข้ามาใกล้พิกัดของพวกเขามากเกินไปแล้ว ไนท์หันกลับมาสบตาเธอ แววตาของเขาในวินาทีนี้เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล เขาขยับเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วกระซิบสั่งการที่ข้างหูจนเธอได้รับไออุ่นจากลมหายใจของเขา
"พวกมันตามมาทันแล้ว... เราต้องทิ้งของที่ไม่จำเป็แล้วไปจากที่นี่ตอนนี้" คำพูดนั้นทำให้พายรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง ความจริงที่แสนโหดร้ายจู่โจมเข้ามาอีกครั้งว่าชีวิตของพวกเขายังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ทว่าเมื่อเธอมองเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของไนท์ พายกลับรวบรวมสติได้เร็วกว่าที่คิด เธอพยักหน้าตอบรับพลางกระชับสายเป้กล้องที่บรรจุความหวังสุดท้ายไว้แน่น
ม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่างดูเหมือนกำแพงสีขาวที่ไร้จุดสิ้นสุด ไอเย็นเยียบััผิวหน้าของพายจนเธอต้องพยายามควบคุมอาการสั่นเทาที่ไม่ได้มาจากความหนาวเพียงอย่างเดียว แต่อะดรีนาลีนที่สูบฉีดพล่านไปทั่วร่างทำให้เธอหลงลืมความเ็ปที่ส้นเท้าไปชั่วขณะ ไนท์เคลื่อนตัวนำหน้าเธอไปอย่างเงียบเชียบราวกับเงาที่กลืนหายไปกับป่าดิบ ทุกย่างก้าวของเขาคือความแม่นยำที่ถูกฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน ทิ้งไว้เพียงรอยบุ๋มจางๆ บนดินที่เปียกชื้น
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดัง ‘เปรี๊ยะ’ แว่วมาจากทิศทางที่พวกเขาเพิ่งจากมา ไนท์ชะงักฝีเท้าทันที เขาหันกลับมาคว้าข้อมือของพายแล้วฉุดร่างเล็กให้หมอบลงข้างโขดหินใหญ่ที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวครึ้ม ระยะที่ใกล้ชิดจนไหล่เบียดชิดกันทำให้พายได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นหนักแน่นของเขา และััได้ถึงความร้อนจากร่างกายที่แผ่ออกมาท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด กลิ่นไอหมอกที่ชื้นแฉะผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำมันล้างปืนจากตัวเขา กลายเป็พื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมีในวินาทีนี้
"พวกมันแยกกันค้นหา... มีสองคนกำลังขยับมาทางนาฬิกาของเรา" ไนท์กระซิบชิดใบหูพาย น้ำเสียงของเขาเบาหวิวราวกับเสียงลมพัดผ่านใบไม้ แต่กลับเด็ดขาดจนเธอไม่กล้าขยับเขยื้อน พายกลั้นหายใจพลางยกกล้องขึ้นมองผ่านเลนส์ระยะไกลอีกครั้ง ท่ามกลางหมอกที่ม้วนตัวไปมา เธอเห็นเงาสลัวของผู้ชายสองคนในชุดมืดทึบกำลังกวาดสายตาไปรอบด้าน มือของพวกมันกระชับอาวุธปืนไว้อย่างมุ่งร้าย
ในจังหวะที่ชายคนหนึ่งกำลังจะก้าวข้ามขอนไม้ใหญ่เข้ามาในระยะที่อาจจะมองเห็นพวกเขาทั้งคู่ พายกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ไนท์อาจจะมองไม่เห็นจากมุมที่เขาหมอบอยู่ เธอเห็นนกป่าตัวหนึ่งกระพือปีกบินออกจากพุ่มไม้ฝั่งตรงข้ามเพราะการเคลื่อนไหวของสัตว์ปีกที่ตื่นตระหนก พายตัดสินใจในวินาทีนั้น เธอลองหยิบก้อนหินขนาดเหมาะมือข้างกายแล้วขว้างออกไปทางทิศตรงข้ามกับที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่
เสียงก้อนหินกระทบใบไม้ดัง ‘สวบ’ ใหญ่พอที่จะดึงดูดความสนใจ พวกคนร้ายหันขวับไปทางต้นเสียงทันที แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหมอกสะท้อนให้เห็นจังหวะที่พวกมันรีบก้าวเท้าตามเสียงลวงนั้นไป ไนท์หันมามองพายด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความแปลกใจฉายชัดในดวงตาสีนิลคู่นั้นเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก... รอยยิ้มที่พายเห็นว่ามันออกมาจากความชื่นชมจริงๆ
"ฉลาดมาก..." เขาเอ่ยชมสั้นๆ ก่อนจะใช้โอกาสนี้คว้ามือเธอแล้วพาออกวิ่งไปในทิศทางที่ลาดชันที่สุดของูเา เส้นทางที่เต็มไปด้วยรากไม้และโขดหินลื่นๆ ดูเหมือนจะเป็อุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับพาย แต่แรงบีบที่มั่นคงจากมือของไนท์กลับฉุดรั้งเธอให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้ ทุกครั้งที่เธอเสียหลัก เขาจะประคองเอวเธอไว้ได้ทันท่วงที ััที่สากและกร้านแดดของเขากลายเป็ที่ยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้เธอไม่ร่วงหล่นลงไปในความมืดมิด
พวกเขาหนีรอดจากการปิดล้อมมาได้อย่างหวุดหวิดจนกระทั่งถึงชายป่าที่ติดกับหน้าผาสูง ไอหมอกเริ่มจางลงเผยให้เห็นทัศนวิสัยที่กว้างไกลของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนเบื้องหน้า แสงแดดสีทองของยามสายสาดฉาบไล้ลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ไนท์ปล่อยมือจากพายช้าๆ แต่อารมณ์ความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางการหนีตายเมื่อครู่กลับยังคงละลายค้างคาอยู่ในความรู้สึก พายมองดูแผ่นหลังกว้างของชายที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ และเธอก็รู้ดีว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้กว้างเกินไปอีกต่อไป
"เราต้องรีบไปลำธารสายหลัก... ที่นั่นจะมีคนของผมรออยู่" ไนท์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวที่เคยเป็เกราะกำบังดูเหมือนจะค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยเพราะความกล้าหาญของผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้า พายพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น
การล่ากลางป่าอาจจะยังไม่จบสิ้นลง แต่ใจที่เคยเ็าของใครบางคนบัดนี้กลับละลายจนไม่เหลือคราบน้ำแข็งอีกต่อไป ท่ามกลางกลิ่นไอดินและไอหมอกที่กำลังเลือนหายไปพร้อมกับการเริ่มต้นวันใหม่ที่แสนมีความหมาย