62
นายหญิงโรงสมุนไพร
ด้วยความที่ไม่กล้าโผล่ไปข้างหน้าจวนเพราะกลัวบ่าวของเซียวหลี่เจี๋ยจำหน้าได้...
หงถิงจึงอาศัยเดินเลียบมาจนถึงกำแพงด้านหลังจวนสกุลเซียว ตรงที่จำได้ว่าข้างล่างมีพุ่มไม้หนาๆ คอยรองรับและไม่มีคนเฝ้า จากนั้นร่างบางก็เหวี่ยงเชือกด้านที่มีตะขอผูกอยู่ไปเกี่ยวกำแพงอีกด้าน ก่อนจะออกแรงปีนขึ้นไปนั่งพักอยู่ข้างบนแล้วรีบเก็บเชือกกับตะขอใส่ย่าม
มองไปรอบๆ ก็สังเกตเห็นว่าบริเวณในจวนดูแปลกตาขึ้น ทั้งยังได้กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยเข้ามาในจมูก
และเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเฝ้า หงถิงก็รีบกระโดดลงไปที่พุ่มไม้ทันที
ฟึ่บ!
ทว่า... อยู่ๆ ก็มีบุรุษแปลกหน้าในอาภรณ์ยาวสีเทาขาวโผล่มาจากไหนไม่รู้ วิ่งเข้ามาจับตัวนางก่อนจะตะโกนว่า
“มีผู้บุกรุก!!!” ไม่กี่อึดใจ บุรุษหลายคนที่สวมใส่อาภรณ์แบบเดียวกับชายคนแรกก็ปรี่เข้ามาจับตัวของหงถิงกดลงกับพื้น แล้วใช้เชือกมัดไว้
“นำตัวไปพบนายหญิง!!”
นายหญิงงั้นหรือ!? หงถิงคิดในใจก่อนที่จะถูกบุรุษเหล่านั้นลากตัวไปตามทางโดยที่นางมิอาจขัดขืนอันใดได้เลย...
“เหมยกุ้ย!!”
“หงถิง!!”
ทันทีที่ต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากันและกันก็ตกใจมาก โดยเฉพาะเหมยกุ้ยที่รีบสั่งให้ทุกคนแก้มัดสตรีตรงหน้า
“เรียนนายหญิง นางพยายามจะบุกรุกเข้ามาในโรงสมุนไพรโดยใช้สิ่งนี้ขอรับ” บ่าวชายคนหนึ่งรายงาน พลางชูเชือกปอที่มีตะขอสีเงินผูกไว้ตรงปลาย ซึ่งค้นได้จากย่ามของอีกฝ่ายให้ผู้ที่ตนเรียกว่านายหญิงดู
“โรงสมุนไพรงั้นหรือ!?” หงถิงทวนคำด้วยความงุนงง
“นางเป็นสหายของข้า! นางก็แค่อยากแกล้งข้า จึงลอบเข้ามาด้วยวิธีเช่นนี้” สิ้นคำพูดของเหมยกุ้ย บุรุษทั้งห้าคนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันหันไปโค้งให้หงถิงอย่างพร้อมเพรียง
“พวกเราหน่วยคุ้มภัยวัวแดง ขออภัยต่อแม่นางมา ณ ที่นี้ด้วยขอรับ” กล่าวจบหนึ่งในนั้นก็หยิบมีดพกออกมาแล้วฟันไปยังเชือกที่มัดมือของหงถิงจนขาดแยกออกจากกัน
“ขอบใจ... แต่ก็มัดเสียแน่นเชียว...” คนที่เพิ่งเป็นอิสระจากการถูกมัดเอ่ย แต่ก็ไม่วายหันไปบ่นอุบอิบใส่บุรุษทั้งห้า
“อาซาน เดี๋ยวไปบอกซูฉีกับฟู่เหม่ยหน่อยว่าหากมีลูกค้าก็ให้พวกนางจัดการไปก่อน ข้ากับสหายมีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน ส่วนอาอี อาเอ้อ อาซื่อ อาอู่กลับไปประจำที่ได้”
“ขอรับนายหญิง!” ทั้งห้าคนรับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามที่กังเหมยกุ้ยสั่ง จากนั้นร่างบางก็จูงมือหงถิงเดินมายังเรือนเสี่ยวฝูที่เดิมเป็นเรือนนอนของตนเองกับฟางชุน
“เหมยกุ้ย... นี่มันเรื่องอะไรกัน!? เหตุใด...” หงถิงถามด้วยความสงสัยปนตกใจ
“เจ้าได้ยินถูกแล้วล่ะ... ตอนนี้ข้าเป็นนายหญิงของที่นี่... และเป็นเจ้าของโรงสมุนไพรแห่งนี้” จากนั้นกังเหมยกุ้ยก็พูดต่อ
“หงถิง... เซียวหลี่เจี๋ยกับอินเฟยหย่า... ตายแล้ว...”
“อะไรนะ!?” หงถิงเอ่ยถามด้วยความตกใจ ทั้งไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“หลังจากที่พวกเจ้าพาหลินหลิงหนีไปได้อาทิตย์นึง หลี่เจี๋ยก็ตรอมใจเรื่องของนางจนล้มป่วย... ต้องนอนติดเตียงแทบจะตลอดเวลา... ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน... ส่วนคุณชายสามก็หมั่นมาถามเรื่องของนางอยู่หลายครั้ง ยิ่งเพิ่มความกดดันให้หลี่เจี๋ย... จนสองอาทิตย์ก่อนได้กระมังที่อินเฟยหย่าไม่อยู่... เขาก็ร้องไห้แล้วสารภาพทุกอย่างให้ข้าฟัง ทั้งเขายังคิดว่าเรื่องที่พวกเจ้าหายตัวไปต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลินหลิงแน่นอน” กังเหมยกุ้ยเว้นช่วงสักพักแล้วเล่าต่อ
“เขาจึงยื่นข้อเสนอกับข้าให้เล่าเรื่องของนางให้เขาฟัง แลกกับการที่ตัวเองจะพาเฟยหย่าไปสารภาพทุกอย่างกับทางการ... รวมถึงไปเอาเรื่องคุณชายสามที่จ้างคนมาสังหารนางด้วย...”
“แล้วเจ้าบอกเขาไปว่าอย่างไร!?” หงถิงถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ข้าก็ยอมรับข้อเสนอ... แต่ข้าจะเล่าก็ต่อเมื่อพวกเราเดินทางไปจวนสกุลซือเท่านั้น...” แล้วกังเหมยกุ้ยก็เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้หงถิงฟัง รวมถึงเรื่องที่ว่าคุณชายซือหยวนซาไม่ใช่ผู้จ้างวาน และเขาก็รู้ว่าเซียวหลินหลิงยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ก็เห็นว่าจะออกเดินทางไปตามหานาง...
“ข้าบอกเขาแค่เพียงให้ไปตั้งหลักที่เมืองลี้รัวแล้วมุ่งต่อไปเรื่อยๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ... นอกนั้นข้าขอปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา... หากไปสุดแคว้นจ้าวแล้วไม่พบให้กลับมา” กังเหมยกุ้ยกล่าว ตอนแรกนางก็ไม่อยากบอก แต่เมื่อนึกถึงความพยายามของซือหยวนซา จึงใจอ่อนบอกใบ้ไป
“เจ้าทำถูกแล้ว... เมืองที่อยู่ถัดจากลี้รัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือก็มีตั้งหลายเมือง ข้าว่านะ... ดีไม่ดีพอได้ยินคำพูดของเจ้า คุณชายสามอาจจะล้มเลิกความตั้งใจก็ได้” หงถิงเอ่ย
“นั่นสิ... แต่ท่าทีของเขา... ช่างเถอะ... บางทีข้าอาจจะคิดมากไปเอง” กังเหมยกุ้ยกล่าวพลางนึกถึงท่าทีในวันนั้นของซือหยวนซา
“ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาอย่างที่เจ้าบอกนั่นแหละ... อีกอย่าง... ถึงคุณชายสามจะเจอตัวหลินหลิงจริงๆ ข้าก็เชื่อว่าพวกเจินเจินต้องขัดขวางสุดฤทธิ์แน่ๆ” หงถิงเอ่ยพลางจินตนาการถึงท่าทางของเจินเจินตอนที่กำลังโวยวายใส่คุณชายสามแล้วยิ้มออกมา
“แน่นอน” เหมยกุ้ยกล่าวยิ้มๆ แล้วพูดต่อ
“เอาเป็นว่า... หากเจ้ากลับไปแล้วก็เล่าให้พวกเขาฟังด้วยละกัน”
เพราะตัวนางเป็นคนบอกพวกเจินเจินว่าคุณชายสามเป็นคนจ้างนักฆ่ามาดักสังหารหลินหลิง จึงรู้สึกไม่ดีที่จะปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดแบบนี้ แล้วนางก็เอ่ยปากถามหงถิงว่า
“หลินหลิงเป็นอย่างไรบ้าง? พวกเจินเจินเล่ายังอยู่กันดีใช่หรือไม่!?”
“หลินหลิงนั้น... ตอนฟื้นขึ้นมานางก็สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับคุณชายสามไปหมดแล้ว...”
“อะไรนะ!?”
“นางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยแต่งงานหรือแอบรักคุณชายสามมาก่อน... แต่เรื่องอื่นไม่มีปัญหาอะไร นางสบายดี คนอื่นก็เหมือนกัน” คำตอบของหงถิงทำให้เหมยกุ้ยอดคิดไม่ได้ว่าถ้าคนทั้งคู่เจอกันจริงๆ ซือหยวนซาจะทำหน้าอย่างไร หากรู้ว่าหลินหลิงจำตัวเองไม่ได้
“แล้วเรื่องเซียวหลี่เจี๋ยล่ะ? ที่นายท่านตายก็เพราะทำตามที่พูดไว้ใช่หรือไม่!?” หงถิงถามด้วยความสงสัย คู่สนทนาพยักหน้ารับ
“เซียวหลี่เจี๋ยทำตามที่พูดไว้จริงๆ เขาลากคอเฟยหย่ากับพาตัวเองไปสารภาพผิดเพื่อรับโทษจากทางการ โดยยกสมบัติทุกอย่างรวมถึงจวนหลังนี้ให้ข้า ทั้งยังฝากฝังฟู่เหม่ยไว้ให้ข้าดูแล แต่บางส่วนข้าก็แบ่งเก็บไว้ให้หลินหลิง”
กล่าวมาถึงตรงนี้ กังเหมยกุ้ยก็อดที่จะใจชื้นไม่ได้ ทั้งซาบซึ้งในบุญคุณของหลี่เจี๋ยและเรื่องของเซียวฟู่เหม่ย... ความจริงแล้วดรุณีน้อยผู้นี้น่ารักกว่าที่นางคิดไว้ เพียงแต่ที่ผ่านมาขาดความเอาใจใส่จากทั้งสองคนทำให้กลายเป็นเด็กที่มีท่าทีแข็งกระด้าง สนใจแต่เรื่องของตัวเอง
“ร่างของนายท่านล่ะ?” หงถิงถามพลางคิดในใจว่านางจะบอกเซียวหลินหลิงอย่างไรดี เรื่องที่เซียวหลี่เจี๋ยได้จากไปแล้ว
“ถูกฝังแทนที่หลุมศพปลอมของหลินหลิงที่อยู่ข้างท่านซินหรง และด้านซ้ายของหลุมศพหลี่เจี๋ยก็มีร่างของเฟยหย่าถูกฝังอยู่... เคียงข้างกันสามคน…” กังเหมยกุ้ยกล่าวพร้อมกับแววตาที่หม่นลง เมื่อนึกถึงคำสั่งเสียอย่างสุดท้ายที่เซียวหลี่เจี๋ยเขียนไว้...
ฝังร่างของข้าไว้ตรงกลางระหว่างซินหรงกับเฟยหย่า... แล้วนางก็เล่าต่อ
“ข้าจึงนำเงินบางส่วนมาปรับปรุงจวนสกุลเซียวให้กลายเป็นโรงสมุนไพร ทั้งปลูกขาย และสกัดเป็นยา รวมถึงมีบริการผ่อนคลายด้วยการอบสมุนไพร เพื่อหารายได้เข้าจวน ทั้งยังจ้างมือคุ้มกันจากหน่วยคุ้มกันวัวแดงให้มาคอยอารักขาความปลอดภัยของพวกเราทั้งสามคน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้... ข้านับถือใจเจ้าจริงๆ เหมยกุ้ย... เพียงเวลาไม่นานกลับเข้มแข็งยืนขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ หากเป็นข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไร” หงถิงเอ่ยชม
“คงเป็นเพราะสถานการณ์บีบบังคับกระมัง ข้าคิดเพียงว่าหากข้าไม่เข้มแข็ง ฟางชุนกับฟู่เหม่ยและซูฉีจะอยู่ได้อย่างไร...” เหมยกุ้ยที่ตอนนี้ต้องแบกรับสถานะนายหญิงและม่ายสาวในเวลาเดียวกันกล่าว
“พี่หงถิง!! เป็นพี่หงถิงจริงๆ ด้วย!!” พลันก็มีเสียงใสๆ ดังขึ้นมา ตามด้วยร่างเล็กๆ ของเซียวฟางชุนที่โผเข้ามากอดหงถิงด้วยความดีใจ
“คุณหนูเล็ก!!! ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ...” แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับดูช้ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
“ฟางชุน เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าแม่อยู่ที่นี่?”
“อาซานบอกเจ้าค่ะ แล้วข้าก็เดินมาที่นี่จนได้ยินเสียงท่านแม่กำลังคุยกับพี่หงถิง เลยแอบโผล่หน้ามาดู...” จากนั้นฟางชุนก็ถามต่อในสิ่งที่นางอยากรู้
“พี่หลินหลิงล่ะเจ้าคะ? พี่หลินหลิงเป็นอย่างไรบ้าง!?”
“นางสบายดีเจ้าค่ะ” หงถิงพูดพร้อมกับยิ้มให้ดรุณีน้อย
“แล้วพี่หงถิงกับพวกพี่เจินเจินล่ะเจ้าคะ?”
“พวกข้าก็สบายดีเช่นกัน ขอบคุณคุณหนูเล็กที่เป็นห่วง”
“ว่าแต่มาที่นี่ครานี้... คงไม่ได้กะเพียงว่าแค่ได้เห็นหน้าข้าแล้วจะกลับไปใช่หรือไม่?” กังเหมยกุ้ยถามยิ้มๆ
“แน่นอน...” หงถิงยอมรับ แล้วเอ่ยเย้าอีกฝ่าย
“ข้าว่าจะขออยู่ที่นี่สักสองคืน แล้วค่อยกลับไปเมืองเฉียว... นายหญิงแห่งโรงสมุนไพรคงมิมีข้อขัดข้องประการใดใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“ได้สิ... สำหรับสหายของข้าได้เสมอแหละ” กังเหมยกุ้ยกล่าวด้วยความดีใจ...
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“อืม... ข้าจะซื้ออะไรไปฝากนางดีหนอ” หลี่ชางจวิ้นที่เดินไปตามย่านสำหรับซื้อของฝากของเมืองเสียน ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยร้านค้าต่างๆ พึมพำ ด้วยยังไม่เจออะไรที่เหมาะสมกับคนที่เขาตั้งใจจะให้ ก่อนที่ร่างสูงจะพูดต่อ
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ซื้อไปฝากทุกคนเลยดีกว่า”
ในที่สุดเขาก็จัดการธุระของตัวเองเสร็จเสียที วันพรุ่งนี้จะเร่งออกเดินทางออกจากเมืองเสียนแต่เช้า เพื่อจะได้กลับไปเจอหน้าของนางไวๆ แต่ก่อนอื่นต้องหาของฝากให้ได้เสียก่อน กลับไปหาคนสำคัญทั้งที จะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร!?
Writer:กังเหมยกุ้ยสาวสตรอง 2020 จะเปรียบกับอรุณาก็ไม่ได้ คนละบริบทกัน เปรียบกับใครดี ถถถ
อาซาจะทำอะไรก็รีบทำนะ อีกไม่นานเจ้าของก็จะกลับมาแล้ว
เบื้องลึกของน้องหลินหลิง ยุทธภพไร้ใจ แต่ตัวข้าไม่ไร้รัก (ตอนนี้ก็กำลังเพิ่มเติมและแก้ไขเนื้อหาสำนวนภาษาอยู่)
และถ้าใครยังคิดว่าเรื่องนี้ยังฮาร์ดคอร์ไม่สุด ต้องพบกับ หัวเราะทีหลังดังกว่า!! เลยค่า ^_^ ความดราม่าอาจไม่เท่า แต่เนื้อเรื่องไม่เป็นรองใครแน่นอน!
ร่วมพูดคุยกันได้ที่ Han Yu หานยวี่ น้า
ปล.สำหรับคนชอบอ่านเรื่องสั้นๆ ปมไม่ซับซ้อนนะคะ
[สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเจ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเจ้าเสียหน่อย!