เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 53 ภูผาเร้นลับ (100%)

    แสงตะวันส่องสว่างอยู่เหนือเมืองหลวง ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรง เหล่าศิษย์อาจารย์ตัวแทนแคว้นซิง และผู้ติดตามทั้งหลาย ยืนอยู่บนหอลอยฟ้าในเขตหวงห้ามของวังหลวงเวทเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ปรากฏอยู่กลางหอ อักขระโบราณในวงเวทเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง ตราสัญลักษณ์ที่อยู่ตรงกลางปล่อยคลื่นพลังกดดันออกมาจนบรรยากาศรอบ ๆ สั่นไหว“ตามประวัติที่สืบทอดต่อกันมาของราชวงศ์ หอคอยราชันถูกค้นพบในภูผาเร้นลับ พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสี่แคว้น ในขณะที่ฮ่องเต้ของแคว้นทั้งสี่ร่วมมือกันมาปราบเหล่าสัตว์อสูรที่ออกทำร้ายผู้คน ไอพลังพิเศษในหอคอยมีผลดีต่อการเสริมสร้างพลังกายและพลังจิตเป็นอย่างมาก""รอบภูผาเร้นลับเต็มไปด้วยสัตว์อสูรขั้นสูง ที่มีพลังเทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับเทพยุทธ์ช่วงปลายสุด ฮ่องเต้ทั้งสี่แคว้นจึงร่วมกันใช้สิ่งล้ำค่าจำนวนมาก ไปเชิญจอมเวทจากห้าแคว้นใหญ่มาสร้างม่านพลังป้องกันสัตว์อสูร และสร้างเวทเคลื่อนย้ายไว้ในดินแดนของตน เพื่อส่งตัวแทนเดินทางไปยังสนามประลองได้อย่างปลอดภัย”ฮ่องเต้เอ่ยอธิบายให้ทุกคนฟัง พลางยืนจ้องมองเวทเคลื่อนย้ายด้วยความเจ็บปวด ราชวงศ์จินสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปจำนวนมาก แต่ได้ครอบครองสิทธิ์ในการเข้าหอคอยราชันเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงแรก ๆ แม้กระทั่งการเปิดเวทเคลื่อนย้ายก็ต้องใช้ยาเสริมปราณขั้นสูงจำนวนหนึ่งหมื่นเม็ดเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของวงเวท“เฮ้อ..” ฮ่องเต้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วส่งยาเสริมปราณขั้นสูงเข้าสู่วงเวทขนาดยักษ์ เวทเคลื่อนย้ายเริ่มสั่นไหว สัญลักษณ์ตรงกลางเปล่งรัศมีสว่างเจิดจ้า ห้วงมิติแสงปรากฏขึ้นกลางวงเวท“พวกเราไปกันเถอะ”ฮ่องเต้เดินไปอุ้มซู่มินน้อยคนงาม แล้วเดินนำเข้าไปในห้วงมิติแสง ทุกคนที่เหลือก็ทยอยเดินตามเข้าไป เมื่อคนทั้งกลุ่มเดินเข้าไปหมดแล้ว ครู่ใหญ่ ๆ ห้วงมิติกลางวงเวทก็ปิดลง ภูผาเร้นลับเป็นภูเขาหินขนาดใหญ่ รอบด้านเป็นป่าดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรขั้นสูงนับพันตัว บนยอดเขายักษ์เป็นที่ตั้งของหอคอยหินโบราณสูงพันศอก ม่านพลังสีเทาเข้มกางครอบคลุมยอดเขาไว้อย่างแน่นหนา“วาบ!” ที่จุดหนึ่งของยอดเขาหิน มวลอากาศเริ่มผันผวน ช่องมิติแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย คนกลุ่มใหญ่ก้าวออกมาจากมิติแสง“คลื่นพลังปราณเข้มข้นนัก!” ซู่หลันอดอุทานไม่ได้ เมื่อสัมผัสถึงความแข็งแรงของคลื่นพลังปราณในอากาศทุกคนสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง พลังปราณที่ไหลเข้าสู่ร่างทางจมูกนำพาพลังกระจายไปทั่วร่าง หากได้ฝึกฝนตนที่นี่ พลังยุทธ์และพลังจิตต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอนซู่มินเองก็รู้สึกถึงแรงปรารถนาอันแรงกล้าของอาจารย์มังกรที่แผ่ออกมาจากจุดเสินถิง ดวงตาคู่งามมองไปที่หอคอยสูงที่อยู่ด้านหลังจัตุรัสหิน รัศมีพลังที่กระเพื่อมออกมาทรงพลังยิ่ง“ในคลื่นพลังปราณมีไอเทวะผสมอยู่ และถ้าข้าเดาไม่ผิดจุดกำเนิดไอเทวะคือหอคอยหินนั่น ไอเทวะทรงพลังกว่าพลังปราณบริสุทธิ์หลายเท่านัก” เสียงเสวี่ยหยางดังขึ้นในจุดเสินถิง“ข้าสามารถกลั่นไอเทวะเป็นยาปราณทิพย์ได้นะ ยาปราณทิพย์มีประสิทธิภาพมากกว่ายาปราณฟ้าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า อิอิ” เสียงตื่นเต้นของเมิ่งฮุ่ยหรูดังผ่านจิตใจของซู่มินเช่นกัน “พวกเราต้องได้เข้าหอคอยเจ้าค่ะ” ซู่มินตอบทุกคนในใจ“การประลองครั้งนี้จะแตกต่างจากคัดเลือกตัวแทนแคว้น ความเป็นธรรมไม่มีในเวทีประลอง ผู้ที่เคยครอบครองสิทธิ์ในหอคอยย่อมไม่อยากจะเสียมันไป ตัวแทนของพวกมันทั้งแข็งแกร่งและโหดเหี้ยม มันพร้อมจะบดขยี้ตัวแทนจากทุกแคว้นเหมือนขยี้มดปลวก ..ในวิถีของโลก ผู้รอดชีวิตคือผู้ชนะ ผู้พ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์หายใจ เพราะผลตอบแทนที่จะได้รับจากชัยชนะคือการได้เป็นจอมยุทธ์และจอมเวทอัจฉริยะตัวจริง” ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงเอ่ยเตือนตัวแทนแคว้นซิงทุกคนเสียงอื้ออึงด้วยความตื่นเต้นของฝูงชนดังไปทั่วขุนเขา ผู้ยอดยุทธ์ชุดเทาสองคนพลิ้วตัวลงหน้ากลุ่มคนแคว้นซิง ทั้งสองทำความเคารพฮ่องเต้จินเลี่ยงหรง แล้วเดินนำคนทั้งกลุ่มเข้าสู่ลานจัตุรัสหินกลางลานโล่งมีอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้ยอดยุทธ์จำนวนมาก ด้านบนสุดของอัฒจันทร์ด้านทิศเหนือ มีที่นั่งสี่ที่ถูกยกสูงเด่น ฮ่องเต้จากสามแคว้นนั่งอยู่บนนั้น หนึ่งในผู้นำทางเอ่ยเชิญฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงให้แยกไปนั่งบนอัฒจันทร์ด้านทิศเหนือ“สู้ให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องครอบครัว พวกเจ้าทั้งบ้านคือคนของแคว้นซิง”ฮ่องเต้จินเลี่ยงหรงเอ่ยกับซู่มินน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนส่งตัวนางให้อี้หานที่เข้ารับตัวเด็กน้อยไปอุ้มต่อ แล้วเดินแยกย้ายตามผู้นำทางไปคนละด้านจินเลี่ยงหรงขึ้นนั่งบนที่นั่งชั้นพิเศษ กลุ่มคนที่เหลือทั้งหมดเข้านั่งที่อัฒจันทร์ของแคว้นซิง ตรงที่นั่งของตระกูลย่ง..ประมุขตระกูลจ้องมองสองพี่น้องครอบครัวซู่ด้วยใบหน้าไม่ยินดียินร้าย แววตาเคร่งขรึมแฝงความชื่นชมเบาบางปรากฏขึ้นในดวงตาคมกริบ“เด็กที่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากตระกูลช่วยส่งเสริม สามารถไต่ขึ้นทีละขั้นจนมาถึงจุดสูงสุดได้ ย่อมไม่ได้มีดีแค่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ความอดทนและความพยายามของพวกเขาต้องยอดเยี่ยมมาก ผู้เยาว์ในตระกูลที่มีทรัพยากรมหาศาลคอยผลักดันไม่สามารถเทียบพวกเขาได้เลย ต้องหาทางเอาพวกเขากลับเข้าตระกูลย่งให้ได้”ย่งเหยียตี้เอ่ยปากกับบุตรชายคนโตย่งจิ้งอวี่ ย่งจิ้งอวี่จ้องมองสองพี่น้องด้วยสายตาที่แปลกประหลาด เขาจำได้ว่าบุตรชายที่เกิดจากลั่วเหม่ยไม่มีพรสวรรค์ด้านฝึกยุทธ์ เพราะผลการทดสอบระดับพลังด้วยผลึกศิลาในวัยสี่ขวบ พลังของเด็กชายขึ้นไม่ถึงระดับสีม่วงซึ่งเป็นระดับผู้มีพรสวรรค์วิเศษส่วนเด็กหญิงตัวเล็กมีหน้าตาคล้ายลั่วเหม่ย แต่งดงามมากกว่ามารดาหลายเท่า สายลับตระกูลรายงานว่านางเป็นจอมเวท บุตรสาวของสตรีสายยุทธ์มีพลังสายเวทได้อย่างไร?ย่งจิ้งอวี่มองเด็กทั้งคู่จากระยะไกล ไม่เห็นคลื่นระดับพลังแผ่ออกมาจากร่างเด็กทั้งสองเลยแม้แต่น้อย แต่บิดาผู้มีสัมผัสเฉียบคมเอ่ยปากชมว่าเด็กคู่นี้ยอดเยี่ยม พวกเขามีพลังอยู่ในขั้นใด?คำพูดของผู้นำตระกูลทำให้บรรยากาศบนอัฒจันทร์หนักอึ้ง หญิงงามวัยกลางคนที่นั่งข้างย่งจิ้งอวี่หน้างอง้ำ รัศมีดุร้ายแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาดอกท้อจ้องมองสองพี่น้องอย่างอาฆาตแค้น โดยเฉพาะใบหน้างามล้ำของซู่มินที่เปรียบเสมือนคมมีดกรีดใจนาง ใบหน้าที่คล้ายกับศัตรูหัวใจในอดีต ผู้ที่นางเรียกขานว่า ‘นางแพศยาชั้นต่ำ’ย่งเหวินฉีที่นั่งอยู่กลางกลุ่มผู้เยาว์ก็จ้องมองสองพี่น้องด้วยสายตาดุดันและแข็งกร้าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก รังสีสังหารแผ่ออกจากร่างอย่างไม่ปิดบัง“ตำแหน่งคุณชายใหญ่ตระกูลย่งต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น ไอ้ลูกหญิงชั้นต่ำอย่าได้หวังว่าจะรอดชีวิตจากการประลองในครั้งนี้ ส่วนนางตัวเล็กแสนงาม เจ้าต้องมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของข้า”ย่งเหยียตี้เบนสายตามองหลานชายแวบหนึ่งเมื่อสัมผัสถึงไอสังหารที่รุนแรง ใบหน้าชรายังคงนิ่งเฉยเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง การประลองในครั้งนี้ผู้มีฐานะเป็นหลานต้องสู้กันเอง และเขาจะให้ความสำคัญกับผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นฝ่ายตระกูลลั่วก็จ้องมองสองพี่น้องด้วยความสนใจไม่แพ้กัน ยิ่งได้เห็นภาพฮ่องเต้แคว้นซิงเอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อย ความโลภในใจก็ยิ่งทวีสูงขึ้น หากสามารถกลับไปเกี่ยวดองกับหลาน ๆ ได้ ฐานะและผลประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะหลั่งไหลเข้าตระกูลลั่วดุจสายน้ำซู่หลันและซู่มินที่กำลังนั่งรอคอยงานประลองที่กำลังจะเริ่ม รู้สึกถึงสายตาร้อนแรงหลายคู่จ้องมองมาจากฝั่งอัฒจันทร์ฝั่งแคว้นฉี ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้มขำ เพราะเดาได้ว่าสายตาที่กำลังจ้องมองพวกตน คงมาจากตระกูลฝ่ายบิดาและตระกูลฝ่ายมารดาสองพี่น้องไม่สนใจสายตาเหล่านั้น พากันนั่งหลับตาพักผ่อนรอเวลาอย่างใจเย็น จนกระทั่งเสียงดังหนวกหูค่อย ๆ เงียบลงจึงลืมตาขึ้น“เริ่มได้ซะที..”

    คล้ายกับเรื่องเวทยุทธ์สะท้านปฐพี ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273