“ธัญญ่า เธอตกต่ำเสียจริง” อนุทินมองลงมาด้วยสายตาดูถูกขณะพูด
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม้แต่อาจารย์ดารินก็ยังหันไปร่วมมือกับศัตรูแบบนี้” ชายผู้สีน้ำเงิน พูดเสริม
“โธ่ ไอ้พวกโง่ ไอ้...ไอ้ไม่มีวัวผสม ไอ้...โอ๊ยไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าพวกแกดี” เทพไทโวยวาย “นี่พวกแกดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่าพวกเรากำลังโดนบีบบังคับอยู่”
อนุทินมองด้วยสายตาไม่เชื่อขณะพูด “ถ้ามีแค่แกกับหัวหน้าอ่อน ๆ ของแกฉันก็พอจะเชื่ออยู่หรอก แต่นั่นอาจารย์ดารินเลยนะ แถมตะกี้ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าอาจารย์ดารินกำลังใช้เวทมนตร์ร่วมกันกับทหารนภาเพื่อทำลายผลึกอะไรนั่น”
“นี่ฉันเป็นอาจารย์ของพวกเธอนะ” ดารินพูด “เชื่อจริง ๆ หรือว่าฉันจะหักหลังโรงเรียนและอาณาจักรธารา”
เทพไทอยากจะพูดบางอย่างเพื่อโต้กลับ แต่ธัญญ่าหัวหน้าของเขาพูดแทรกขึ้นมาก่อน “สีซอให้ควายฟังเสียเปล่า ๆ อธิบายไปก็เสียเวลา”
“อย่ามาหลอกผมเสียให้ยากเลยอาจารย์ อาจารย์เป็นพวกเดียวกันกับทีมสอง ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าอาจารย์กำลังทำอะไรอยู่ เรื่องนี้ต้องถึงหูผอ.” แล้วอนุทินก็ออกคำสั่งลูกน้อง “ไปตุลา ออกไปติดต่อท่านผอ.”
“ครับ” ชายผมสีน้ำเงินทำวันทยหัตถ์เพื่อรับคำสั่ง
ฉึก!
เกือบจะเวลาเดียวกันที่ชายผมสีเงินตอบรับคำสั่ง เกิดเลือดสาดกระจายใส่หน้าของอนุทิน จนใบหน้าและหัวโล้น ๆ ของเขากลายเป็นสีแดงฉาน
ภาพต่อมาที่ทุกคนเห็นคือชายผมสีน้ำเงินที่ชื่อตุลา เขาถูกดาบแทงเข้าที่หลังจนหลังแอ่น เจ้าของดาบดึงดาบกลับแล้วฟันดาบอีกครั้งลงไปที่ลำคอ
อนุทินได้เห็นฉากการสังหารอย่างไร้ปรานีต่อหน้าต่อตา เข่าของเขาทรุดลง ตัวสั่น ตาเบิกค้าง ปากอ้าพะงาบ ๆ ไม่มีเสียงหลุดรอดออกมา ลูกน้องที่เหลืออีกสี่คนของอนุทิน มีสภาพไม่ต่างจากหัวหน้าทีมของพวกเขา เว้นแต่ใครก็ตามที่เกิดกลัวจนพยายามวิ่งหนีไปหาทางออก คนนั้นก็จะถูกมือสังหารจัดการให้มีสภาพไม่ต่างกับชายผมสีน้ำเงิน
“ฉันยืนหัวโด่อยู่แท้ ๆ ไม่รู้จักสัมมาคารวะกันเลย” ขุนปัถวีลงกรณ์ส่ายหัวอย่างหงุดหงิด “คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป ไม่คิดจะทักทายกันเลย มันก็ต้องสั่งสอนมารยาทกันสักหน่อยคงไม่ว่ากันนะคุณจอมเวทอัจฉริยะดาริน”
เสียงตอบกลับจากดาริน มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของเธอเท่านั้น
เมื่อได้ยินที่ขุนปัถวีลงกรณ์พูด ราวกับตุ๊กตาล้มลุก อนุทินพลิกตัวหันมาก้มเอาหัวกระแทกกับพื้นดินให้กับขุนปัถวีลงกรณ์แล้วพูดว่า “ขอคารวะท่านขุนปัถวีลงกรณ์ครับ ได้โปรดปล่อยพวกเรา ไม่สิ ปล่อยแค่ผมไปด้วยเถอะครับ ผมรับรองว่าผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“ชิ ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย!” เทพไทสบถออกมา ไม่ต้องพูดถึงบรรดาลูกน้องทีมสามเลย แม้แต่คนอื่นที่ได้ยินสิ่งที่อนุทินพูดออกมายังรู้สึกสมเพชเลย
ในขณะเดียวกันอนุทินยังท่องขอร้องวนซ้ำไปซ้ำมาจนขุนปัถวีลงกรณ์เอ่ยขึ้นมา “หนวกหู”
ทันทีทันใดหลังสิ้นคำพูดของขุนปัถวีลงกรณ์ มือสังหารที่เป็นทหารคนสนิทของขุนปัถวีลงกรณ์ยกดาบขึ้นทันที
“หยุดนะ” ในขณะที่ดาบเล่มนั้นกำลังจะฟันลงใส่อนุทินที่ก้มกราบอยู่กับพื้น ดารินเริ่มพูดเพื่อห้ามเจ้าของดาบให้หยุดกลางอากาศไว้ ดารินมองขุนปัถวีลงกรณ์แล้วพูดข่มขู่ว่า “ถ้าแกลงมือฆ่าคนเพิ่มอีก ฉันจะไม่ยอมปลดคำสาปให้อีกแล้ว”
ฉัวะ!
ในวินาทีที่สิ้นคำพูดของดาริน ดาบที่ค้างอยู่กลางอากาศก็ฟันใส่ร่างที่ก้มกราบอยู่กับพื้นทันทีโดยไม่สนคำข่มขู่ของเธอแต่อย่างใด เกิดเสียงกรีดร้องดังลั่นจากคนที่เหลือของทีมสามออกมา
“ข้าบอกว่าหนวกหูไง” คำพูดคราวนี้ของขุนปัถวีลงกรณ์ทำให้เกิดความเงียบอย่างฉับพลันขึ้นมาทันที
“ดูเหมือนว่าจอมเวทอัจฉริยะดารินได้กลายเป็นอาจารย์สอนผู้คนจนหลงลืมความโหดร้ายของโลกใบนี้ไปเสียแล้ว” ขุนปัถวีลงกรณ์ถอนหายใจออกมา แล้วเขาก็ยิ้มอย่างปีศาจออกมาขณะพูดว่า “เธอจะไม่ปลดคำสาปต่อก็ได้ แต่ดูเหมือนฉันจะมีลูกศิษย์ของเธออีกหลายคนเลยให้ฆ่าทิ้งรอเวลาเธอทำงาน”
“ก็ได้ ฉันยอมแพ้แล้ว” ดารินคร่ำครวญออกมาทั้งน้ำตา “ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย?”
“เพื่อให้พวกแกได้รับรู้ถึงความรู้สึกของย่าทวดของฉันที่เคยรู้สึกยังไงล่ะ” โทนเสียงของขุนปัถวีลงกรณ์ดูแข็งกร้าวขึ้น