ตอนที่ 299 : นครจิ่วเหยาที่เงียบเหงา
“ขอบคุณเถ้าแก่!” เฉินโม่กล่าวขอบคุณจากใจ
ลั่วฉวนพยักหน้าตอบรับ
เฉินโม่นำขนหางเก็บใส่แหวนมิติอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงปาดเช็ดคราบน้ำมันจากอาหารที่เลอะปากให้เฉินอี้อี้...
ค่ำคืนนี้คล้ายยาวนาน
โบราณสถานเปิดออกนั้น ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจของผู้ฝึกตนจำนวนมาก
ทว่าทางด้านสัตว์อสูรที่ตื่นรู้ปัญญา ต่างก็คิดมาแสวงโชคเช่นเดียวกัน
สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนขณะนี้กำลังเพ่นพ่านไปมาภายในเขตภูเขาห้าธาตุ...
ระหว่างทางพวกมันได้กลิ่นหอมลอยฟุ้งในอากาศ ดวงตานั้นเป็นต้องเผยสีแดงก่ำ
พวกมันรับรู้ได้ว่า กลิ่นหอมหวนนี้จะช่วยพวกมันให้ก้าวหน้าอย่างมหาศาล!
ด้วยเหตุนี้สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนจึงหันเหทิศทางมุ่งหน้าไปยังต้นตอของกลิ่น...
ค่ำคืนเงียบสงบ อย่างน้อยเฉินโม่และเฉินอี้อี้ก็คิดเช่นนั้น
เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรยังคงดังครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าหลังจากที่มันเข้ามาใกล้ระยะหนึ่ง ออร่าเหล่านั้นจะเลือนหายไปอย่างไม่คาดคิด!
หากได้รู้ อย่างไรก็ต้องมองว่าปรากฏการณ์นี้แปลกเกินไป
เมื่อใดที่ข้ามผ่านเข้ามาในระยะ สัตว์อสูรเหล่านั้นจะสลายหายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
มันเกิดขึ้นอย่างไม่มีข้อยกเว้น!
เมื่อสัตว์อสูรทรงอำนาจขอบเขตทดสอบเต๋าตกตายอย่างแปลกประหลาด สัตว์อสูรตัวอื่นถึงค่อยสงบอาการกันลงได้
พวกมันพึ่งได้ตระหนักตอนนี้ว่า พื้นที่ตรงหน้าเป็นที่ที่ไม่อาจเหยียบย่างเข้าไป!
……
เดิมเฉินโม่และเฉินอี้อี้ยังมีความกังวล ว่าสัตว์อสูรเป็นฝูงอาจบุกเข้ามาในยามค่ำคืน
โบราณสถานเปิดออกแล้ว เกรงว่าทิศทางนี้จะมีสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนมุ่งหน้ามา
ทว่าพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรเหล่านั้นเป็นของจริง กระนั้นเสียงจะเลือนหายไปเมื่อเข้ามาใกล้ถึงระยะหนึ่ง
พอผ่านไปอีกครู่ ก็จะมีเสียงคำรามดังมาอีกระลอก
ทั้งสองหันมองทางลั่วฉวนที่หลับตาสงบใจท่ามกลางสถานการณ์เช่นตอนนี้ แต่พอคิดให้ดีทั้งสองก็คลายความสงสัยได้
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความคิดที่ติดอยู่ในใจ
ทั้งหมดนี้คล้ายจะเป็นฝีมือของเถ้าแก่หรอกเหรอ!
ทั้งสองไม่ทราบว่าเถ้าแก่แข็งแกร่งเพียงใด และจะยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ของพวกตนหรือไม่...
ช่วงเช้าตรู่
ภายในป่าเกิดม่านหมอกบดบังทัศนวิสัย แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกเข้ามาเล็กน้อยประหนึ่งแดนวิเศษ
ร่างที่พบเห็นอยู่ไม่ไกลโดยมีหมอกจางบดบังไว้คือลั่วฉวน
ตัวเขาอยู่แยกห่างจากเฉินโม่และเฉินอี้อี้
แม้เป้าหมายทั้งสองฝ่ายจะเป็นโบราณสถานเช่นเดียวกัน ทว่าลั่วฉวนไม่คิดเดินทางร่วมไปด้วย
อย่างไรแล้วเป้าหมายของลั่วฉวนก็คือการขายสินค้าให้มากเข้าไว้!
แน่นอนว่าเมื่อกล่าวล่ำลา ทั้งสองยังไม่ลืมซื้อหาสินค้าจากร้านต้นตำรับเพิ่ม
ลั่วฉวนบอกกล่าวทั้งสองแล้วว่าร้านต้นตำรับเปิดทำการที่นครจิ่วเหยาแห่งจักรวรรดิเทียนชิง
เฉินโม่และเฉินอี้อี้คิดในใจ ว่าจะต้องหาโอกาสบอกต่ออาจารย์ของพวกตนเรื่องโบราณสถานที่เปิดออก รวมถึงการได้พบเจอเถ้าแก่ร้านต้นตำรับเช่นลั่วฉวน...
นครจิ่วเหยา
เพราะโบราณสถานเปิดออก หลายกองกำลังในเมืองต่างออกเดินทางกันคณะแล้วคณะเล่าอย่างเร่งรีบ
ผ่านไปเพียงครู่ นครจิ่วเหยาจึงเงียบเหงาขึ้นมา
“วันนี้นครจิ่วเหยาเงียบดีจริง!” ปู้หลี่เกอกล่าวพลางรับชมถนนหนทาง
ปู้ฉืออีพยักหน้ารับเล็กน้อย “ผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างมาเพราะโบราณสถาน ตอนนี้มันปรากฏออกแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดอยู่ที่นครจิ่วเหยาอีก”
ปู้หลี่เกอเผยยิ้ม “เป็นเช่นนั้น! แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องใดกับพวกเรา อย่างไรพวกเราก็มีเกมที่ร้านเถ้าแก่ให้ได้เล่น!”
ปู้หลี่เกอรู้สึกว่าการเล่นเกมนี้เสมือนฝันไป...
ไม่ช้าทั้งสองจึงมาถึงตรอกที่ตั้งร้านต้นตำรับ
นับว่าเป็นภาพหาได้ยากที่จะมีหลายคนมายืนรอหน้าร้าน
เป็นหน่วยทหารรับจ้างของเว่ยฉิงจู่และโจวหู่
ทั้งยังมีชายศีรษะล้านเช่นจางอวี่ร่วมทางมาด้วย
ตอนที่ 300 : เถ้าแก่ไม่อยู่
“สังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล” ปู้หลี่เกอพึมพำระหว่างรับชมเรื่องราว
นี่เป็นภาพฉากยากพบเห็น
ทำไมคนกลุ่มนี้ไม่เข้าไปในร้าน?
นี่ได้เวลาเปิดร้านแล้วไม่ใช่หรือ?
ด้วยความสงสัย ปู้หลี่เกอและปู้ฉืออีจึงเดินเข้าไปดู
“มีคนมาเพิ่มอีกแล้ว” เมื่อพบเห็นคนทั้งสอง หนึ่งในกลุ่มคนได้กล่าวกระซิบ
“ทำอะไรกันที่ตรงนี้ ไม่เข้าไปในร้านกันหรือ?” ปู้ฉืออีกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ดูนั่น” เว่ยฉิงจู่ชี้ที่ประตูร้านต้นตำรับ
ที่ปลายทางของนิ้ว ปู้หลี่เกอและปู้ฉืออีจึงได้เห็นว่ามันมีป้ายขนาดเล็กแปะเอาไว้
อักษรขนาดเล็กเขียนไว้ให้ได้อ่าน
‘ระหว่างนี้ร้านปิดสักหลายวัน’
ความหมายกระจ่างชัด มองเพียงครั้งเดียวก็ทราบความ
ปู้หลี่เกอถึงกับชะงักไป
เขาไม่คาดคิดว่าร้านต้นตำรับจะปิดเช่นนี้!
ปู้ฉืออีเผยสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้ปู้หลี่เกอ
ตลอดเวลาที่แวะเวียนมาร้าน เถ้าแก่ก็อยู่โดยตลอดไม่เคยไปไหน
แต่แล้ววันนี้ร้านกลับปิด ทุกคนถึงได้ตระหนักว่าหากร้านปิดก็ไม่มีทางหาตัวเถ้าแก่พบได้!
“เถ้าแก่ไปไหนกัน! ทำไมไม่เปิดประตูร้าน!”
ปู้หลี่เกอเกาศีรษะรุนแรงพร้อมเผยสีหน้าฉุนเฉียว
วันนี้เขามีแผนออกสำรวจโหมดทั่วไป
กระนั้นร้านปิด แผนที่วางไว้ก็พังพินาศ
“เถ้าแก่ไปยังโบราณสถานหรือเปล่า?” ปู้ฉืออีครุ่นคิดก่อนจะกล่าว
ทุกคนต่างชะงัก
เหมือนว่าจะสมเหตุสมผล
สำหรับพวกเขาเหล่านี้ โบราณสถานที่เปิดออกไม่ใช่อะไรที่ข้องเกี่ยวด้วย
หากไปก็มีแต่จะถูกสังหารโดยเปล่า
ทว่าเถ้าแก่นั้นไม่ใช่!
กลุ่มคนทราบดีถึงกำลังของลั่วฉวนว่าสุดแท้จะหยั่งได้ถึงเพียงใด!
และโบราณสถานย่อมเป็นสถานที่ซึ่งมีของดีมากมายซุกซ่อน
เป็นธรรมดาหากเถ้าแก่จะคิดอยากไปดู!
คิดถึงตรงนี้ ทุกคนค่อยทราบว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
เว่ยฉิงจู่พยักหน้ารับ “น่าจะเป็นอย่างที่ว่า พอโบราณสถานเปิดออกเมื่อวาน ผู้ฝึกตนทั้งหลายก็ออกไปนอกเมือง”
โจวหู่กล่าวเสริม “เป็นเช่นนั้น พวกนั้นออกไปจากเมืองจนทำเมืองเงียบเหงาไม่ใช่น้อย”
ปู้หลี่เกอเผยความโศก “อย่างนั้นทำยังไงดี คิดถึงโคล่า แท่งเครื่องเทศ แล้วก็เกมชะมัด...”
พูดคุยกันครู่หนึ่งกลุ่มคนค่อยกระจายตัว
ตรอกกลับคืนความสงบอีกครั้งหนึ่ง...
ลั่วฉวนนั้นนำหน้าผู้อื่นมาไม่ใช่น้อย
ระหว่างทางเขายังได้เห็นผู้ฝึกตนทั้งหลายเร่งร้อนบินไปด้วยสีหน้ากระหาย
ลั่วฉวนไม่คิดข้องเกี่ยวกับคนเหล่านั้นด้วย
เขาคาดเดาว่าคนเหล่านี้น่าจะเป็นผู้ฝึกตนที่โดนโบราณสถานดึงดูดมา
นอกจากนี้แล้วยังมีหน่วยขนาดใหญ่ที่มีผู้ฝึกตนมากมาย
คนเหล่านี้อ่อนด้อยที่สุดก็ขอบเขตจิตวิญญาณ!
ลั่วฉวนยังได้พบเจอผู้ฝึกตนขอบเขตทดสอบเต๋าหลายต่อหลายคน!
แน่นอนว่าเหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตทดสอบเต๋าเหล่านั้น หาได้มีกำลังเกินไปกว่าระดับที่สี่หรือว่าห้า
อย่างไรแล้วทวีปเทียนหลันแห่งนี้ ผู้ฝึกตนขอบเขตทดสอบเต๋าระดับสูงสุดก็ไม่ใช่มีมากมายเกลื่อนกลาด
สำหรับร้านต้นตำรับที่มีผู้ฝึกตนขอบเขตทดสอบเต๋าระดับสูงสุดแวะเวียนมามาก คนพวกนั้นก็มาเพราะความพิเศษของตัวร้านดึงดูดมา!
นอกจากนี้แล้วเมื่อโบราณสถานแห่งทวีปเทียนหลันเปิดออก สภาพแวดล้อมจะเกิดความเปลี่ยนแปลง ระดับความอันตรายขณะนี้หาได้มีผู้ใดกล้ากล่าวอย่างมั่นใจ
หากกำลังอ่อนด้อย เช่นนั้นเข้าไปก็ไม่ต่างกับแส่หาความตาย...
นอกจากบรรดาผู้ฝึกตน ลั่วฉวนยังได้พบสัตว์อสูรอีกจำนวนไม่น้อย
ทว่ารูปลักษณ์ของพวกมันกลับทำให้ลั่วฉวนต้องเบิกตามอง...
“โบราณสถานเผยตัวออก ขณะนี้ไม่ไกลห่างจากการเปิดออกอย่างเต็มที่”
ลั่วฉวนจ้องมองมายาแห่งโลกบนฟากฟ้า
สถานที่ซึ่งมีผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนไปรวมตัวกัน เหตุการณ์นองเลือดกำลังใกล้ปะทุขึ้นแล้ว!