“แอนเดอร์สันกลับมาแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน!”
“นายน้อย 11 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กลับมาแล้ว!”
“เขากลับมาแล้ว นายน้อยคนที่ 11 ของตระกูลสกอร์เปี้ยส์กลับมาแล้ว!”
ระบบสื่อสารมากมายของนักเวทย์ที่อาศัยอยู่บนโลกส่งกลับไปยังสหพันธ์โคเวีย หลังจากมีคนพบเห็นแอนเดอร์สัน เพียงแค่ 1 วันข่าวของเขาที่รอดจากการไล่ล่าก็ได้กระจายไปทั่วทุกแห่ง กลุ่มที่ขายข้อมูลหลังจากได้รับข่าวนี้พวกเขาก็เตรียมขายข้อมูลในทันที ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่แอนเดอร์สันปรากฎ หรือว่าตำแหน่งที่แอนเดอร์สันกำลังมุ่งหน้าไป พวกเขาคาดการณ์ไว้ทั้งหมด และที่น่าจะขายดีที่สุดสำหรับข้อมูลแอนเดอร์สันคือระดับพลังเวทย์ของเขาไปถึงระดับใดแล้ว ด้วยการหายไปหลายเดือนทุกคนล้วนแล้วอยากรู้ระดับนักเวทย์นายน้อยคนสุดท้องของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เป็นอย่างมา
{ผู้โดยสารโปรดทราบ ยานขนส่งจะลงจอดในอีก 5 นาที โปรดรัดเข็มขัดให้พร้อมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในการลงจอด}
แอนเดอร์สันเลือกที่จะใช้ยานขนส่งเดินทางระหว่างสหพันธ์ สำหรับเขาการเปิดเผยว่าตัวเองบินได้เป็นระยะไกลนั้นจะทำให้ศัตรูหวาดกลัวเกินไปและเขาคิดว่ามันจะไม่ได้มีเพียงแค่ศัตรูที่มากับเหล่าพี่ชาย ตระกูลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสหพันธ์โคเวียอาจจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขาเพื่อแย่งชิงเวทย์ที่ทำให้บินได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บมันไว้ใช้ในตอนที่คิดจะฆ่าใครเท่านั้น
“ในที่สุดก็ถึงสักที”
แอนเดอร์สันบิดขี้เกียจก่อนจะเดินยิ้มลงมาจากยานขนส่งมุ่งหน้าออกจากสถานีเพื่อกลับไปเยี่ยมลุงของเขาที่ห่างหายกันไปนาน อย่างไรก็ตามการก้าวเท้าของแอนเดอร์สันที่พึ่งออกมาจากสถานีขนส่งกลับต้องหยุดลง เมื่อมีผู้คนมากมายมองจ้องเขาด้วยสายตาที่แปลกไป ภายในสายตาของคนที่มองมาไม่ได้มีเพียงแค่สายตาของคนที่ต้องการฆ่าเขาเท่านั้น แต่มันมีสายตาของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวของเขา กำลังมองเขาด้วยสายตาสงสัย แอนเดอร์สันไม่เข้าใจว่าสายตานี้ทุกคนใช้มองทำไม เขาจึงเปิดใช้เวทย์พุ่งตัวกลับตระกูลเฟียร์ในทันที
“เกิดอะไรขึ้นกัน”
ไม่ใช่เพียงแค่ 1 หรือ 2 คน ทุกคนที่แอนเดอร์สันวิ่งผ่านล้วนมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว สงสัย ระแวงและอยากหลีกหนีให้พ้น แอนเดอร์สันไม่รู้เลยว่าในช่วงที่ตนหายไปมีใครสร้างเรื่องโกหกเกี่ยวกับเขาเอาไว้บ้าง จึงคิดจะกลับไปถามลุงที่รออยู่ในตระกูลเฟียร์
“ทำไมถึงมีคนไม่เกี่ยวข้องตามมากัน”
แอนเดอร์สันหยุดเท้าหลังจากเข้าใกล้เขตของตระกูลเฟียร์ ก่อนจะมองดูด้านหลังที่มีผู้คนมากมายพยายามเดินตามเขาไปดูบางสิ่งบางอย่าง แอนเดอร์สันไม่เข้าใจเลยว่าคนเหล่านี้ต้องการทำอะไร เขาจึงปล่อยไปก่อนเพราะทุกคนไม่ได้ต้องการฆ่าเขา ระบบยังไม่เพิ่มระดับความอันตรายจึงทำให้เขารู้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่เพียงแค่ต้องการดูเขาเท่านั้น
ทันทีที่แอนเดอร์สันเห็นป้ายบ้านตระกูลเฟียร์เขาก็ฉีกยิ้มหน้าบาน เพื่อรอพบทุกคน แต่แล้วเมื่อเท้าของเขาเหยียบลงไปยังบันไดที่มีเพียง 1 ขั้นก่อนจะเข้าไปในบ้านตระกูลเฟียร์นี้เองนั้น ดวงตาของเขาถึงขั้นหดแคบลงหลังจากรอยย่นกลางหน้าผากปรากฎขึ้นมาจากการขมวดคิ้วอย่างหนัก
“เขายังไม่รู้เหรอว่าตระกูลเฟียร์ล่มสลาย”
“ใช่ ดูจากสีหน้าของเขาแล้วเหมือนจะยังไม่รู้ว่าตระกูลเฟียร์ถูกทำลายไปแล้ว”
เสียงของชาวบ้านทำให้แอนเดอร์สันหันมองด้วยดวงตาแดงก่ำ แม้มันจะเป็นประโยคที่พูดด้วยน้ำเสียงเบามาก เขากลับได้ยินมันเต็มสองหู เมื่อรู้ว่าระหว่างที่เขาหายไปเพราะต้องการปลุกจิตวิญญาณ พี่ชายของเขาจะเล่นงานตระกูลเฟียร์จนทุกคนหายไป
ติ๊ด!
โทรศัพท์นำออกมาเปิดดูข่าวก่อนที่เขาจะเข้าไปในเครือข่ายของสหพันธ์โคเวีย ทันทีที่เขาใส่คำว่าตระกูลเฟียร์ลงไปในช่องค้นหา ข่าวมากมายเกี่ยวกับการตายของคนในตระกูลเฟียร์ที่ถูกฆ่าล้างตระกูลก็ปรากฎให้เขาเห็น
มือที่จับไปยังประตูทางเข้าบ้านชักกลับคืนมาก่อนจะนำมันยัดลงไปในถุงกางเกงก่อนจะก้าวเข้าไปช้าๆเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าบ้านตระกูลเฟียร์ถูกทำลายจริงหรือไม่ ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน พลังเวทย์สายลมที่ควรจะลอยอยู่ภายในบ้านกลับหายไป ทุกอย่างกลับเป็นเพียงแค่ลมธรรมดา ไม่มีมานาหรือพลังงานใดๆหลงเหลืออยู่
แอนเดอร์สันจึงเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อดูสวนพฤกษา ก่อนจะพบว่ามันถูกทำลายเวทย์ที่คลุมห้องเอาไว้ จนสวนพฤกษาถูกบดขยี้เหลือเพียงแค่ห้องเล็กๆเท่านั้น ไม่มีสวนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้หรือพืชพรรณใดเลยสักต้นเดียว
วิ๊ง!
ต้นหญ้าที่อยู่ใต้เท้าถูกเชื่อมต่อ ก่อนจะกวาดการมองเห็นไปตามหญ้าและต้นไม้ภายในบ้าน ด้วยการมองทุกๆอย่างแอนเดอร์สันเริ่มกัดฟันพยายามอดกลั้น เพราะทุกอย่างที่อยู่รอบๆถูกทำลายจนหมดไม่เหลือพลังมานาเลยสักหยดเดียว
“ที่นี่ก็ไม่มีอะไรสินะ”
ห้องสมุดหายไป ทุกอย่างถูกเผาด้วยเปลวไฟ หนังสือเวทย์มากมายล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน แอนเดอร์สันจึงเดินไปดูห้องอาหาร ปรากฎว่าที่นี่เต็มไปด้วยข้าวของเสียหาย มีหลายอย่างถูกยกออกไป ภายใต้การเดินไปตามทางเดินทอดยาวมากมายที่ใช้เชื่อมต่อห้องต่างๆ แอนเดอร์สันมองเห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากอาวุธหลากหลายและเวทย์มากมาย ร่องรอยที่เด่นชัดที่สุดเป็นรอยการเผาไหม้จากเวทย์ไฟ กระทั่งเขามาถึงห้องประชุมใหญ่ที่ทุกคนรวมตัวกัน ทุกอย่างมันกลับพังโดยไม่เหลือชิ้นดี
“เขากลับมาแล้ว”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน ฉันมองไม่เห็นเขาเลย”
“เขาเข้าไปในบ้าน ตอนนี้อยู่บนต้นไม้นั่น ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไร แต่เขาคงจะลำลึกความหลังถึงคนในตระกูลเฟียร์แน่นอน การกลับมาแล้วพบว่าคนในตระกูลถูกฆ่าไปทั้งหมดคงจะทำให้เขาเป็นแบบนั้น”
แอนเดอร์สันพยายามเก็บความโกรธเอาไว้ แม้จะเป็นเวลาไม่นานที่เขาได้ความทรงจำและเลิกเป็นคนโง่งม เขากลับรู้สึกขอบคุณลุงของเขาเป็นอย่างมากที่เข้ามาสนับสนุนและพยายามช่วยเขาในหลายๆเรื่องที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการที่เขาเชื่อมต่อกับต้นไม้และพยายามมองดูทั้งเมืองกลับทำให้เขาโกรธมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจนเกือบจะเก็บความโกรธเอาไว้ไม่ได้ หลังจากบทพูดของผู้คนมากมายมันกำลังเชื่อมโยงไปยังพี่ของเขาที่ลงมือกับตระกูลเฟียร์
พิ้ว ฉึก!
แอนเดอร์สันมองไปยังลูกธนูที่ยิงเข้ามาในบ้าน ก่อนจะดึงมันขึ้นมาดูว่าใครที่เลือกส่งจดหมายนี้ให้กับเขา ทันทีที่แอนเดอร์สันเปิดดูข้อความบนกระดาษ เขาก็รู้ได้เลยว่าการคำนวณของเขาช้าไปหนึ่งก้าว
[ตระกูลโบฟอร์ตเดินทางมาช้าไป พวกเราเดินทางมาโคเวียเพื่อติดต่อกับตระกูลเฟียร์ลับๆ เพียงแต่ว่าตระกูลเฟียร์ถูกทำลายไปก่อนหน้าพวกเราไม่ถึง 1 อาทิต์ย]
ยิ่งอ่านแอนเดอร์สันก็ยิ่งโกรธ เขาอุส่าวิ่งเข้าไปในมิสเทอรี่เพื่อดึงสายตาของทุกๆคนให้หันมองไปยังเขา ไม่ว่าพี่คนใดก็ตามจะต้องล่าเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้วยการล่อให้ทุกคนให้ตามไปเขาคิดว่าตระกูลเฟียร์จะถูกเล่นงานน้อยลง กลับกันเขาคิดผิด เขาลืมไปว่าพี่แต่ละคนได้รับการสั่งสอนในตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ให้รู้จักการวางแผนและใช้เลห์กล ด้วยการลืมข้อนี้ไปทำให้ตระกูลเฟียร์ต้องตาย
“มีใครรอดชีวิตไหม ไม่ต้องเผยตัว เพียงแค่พูดอยู่ตำแหน่งนั้นผมก็ได้ยิน”
แอนเดอร์สันอ้าปากพูด ทุกคนที่แอบดูเขาล้วนมองหาคนที่แอนเดอร์สันสื่อสาร กลุ่มของตระกูลโบฟอร์ตที่ถูกส่งมารอติดต่อกับแอนเดอร์สันจึงพูดตามที่แอนเดอร์สันบอก
“เราตรวจสอบแล้ว ไม่พบร่องรอยคนของตระกูลเฟียร์”
“ผมเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเจอกันในสงครามครั้งสุดท้าย ผมหวังว่าพวกคุณจะช่วยผมนะ”
แอนเดอร์สันลุกขึ้นยืนบนกิ่งไม้ปล่อยให้คนของตระกูลโบฟอร์ตที่ซ่อนตัวได้กลับไปรายงานตระกูล หลังจากเขารู้ว่าตระกูลเฟียร์ทุกคนตายทั้งหมด เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วร้องตะโกนด้วยความโกรธทั้งหมดที่มีหวังว่ามันจะทำให้เขาอารมณ์กลับมาคงที่ได้บ้าง
อ้าก!!!!
เสียงร้องตะโกนแฝงไปด้วยมานาระเบิดออกมาจากร่างแอนเดอร์สัน
เหล่าคนที่อยู่รอบบ้านล้วนแล้วขนลุกชันไปกับเสียงร้องของแอนเดอร์สัน ภายใต้ความโกรธที่เขาแสดงออกมาผ่านเสียงนั้น มันได้มีน้ำเสียงอาฆาตแค้นที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นแฝงออกมา
“ระบบ ซื้อเวทย์ฝนดาวตกระดับ 9 ฉันต้องการทักทายพี่ชายทุกๆคน”
แอนเดอร์สันมองรายชื่อตระกูลหลักที่เกี่ยวข้องกับพี่ชายของเขาด้วยความเคียดแค้น ตอนนี้เขายังไม่มีข้อมูลที่สรุปได้ว่าพี่ชายของเขาคนใดคือผู้ที่ลงมือสังหารคนในตระกูลเฟียร์ ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้คิดที่จะฆ่าใคร เขาเพียงแค่ทักทายพี่ๆที่ไล่ล่าเขาในช่วงที่เข้าสู่มิสเทอรี่เท่านั้น
[แจ้งเตือน ใช้ตั๋ว 600 ใบซื้อเวทย์ฝนดาวตกระดับ 9 เสร็จสิ้น]
“สวัสดีพี่ชาย ฉันแอนเดอร์สันกลับมาแล้ว”
เสียงร้องตะโกนก้องทำให้ทุกคนที่แอบอยู่รอบบ้านพยายามมองหาแอนเดอร์สัน เมื่อครู่ทุกคนเห็นเขายืนอยู่บนกิ่งไม้ภายในบ้านตระกูลเฟียร์ที่ถูกทำลายจนกลายเป็นบ้านร้าง แอนเดอร์สันกลับใช้วิธีบางอย่างหายไปจากการมองเห็นของทุกๆคน
—------------------------
“นายน้อย นายน้อย 11 เดินทางกลับเข้าไปในวิทยาลัยแล้วครับ”
“หึหึ เขาเป็นอย่างไรบ้าง”
เอซหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินว่าแอนเดอร์สันกลับเข้ามาในสหพันธ์โคเวีย เขาอยากรู้มากว่าต่อจากนี้ไปน้อง 10 จะทำอย่างไรกับน้อง 11 จากสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้ ตระกูลซิกฟรีทจึงเป็นผู้ร้ายในสายตาของแอนเดอร์สันหากเขารู้ข้อมูลที่ลึกกว่านี้
“นายน้อย เขาโกรธเป็นอย่าง
มาก”
“โกรธเหรอ แค่โกรธสินะ แล้วเขาทำอะไรนอกจากนั้น”
“เขาเก็บความโกรธแล้วเดินทางกลับวิทยาลัย แต่มีบางอย่างแปลกไป”
“อะไรคือสิ่งแปลก”
“เขาหายไป 1 ชั่วโมง โดยไม่มีใครหาเขาพบ ในช่วงเวลาที่เขาหายไปนี้ไม่มีใครรู้เลยว่านายน้อย 11 หายไปไหน มันเป็นช่วงรอยต่อระหว่างที่เขาเดินทางออกจากตระกูลเฟียร์”
นายน้อย 6 ย่นคิ้ว เป็นไปไม่ได้ที่แอนเดอร์สันจะหายไปจากการตรวจสอบ ยกเว้นว่าเขาจะมองเห็นรอบตัวจนรู้ว่าตำแหน่งไหนไม่มีคนอยู่ การที่เขากลับเข้ามาในสหพันธ์โคเวียทุกคนล้วนจับตามองดูความเคลื่อนไหว แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไร นายน้อย 6 กลับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากรู้ว่ามีวงเวทย์บางอย่างปรากฎบนนั้น
“เวทย์ระดับ 9 นายน้อยหลบเข้าไปในบ้านเร็วเข้า!!!”
พ่อบ้านคุ้มกันนายน้อยตระกูลแลนเซอร์เข้าไปในบ้าน แม้รอบๆบ้านจะมีม่านพลังป้องกัน แต่การปรากฎของเวทย์ระดับ 9 บนท้องฟ้านี้เองนั้น มีพลังพอจะทะลวงผ่านม่านพลังของพวกเขาได้
—----------------------
“นายน้อยวิ่ง!”
โรแลนมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยสีหน้าตกใจ การนั่งชมสวมดอกไม้ในช่วงกลางดึกของมันถูกขัดขวางด้วยเวทย์บางอย่างกำลังสว่างไสวบนท้องฟ้า หลังจากที่พ่อบ้านตะโกนออกมา มันถึงกลับอึ้งไม่คิดว่าสิ่งที่กำลังโจมตีตระกูลซิกฟรีทจะเป็นถึงเวทย์ระดับ 9
“เวทย์ของใครกัน”
อุกกาบาตมากมายร่วงตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างกับห่าฝนพุ่งทะลวงเข้าชนม่านพลังของบ้าน เหล่าคนที่กำลังคุ้มกันต่างเปิดใช้งานเวทย์เสริมพลังป้องกันเข้าไป เพื่อป้องกันไม่ให้ม่านพลังถล่มลงมา
“นายน้อย มันเป็นเวทย์ระดับ 9 แต่มีบางอย่างแปลกไป”
“อะไรแปลก” โรแลนถามด้วยความสงสัย
“พลังของมันมีไม่ถึงครึ่งของเวทย์ระดับ 9 เลยครับ”