หยงซีฮ่องเต้สนทนากับฮวาเออร์อีกเพียงแค่ไม่กี่ประโยค ก็ได้ให้ทหารนำนางกลับไปยังตำหนักและจัดการเฝ้าไว้เช่นเดิม
แม้มิได้จับมัดราวกับนักโทษ หรือเชลยต่างแคว้น แต่กองกำลังทหารและเหล่าขันทีมากมายที่กองรวมกันอยู่ด้านหน้าตำหนักแห่งนี้ ก็ทำให้นางกดดันได้ดีจริงๆ
ยามเมื่อก้าวเข้าไปในตำหนักแล้ว กลับพบกับกล่องไม้งดงามใบหนึ่งวางไว้บนโต๊ะน้ำชาห่อด้วยผ้าสีแดงฝืนบางปักลายหงส์สยายปีกเอาไว้ นางที่สังเกตเห็ฯแล้วจึงทำเพียงชำเลืองไปมองช้าๆ เพียงชั่วขณะและมิได้สนใจอีก
หากเพียงแต่นางกำนัลที่โดนส่งมาให้รับใช้นางในตอนนี้ กลับหันไปมองเช่นกัน จึงเอาแต่คะยั้นคะยอหนักหนาให้นางเปิดกล่องใบนั้นออกมาดู
“เหตุใดคุณหนูจึงมิเปิดออกดูเล่าเจ้าค่ะ มิแน่ว่าอาจจักเป็นของกำนัลที่ส่งมาจากองค์หยงซีฮ่องเต้ก็ได้” นางกำนัลอายุราวสิบห้าปีเอ่ยออกมาด้วยในตากระจ่างไร้เล่ห์เหลี่ยมใด
นางกำนัลผู้นี้โดนส่งมาเพื่อรับใช้นาง อาจจะรวมไปถึงการจับผิดและคอยควบคุมนางแทนทหาร
เมื่อฮวาเออร์ได้ยินสิ่งที่นางกำนัลเอ่ยออกมา จึงตอบกลับอีกฝ่ายไป
“เช่นนั้น เจ้ามิคิดหรือว่าเหตุใดของจึงวางอยู่ในห้องนี้ ทั้ง ๆ ที่ข้าพึ่งกลับมาจากตำหนักของฮ่องเต้ของพวกเจ้า” พูดจบนางก็ใช้ให้ขันทีที่รอด้านนอก เข้ามาด้านในและเอ่ยบางอย่างออกไปทันที
“เจ้าช่วยนำกล่องใบนี้ไปยังคนของตำหนักใหญ่หยงซีฮ่องเต้และรายงานว่าข้าขอบพระทัยสำหรับของขวัญยิ่งนัก และส่งคืนพระองค์ไปเสีย” ใบหน้างามเอ่ยออกมาอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
ขันทีรับปากกับนางและรีบเดินออกไปทันที แม้จะอยากเอ่ยปากเพียงใด ก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น
“คุณหนูทำเช่นนี้ ฮ่องเต้จักทรงกริ้วได้นะเพคะ” นางกำนัลตัวน้อยยังคงเอ่ยออกมาด้วยความหวังดี เมื่อเห็นว่ากล่องไม้ปริศนามิถูกรับไว้
“งั้นข้าถามเจ้าหน่อย การที่ข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ข้ามาด้วยฐานะใดกัน”
“เอ่อ เชลยเพคะ” นางกำนัลตอบกลับมาด้วยท่าทีติดขัด ใบหน้าก้มมองพื้น น้ำเสียงแผ่วเบา
“เช่นนั้นแล้วด้วยเหตุผลใด กล่องไม้ห่อด้วยผ้าสีแดงปักหงส์สยายปีกชิ้นนั้นจึงมาอยู่ในห้องของข้าราวกับต้องการแสดงความยินดี จึงมาวางอยู่ในตำหนัก ตอนที่ข้าไม่อยู่กันเล่า”
“เออ...”
“ช่างเถิด ข้าเพียงระวังตัวไว้ก็เท่านั้นเอง สงครามระหว่างแคว้นยังมิจบ ข้าเข้ามาอยู่ในดงศัตรูเช่นนี้ จะให้ข้าไว้วางใจสิ่งใดกันเล่า”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากพูดจบนางก็ให้นางกำนัลออกไป แล้วปิดประตูตำหนักทันที ยามที่เดินตามไปปิดประตูนั้นนางสังเกตได้ว่า เหล่าองครักษ์และทหารมีมากขึ้นกว่าเดิม จะเพราะอันใดก็ช่างเถิด
แต่นางในตอนนี้ ต้องพยายามรักษาชีวิตตนเองไว้ให้ได้นานที่สุด
ยามเมื่อคิดถึงบทสนทนากับหยงซีฮ่องเต้แล้ว นางก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที ชายคนนั้นกล่าวกับนางว่าชีวิตของนางและท่านแม่ รวมไปถึงตระกูลของนางอยู่ในเงื้อมมือของเขา
“เจ้าลองคิดดูเถิดคุณหนูไป๋ฮวา มารดาของเจ้านั้นเดิมทีนางควรเป็นเพียงราษฎรของแค้วนข้า หากแต่เพราะนางมิมีใจภักดีให้กับแคว้นของตนเอง จึงได้เลือกที่จะหนีไปเช่นนี้สมควรหรือไม่” ชายในชุดมังกรดิ้นสีทองถามเอ่ยออกมา นัยน์ตาสีดำมืดจ้องมองมายังนาง อย่างคนที่ต้องการกดดัน
“แต่นั้นมันก็เป็นสิทธิ์ของมารดาหม่อมฉันที่จะจากไปยังแคว้นเพื่อแต่งงานกับบุรุษที่นางรัก” ไป๋ฮวาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แววตาแกร่งถูกส่งกลับไปยังอีกคนที่กำลังจ้องมองมายังนาง
หากไป๋ฮวาตัวจริงยังอยู่ ไม่แน่ว่านางอาจจะหวาดกลัวไปบ้าง แต่จิตใต้สำนึกของนางในตอนนี้ที่มันได้หลอมรวมกับเจ้าของร่างนี้ไปแล้ว
มันกระตุกขึ้นมาอย่างต้องการที่จะบอกว่า สิ่งที่ข้ากล่าวออกไปคือสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมเองก็ต้องการเช่นกัน
ฮ่องเต้ชนเผ่าทุ่งหญ้ามองมายังหญิงสาวอย่างดูแคลน พร้อมด้วยรอยยิ้มสมเพชที่ส่งกลับมายังนาง
“หลังจากที่นางได้ยินคำทำนายเช่นนั้นหรือ หึหึ” สตรีแพศยาที่เลือกจะแต่งงานกับคนต่างแคว้น แล้วหนีออกไปเช่นนั้นนะหรือ ช่างสมควรตายด้วยน้ำมือของข้ายิ่งนัก
หยงซีฮ่องเต้ยังคงคิดว่า มารดาของไป๋ฮวาเป็นสมบัติของชนเผ่าทุ่งหญ้าเท่านั้น มิว่านางจะตายหรือจะอยู่
คนของชนเผ่าทุ่งหญ้าจะมิมีวันผสมพันธุ์ข้ามแคว้นเด็ดขาด หากมันเกิดขึ้น ศักดิ์และฐานะของเด็กที่เกิดมาจะอยู่ต่ำสุดของชนเผ่า ต่ำยิ่งกว่าขอทานเสียอีก เพราะเหตุนี้ จึงมิเคยเห็นเด็กเลือดผสม
หากมีเด็กเลือดผสมเกิดขึ้น มักจะถูกกำจัดโดยบิดามารดาของมันเอง หรือปิดบังไว้ให้เงียบที่สุด หากมิอยากเจอกับการฆ่าล้างตระกูล
“นางเพียงต้องการปกป้องบุตรของนางมิใช่หรือเพคะ” ไป๋ฮวาเอ่ยถามออกไป
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ แล้วเหตุไฉนเจ้าจึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้เล่า ปกป้องอะไรกัน มิใช่ว่าที่ผ่านมานางเองเป็นฝ่ายที่ทำร้ายเจ้าหรอกหรือ” คนบนบัลลังก์สูงยังคงเอ่ยถามออกมา
“ท่านแม่มิเคยทำร้ายหม่อมฉัน” แม้นางจะมิเคยปกป้องข้าได้เลยสักครั้งก็ตาม
“เช่นนั้นหรือไป๋ฮวาเอ๋ย ครอบครัวเช่นนั้น เจ้าจะปกป้องไปไยกันเล่า มิสู้ยอมเสียสละเพื่อชนเผ่าทุ่งหญ้า แคว้นเกิดของเจ้ามิดีกว่าหรือ ข้าย่อมมีข้อเสนอที่ดีให้แก่เจ้า รวมไปถึงน้องชายผู้นั้นของเจ้า...”
“หม่อมฉันเกิดและโตที่แคว้นต้าเฉียง มิใช่ชนเผ่าทุ่งหญ้า เหตุใดหม่อมฉันจึงต้องเสียสละกันเล่า อีกทั้งน้องชายของหม่อมฉันมิใช่คนในคำทำนาย พระองค์จะรังแกเด็กเช่นนั้นหรือ”
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าจึงยอมเสียสละตนเองเพื่อคนแคว้นต้าเฉียงเช่นนั้นสินะ ถึงกับยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อศัตรูอย่างนั้นหรือ” แววตาดำมืดสนิทถูกส่งมายังไป๋ฮวาอย่างเอาเรื่อง ไอสังหารที่ส่งมา ทำเอานางแทบกระอักเลือดออกมา
หากไป๋ฮวาคนเก่าคงต้องมีช้ำในไปบ้าง เพราะไอสังหารที่ส่งมาราวกับว่ามิได้คำนึงเลยว่านางไร้พลัง หรือเรื่องที่นางโดนผนึกพลังเอาไว้ หยงซีฮ่องเต้จะยังมิรู้
ไป๋ฮวาค่อยๆ ดันตัวขึ้นจากพื้นช้าๆ ราวกับว่าได้รับผลกระทบไป หากแต่ประโยคหลังที่บอกว่านางจะต้องสละชีวิตนั้น ทำให้นางรู้สึกขัดขวงในใจนัก ใบหน้ามนที่มุมปากมีรอยเลือดไหลออกมาเปรอะเปื้อนบางเบา เงยหน้าขึ้นมองคนบัลลังก์แล้วกลั้นใจถามออกไปช้าๆ
“เสียสละชีวิตอันใดกันเพคะ เพียงแค่ใช่เลือดเท่านั้น เหตุใดต้องตายกัน”แววตาว่างเปล่าของคนเจ็บส่งออกไป จินเออร์และคนอื่นๆ บอกนางเพียงว่าใช้เลือดเท่านั้นเองมิใช่หรือไงกัน
“เลือดที่ไหลมาจากหัวใจ...ของเจ้านะหรือ หึหึ”
เลือดที่ไหลออกมาจากหัวใจเช่นนั้นหรือ นางเพิ่งฟื้นขึ้นมาก็ต้องมาตายลงง่ายๆ เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน…