#วันพฤหัสสีเขียว 21
“ทำไมวันนี้มาเป็พ่อแม่ลูกเลยล่ะเนี่ย” เสียงแซวดังขึ้นเมื่อฉันเดินจับมืออชิเข้ามาในห้องทำงาน ส่วนเธิร์สเดย์อุ้มอนึ่งเดินตามหลังเข้ามา ในมือของคนตัวสูงมีกระเป๋าใส่นมและของใช้บางส่วนของเด็ก ๆ วันนี้ฉันตั้งใจว่าจะหยุดแต่เพราะมีงานประชุมเกี่ยวกับฟีดแบคคลิปวิดีโอครั้งก่อน พี่ณัฐบอกว่าลูกค้าพอใจมากอยากให้มีอีกอีพีเลยต้องเข้าประชุมด่วน
“พี่สะใภ้ไม่สบายค่ะ วันนี้เลยทำหน้าที่พี่เลี้ยงหลาน” ฉันตอบกลับขำ ๆ พี่ ๆ พลอยหัวเราะตามไปด้วย
“อชิทักทายอา ๆ ก่อนลูก” ฉันบอกหลาน เ้าตัวเล็กยกมือไหว้และเอ่ยทักทายทุกคนอย่างน่ารัก
“แม่ ทีมนั้นเอาหน้ากันใหญ่เลยเกี่ยวกับงานน่ะ”
“ควรจะชินนะมินนี่ พวกเขาก็ทำแบบนั้นตลอด” ฉันบอกอย่างปลงตก ทุกงานที่ได้รับคำชมพวกเขาจะพูดให้ตัวเองหมดแต่เมื่อไหร่ที่มีตำหนิก็รีบบอกทันทีว่าเป็เพราะทีมฉันทำงานไม่รอบคอบ ทำงานไม่ดี
“แต่ครั้งนี้มันเกินไปมากเลยนะแม่”
“เกินไปแล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะ ไม่ต้องไปสนใจหรอกมินนี่แค่ทำหน้าที่เราให้ดีก็พอ”
“แม่อะ แต่บอกไว้เลยนะถ้าพูดอะไรไม่เข้าหูหรือว่าแม่ หนูจะไฟว์ให้แม่เอง” มินนี่บอกน้ำเสียงจริงจัง
“อากรีน ชิหิว” อชิดึงแขนเบา ๆ ฉันอุ้มหลานนั่งบนเก้าอี้เอาแซนวิชและนมมาให้หลานทานและดื่ม ส่วนเธิร์สเดย์ส่งอนึ่งมาให้ ก่อนที่เ้าตัวจะเดินไปเอารถเข็นที่ท้ายรถขึ้นมาให้อนึ่งนอน
“นี่มันวิถีพ่อบ้านชัด ๆ ”
“ดูแลดีมากอะ เห็นแล้วอิจฉาจังเลย”
“อิจฉาน้องกรีนนะ แฟนน่ารักขนาดนี้” เสียงซุบซิบดังขึ้นไม่ขาด ถ้าเป็พี่ ๆ ที่นั่งในห้องนี้จะไม่พูดแบบนี้หรอกเพราะพวกพี่รู้อยู่แล้วว่าพวกฉันเป็ยังไง แต่วันนี้แปลกไปเพราะมีทีมอื่นเดินแวะเวียนเข้ามาในแผนกและพูดประโยคแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ดีที่ฉันนั่งด้านในสุดของห้องทำให้คนไม่ค่อยเดินเข้ามา
“พี่ครับ หลานหิวหรือเปล่าอะ” เธิร์สเดย์เอ่ยถาม ฉันก้มมองดูหลานตัวน้อยที่นอนอยู่ในรถเข็นก็หลุดขำเมื่อหลานมองหน้าฉันและพูดคำว่า หม่ำ หม่ำ ทั้งยังยกมือเตะขาอย่างงอแง กินเก่งเกินเ้าเด็กอ้วนของอา
“เธิร์สชงนมเป็ไหม?”
“ไม่เคยชงเลยครับ” น้องยิ้มเขิน
“งั้นพี่ฝากดูแปบหนึ่งนะ เดี๋ยวไปเอาน้ำร้อนก่อน”
“ได้ครับ” ฉันถือขวดน้ำเก็บความร้อนเข้าไปในห้องครัวกดน้ำร้อนใส่ขวดและเดินกลับมาเพื่อชงนมให้อนึ่ง ฉันใช้น้ำร้อนและน้ำอุณหภูมิปกติผสมกันเพื่อที่นมจะได้เป็นมอุ่น อันนี้พี่สะใภ้บอกมาเมื่อชงเสร็จนมก็อุ่นพอให้หลานดื่ม
“วันนี้มีลูกเหรอเนี่ย” พี่ณัฐเดินเข้ามาแซว
“อยากมีจริง ๆ อยู่ครับพี่” คราวนี้เธิร์สเดย์ตอบกลับ ทำเอาพี่ณัฐหัวเราะลั่นทันที เ้าเด็กนี่บางทีก็กวนเกินไปนะฉันว่า ยิ่งคนรู้จักหรือสนิทยิ่งกวนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
“แต่งเลย เชื่อพี่” พี่ณัฐยุเธิร์สเดย์พร้อมกับเสียงหัวเราะ
“ดูสอนกันแต่ละอย่างน่าตีจริง ๆ เลยเชียว” ฉันว่า เธิร์สเดย์หัวเราะเบา ๆ กับประโยคของฉัน ส่วนพี่ณัฐหัวเราะไปด้วยยื่นงานมาให้ด้วย
“สิบเอ็ดโมงประชุมนะ”
“ค่ะพี่”
“เธิร์สดูเด็ก ๆ ได้ใช่ไหม” ฉันถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
“ได้ครับ เด็ก ๆ หลับอยู่สบายมาก” อ้อ อชิหลับอยู่บนอกเธิร์สเดย์นั่นแหละจะให้นอนพื้นก็ไม่นอนงอแงให้เธิร์สอุ้ม
“มินนี่ พี่ฝากดูเด็ก ๆ ช่วยเธิร์สเดย์ด้วยนะเดี๋ยวพี่รีบกลับมา”
“ได้เลยแม่” นั่งต่อสักพักก็ขอตัวเข้าห้องประชุม แม้จะห่วงเด็ก ๆ มากแต่งานก็สำคัญ ในห้องประชุมฝั่งตรงข้ามพูดจาน่าตีมากจริง ๆ พูดว่าทำเองหมดเลยทั้งวางแผนหาโลเคชันบทนู่นนี่นั่น ถ้าฉันจะลาออกจริง ๆ นี่คงเป็สาเหตุของการลาออกล่ะนะ การประชุมวันนี้ลูกค้าอยากจะให้มีอีพีสองเพราะผลตอบรับและยอดขายเพิ่มมากขึ้นจนเป็ที่น่าพอใจ วันนี้มีตัวแทนจากบริษัทใหญ่เข้ามาร่วมด้วย คนนี้น่าจะเป็ผู้ช่วยของพี่เกรฟอีกคน ฉันนั่งข้าง ๆ พี่ณัฐ ส่วนอีกทีมนั่งฝั่งตรงข้าม
“ต้องขอบคุณน้องอบเชยนะคะที่บรีฟงานได้ดีแบบนี้ไหนจะเขียนบทนั่นด้วย” ฟังแล้วอยากจะอ้วกกับคำพูดพวกนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะร่วมงานกันกี่ครั้งฉันก็ไม่เคยจะชินเสียที
“ถ้าคิดว่าตัวเองทำดี รอบนี้ขอบรีฟที่ชัดเจนด้วยนะครับ โลเคชันหาให้เข้ากับสินค้า อ้อแล้วก็นะ บทน่ะอย่าไปก็อปคนอื่นมานะครับเสียชื่อการทำงาน”
“นี่แก!!” หัวหน้าอีกฝ่ายชี้หน้าแท็ปด้วยใบหน้าแดงก่ำ เธอคงโกรธไม่น้อยที่ถูกฉีกหน้าแบบนี้ ปกติพูดอะไรไปฉันก็ไม่ขัด ไม่ใช่อะไรหรอกี้เีพูด แต่นี่แท็ปเองเป็ยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่พอถูกขัดหน่อยก็แสดงออกอย่างไม่พอใจ
“ก็อปอะไรครับ?” ตัวแทนจากบริษัทใหญ่เอ่ยถามทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
“ตอบสิครับ ก็อปอะไร หรือจะให้ผมพูดดี” แท็ปยังคงพูดต่อ ฉันลอบยิ้มในใจอย่างรู้สึกดี แท็ปนี่มันทายาทมินนี่จริง ๆ เล่นซะอีกฝ่ายพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
“คะ คือ...”
“คุณครับช่วยเล่าให้ผมฟังด้วยครับ” ตัวแทนสาขาใหญ่มองหน้าแท็ป รายนั้นยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้า และเล่าให้ตัวแทนฟังว่าบรีฟก่อนหน้านี้ที่ได้มาจากอีกทีมเป็บรีฟและบทงานของสินค้าตัวก่อนหน้านี้ที่มีการถ่ายทำและตัดต่อไปแล้ว งานที่ออกมาครั้งล่าสุดเป็บทที่พวกฉันทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำงานกันแค่ไม่กี่คน พอพูดแบบนั้นฝั่งตรงข้ามก็กรี๊ดอย่างไม่พอใจทันที
“ผมไม่รู้นะครับว่าสิ่งที่ทั้งสองเล่ามาจริงเท็จแค่ไหน...”
“ดิฉันและทีมไม่ได้ทำแบบนั้นค่ะ เราต่างตั้งใจทำงาน...” ยังจะกล้าแถอีกนะคนเรา
“งั้นพรุ่งนี้สิบโมงเช้า ผมขอบรีฟและบทสินค้าตัวนี้ หวังว่าทีมคุณคงจะแสดงฝีมือให้ผมได้เห็นนะครับ” โหดเอาเื่แฮะ นี่ว่าพี่เกรฟคุยงานโหดแล้วคนนี้ฉันยอมเลยโหดและนิ่ง คำพูดเชือดเฉือนกันสุดขอบ
“คะ ค่ะ” อีกฝ่ายขานรับเสียงแ่ หึ คงทำทันหรอกนะ ปกติก็ไม่เคยได้ทำเอง
“พรุ่งนี้สิบโมงเข้าประชุมใหม่ หวังว่าพวกคุณจะมีงานมาให้ผมนะครับ”
“...”
“เลิกประชุมได้ คุณณัฐขอเอกสารที่ต้องตรวจให้ผมด้วยนะครับ”
“ครับ”
ฉันกับแท็ปเดินออกจากห้องประชุมเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยพูดคุยกัน มองหน้าทีมนั้นอย่างไม่สนใจแล้วเดินกลับเข้าห้องทำงานตัวเอง ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ฉันกับแท็ปยกมือแท็กกันอย่างรู้ใจ ฉันเดินกลับเข้าไปหามินนี่อย่างมีความสุข เป็ครั้งแรกที่ฉันเข้าประชุมแล้วไม่หัวร้อนไม่อารมณ์เสีย
“อารมณ์ดีอะไรกันคะเนี่ย” มินนี่เอ่ยแซว ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ ยื่นมือไปกับอนึ่งเข้ามาอุ้มเมื่อหลานตัวน้อยยกมือให้อุ้ม ส่วนอชินั่งดูการ์ตูนอยู่ข้าง ๆ เธิร์สเดย์
“ให้แท็ปเล่าแล้วกัน”
“ผมเล่าเองพี่”
จากนั้นเกือบยี่สิบนาทีแท็ปเล่าทุกเหตุการณ์ในห้องประชุมให้ทั้งมินนี่และทาร์ตไข่ฟัง ฉันปล่อยให้ทั้งสามพูดคุยกันไปหันมามองเธิร์สเดย์ที่มองหน้าฉันอยู่อย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเขาเป็อะไรถึงได้มองฉันแบบนั้น
“เป็อะไรหรือเปล่า” ฉันถามน้องอย่างเป็ห่วง เพราะเ้าตัวทำหน้าเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด
“ผมหิวอะ พี่หิวหรือยัง เราไปทานข้าวกันไหมครับ” เฮ้อ เ้าเด็กก็นึกว่าเื่อะไรเสียอีก
“ได้ เดี๋ยวไปทานข้าวกัน มินนี่ แท็ป ทาร์ตไข่ ไปทานข้าวกันเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
“ได้เลยค่า”
มื้อเที่ยงของเราทุกคนเป็ร้านอาหารที่อยู่ไกลจากสนามเล็กน้อย เนื่องจากร้านประจำมีคนเข้าไปใช้บริการเยอะมาก ๆ เราจึงมาอีกที่ซึ่งเป็ร้านอาหารเหมือนกัน ฉันเปิดโอกาสให้กับทุกคนได้สั่งโดยที่ตัวเองก็ไม่ลืมสั่งของโปรดมาให้หลานทั้งสองและเธิร์สเดย์ด้วย น้องเอาแต่ดูแลหลานและฉันจนลืมสั่งอาหารซึ่งฉันที่เป็ห่วงเลยสั่งอาหารมาให้น้องแล้วล่ะ
“นี่เธิร์สพี่สงสัยอะค่าตัวเวลารับงานอะไรแบบนี้ ใครดูแลให้” ระหว่างทานข้าวมินนี่เอ่ยถามเธิร์สเดย์ด้วยความสงสัย
“มีผู้ช่วยครับ เวลาติดต่องานก็ติดต่อผ่านพี่เขานั่นแหละ”
“อ๋อ ก็ว่าอยู่”
“มีงานอีกชิ้นนะ อีพีต่อจากงานชิ้นที่แล้ว” ฉันบอกเธิร์สเดย์ น้องพยักหน้ารับตักข้าวป้อนอชิ ส่วนอนึ่งฉันป้อน ระหว่างที่นั่งรถมาฉันโทรถามพี่ชายแล้วว่าพี่สะใภ้เป็ยังไง พี่บอกว่าหมอให้ดูอาการอีกคืนถ้าคืนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงพรุ่งนี้หมอน่าจะให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ดังนั้นคืนนี้สองแสบต้องค้างด้วยกันกับฉันอีกคืน
“เออใช่แม่ ประชุมวันนี้น่ะ เราต้องวางแผนของเราไปด้วยไหม” มินนี่ถาม ทั้งแท็ปและทาร์ตไข่ต่างมองฉันด้วยความสนใจทันที
“อือ ที่จริงพี่คิดไว้นะ แค่คิด วันนั้นเรามีเื้ัถ่ายกันไว้ด้วยใช่ไหมล่ะส่วนที่ยังไม่ได้ใช้แล้วติดพวกเราเยอะเกินไป แล้วเหมือนวันนั้นเธิร์สดื่มเครื่องดื่มตลอดมีลงไปซื้อจากร้านสะดวกซื้อด้วย พี่คิดว่าควรจะนำคลิปพวกนั้นมาใช้ อยากให้ดูว่าเื้ัจริง ๆ น้องก็ดื่มไม่ใช่แค่ดื่มต่อหน้ากล้อง”
“ดีอะ พี่กรีน” ทาร์ตไข่ยกนิ้วโป้งชมพร้อมกับรอยยิ้มน่ารัก ทำเอาแท็ปมองตาละห้อยเลย ไม่รู้คู่นี้จะยังไงนะ แต่ก็แอบหวังให้แท็ปพูดดีกับทาร์ตไข่บ้างเพราะเจอกันทีไรสองคนนี้ทะเลาะกันตลอดเลย
“ตอนตัดคลิปเื้ัเราเยอะนะแต่ไม่ได้ใช้ ส่วนมากเป็คลิปหลุด ๆ แล้วก็ตอนเดินทาง ตอนที่แม่กับน้องคุยกัน มันหวานเกินไป หนูเลยไม่กล้าตัดลงคลิป” มินนี่เอ่ยแซวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม จริง ๆ เลยเด็กคนนี้ แซวได้ตลอดจริง ๆ
“จริงนะพี่ เป็เื้ัที่ไม่ใช่เื้ัอะ เอางี้ เดี๋ยวผมตัดเองแล้วพี่ค่อยตรวจรับรองเด็ด” แท็ปเอ่ยเสริม
“อย่าเพิ่งน่า บางทีทีมนั้นงานอาจจะทำออกมาดีก็ได้ อย่าเพิ่งทำอะไรรอพรุ่งนี้ก่อน” ฉันบอก
“ก็ได้ ๆ เอาละทานกันเถอะครับ อยากกลับไปดูคนทำงานเก่งแล้ว ว่าจะเก่งสมคำโม้หรือเปล่า” แท็ปนี่กัดไม่ปล่อยจริง ๆ สินะ ฉันได้แต่ส่ายหน้ากับน้องในทีมแค้นฝังหุ่นกันมาก
====
ว่าจะอัพนานแล้วค่ะ แต่ลืมเพราะมัวแต่ดูเขาสตรีมเกม 5555 เล่นไม่เป็เลยต้องดูคนอื่นเล่น
ตอนหน้าลงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ไม่มีค้างแน่นอน
ส่วนอีบุ๊ค ตอนนี้มีในเม็บแล้วนะคะ เื่ต่อไป ยังไม่เปิดเลยค่ะ ถ้าเปิดจะเข้ามาแจ้งนะคะ
ปล.ขอรีบไปดูเขาสตรีมเกมก่อน ^_^