ตอนที่ 65 ดื่มสุราครั้งสุดท้าย
การต่อสู้สิ้นสุดเงามืดที่ปกปิดดวงตะวันค่อยๆเลือนหาย ปรากฏแสงแดดอ่อนๆ ที่กำลังลาลับขอบฟ้าเป็นช่วงเวลาใกล้ค่ำอลันพุ่งทะยานขึ้นจากทรายที่กลบร่าง ตามร่างกายมีรอยแผลบาดเจ็บสาหัสเมื่อมองเห็นเคนจิที่อยู่ไกล พยายามพยุงร่างที่บอบช้ำไปหาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เคนจิยืนนิ่งค้างในท่าปล่อยหมัดก่อนจะค่อยๆดึงกลับอย่างเชื่องช้า แล้วก้มเก็บอัญมณีสีเขียวขึ้นมากำแน่นในอุ้มมือก่อนจะพุ่งทะยานไปหาผู้เฒ่าเกนด้วยความรวดเร็วร่างของผู้เฒ่าเกนในเวลานี้ปรากฏเป็นสีม่วงคล้ำทั้งร่างกายเลือดสีดำไหลออกจากปากไม่ขาดสาย กลุ่มควันสีดำจางๆ ล่องลอยปกคลุมไปทั่วทั้งร่างขณะที่เคนจิกำลังเข้าไปประคองร่างผู้เฒ่าเกนก็รีบห้ามทันที
“อย่าแตะต้องตัวข้า!! แค่ก แค่ก !!ไม่อย่างนั้นพิษในกายข้าจะแทรกซึมไปกับเจ้า”
“ข้าต้องทำยังไง! ท่านถึงจะรอด”
เข่าทั้งสองข้างของเคนจิทรุดลงสู่พื้นทรายมือทั้งสองข้างสั่นไหวค่อยๆ ดึงกลับอย่างเชื่องช้าเหมือนเป้าหมายอยู่ตรงหน้าแต่ยากจะไขว่คว้าได้น้ำตาที่แดงก่ำดุจสายเลือดหลั่งรินไม่ขาดสาย มือทั้งสองข้างปาดน้ำตาไม่หยุดหย่อย เกนบุเหลือบมองเคนจิด้วยดวงตาที่เศร้าสร้อยปรากฏน้ำตาเอ่อล้นที่เบ้าตา
“โฮโฮโฮแค่กๆ!! ข้าขอบใจเจ้าที่เป็นห่วง แค่กๆ! แต่ไม่มีประโยชน์แล้วพิษได้เข้าสู่หัวใจของข้า พิษของเจ้างูดำร้ายกาจยิ่งนักจะหาพิษใดในโลกนี้มาข่มก็ไม่มีทางเป็นไปได้แค่กๆ! ข้าอยากรู้นักเจ้าหลุดออกมาจากมิติความมืดได้อย่างไรแค่กๆ!!”
เคนจิปาดน้ำตาทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอาย แล้วพูดออกมาเบาๆ
“ในช่วงเวลาที่ข้ากำลังจะหมดสติมีภาพบางอย่างเข้ามาในความทรงจำ มันทำให้ข้ามีกำลังใจจะสู้ต่อ มันคือภาพ...คือภาพ เหรียญทองกำลังบินหนีข้าไปข้าพยายามไขว่คว้ามันจนได้สติคืนมา"
“โฮโฮโฮ! แค่กๆ!! เหรียญทองรึ โฮโฮโฮ!!! ข้านึกว่าเป็นหญิงคนรักเสียอีกแค่กๆ! โฮโฮโฮ!!”
“ข้าไม่รู้ว่าอดีตที่ผ่านมานั้นมันคือความรักหรือไม่ แต่ครั้งหนึ่งข้าเคยถูกหญิงสาวขโมยจูบแรกของข้าไปถ้านั้นคือความรักทำไมข้าไม่โหยหามัน”
“แค่กๆ! ความรักรึ?ข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันหรอก แต่เมื่อวันหนึ่งมาถึง วันที่เจ้าสูญเสียมันไป เจ้าจะรู้ถึงคุณค่าของมันใกล้หมดเวลาของข้าแล้ว ข้ามีบางสิ่งจะมอบให้เจ้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ”
เคนจิปฏิบัติตามคำบอกยื่นหน้าเข้าหาเกนบุอย่างเชื่องช้า มือข้างหนึ่งของเกนบุพยายามยกขึ้นอย่างยากลำบากปรากฏแสงสีทองขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาแทรกแซงเข้าไปที่หน้าผากปรากฏแสงสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแหวกหมู่เมฆออกจากกัน ปรากฏร่างกายเคนจิตในมิติลึกลับตัวอักษรสีทองมากมายบินวนไปทั่วห้อง ก่อนจะรวมตัวกันเป็นม้วนคัมภีร์สว่างสดใสสองม้วนคัมภีร์ทั้งสองค่อยกางออกเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าใส่เคนจิอย่างจัง
“เคล็ดวิชาพลังคลื่นจตุรทิศ เรียนสำเร็จ”
“เคล็ดวิชาหมัดสะท้านฟ้า เรียนสำเร็จ”
ดวงตาเคนจิค่อยๆเปิดออก รู้สึกถึงพลังที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทันใดนั้นเกนบุก็นำตะเกียงไฟออกมาจาดด้านหลังอย่างช้าๆและปล่อยมันล่องลอยเข้าสู่มือของเคนจิ ท่ามกลางรอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้เฒ่าเกนบุ
“ข้าได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาไม้ตายของข้าให้เจ้าพร้อมกับพลังส่วนหนึ่งของข้า ยามนี้เจ้าสามารถควบคุมพลังรอยสักได้เจ้าจะไม่ถูกพลังของมันควบคุมอีกต่อไป แต่เจ้าก็ไม่สามารถบังคับให้มันแสดงพลังออกมาได้ตามใจต้องการอย่างที่ข้าบอกเจ้าเมื่อตอนแรกหากเจ้าจะควบมันได้สมบูรณ์ เจ้าต้องได้พลังครบทั้ง 4 จตุเทพ ส่วนเคล็ดวิชาพลังคลื่นจตุรทิศนั้นมันจะรวมพลังธาตุเข้าไปประสานกับมัน ทำให้พลังโจมตีรุนแรงยิ่งนักแต่หากจะใช้ให้ได้สิบเท่าเช่นข้า เจ้าจะสามารถปลดปล่อยได้แค่วันละ 3 ครั้งต่อวันเท่านั้น ต้องรอวันถัดไปถึงจะใช้ได้อีกครั้งส่วนพลังหมัดสะท้านก็อย่างที่เจ้าใช้จัดการเจ้างูดำเมื่อครู่ แต่จะสามารถใช้ได้แค่2 ครั้ง ต่อวันเท่านั้น หากเจ้าฝืนใช้ครั้งที่ 3 ดีหน่อยก็แค่หมดสติบาดเจ็บสาหัสแต่ถ้าไม่ใช่ร่างกายของเจ้าจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แค่กๆ!! ส่วนตะเกียงแค่กๆ!!”
“ลุงไม่ต้องพูดแล้ว!! ข้าไม่เอา ลุงบอกจะมอบให้ในวันที่ข้าสยบเสือขาวได้ท่านต้องรอมอบให้ข้าในวันนั้น ลุงจะตายไม่ได้!”
“เจ้าหนุ่มแค่กๆ!! ข้าอยากดื่ม เจ้าช่วยหยิบมันให้ข้าดื่มหน่อย...ได้หรือไม่”
เคนจิพยักหน้าถี่รัวหยิบน้ำเต๋าข้างกายเกนบุเปิดออก แล้วค่อยๆ รินใส่ปากผู้เฒ่าเกนอย่างช้าๆใบหน้าเกนบุบ่งบอกถึงความสุขที่ลิ้มลองสุราชั้นดีครั้งสุดท้ายทันใดนั้นสุราที่รินใส่ปากเกิดเอ่อล้น ผู้เฒ่าเกนไม่ได้กลืนกินสุราดังเก่าก่อนดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้า พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หายไปความรู้สึกเคนจิเหมือนใจจะขาด น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายเลือด มือทั้งสองสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ลุงเกน~~~!!”
มือเกนบุร่วงหล่นสู่พื้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ร่างของเขาค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองน้ำล่องลอยสู่ท้องฟ้าเคนจิจะพุ่งทะยานเข้าหาเกนบุ แต่ปรากฏมืออลันคว้าจับไปที่เคนจิอย่างแนบแน่น ภาพความทรงจำบนเรือสินค้าแล่นผ่านช่วงเวลาที่พวกเขาดื่มกินด้วยกันอย่างมีความสุขหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ฉากการต่อสู่ที่ดุเดือดปรากฏเป็นฉากๆตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เคนจิถือว่าเกนบุคือญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งละอองน้ำจากร่างเกนบุกระทบกับแสงตะวันยามเย็นกลายเป็นสายรุ่งที่สวยงามไม่นานลมทะเลทรายก็พัดพาสายรุ่งหายไปต่อหน้า ปรากฏวัตถุทรงกลมสีเขียวอมฟ้าคล้ายกับน้ำทะเลร่วงหล่นสู่พื้นที่เบื้องหน้าเคนจิ
น้ำตาเคนจิหลั่งไหลเป็นสายเลือดร่างกายหมดเรี่ยวแรงจะยืนไหว ก่อนทรุดนั่งลงไปที่ด้านหน้าวัตถุปริศนามือทั้งสองข้างค่อยๆ ประคองมันขึ้นมาอย่างเบามือเสียงสะอึกสะอื้นของเคนจิทำให้อลันต้องหันไปทางอื่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินเคนจิกอดวัตถุปริศนาแน่นขนัดชูคอตะโกนกู่ก้องไปบนฟ้า ท่ามกลางหยาดน้ำตาสีเลือด
“ย๊ากก~~~~!!!....”
เสียงตะโกนของเคนจิทำให้พิภพและนภาต้องสั่นไหวก่อนจะเงียบหายไปในทันที ด้วยความแปลกใจอลันจึงหันกลับไปมองดูปรากฏร่างเคนจิหมอบทรุดไปกับพื้นดั่งคนสิ้นใจ อลันจึงเข้าไปประคองร่างเขาไว้ทันที รอยสักสีทองรูปเกนบุจางหายคลื่นพลังที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินของเคนจิสลายไปในพริบตา เมื่ออลันตรวจสอบอาการของเคนจิพบว่าเขาสลบไปเท่านั้นทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างมาก แต่จะเคลื่อนย้ายร่างของเคนจิไปในที่ปลอดภัยนั้น ด้วยอาการบาดเจ็บของเขาจึงไม่สามารถทำได้
ทันใดนั้นเองปรากฏร่างเงาของสัตว์บนฟากฟ้าคิเมร่าบินทะยานมาเคียงข้างเคนจิก่อนจะใช้หางงูของมันช้อนเคนจิมาวางบนหลังพร้อมกับอลันที่บาดเจ็บสาหัสบินทะยานเข้าสู่พีระมิดที่พุพัง ในขณะที่พวกเคนจิกำลังพักฟื้นที่ด้านในพีระมิดปรากฏภูเขาทะเลทรายสั่นไหวอย่างรุนแรงทรายที่กองเป็นภูเขากำลังถล่มลงอย่างต่อเนื่องเผยให้เห็นร่างมังกรดินที่จมอยู่ใต้ทะเลทรายตามร่างกายของมันปรากฏบาดแผลน้อยใหญ่ไปทั่ว แต่ด้วยเกล็ดที่หนาของมันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
“โฮกก~~!! คลื่นพลังที่น่ากลัวของเจ้านั่นหายไปแล้วหรือว่ามันตาย เหอะ! ไปดูหน่อยแล้วกันหากมันไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะซ้ำมันให้ตาย!”
มังกรดินเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วไปยังจุดที่เคยเกิดการต่อสู้หมายมั่นจะซ้ำเคนจิให้ตกตายถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อมาถึงปรากฏเพียงความว่างเปล่าก่อนจะสาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ แล้วมาหยุดลงที่ซากพุพังของพีระมิดที่อยู่เบื้องหน้ารอยยิ้มเหี้ยมปรากฏบนใบหน้ามังกรดิน คลื่นพลังจางๆ พร้อมกับกลิ่นปีกของมันซุกซ่อนอยู่ด้านใน
“อยู่ข้างในนั้นซินะ! ย้ากก~!!”
มังกรดินรวมพลังที่ช่องปากเกิดเป็นคลื่นพลังที่หลอมรวมทรายเป็น ในห้วงคิดของมันหมายจะเป่าให้กระจุยไปทั้งซากปรักหักพังในขณะที่รวบรวมพลังปรากฏเงาดำพุ่งทะยานออกมาจากเศษซากพีระมิด พร้อมกับโจมตีไปที่ทันที
“เปรี้ยง~~~!!”
“บรูมม!!”
คลื่นพลังทรายที่รวบรวมพุ่งทะยานไปทางอื่นร่างมังกรดินกลิ้งไปด้านข้างเพราะแรงโจมตี เมื่อสะบัดหัวไล่ความมึนงงพร้อมกันดันตัวเองขึ้นจากพื้นทรายปรากฏร่างของสัตว์ประหลาด 3 หัว อยู่ตรงหน้าหางที่เป็นงูของมันขู่คำรามอย่างเนื่อง
“หนอย~ย!! เจ้าคิเมร่า!! อยากตายใช่ไหม”
“โฮก!!!”
คิเมร่าขู่ร้องตะโกนลั่นสภาพร่างกายของมันบาดเจ็บพอๆ กับมังกรดินสัตว์ในตำนานทั้งสองกระโดดพุ่งทะยานโจมตีกันอย่างบ้าคลั่ง คมเขี้ยวของพวกมันต่างกัดฉีกกระชากจนเลือดเจิ่งนองไปทั่วพื้นคลื่นพลังมากมายต่างปะทะกันไม่ขาดสาย พื้นดินและพื้นทรายสั่นสะเทือนจนเป็นกลุ่มควันหนาฟุ้งกระจายไปทั่วเปลวเพลิงสงครามร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง
ในช่วงเวลาที่สัตว์ใหญ่ทั้งสองกำลังโลมรันต่อสู้อย่างดุเดือดเคนจิที่สลบหมดสติ ร่างของเขากำลังตัวสั่นไหวอย่างรุนแรงหยาดเหงื่อปรากฏอยู่เต็มใบหน้า ร่างกายของเขาเดียวก็ร้อนเดียวก็เย็น คลื่นพลังบางที่ก็เพิ่มพูนบางทีก็หายไปทำให้อลันว้าวุ่นใจถึงที่สุด ในขณะที่อลันกำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้นดวงตาของเขาต้องเบิกโพรงกว้าง ร่างกายของเคนจิเกิดมีแสงสีทองห้อหุ้มร่างกาย แล้วล่องลอยสู่กลางอากาศลูกแก้วสีเขียวมรกตจากพญางูดำ บินวนรอบตัวเคนจิอย่างรวดเร็วพร้อมกลุ่มควันสีดำคล้ายพิษฟุ้งกระจายภายในแสงสีทอง
อลันฝืนทนความเจ็บพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็วเกรงว่าพิษจะทำรายเคนจิเมื่อปะทะเข้ากับม่านพลังสีทองที่ห่อหุ้มร่าง อลันปลิวกระเด็นกลับไปอย่างรุนแรงส่งผลให้อลันต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ทันใดนั้นวัตถุปริศนาที่ได้จากการตายของเกนบุพุ่งทะยานออกมาจากช่องมิติบินวนรอบร่างกายเคนจิไปพร้อมกับลูกแก้วมรกตทำให้เกิดประกายแสงสว่างไปทั่วพีระมิดที่พุพัง
“บรึ้มม!!!”
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ซากปรักหักพังพีระมิดแตกกระจายเป็นเศษซากคิเมร่าและมังกรดินที่กำลังต่อสู้กันต้องหยุดชะงักและเพ่งมอง ร่างกายของอลันมีม่านสีทองพลังป้องกันจากแรงระเบิดเคนจิล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้า ปีกมังกรดินโบกสะบัดทะยานสู่เบื้องล่างอย่างนิ่มนวลดวงตาเคนจิค่อยๆ ลืมขึ้น ดวงตาข้างหนึ่งปรากฏเป็นแสงสีเขียวอมฟ้าดุจน้ำทะเล
“เนตรมหาสมุทร!”
เคนจิสบถเบาๆพร้อมกับมองไปยังไปเบื้องหน้าที่สัตว์ทั้งสองกำลังต่อสู้อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมองมาที่แขนข้างหนึ่งของตน เมื่อเคนจิยกแขนเขาขึ้นมาอลันต้องตาเบิกโพรงกว้างอีกครั้งท่อนแขนข้างซ้ายของเคนจิไม่เป็นเหมือนเก่าก่อน มีเกล็ดของพญางูดำปกคลุมไปทั่วทั้งแขนที่ข้อศอกมีกระดองเต่าปกคลุมอยู่ และที่บริเวณหัวไหล่ยังมีแก้วมรกตฝังอยู่ด้านในกรงเล็บที่แหลมคมดูเหมือนดั่งเขี้ยวอสรพิษ ปรากฏกลุ่มควันสีดำลอยออกมาจางๆ
“ตุบ!”
ในขณะที่อลันกำลังตกอยู่ในภวังค์วัตถุปริศนาร่วงหล่นสู่พื้นเกิดรอยร้าวค่อยๆ แตกออกอย่างต่อเนื่องปรากฏแสงสีฟ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณวัตถุปริศนาแตกกระจายเกลื่อนไปท้องฟ้า ก่อนจะสลายหายไปท่ามกลางความมึนงงของอลันดวงตาของเขาต้องเบิกโพรงกว้างอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกำลังพุ่งทะยานเข้าสู่โอบกอดของเคนจิสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนั่นดูแล้วคล้ายกับเต่า แต่มันกลับมีหางเป็นงูทีมีเกล็ดสีดำปกคลุมไปทั่วมันคือเกนบุสัตว์ในสี่จตุรเทพ
เคนจิน้ำตาไหลอีกครั้งผ่านแก้มโอบกอดเกนบุแน่นขนัด ก่อนจะจับให้มันไปยืนอยู่ที่ไหล่อย่างเบามือดวงตาของเคนจิมองไปยังเบื้องหน้า เหมือนกับรู้ตัวมังกรดินสะดุ้งสุดตัวและก้าวถอยเคนจิเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนแก้มก่อนจะกระดิกนิ้วให้มังกรดินเข้ามา
“ว่าไงโจทย์เก่า!เรามีเรื่องต้องสะสางกันซินะ”