เมื่อรับรู้ถึงเป้าหมายในการลงมือแล้ว พวกเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะส่งหน่วยงานไหนออกไป ต้องบอกก่อนว่าพวกเขาจะไม่ยกกองกำลังออกไปทั้งหมด เพียงแค่เมืองไร้กฎหมายที่ไร้ซึ่งเทคโนโลยีป้องกันระดับสูงย่อมที่จะสามารถกวาดล้างพวกมันได้ง่ายๆ
อีกด้านนึงตรงบริเวณโต๊ะกึ่งกลาง มีชายวัยกลางคนที่ผมเผ้าเต็มไปด้วยสีขาวกำลังนั่งเท้าคางอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าของเขาคมเข้มดุดันราวกับเป็นสัตว์ร้าย ร่างกายที่ใหญ่โตสวมชุดคลุมสีขาวที่ประดับไปด้วยสัญลักษณ์ ถ้าทุกคนเห็นเขาผู้นี้ละก็ แต่ละคนคงจะต้องร้องตะโกนออกมาอย่างแน่นอน เพราะว่าเขาผู้นี้คือโทมัส หนึ่งในผู้ทรงพลังระดับสูงของสมาพันธ์แห่งดวงดาวและยังเป็นผู้มีอิทธิพลต่อจักรวาล อันที่จริงด้วยพลังของเขานั่น ตัวของโทมัสก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมารับตำแหน่งยังดวงดาวโลกที่ห่างไกลเช่นนี้ เขามีฝีมือมากพอที่จะอาศัยอยู่ในสาขาหลักได้อย่างสบายๆ แต่ด้วยที่ว่าเขาคือเผ่าพันธ์ุมนุษย์และยังหวนคิดถึงบ้านเกิดของตนตลอดเวลา เขาจึงได้เข้ามารับตำแหน่งนี้นั่นเอง
ขณะนั่นแต่ละคนก็ได้หันมองไปยังท่านผู้นั้นด้วยท่าทีเคารพย่อมเกรง พวกเขากำลังรอคอยคำตอบว่าจะลงมือกวาดล้างพวกมันยังไงให้สิ้นซาก ถึงจะพวกเขาจะตกลงกันแล้วแต่ก็ยังมีคนนึงที่กำลังนิ่งเงียบอยู่ คำสั่งทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินงานมาจากเขาผู้นี้ซะก่อน
"ตกลง ให้หน่วยไล่ล่าอย่างกองกำลังไทเกอร์สาขาหลักเป็นผู้ลงมือละกัน พวกเราจะได้กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากไปซะ!!"
เมื่อพูดจบแต่ละคนถึงกับอุทานขึ้นอย่างตกใจ ดวงตาเบิกกว้างกลมโตอย่างไม่น่าเชื่อ
"อะไรนะ?!! ท่านผู้นำเรียกหน่วยไล่ล่ามาเลยหรอเนี่ย นี่คือหนึ่งในหน่วยรบที่ทรงอานุภาพมากที่สุดเลยนะ"
"ใช่แล้ว ถึงจะมีคนน้อยนิดแต่ก็ไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาอย่างต่ำๆก็เป็นถึงนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่6 แต่ที่พวกเขามีชื่อเสียงเลื่องลื่อไม่ใช่เพราะว่ากลุ่มคนในกองกำลัง แต่เป็นเพราะสามหัวหน้าหน่วยหลักของกองกำลังไทเกอร์ตังหาก พวกเขาทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าอาชญากรระดับAซะอีก แต่ละคนเต็มไปด้วยพลังที่มากพอจะทำลายล้างเมืองทั้งเมืองได้เลยด้วยซ้ำ"
"ท่านผู้นำโทมัสใช้กองกำลังมากเกินไปหรือเปล่า? กะอีแค่เมืองไร้กฏหมายที่มีพลังสูงสุดเพียงแค่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4เนี่ยนะ"
แต่ละคนพูดคุยกันอย่างตื่นตระหนักและพยายามที่จะห้ามปรามท่านผู้นำของตน การเอากองกำลังระดับนี้ลงมือจะเป็นการสูญเสียทรัพยากรอย่างมหาศาล ถ้าเป็นศัตรูระดับเดียวกันก็ว่าไปอย่าง เพราะถึงยังไงกองกำลังไทเกอร์ก็เป็นหนึ่งในหน่วยที่ทรงพลังที่สุด
ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นว่าแต่ละคนไม่เห็นด้วยก็เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง ดวงตาของเขาคมกริบเมื่อมองไปยังทุกคนที่อยู่ภายในห้อง
"ไม่ว่าเหยื่อจะเล็กจ้อยหรืออ่อนแอมากเพียงใด ราชสีห์ก็ไม่เคยที่จะออมมือต่อเหยื่อของตน ต่อให้เจ้านั่นจะเป็นหนูตัวเล็กๆก็ตาม พวกเราสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกจะลงมืออย่างสุดกำลัง เมืองไร้กฎหมายสมควรที่จะถูกกำจัดออกไปจนสิ้น..!!"
"และอันที่จริงในอีกไม่กี่วันนี้ กองกำลังไทเกอร์ก็กำลังเดินทางมาที่โลกเพื่อหาเฟ้นหาริปเปอร์หน้าใหม่ที่มีอนาคตไกล สู้ให้พวกเขาออกปฏิบัติการและโชว์ถึงพลังที่แท้จริงของกองกำลังเลยละกัน จะได้แสดงพลังอำนาจของสมาพันธ์แห่งดวงดาวไปในตัว"
คำตอบของชายวัยกลางคนได้ทำให้ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ถึงจะไม่ยอมรับแต่พวกมันก็ไม่กล้าที่จะไปโต้แย้งอะไรต่อท่านผู้นำ ชายวัยกลางคนถูกเรียกว่าราชสีห์ผู้บ้าคลั่งแห่งสมาพันธ์ดวงดาว เป็นหนึ่งในผู้มีพลังระดับคอสมิกของจักรวาล พลังริปเปอร์ของเขาก็เรียบง่ายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัว มันคือพลังในการกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายนั้นเองและโมเดลรูปลักษณ์ที่เขาได้รับก็คือสิงโตนั่นเอง
"เข้าใจแล้วครับท่านผู้นำ ผลสรุปได้ว่าจะให้หน่วยไล่ล่าเป็นผู้ลงมือตัดสิน เมืองไร้กฎหมายรวมถึงอาชญากรทั้งหมดจะต้องถูกลบหายออกไปจากแผนที่ หลังจากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีอาชญากรที่หลงเหลืออยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น ถ้าพวกมันยอมจำนนก็ดีไป แต่ถ้าไม่พวกเราก็จำเป็นจะต้องกวาดล้างพวกมันให้สิ้น"
ทุกคนลงมติเป็นลงมติเป็นเอกฉันท์ตามคำหารือที่ได้พูดกันไว้ โดยเฉพาะกับชายอ้วนที่กำลังแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ในที่สุดเจ้าไซเนอร์ที่ฆ่าลูกชายของมันก็จะได้รับการลงโทษแล้ว
"ขอตัวก่อนครับท่านผู้นำสูงสุด"
เพียงไม่นานการประชุมทั้งหมดก็ได้สิ้นสุดลง แต่ละคนเริ่มก้าวเดินออกจากห้องไป มีบางคนที่ใช้ภาพโฮโลแกรมเข้ามาประชุมจากระยะทางไกลด้วยและเมื่อทุกคนออกไปทั้งหมดแล้ว โทมัสก็ได้เปิดแฟ้มประวัติของบุคคลผู้นึงขึ้นมา ภายในแฟ้มลับนี้คือข้อมูลสูงสุดของสมาพันธ์แห่งดวงดาว มีเพียงแค่ระดับสูงของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาหลักเท่านั้นที่จะเปิดดูได้
ภาพโฮโลแกรมสามมิติได้แสดงถึงภาพของชายหนุ่มคนนึงที่มีเส้นผมสีขาวเทา ลักษณะใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจะมั่นใจ เบื้องล่างของภาพถูกเขียนไว้ว่าผู้พิชิตเนโครมอฟระดับเคออสคนที่3 ถ้ามองให้ดีๆจะเห็นว่าบุคคลผู้นี้คล้ายคลึงกับไครเซอร์อยู่ไม่น้อย ทั้งลักษณะใบหน้ารวมถึงเคล้าโครงต่างๆก็แทบจะตรงกันทั้งสิ้น
ดวงตาของเขาเริ่มซับซ้อนเมื่อมองไปยังหน้าจอที่อยู่เบื้องหน้า ภาพที่เปรียบเทียบกันชั่งเป็นอะไรที่น่าตกใจยิ่งนัก
"เหมือนกันอยู่ไม่น้อย?"
โทมัสจ้องมองอย่างจริงจังพลางครุ่นคิดขึ้น
"แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะเจ้าไครเซรอสไม่เคยมีคนรักหรือครอบครัวแถมระยะเวลาก็ห่างกันหลายร้อยปีมาแล้ว"
สมญานามผู้พิชิตในจักรวาลแห่งนี้มีเพียงแค่5คนเท่านั้น พวกเขาคือผู้ที่ปิดฉากลงมือทำลายเนโครมอฟระดับเคออส แต่ละคนเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่มากล้นจนแทบไม่อยากจะเชื่อ ไครเซรอส ผู้พิชิตคนที่3ก็ถูกเรียกว่าเป็นสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ หลังจากที่เขาลงมือสังหารเนโครระดับนั้นได้แล้ว ตัวของเขาก็ได้หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครรู้ถึงการดำรงอยู่ของเขา
"ในจักรวาลแห่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น จะมีคนหน้าเหมือนกันซักคนนึงคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกเลย!!"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็ไม่ได้สนใจถึงมันอีก
อีกด้านนึงทั้งไครเซอร์รวมถึงคนอื่นๆก็ไม่ได้รับรู้เลยว่าเมืองไร้กฎหมายที่พวกเขาตั้งหลักปักฐานอยู่กำลังจะถูกกวาดล้างจนสิ้น พวกเขาตอนนี้กำลังยืนมองไปยังกองแร่ลูปคริสตัลสีทองที่เปล่งประกาย แต่ละคนมีใบหน้าอิ่มเอมไปด้วยความน่ายินดี ก้อนโลหะที่กำลังถูกคนในองค์กรขุดขึ้นมามีมากกว่า500ก้อนซะอีก แต่ละก้อนมีราคาถึง100เครดิต ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าขายลูปครัสตัลทั้งหมดพวกมันจะได้รับเครดิตในราคาที่เท่าไหร่
ขณะนั่นไอรอนที่กำลังยืนกอดอกอยู่ก็นึกถึงเรื่องนึงขึ้นได้ สีหน้าของเขาแสดงความกังวลขึ้นอยู่นิดๆ
"บอส? ถ้าเราค้นออกไปเช่นนี้จะไม่สะดุดตาเอาหรอ ถึงองค์กรสเปคเตอร์ของพวกเราจะไม่เกรงกลัวใครก็จริงแต่มันก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับพวกเราได้อยู่ไม่น้อยเลยนะ"
ไครเซอร์เมื่อได้ยินเช่นนั่นก็ลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่นิดๆ นั่นสินะ ถึงพวกเราจะไม่เกรงกลัวแต่ลูปครัสตัลที่มากมายเช่นนี้ ถ้าขนเข้าไปในเมืองอาชญากรคนอื่นก็จะต้องรู้กันอย่างแน่นอนและเมื่อเขาคิดเช่นนั่นแล้ว เสียงของระบบก็ได้ดังขึ้น
< ไม่ใช่ปัญหาโฮสต์ เพียงแค่ใช้แต้มตัวร้ายในการแลกเปลี่ยนก็สามารถบรรจุพวกมันทั้งหมดเข้าไปยังช่องว่างของระบบได้แล้ว >
...
หลังจากวันนี้ไปจะลงนิยายตอน10โมงเช้านะครับ