ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 27 ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมว

            ทะเบียนครัวเรือนของสวี่จือจือได้ย้ายตามเธอมาอยู่ที่หมู่บ้านผานสือ๻ั้๹แ๻่วันแต่งงานแล้ว

            เช้าตรู่ของวันนี้ เธอต้องไปตามกลุ่มคนงานเพื่อไปจับแมลงในไร่ฝ้ายซึ่งไม่ใช่เ๹ื่๪๫ง่ายเลย

            เมื่อวานเธอทำงานทั้งวัน พอตกเย็นก็ปวดหลังแทบขาดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็๲ยายแก่แปดสิบเก้าสิบ ต้องเดินหลังโก่งถึงจะไหว แถมยังไม่มีหมวกหรืออะไรมากันแดด กลับไปถึงบ้านหน้าก็แดงเรื่อไปหมด

            โชคดีที่ในสวนมีแตงกวาปลูกอยู่ เธอรีบเด็ดมาสองลูกหั่นเป็๞แว่นบางๆ แปะหน้าไว้ แต่พอมาวันนี้เธอมีประสบการณ์แล้ว หาผ้ามาคลุมหน้าใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าที่มีรอยปะชุน พรางตัวมิดชิดก่อนออกจากบ้าน แล้วก็เจอลู่จิ่งซานกำลังเดินเข้ามาพอดี

            “จะไปไร่เหรอ?” เขาถาม

            “อืม” สวี่จือจือพยักหน้า “วันนี้ไปจับแมลงในไร่ฝ้าย”

            ของที่ลู่จิ่งเหนียนให้มา ลู่จิ่งซานยังหาจังหวะเหมาะสมที่จะให้สวี่จือจือไม่ได้คิดว่าจะวางไว้บนตู้ข้างเตียง สวี่จือจือคงจะเห็นเอง แต่พอเขากลับจากทำธุระข้างนอก ถุงผ้าก็ยังอยู่ที่เดิมบนตู้ข้างเตียง

            “คุณไปก่อน เดี๋ยวผมตามไปช่วย” เขามองสวี่จือจือแล้วพูด

            “ได้สิ” มีคนมาช่วย สวี่จือจือย่อมยินดีแล้วก็ถามต่อ “มีอะไรจะพูดหรือเปล่า?”

            ไม่อย่างนั้นทำไมถึงมีท่าทีอึกอักกันล่ะ? นี่ไม่เหมือนลู่จิ่งซานเอาเสียเลย

            “ไม่มีอะไร” ลู่จิ่งซานนึกถึงผ้าหลายผืน ใบหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

            สวี่จือจือกลอกตา ไม่พูดก็ไม่พูด!

            “เมื่อวานผมมีธุระออกไปข้างนอก” เขาพูด

            “หา?” สวี่จือจือเบิกตาโต แล้วรีบโบกมือ “อ้อ ไม่ต้องบอกฉันเ๹ื่๪๫พวกนี้หรอก”

            เขาโตขนาดนี้แล้ว อยากจะทำอะไรก็ไม่ต้องรายงานเธอหรอกมั้ง ถึงจะกลับมาดึกไปหน่อย แต่เธอก็ไม่ได้อยากรู้สักนิด

            ทำไมน่ะเหรอ? ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวน่ะสิ เหมือนกับถุงผ้าที่เขาเอาไปวางไว้บนตู้ข้างเตียงถึงจะอยากเปิดดูแค่ไหน แต่ก็ควบคุมตัวเองไว้ได้

            นอนหลับไม่ดีกว่าเหรอ? ถ้าเกิดเปิดไปเจออะไรที่ไม่ควรเจอ แล้วโดนฆ่าปิดปากขึ้นมาจะทำยังไง?

            สวี่จือจือที่ได้เกิดใหม่แล้ว เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตสุนัขสำคัญกว่า

            “ถ้าไม่มีอะไร ฉันไปทำงานก่อนนะ” เธอพูดจบก็รีบวิ่งออกไป

            หัวหน้ากองงานเป่านกหวีดเป็๞ครั้งที่สามแล้ว แถมวันนี้ลู่จิ่งซานก็แปลกๆ ด้วย เธอไม่อยากอยู่กับเขาสองคน

            ลู่จิ่งซาน “...”

            ขมวดคิ้วมองตามแผ่นหลังของภรรยาที่วิ่งหนีไป สุดท้ายก็หัวเราะออกมาอย่างจนปัญญา

            กำลังจะเข้าบ้านก็เห็นน้องสาวของตัวเองลู่ซืออวี่ถืออ่างใส่น้ำมองพวกเขาอยู่

            ลู่ซืออวี่ประหลาดใจที่เห็นพี่ชายตัวเองยิ้มให้สวี่จือจือ หลายปีมานี้เขาอยู่ในกองทัพ นานๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้านทีปีสองปีถึงจะกลับมาสักครั้ง ไม่รู้ตัวเลยว่าน้องสาวที่ขี้อาย๻ั้๫แ๻่เด็กโตขึ้นขนาดนี้แล้ว

            “พี่” ลู่ซืออวี่พูดเสียงเบา “มีเสื้อผ้าอะไรไหมฉันจะซักให้”

            “ไม่ต้องหรอก” ลู่จิ่งซานลูบจมูก “เธอจะซักในลานหรือไปซักที่แม่น้ำ?”

            ถ้าซักในลาน เขาจะได้ช่วยตักน้ำให้

            “ฉันไปซักที่แม่น้ำ”

            ลู่ซืออวี่พูดอย่างผิดหวังทำท่าเหมือนจะร้องไห้

            ลู่จิ่งซานรู้สึกปวดหัว “รีบไปเถอะ” เขาพูดแล้วเหลือบมองเสื้อผ้าในอ่าง “หลิงซานล่ะ?ให้หล่อนไปซักด้วยกันสิ”

            เสื้อผ้าเยอะขนาดนั้น คงไม่ได้มีแค่ของลู่ซืออวี่คนเดียวหรอก

            “หลิงซานปวดท้อง” ลู่ซืออวี่ก้มหน้าพูด “งั้นฉันไปก่อนนะ”

            ถึงตอนนี้เธอจะปวดท้องนิดหน่อยเหมือนกัน แต่พอนึกถึงตรงนี้ลู่ซืออวี่ก็ก้มหน้าจับอ่างไว้แน่น แต่เสื้อผ้าพวกนี้เป็๲ของที่น้าเหอเปลี่ยนออกถ้าวันนี้ไม่ซักพรุ่งนี้น้าเหอก็จะไม่มีเสื้อผ้าใส่แล้ว

            พอนึกถึงสีหน้าของน้าเหอเมื่อกี้ ลู่ซืออวี่ก็ตาเป็๞ประกาย ถึงเธอจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของน้าเหอ แต่น้าเหอก็ดีกับเธอไม่ต่างจากหลิงซานแถมเมื่อกี้ยังให้ลูกอมกับเธอด้วย แต่เธอไม่ได้กิน และเอามันไปให้ลู่หลิงซานที่ปวดท้อง

            น้าเหอก็ดีใจกว่าเดิม ชมว่าเธอเป็๲พี่สาวที่ดี

            แต่พอนึกถึงสิ่งที่ลู่หลิงซานพูด ลู่ซืออวี่ก็ก้มหน้าลงอีกกัดริมฝีปากมองลู่จิ่งซาน สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

            ช่างมันเถอะ ตายก็ตายไป ยังไงในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครสนใจเธออยู่แล้ว

            เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ในหมู่บ้านกำลังลือกันเ๹ื่๪๫หนึ่งที่เกี่ยวกับเหอเสวี่ยฉิน

            มีเด็กหลายคนไปจับจักจั่นหลังหมู่บ้าน กลับมาดึกมากแล้วเห็นเงาดำๆพุ่งเข้าไปในสวนหลังบ้านของตระกูลลู่ เด็กพวกนั้นกลับไปเล่าให้ที่บ้านฟังก็ถูกดุด่าไปตามระเบียบ พูดอะไรกันแต่เ๱ื่๵๹เงาดำๆ ในตอนกลางคืน!

            พอตอนเช้ากินข้าวก็เอาเ๹ื่๪๫นี้มาพูดคุยกันที่หน้าหมู่บ้านก็พบว่าไม่ได้มีแค่บ้านของพวกเขาที่เห็น แต่ยังมีอีกหลายคนที่เห็นเงาดำๆ นั้น ถ้าเป็๞คนของบ้านตระกูลลู่ ทำไมไม่เข้าประตูหน้ากลับต้องปีนกำแพงเข้าไปด้วย?

            พอนึกถึงวันแต่งงานของลู่จิ่งซาน เหอเสวี่ยฉินก็หายตัวไปทั้งคืนจนตอนเช้าถึงมีคนไปเจอเธอในห้องใต้ดิน หรือว่าคนนั้นจะเป็๲ชู้ของเหอเสวี่ยฉิน? เป็๲ห่วงเหอเสวี่ยฉินเลยต้องปีนกำแพงเข้าไปในตอนกลางคืน?

            ในขณะที่กำลังพูดคุยกันก็เห็นลู่หวยเหรินปั่นจักรยานเหงื่อท่วมตัวกลับมาจากข้างนอก

            “หวยเหริน นี่ไปทำอะไรมาเหรอ?” มีคนถามด้วยรอยยิ้ม

            “เมื่อคืนทำงานกะดึก เพิ่งจะกลับมาเมื่อเช้าใครจะไปรู้ว่าโซ่จักรยานดันมาขาดซะได้” ลู่หวยเหรินพูดพลางหัวเราะ

            “โซ่จักรยานขาดได้ด้วยเหรอ?” มีคนพูดเบาๆ

            ทำไมถึงมีเ๹ื่๪๫บังเอิญแบบนี้ด้วย?

            ทุกคนมองลู่หวยเหรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปแต่ลู่หวยเหรินไม่รู้เ๱ื่๵๹พวกนี้

            สองวันนี้เขาต้องวิ่งไปๆ มาๆ ทั้งต้องดูแลเหอเสวี่ยฉินทั้งต้องยุ่งเ๹ื่๪๫งานรักษาความปลอดภัยที่โรงงานหม้อแปลงไฟฟ้า เหนื่อยแทบตาย ไม่มีอารมณ์จะมาพูดคุยกับคนในหมู่บ้านรีบเข็นจักรยานกลับบ้านไป

            สวี่จือจือรู้เ๱ื่๵๹เหล่านี้ก็จากปากของหลิวเหมียวสะใภ้ใหม่ที่ไปจับแมลงในไร่ฝ้ายด้วยกันเมื่อวาน

            “เธออย่าบอกคนในบ้านนะว่าฉันเป็๞คนบอก” หลิวเหมียวพูด“เ๹ื่๪๫นี้ลือกันทั่วหมู่บ้านแล้ว”

            สวี่จือจือรู้สึกว่าแม่สามีของเธอนี่ช่างร้ายกาจจริงๆ คงจะทนไม่ไหวจริงๆ สินะ

            สวี่จือจือไม่รู้จะใช้คำอะไรมาบรรยายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้เห็นใจสักนิด ถ้าตอนนั้นเธอไม่ต่อต้านตอนนี้คนที่ถูกชาวบ้านเอาไปนินทาก็คงเป็๞เธอแล้ว แอบตั้งตารอเลยว่าถ้าเหอเสวี่ยฉินได้ยินชาวบ้านพูดแบบนี้จะมีสีหน้าแบบไหนกัน

            ส่วนเ๱ื่๵๹เงาดำเมื่อคืน? สวี่จือจือว่าเธอพอจะรู้ว่าใคร ถึงเธอจะไม่ได้นอนร่วมเตียงกับลู่จิ่งซานแต่ถึงแม้ลู่จิ่งซานจะปูเสื่อนอนกับพื้น เวลาเขากลับมาก็เบามากอยู่ดี แต่ถึงยังไงก็อยู่ห้องเดียวกัน เธอจะไม่รู้ได้ยังไง?

            “งั้นเธอก็ต้องบอกทุกคนนะ” สวี่จือจือจับมือของหลิวเหมียวพูดอย่างจริงใจ“ถึงพ่อสามีของฉันจะเข้าเวรบ่อย แต่ฉันก็ไม่เชื่อว่าน้าเหอจะเป็๞คนแบบนั้น”

            เข้าเวรบ่อย? นั่นก็คือกลับบ้านไม่ได้สิ!

            พวกที่แกล้งทำเป็๞จับแมลง แต่แอบเงี่ยหูฟังอยู่ก็รู้สึกว่าพวกเขาจับประเด็นสำคัญได้แล้ว

            “สามีเธอมาแล้ว” หลิวเหมียวเชิดหน้าบอกสวี่จือจือ

            บนคันนา ลู่จิ่งซานกำลังเดินเข้ามาด้วยท่วงทีก้าวยาวๆ“คุณไปพักเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง”

            ไร่ฝ้ายอยู่ไม่ไกลจากริมน้ำ เขาช่วยลู่ซืออวี่ยกเสื้อผ้าไปที่แม่น้ำเสร็จก็เลยมา

            สวี่จือจือหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็เชื่อฟังไปนั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่ที่คันนา

            .............................