บทที่ 41 สหายเก่า
เมื่อความเลือนรางของร่างจำแลงทั้งห้าเหนือหัวชายหนุ่มได้จางหายไป และได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา
เวลานี้ดวงตาของทั้งสามได้ฉายชัดถึงความตกตะลึง
“สัตว์เทพทั้งห้า นะ..นี่มันวิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศ ตระกูลหลิน”
“เจ้า…เป็นผู้ใดกันแน่” สิ้นเสียงของหลงหมิง
เหล่าจอมยุทธ์ในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นตกใจ
“ตะ…ตระกูลหลินงั้นรึ ไม่ใช่ว่าตระกูลหลินถูกทำลายและผู้คนถูกสังหารจนหมดไม่ใช่งั้นรึ”
“หรือว่าข่าวลือในตอนนั้นจะเป็นจริง ผู้นำตระกูลและภรรยาของเขาแท้จริงแล้วได้พาทายาทของตนไปซ่อนไว้ในที่ห่างไกลก่อนที่ตระกูลหลินจะถูกทำลาย”
“ไม่ผิดแน่ ในมหาทวีปฟ้านิรันดร์แห่งนี้ไม่มีวิชามรรคใดที่สามารถสร้างร่างจำแลงสัตว์เทพทั้งห้าพร้อมกันได้เช่นนี้”
“หากเรื่องนี้หลุดออกไปนอกสนามรบร้อยดินแดน ขุมอำนาจของมหาทวีปฟ้านิรันดร์จะต้องเคลื่อนไหวกันใหญ่โตเป็นแน่”
ผู้คนต่างพากันพูดคุยกันไปต่างๆนานา จนกระทั่งตอนนี้เอง เสียงอันเยือกเย็นได้ดังขึ้นเหนือฟากฟ้า
“ตระกูลหลินงั้นรึ ดีวันนี้ข้ากู่ยงบุตรแห่งเทพสังหารจะตัดศีรษะของเจ้าเอง เจ้าหนอนแมลงที่หลุดรอดไป” กู่ยงเอ่ยออกมาพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารอันรุนแรง
“บุตรแห่งเทพสังหารคือสิ่งใดกัน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เหตุใดจิตสังหารของเขาถึงได้น่ากลัวเช่นนี้” ศิษย์ผู้หนึ่งของสำนักสยบมังกรเอ่ยออกมา
“บุตรแห่งเทพสังหาร ไม่ใช่ว่าตำแหน่งนี้ถูกเว้นว่างมาหลายพันปีแล้วงั้นรึ ว่ากันว่ายุคที่สมาคมดับดาราน่ากลัวที่สุดก็คือยุคที่มีเทพสังหารในสมาคม”
“และตำแหน่งของเทพสังหารนั้นอยู่สูงกว่าจ้าวดาราเสียอีก แต่การที่จะเป็นเทพสังหารได้นั้นคนผู้นั้นจะถูกแต่งตั้งให้เป็นบุตรแห่งเทพสังหารเสียก่อน แต่ทว่าเงื่อนไขก่อนจะได้เป็นนั้นล้วนไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นอกจากจ้าวดาราในยุคนั้นๆ”
หนึ่งในราชันย์ยุทขั้นต้นของสำนักสยบมังกรได้เอ่ยออกมา พร้อมจ้องมองไปยังกู่ยงด้วยสายตาหวาดหวั่น
“หากเป็นเช่นนั้นไม่ใช่ว่าต่อไป อำนาจของสมาคมดับดาราจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเลยไม่ใช่รึ” ราชันย์ยุทขั้นต้นอีกคนได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ถูกต้อง หากสนามรบร้อยดินแดนเปิดออกอีกครั้ง พวกเราจะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกเจ้าสำนักเป็นอย่างแรก” เสียงของราชันย์ยุทธ์อีกคนเอ่ยตอบ เมื่อเทียบกับราชันย์ยุทธ์คนก่อนหน้า ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้
“ในตอนนี้ข้าหวังว่า เจ้าคนที่เหมือนจะเป็นทายาทตระกูลหลินผู้นั้นจะสามารถรับมือกับเจ้าพวกนั้นได้จนกว่าศิษย์พี่หญิงและศิษย์แกนหลักที่เหลือจะกลับมา” เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เสียงการปะทะของทั้งสี่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
“หัตถ์พิษห้ากระบวน”
“หัตถ์พิษมายา”
สิ้นเสียงของเฉินเฮาเริน ฝ่ามือที่ถูกสร้างด้วยปราณพิษสีเขียวได้พุ่งมายังเบื้องหน้าของชายหนุ่ม พร้อมกับระเบิดออกทำให้ปราณพิษถูกกระจายรอบตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ในตอนที่เฉินเฮาเรินเริ่มเปิดฉากโจมตี กู่ยงและหลงหมิงก็ได้ลงมือตามในทันที
“หอกดับชีวา” สิ้นเสียงของกู่ยง หอกปราณสีดำนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้นด้านหลังของกู่ยง พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มรอบทิศทาง
“กรงเล็บมังกรเสี้ยว” ฝ่ามือปราณที่ผสมกลิ่นอายของมังกรเหนือหน้านฟ้าได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับพุ่งลงเข้าหาชายหนุ่ม และผสานเข้ากับการโจมตีทั้งสองก่อนหน้า เจ้าของการโจมตีนี้ก็คือหลงหมิงนั่นเอง
ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มที่เห็นทั้งสามส่งการโจมตีออกมาพร้อมๆกัน ราวกับว่าจะให้ตนตกตายในการโจมตีครั้งนี้ให้ได้อย่างไรอย่างนั้น
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มได้โคจรพลังปราณของตน พร้อมกับมีร่างขนาดใหญ่ของเต่าดำมากันการโจมตีอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม
แม้วิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศจะทรงพลัง แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงของวิชานี้ได้ แม้ระดับพลังจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่พอที่จะใช้วิชามรรคนี้ได้อย่างเต็มที่ อย่างมากที่สุดตอนนี้ก็คือเอาร่างจำแลงของสัตว์เทพมาโจมตีและป้องกันก็เท่านั้น
ในตอนที่ชายหนุ่มเตรียมจะปะทะกับการโจมตีของทั้งสามอยู่นั่นเอง ร่างร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นอยู่เบื้องหน้าการโจมตีของทั้งสาม
ในตอนนั้นเองสิ่งที่เหลือเชื่อก็ปรากฏต่อสายตาของทุกผู้คน เจ้าของร่างนั้นกับเป็นสุนัขสีดำทมิฬตัวหนึ่ง แต่แล้วเจ้าสุนัขตัวนั้นมันก็ทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
สุนัขที่ลอยตัวอยู่เบื้องหน้าการโจมตีของทั้งสามนั้น ได้อ้าปากของมันขึ้นพร้อมกับขยายขนาดจนน่าตกตะลึง วินาทีต่อมาปากของสุนัขตัวนั้นได้กลืนกิน การโจมตีของทั้งสามเข้าไปในคำเดียว พร้อมกับเอ่ยออกมา
“พลังของเจ้าสามคนนี้อร่อยใช้ได้เลยนะโฮ่ง”
“สภาพของเจ้าดูไม่ได้เลยนะโฮ่ง หลินตง”
“คะ…คงหมิง” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง
จากผู้เขียน: เจอกันอีกทีวัน เสาร์ อาทิตย์ นะครับ ไรต์ใช้เวลาหลังเลิกงานแต่ง อาจจะแต่งวันต่อวันไม่ทัน บางตอนอาจใช้เวลาถึงสองวันนะครับ ส่วนเสาร์อาทิตย์ หากไม่มีธุระด่วนจะมีลงทุกวันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
(ตอนนี้ไรต์แต่งไปตาจะปิดไป555)
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio