เมื่อร่างเบาดุจปุยนุ่น เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับสายลม เว่ยเซี่ยยามนี้จึงมิได้ต่างอันใดกับวิหคตัวหนึ่งบนท้องนภา อยากจะไปที่แห่งไหน อยากจะไปที่ใดก็ย่อมไปได้ดังใจนึก ทว่า…..จะไปที่ไหนล่ะดีล่ะ..? เว่ยเซี่ยมิได้มีญาติมากมายนัก มารดาคนงามนั้นอยู่กับชาวยุทธ์จอมปลอม ส่วนท่านป้าแสนสวยนก็อยู่ที่พรรคมาร มันไม่สามารถกลับไปยังสถานที่ทั้งสองแห่งได้ในยามนี้ เห็นทีคงจะต้องตระเวนเที่ยวไปจนทั่วให้หนำใจก่อน จากนั้นค่อยคิดต่อ
นี้คือสิ่งที่เว่ยเซี่ยครุ่นคิด ในขณะที่กำลังโผบินไปตามยอดไม้ ทว่า….ในยามนั้นเองหูของมันก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากพื้นดิน
"อย่าร้อง ให้เจ็บคอเลยแม่นาง แถวนี้มิมีผู้ใดได้ยินเจ้าหรอก เก็บแรงไว้ร้องยามขึ้นสวรรค์กับพวกข้าจะดีกว่า…หึหึ"
"ท่านโจรทั้งสองได้โปรดอย่าทำอันใดข้าเลย ปล่อยข้ากลับบ้านเถิดยามนี้ ลูกและผัวข้าคงชะเง้อคอรอแล้ว"
"เจ้ามีลูกผัวแล้วรึ…? เช่นนั้นก็ยิ่งดีเลย พวกข้าจะได้มิต้องสอนเกมกามอันใดให้เสียเวล่ำเวลา มิน่าเล่าทรวดทรงองเอวของเจ้าถึงดูอวบอัดนัก อ๊าาาาา….าาา ยิ่งเห็นข้าก็ยิ่งเงี่ยนจนทนไม่ไหวแล้ว"
"ช้าก่อนน้องเล็ก ข้าเป็นพี่ใหญ่เจ้าลืมไปแล้วหรือ ยามเยาว์เวลามีของกินข้ามักจะแบ่งให้เจ้าก่อนเสมอ จำไม่ได้รึไร ยามนี้เจ้าก็ควรจะตอบแทนโดยให้ข้าสนุกก่อนบ้าง"
"ที่พี่ใหญ่กล่าวมาก็ถูกต้อง แต่ข้าเกรงว่า หากนางโดนท่อนทวนมหากาฬของพี่ทิ่มแทงเข้าไป คูหาสวรรค์ของนางอาจจะพังยับเยินจนข้ามิสามารถใช้ต่อได้"
"เช่นนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้ ทวนของข้ามันใหญ่โตผิดมนุษย์มนากันล่ะฮ่า ฮ่า ฮ่า เอ้า ๆ เจ้าหลบไปยืนดู ยืนชักว่าวรอยู่ข้างหลังเถิด ไว้พี่ขึ้นสวรรค์กับนางเรียบร้อยแล้วเจ้าค่อยมาต่อข้า"
เจ้าโจรล่าสวาทผู้พี่สะบัดมือไล่น้องชายของมันให้ออกไปไกลอย่างไม่แยแส ซึ่งตัวโจรผู้น้องก็ทำหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ต้องยอมทำตาม จากนั้นไอ้โจรล่าสวาทผู้พี่ยิ่งเริ่มถอดเสื้อผ้าของมันออกจากร่างกาย และพอสาวชาวบ้านผู้เห็น สองตาของนางก็เบิกกว้างก่อนจะหวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เพราะเบื้องหน้าที่พบคือ แก่งกายท่อนใหญ่ขนาดเกือบ 14 ชุ่น ชูชันแข็งโด่เด่ หัวเห็ดบานทะโร่ม่วงก่ำ และลำโคนเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนน่าเกลียด
"กรี๊ดดดดด..ดดดด ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย อย่าเข้ามานะ"
เสียงกรีดร้องของนางดูจะไร้ความหมายยิ่งนัก เพราะแถวนั้นเป็นป่ารกทึบห่างไกลหมู่บ้านของผู้คน ส่วนที่นางเข้ามาแถวนี้ก็เป็นเพราะมาหาของป่าไปขาย ทว่า…บังเอิญโชคร้าย ได้พบกับสองโจรล่าสวาท ผ่านมาพบเข้าพอดี พวกมันจึงคิดระยำ ข่มเหงย่ำยีนาง
"มามะ แม่นาง…มาสนุกกันดีกว่า รับรองว่าหากเจ้าได้ลิ้มรสมันแล้วล่ะก็ เจ้าอาจจะหลงลืมผัวที่บ้านไปเลยก็เป็นได้"
เจ้าโจรล่าสวาทผู้พี่เอ่ยขึ้นพร้อมใบหน้าบิดเบี้ยวลามก ส่วนปากก็มีน้ำลายไหลอย่างหื่นกระหาย มันค่อย ๆ ก้าวเท้าตรงเข้ามาไปหานางอย่างแช่มช้า ส่วนท่อนทวนยักษ์ตรงหว่างขาของมันก็ผงกหัวงึก ๆ เตรียมที่จะมุดทะลวงเข้าไปในร่างของนางอย่างกระตือรือร้น ทว่า…..ยังมิทัน ที่เจ้าโจรล่าสวาทผู้พี่จะได้สัมผัสแตะต้องร่างกายนาง มันก็พลันส่งเสียงร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเอามือกุมเป้า และล้มลงไปนอนดิ้นพล่านที่พื้น
"โอยยยยยย…ยยยย ของข้าขาดแล้ว อ๊ากกก…กกกก เจ็บว้อยยย…ยยยยย"
มันร้องครำครวญก่อนจะดิ้นทุรนทุราย และแน่นิ่งไปในที่สุด
ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาน้องชายของมันตื่นตกใจมาก แต่จากนั้นไม่นานมันก็ได้เห็นเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งยืนถือกระบี่สีดำอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวดุดันราวกับปีศาจ ผมเผ้ากระแซะกระเซิง แถมทั่วร่างยังแผ่ปราณน่าสยดสยองออกมาไม่หยุด
"จะ….จะ…เจ้า….." เจ้าโจรล่าสวาทผู้น้องยกมือชี้หน้าเว่ยเซี่ยก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้า พร้อมด้วยท่าทางหวาดกลัวจนตัวสั่นระริก
"ไส…หัว…ไปซะ…หากเจ้าไม่อยากมีสภาพเช่นมัน" เว่ยเซี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดูเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก และพอเจ้าโจรล่าสวาทผู้น้องได้ยินสองตาของมันก็เบิกกว้างก่อนจะพลันลุกขึ้น และวิ่งจากไปอย่างไม่คิดชีวิต
หญิงสาวชาวบ้านผู้นั้นเองก็หวาดกลัวเช่นกัน แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ กล่าวขอบคุณเว่ยเซี่ยที่สอดมือมาช่วยนางมิให้ถูกพวกโจรล่าสวาทต่ำช้าข่มเหง
"ขะ…..ท่านจอมยุทธ ขอบคุณท่านจอมยุทธ หากไม่ได้ท่านช่วยข้าคงแย่ ข้าจะตอบแทนท่านอย่างไรดีโปรดบอกข้ามาเถิด"
หญิงสาวชาวบ้านกล่าวขึ้นพร้อมโขกหัวลงพื้นไม่หยุด
"ตอบแทนข้าหรือ? ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว"
"ชะ…เช่นนั้นท่านจอมยุทธประสงค์สิ่งใด ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา มิได้มีเงินมีทองมาก แต่ถ้าท่านต้องการข้าก็พร้อมจะยกให้หมด"
"เงินทองรึ? ของเช่นนั้นข้าไม่ต้องการหรอก"
"มิได้ต้องการเงินทอง เช่นนั้นท่าน….."
สาวชาวบ้านผู้นั้นขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น และยามนั่นนั้นเองที่นางได้เห็นสายตาของเว่ยเซี่ย ซึ่งมันทำให้นางถึงกับพลันขนลุกเกรียวด้วยความหวาดกลัว สายตาของเด็กหนุ่มที่มองลงมายามนี้ มิได้แตกต่างกับเจ้าสองโจรล่าสวาทก่อนหน้านี้แม้แต่น้อยเลย
"ระ….หรือว่าท่าน……."
"หึหึ….ใช่แล้ว แม่นางข้าต้องการสิ่งนั้น สิ่งเดียวกับพวกมันอยากจะทำกับเจ้า แต่เจ้าอย่าได้หวาดกลัวไปเลย ที่ข้าต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อฝึกวิชา"
"ฝะ….ฝึกวิชาอันใดข้ามิเคยได้ยินมาก่อนว่าเรื่องพรรค์นั้นใช้ฝึกวิชาได้"
"เจ้าหาใช่ชาวยุทธ์ ไม่เคยได้ยินก็มิใช่เรื่องแปลก มาเถิดขอข้าทำเพียงครั้งเดียว เจ้าไม่สึกหรออันใดหรอก พอทำเสร็จข้าก็จะจากไปแต่โดยดี คิดเสียว่าเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยชีวิตเจ้า ลองคิดดูนะหากเมื่อครู่ข้าไม่สอดมือเข้าช่วย ยามนี้เจ้าอาจจะถูกขืนใจจนตายไปแล้วก็เป็นได้ ด้วยขนาดของเจ้าโจรล่าสวาทที่นอนตายอยู่ตรงนั้น เจ้าคิดว่าจะทานทนของมันไหวจริงหรือแม่นาง…."
หญิงสาวชาวบ้านพอได้ฟังนางก็สะดุ้งตกใจหน้าซีด เพราะยังไม่หายสยดสยองจากภาพของแก่นกายยักษ์เมื่อครู่
"ชะ..เช่นนั้นก็ได้ เพียงแค่ครั้งเดียวพอนะ" นางเอ่ยแผ่วเบาพร้อมท่าทางเอียงอาย เมื่อนั้นรอยยิ้มชั่วร้ายของเว่ยเซี่ยจึงปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนทั้งสองจะปลดเปลื้องอาภรณ์ที่สวมใส่ออกจากร่าง และพอหญิงสาวชาวบ้านเห็นเจ้ามังกรตาเดียวของเว่ยเซี่ยที่ผงาดชูชันอยู่ นางก็เบาใจขึ้นหลายส่วน เพราะขนาดของมันใหญ่เพียง 8-9 ชุ่นเท่านั้น ใหญ่กว่าของสามีนางเล็กน้อย แต่เล็กกว่าของเจ้าโจรล่าสวาทที่นอนตายอยู่ตรงนั้นมาก
“ ตอนนี้ข้าพร้อมแล้ว เรามาลงมือกันเถอะ ”
หญิงสาวชาวบ้านทำท่ากระบวนกระบิดหน่อยหนึ่ง ก่อนลงไปนอนหงายตรงบนที่พื้นดิน เว่ยเซี่ยชมดูร่างเปลือยเปล่าขาวสะอาดหมดจรดของหญิงสาวชาวบ้าน แม้ขณะนี้หญิงสาวชาวบ้านจะนอนเอาขาก่ายกันเอามือกอดอกแน่นคล้ายป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายมองเห็นได้ แต่มันยิ่งกลับเพิ่มความกำหนัดให้แก่ฝ่ายชายมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าเว่ยเซี่ยจะเคยเห็นร่างของหญิงสาวมามากมาย แต่ความสวยงามของเรือนร่างหญิงสาวชาวบ้านผู้นี้กลับทำให้เขารู้สึกอยากเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีเบื่อ ยิ่งยามนี้หญิงสาวชาวบ้านกลับทำกระบวนกระบิดเหนียมอาย มันกลับเป็นการท้าทายเรียกร้องให้มันเอามือไปแกะแขนขาที่หญิงสาวชาวบ้านพยายามปกปิดเรือนกายของนางให้เผยออกมา เว่ยเซี่ยลงไปนอนคร่อมร่างหญิงสาวชาวบ้าน ก้มลงจูบไซร้ไปตามแก้มหอมของนาง ซุกไซร้ไปที่ซอกคอ ส่วนมือก็เอื้อมมาจับมือหญิงสาวชาวบ้านที่เกาะกุมเต้านมของตัวเองออก หญิงสาวชาวบ้านทำเป็นดิ้นดึงดันชั่วครู่ เหมือนยั่วยวนให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความกระสันขึ้น ก่อนสุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เว่ยเซี่ยเอามือสากหนาของมันมาจับเต้านมอวบอิ่มของนางบีบเล่นจนได้...
จบตอน