ตอนที่ 15
ช่วยเหลือเด็กน้อย
ไป๋เหอนั่งกำหนดลมปราณดึงพลังปราณจากทั่วสารทิศเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่หยุดพักจนถึงเช้าหลังจากออกสมาธิเขาก็ได้ข้ามขึ้นไปเป็ก่อเกิดขั้นที่ 9
“ต่อไปข้าก็จะเข้าสู่ขั้นรวมลมปราณน่าจะยากอยู่พอสมควรเคยอ่านตำราเจอเขาว่าเวลาจะข้ามขั้นมักจะทำได้ยากแต่ถึงยากแค่ไหนข้าก็ต้องเลื่อนขั้นให้จงได้” สายตามุ่งมั่นจ้องไปยังนอกถ้ำเมื่อความสำเร็จรออยู่เขาก็ไม่ควรจะละเลยเสียเวลาเปล่าต้องรีบเดินทางต่อเพื่อออกจากป่าแห่งนี้
ทุกการเดินทางไป๋เหอจะส่งจิตมองดูในระยะ2ลี้สำหรับตัวเขาที่จำกัดเพียงเท่านี้เพื่อดูว่ามีสัตว์อสูรหรือโจรป่าอยู่หรือไม่ป้องกันอันตรายได้พอสมควรแต่แล้ว ขณะที่ม้ากำลังวิ่งอยู่นั้นจิตเขาที่มองดูภายในรัศมี 2ลี้ก็ได้พบกับโจรป่าเข้าจริง ๆ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังทำร้ายเหยื่ออย่างโเี้ เขาต้องหยุดม้าและเข้าไปใกล้เพื่อรอดูเหตุการณ์นั้น
พวกมันฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหดไม่ว่าจะสตรีหรือคนชราไม่มีละเว้น เสียงร้องไห้โหยหวนดังทั่วบริเวณป่าไป๋เหอที่ได้ฟังก็เ็ปแทนจะเข้าไปช่วยก็ดูเหมือนว่าพวกโจรจะมีคนมากกว่าถึง13 คน แถมมีคนหนึ่งอยู่ชั้นรวมจิตขั้นที่ 4 และอีก 4 คนอยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่ 9เขาคนเดียวยังอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 9 คงทำได้เพียงมองดูและในขณะนั้นพวกมันจับเด็กสาวคนหนึ่งอายุน่าจะอยู่ราวๆ สัก 10 ปี เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยแทบจะขาดใจเมื่อโดนจับตัวไว้
ไป๋เหอที่จำต้องทนดูเหตุการณ์นั้นไม่อาจจะช่วยอะไรได้เขารู้สึกโกรธตนเองนักที่มีพลังไม่มากพอ และดูเหมือนว่าคนที่เป็หัวหน้าที่โพกหัวเป็ชายวัยกลางคนไว้หนวดเคราดูจะมีจิตสังหารรุนแรงเขาอยู่ตรงนี้เขายังััได้ถึงความน่ากลัว
“พี่ใหญ่ท่านจะเอายังไงดีเด็กคนนี้จะฆ่าตายพร้อมครอบครัวมันหรือไม่”ลูกน้องที่จับแขนเด็กน้อยไว้เอ่ยถามชายที่ยืนพิงต้นไม้อยู่
“เด็กน้อยผู้นี้น่าตาใช้ได้หากโตเป็สาวคงจะงดงามมากแค่อยู่ในวัยนี้ยังโดดเด่นเพียงนี้หากรออีกสักหน่อยข้าคงได้เฉยชมนางเป็แน่”คนที่เป็หัวหน้าถึงกับเอ่ยด้วยความยินดีหากจะมีสตรีอีกสักคนที่เขามาปล้นและจับไปทำเมียและกล่าวได้ว่านางนั้นสวนสดงดงามกว่าสตรีที่เขาเคยพากลับไป เช่นนั้นแล้วย่อมจะแสดงความดีใจหากเื่ที่เขาคิดไว้จะได้สมหวังอีกไม่กี่ปีรอแค่นางโตกว่านี้อีกสักหน่อย
เด็กน้อยมองหัวหน้าโจรด้วยความกลัวและความคิดของมันที่จะเอานางไปเป็เมียนั้นก็ทำให้นางกลัวจนตัวสั่นไม่้าอยากที่จะเป็เมียโจรชั่วร้ายที่ฆ่าคนของนาง
“ปล่อยข้าเถอะข้ากลัวแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย” เด็กสาวเอ่ยพูดน้ำตาที่ไหลอยู่ก็ไหลไม่หยุดจ้องมองคนตรงหน้าแม้จะหวาดหวั่นอยู่หวังเพียงมันจะปล่อยให้นางไป
ใบหน้าโจรเหี้ยมมีรอยยิ้มร้ายจ้องมองเด็กสาวก่อนจะเดินมาจับคางนางเชิดขึ้นเพื่อจ้องใกล้กกว่านี้ผิวพรรณของนางละเอียดลออคล้ายกับผ่านการดูแลมาอย่างดีเช่นนั้นเด็กคนนี้ก็คงจะเป็ลูกคุณหนูตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ดันมาเสียท่าให้กับพวกเขาชายคนนั้นถึงกับหัวเราะเมื่อคิดเช่นนี้“อย่ามาขอร้องข้าเลย ข้าจะต้องพาเ้ากลับไปเลี้ยงดูเป็เมียข้า”
ในขณะที่มันหัวเราะซะใจชายชราที่ยังคงไม่ตายใช้แรงเฮือกสุดท้ายรีบกระโจนลุกขึ้นเอามีดที่พกมาเสียบเข้าท้องน้อยหัวหน้าโจรตอนมันเผลอ
เมื่อมันเห็นเช่นนั้นมันก็ส่งพลังปราณฝ่ามือซัดเข้าไปที่หัวของชายชรานั้นอย่างไม่ปราณีกะโหลดศีรษะแตกกระจายกระเด็นกระดอนทั่วบริเวณนั้นมีดที่ปักอยู่ที่ท้องไม่อาจจะทำอันตรายมันได้มากแต่ที่มันโกรธเพราะไม่มีใครใช้มีดธรรมดาปักทะลุเนื้อเมื่อกี้ไม่ได้ระวังตนทำให้ตาแก่นี่ทำร้ายมันได้
ภาพอันน่าสยดสยองทำให้เด็กสาวถึงกับกรีดร้องด้วยอาการตัวสั่นภาพเบื้องหน้าไม่อาจจะรับได้คนที่นางรักและนับถือโดนกระทำเช่นนั้นทำให้นางโกรธเดือดดาลเืในร่างพลันคุกรุ่นวิ่งวนทั่วกายไม่อาจจะสงบได้ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ร่างกายของนาง ดวงตาแดงกล่ำมีไฟออกจากหางตาทั้งสองข้างจ้องมองหัวหน้าโจรที่ได้ทำร้ายคนสำคัญของนาง ก่อนที่จะะเิพลังมหาศาลทำลายล้างจนคนแถวนั้นกระเด็นไปไกลและาเ็สาหัสบางคนก็ล้มตายโดยเฉพาะหัวหน้าโจรที่อยู่ใกล้ที่สุดก็โดนแรงะเิอัดเข้าทั่วร่างจนเกิดเพลิงไหม้หน้าอกหลายส่วนพยายามดับก็ไม่สามารถดับได้เพลิงลุกไหม้ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว
ไป๋เหอที่แอบดูถึงกับตกตะลึงพรึงเพริศเหตุใดเด็กสาวผู้นั้นถึงมีไฟที่หน้ากลัวเช่นนี้แถมร่างนางเหมือนมีเงาซ้อนของนกสีเพลิงมีไฟลุกท่วมสยายปีกกว้างพลังที่ออกมานั้นดูจะรุนแรงกว่าหัวหน้าโจรเสียอีกเขาััได้จนขนลุกไปทั่วร่าง
เมื่อเหล่าบรรดาโจรเห็นว่าหัวหน้าของมันได้ตายลงพวกมันก็ตะเกียดตะกายพาร่างอันบอบช้ำหนีหายจากตรงนั้นโดยเร็วไม่อาจจะอยู่รอความตาย
เด็กสาวหลังจากพวกโจรหนีไปนางก็ทรุดตัวลงมองร่างของชายชราที่เหลือแต่กายจ้องมองภาพนั้นอย่างแสนจะทรมานใจไม่อาจที่จะช่วยเหลือได้นางยังคงเสียใจอยู่ที่ตรงนั้นด้วยน้ำตานองไหลอาบหน้ายิ่งนางร้องไห้เพลิงในกายนางก็ลุกโชนขึ้นจนล่วงเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้นางจึงหยุดร้องเหมือนจะทำใจได้แล้วหันมาดูคนของตัวเองที่พากันล้มตายไม่มีใครรอดชีวิตนางจึงสะบัดมือครั้งเดียวเพลิงก็ลุกไหมร่างนั้นอย่างเร็วแผดเผาจนเป็กองเถ้าถ่านไม่สามารถระบุได้ว่าเป็บุรุษหรือสตรี เมื่อจัดการสิ่งรอบตัวเรียบร้อยพลันร่างกายของนางก็กลับมาเป็ดังเดิมก่อนที่นางจะล้มลงหมดสติไป
ไป๋เหอที่ดูเหตุการณ์มานานพอสมควรก็ออกมาจากที่หลบซ่อนเดินไปยังคนกลุ่มนั้นที่ตอนนี้กลายเป็เขม่าสีดำที่พื้นเต็มไปหมดร่างของเด็กสาวตอนนี้กลับคืนมาเป็คนดังเดิมชายหนุ่มจึงอุ้มนางขึ้นมาแล้วพาออกจากที่ตรงนั้นให้เร็วเผื่อโจรยกพวกกลับมาอีก
ชายหนุ่มพาเด็กสาวออกห่างจากพื้นที่เกิดเหตุร่วมโดยการใช้กระบี่ที่จื่อลู่ให้มาขี่หนีหายเหตุการณ์นี้จะใช้ม้าอย่างเดียวคงหนีไม่ได้ไกลเขาจึงต้องใช้มันแม้ครั้งแรกอาจจะเก้กังๆ ในการขี่กระบี่แต่เมื่อขี่เรื่อย ๆ ก็เริ่มที่จะคล่องขึ้นจนสามารถพานางออกมาได้ไกลใช้เวลาเพียงไม่นานซึ่งความเร็วนั้นก็คงบอกได้ว่าเร็วกว่าการขี่ม้าหลายเท่านัก
เด็กสาวตื่นขึ้นมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่นางไม่รู้จักพอหันไปมองอีกด้านกลับพบชายคนหนึ่งซึ่งนางไม่เคยพบหากแต่ใช้การสังเกตของนางแล้วชายผู้นี้น่าจะเป็มิตรมากกว่าศัตรู
“ท่านช่วยข้าเหรอ”
ไป๋เหอหันมาตามน้ำเสียงนั้นและเมื่อได้พบว่านางตื่นแล้วปากก็มีรอยยิ้มอย่างเป็มิตรเพื่อไม่ให้นางคิดกลัวตน
“เ้าตื่นแล้วเหรอข้าช่วยเ้าออกจากพื้นที่ตรงนั้นเอง”
“ข้าขอบคุณท่านมากที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”นางไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รู้ว่าตนเองสติดับวูบไปไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ่นั้นเลยนางรู้เพียงว่าชายชราที่ดูแลนางมาั้แ่เล็กต้องมาตายลงด้วยน้ำมือโจรชั่วช้านั้นนอกเหนือจากนั้นแล้วนางกลับจำอะไรไม่ได้เลย
ไป๋เหอมองดูนางอย่างวิเคราะห์กิริยาของนางนั้นไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่จะออกจะเก่ามองดูเหมือนจะถูกสอนสั่งมาอย่างดี
“เ้าชื่ออะไรแล้วจะเดินทางไปไหน”ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อเมื่อสีหน้าของนางดูเหมือนกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง
“ข้าชื่อซวงเอ๋อร์กำลังเดินทางไปหาญาติทางตอนเหนือแต่เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อได้เจอกับกลุ่มโจรมันสังหารคนของข้าไม่เหลือ”พอพูดถึงตรงนี้นางก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยคนของนางที่อยู่ด้วยกันมาั้แ่นางจำความได้ก่อนที่บิดามารดาของนางจะโดนสังหารจึงต้องอพยพไปตามหาญาติทางเหนือตามคำสั่งของมารดาแต่ตอนนี้นางกลับไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้เมื่อคนที่นางไว้ใจตายหมด
เกิดสิ่งเลวร้ายกับชีวิตของนางเขาได้แต่ดึงนางเข้ามากอดปลอบใจปล่อยให้นางร้องไห้จนพอเื่เช่นนี้คงเกินกำลังของนาง
“แล้วเ้าจะเอายังไงเมื่อตอนนี้คนของเ้าตายหมดแล้วเ้าจำเป็จะต้องเดินทางไปทางเหนืออีกเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อนางเริ่มที่จะหยุดร้องไห้
“ข้าก็ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดีถ้าไปตอนเหนือข้าไม่รู้จักญาติไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่ใด” พูดแล้วก็ถอนหายใจลากยาวยามคิดที่จะตามหาญาติก็ดูเหมือนจะมืดมนชีวิตนางคงจบสิ้นเพียงเท่านี้ไม่มีที่พึ่งพิงอีกแล้วไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงเพื่อจะกลับไปฆ่าศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่ตน
“เอาอย่างงี้ไหมข้าเดินทางไปทางใต้เพื่อไปเรียนสำนักเมฆา์เ้าจะไปด้วยกับข้าหรือไม่”
หญิงสาวมองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้าเมื่อหนทางตอนนี้ไม่มีให้เลือกจำใจไปกับเขาดีกว่านางรวบรวมสติเลิกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แล้วคิดหาหนทางทำตนเองให้แข็งแกร่งเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อหวังจะได้แก้แค้น
“งั้นข้าขอไปเรียนด้วยได้เหรอไม่”นางคิดว่าการเรียนเป็สิ่งสำคัญที่สุดและสำนักเมฆาสรรค์ที่นางเคยอ่านตำราเจอก็ช่างเป็สำนักที่เพาะแต่คนกล้าหวังว่านางจะได้เข้าไปที่โน่นแล้วกอบโกยให้ได้มากที่สุดเพื่อตนเอง
ไป๋เหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ“เื่เรียนเหรอข้าจะพยายามพูดให้แล้วกันแต่ต่อไปเ้าเรียกข้าว่าพี่ไป๋เหอนะ”เพื่อ้าให้นางดูสนิทสนมกับตนเองชายหนุ่มหวังให้นางเรียกเขาว่าพี่ชายเพื่อคนอื่นจะได้ไม่สงสัยในฐานะของพวกเขาและขอร้องชายชราลึกลับนั้นหากได้เจอหวังให้นางได้เข้าไปเรียนด้วยกัน
“ได้เ้าค่ะพี่ไป๋เหอ” นางซึ่งเป็ลูกคนเดียวไม่เคยมีพี่ชายพอได้เป็น้องสาวคนที่ช่วยเหลือ นางก็รู้สึกแสนจะยินดีอย่างน้อยก็ทำให้นางอบอุ่นใจไม่ว้าเหว่อีกต่อไปและเชื่อว่าเขาจะสามารถปกป้องนางได้
“ต่อไปข้าจะเป็พี่ของเ้าจะดูแลเ้าอย่างกับเ้าเป็ญาติข้าคนหนึ่ง”ไป๋เหอให้คำมั่นต่อนางเพื่อให้นางอยู่กับเขาอย่างสบายใจไม่ต้องกังวล เขาไม่เคยมีน้องสาวพอมีนางเป็น้องกลับทำให้เขารู้สึกดีรู้สึกอยากปกป้องเหมือนมีครอบครัว
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ไป๋เหอ”
การเดินทางออกจากป่าใช้เวลา10 วันพวกเขาเดินทางด้วยม้าด้วยกระบี่สลับกันไปและไป๋เหอได้สอนวิชานางเพื่อไว้ต่อสู้ป้องกันตัวจนตอนนี้นางอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่3 นางเรียนรู้ได้เร็วจนไป๋เหอนึกแปลกใจว่านางจะเหมือนตนเองใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สำเร็จและดูเหมือนว่านางจะฉลาดหลักแหลมมากจนเขาแอบชมในใจคิดว่าสตรีผู้นี้คงอ่านตำรามาเยอะแม้ไม่มีวรยุทธพอเขาสอนนางเพียงครั้งเดียวนางก็สามารถจำได้และทำมันออกมาดี
การเดินทางอยู่ในป่าเขาก็ได้พบสมุนไพรมากมายตลอดทางและได้เก็บมันไว้มาใช้ทำโอสถ การเดินทางมาหลายวันในที่สุดพวกเขาก็ออกจากป่าได้อย่างปลอดภัยเมื่อเดินทางมาอีก4 ลี้ก็ได้พบกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งตามแผนที่ได้บอกไว้
“ซวงเอ๋อร์เดี๋ยวเราจะพักอยู่ที่หมู่บ้านนี้ก่อนคืนนี้จากนั้นค่อยเดินทางต่อ”
“เ้าค่ะ”
เขาพานางเดินเข้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งและขอพักห้องเดียวเขาคิดว่านางยังเด็กอยู่ไม่ต้องแยกห้องกันนอนและนางก็ไม่ได้ว่าอันใด
“ซวงเอ๋อร์เดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จเราจะเริ่มฝึกสมาธิกันเลยนะไม่อยากให้เสียเวลาในการฝึก” ชายหนุ่มเห็นว่าทุกเวลามีค่าการที่นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นก็สามารถป้องกันตนเองได้เขาจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงมาก
“เ้าค่ะซวงเอ๋อร์ทราบแล้ว” หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพี่ไป๋เหอหญิงสาวก็ดูจะมีความสุขอย่างมากนางเชื่อฟังเขาราวกับเขาเป็พี่ชายของนางจริงๆและการที่เขาได้สั่งสอนวิชาให้กับนางนั้นเป็อะไรที่นางรู้สึกขอบคุณเขาจากใจอย่างยิ่งตอนอยู่ที่เรือนการฝึกวิชาเป็อะไรที่ต้องห้ามบิดาเห็นว่าไม่จำเป็นางทำได้เพียงเล่าเรียนอ่านตำราเย็บถักปักร้อยได้อย่างเดียวด้วยความที่ว่านางนั้นชอบอ่านตำราจึงได้ความรู้พอสมควรและเพียงการสอนสั่งของพี่ไป๋เหอนางก็ทำได้ด้วยการใช้เวลาไม่นาน
หลังจากกินข้าวเสร็จไป๋เหอก็ให้นางนอนบนเตียงส่วนเขานั่งอยู่ที่พื้นรวบรวมลมปราณดึงดูดเข้าหาตัวไม่ว่าเขาจะพยายามมากเท่าไหร่การข้ามชั้นของเขากลับหยุดแค่นี้ไป๋เหอไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากสำรวจดูที่จุดตันเถียนก็เห็นว่าเส้นปราณเริ่มจะขยายใหญ่กว่าแต่ก่อนแต่เม็ดกลมขนาดเท่ากับผลอิงเทาก็ยังอยู่เท่าเดิมไม่ขยับขยายดูเหมือนว่าทุกอย่างหยุดนิ่งมีเพียงเส้นลมปราณในตัวที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวข้ากันแน่เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้”
ชายหนุ่มหลังจากออกจากสมาธิก็บ่นกับตนเองถึงสาเหตุสิ่งที่เกิดในร่างกายไม่เหมือนกับครั้งก่อนและก็ไม่คาดคิดว่าการผ่านระดับชั้นมันยากเย็นเพียงนี้ เหลือบมองซวงเอ๋อร์ที่กำลังนั่งทำสมาธิใจอย่างจดจ่อพลางเห็นว่าตอนนี้นางได้ขึ้นมาอยู่ในชั้นก่อเกิดขั้นที่4 แล้วดวงตาก็เบิกกว้างพลันไม่คิดว่านางก็ดูดซับลมปราณได้เร็วเหมือนกันและอีกอย่างคือสิ่งที่เขาสนใจในตัวนางก็คือพลังลึกลับนั้นที่นางครองอยู่มันคืออะไรกันแน่จะใช้ได้ตอนไหนพอคิดเื่ที่เขาเห็นก่อนหน้านั้นก็ทำให้เขาเกิดขนลุกขนพองถึงความน่ากลัวของนาง
พอรุ่งเช้าก็เดินทางต่อด้วยม้าการที่จะต้องเดินทางไปสำนักเมฆา์เป็อะไรที่เขาจดจ่ออยากให้ถึงโดยเร็วที่สุด ความตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้นั้นมากมายถาโถมในจิตใจจนเกิดกระแสปั่นป่วนการแข็งแกร่งเท่านั้นคือทางรอดของคนในตระกูล เขาไม่ควรจะใช้เวลาให้เสียเปล่าประโยชน์
หลังจากเดินทางออกจากหมู่บ้านพวกเขาก็ได้เดินทางเข้าป่าอีกครั้งและพื้นที่ของมันนั้นใหญ่พอกับป่าครั้งแรกที่พวกเขาเจอตามทางที่ไปก็มีจำพวกสมุนไพรขั้น1 ขั้น 2 มากมายให้เขาเก็บแม้จะเป็แค่สมุนไพรที่หาง่ายก็ตามเถอะการเก็บรวบรวมมันเยอะๆ อาจจะมีประโยชน์ในภายหลัง
“พี่ไป๋เหอข้าอยากอาบน้ำตรงนั้นมีน้ำตกด้วยเราพักที่นี่กันก่อนเถอะ”หญิงสาวเห็นว่าเดินทางมาไกลพอสมควรและนางรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากอาบน้ำเต็มทนพอเห็นน้ำตกที่อยู่เบื้องล่างนางก็รู้สึกยินดีที่อยากจะชำระร่างกายด้วยน้ำสะอาด
“ได้”ชายหนุ่มขยับกระบี่ให้ร่อนลงทางน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำใสสะอาดน่าลงเล่นเขาปล่อยให้หญิงสาวไปชำระตัวส่วนเขานั่งสมาธิอยู่แถวนั้นหันหน้ามองไปทิศทางอื่น
ในขณะที่เขากำลังนั่งสมาธิก็ได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มีจิตสังหารรุนแรงกำลังเลื้อยคลานเข้ามาที่ซวงเอ๋อร์พลันดวงตาก็ลืมขึ้นหันไปจ้องเขม็งกับสิ่งมีชีวิตนั้นฝ่ามือของเขาที่ได้รวบรวมพลังไว้รอปะทะเมื่อเห็นสิ่งที่เป็อันตรายอย่างชัดเจนสายตาก็พลันตกตะลึงสิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนและดูอันตรายกับพวกเขาไม่น้อยไป๋เหอััได้ถึงภัยอันตราย