จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 ก่อเกิดวีรบุรุษ

            จนกระทั่งเวลากลางคืนผู้อาวุโสหยางก็หยิบกล่องหยกใสที่พร่างพราวใบหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ

            ถ้าจะพูดถึงกล่องหยกใบนี้มันถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควร มันทำมาจากหยกวิญญาณ ทั่วทั้งใบมีแสงเปล่งประกายด้านบนมีอักขระยันต์แกะสลักเอาไว้ และยังมีตราประทับสามดวงประทับไว้ด้านบน แม้เป็นเช่นนี้แต่ก็ยังสามารถมองเห็นเม็ดยาสีม่วงเม็ดหนึ่งที่วางนิ่งอยู่เงียบๆ ด้านในได้

            “เม็ดยาผสานฟ้า”

            “นั่นมันเม็ดยาผสานฟ้า”

            “ในที่สุดก็ถึงช่วงที่รอคอยแล้ว”

            ทันทีที่นำกล่องหยกออกมาสายตาของทุกคนในหอแห่งนี้ก็เปล่งประกาย แต่ละคนนั่งตัวตรงจ้องมายังกล่องหยกด้วยดวงตาที่ลุกโชนดั่งไฟลมหายใจของหลายๆ คนต่างหอบถี่ เพราะต่างรู้ว่าเม็ดยาที่อยู่ในกล่องหยกใบนั้นมันอาจจะเป็นเม็ดยาที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของต้าฉู่ได้ในอนาคต

            “เร็วเข้าๆถึงตาเม็ดยาผสานฟ้าแล้ว” ที่มุมหนึ่ง เจ้าหมีสองกำลังจ้องมองไปยังกล่องหยกใบนั้นพลางผลักตัวเย่เฉิน

            “ถึงแล้วหรือ?” เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมาครู่หนึ่ง และยังไม่ทันที่จะขยี้ตาเขาก็มองไปเห็นกล่องหยกในมือของผู้อาวุโสหยางและยังสามารถมองเห็นเม็ดยาสีม่วงที่อยู่ด้านในกล่องหยกได้อย่างชัดเจน

            “นั่นคือเม็ดยาผสานฟ้าหรือ?” เย่เฉินเลียริมฝีปากของเขา

            “วิเศษไหมล่ะ!”

            “ดูเหมือนมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรานะต่อให้ขายเจ้าก็ซื้อไม่ไหวอยู่ดี”

            ภายใต้ความสนใจของเหล่าผู้คนผู้อาวุโสหยางก็นำกล่องหยกที่บรรจุเม็ดยาผสานฟ้านั้นลอยเคว้งไว้กลางอากาศ

            “เม็ดยาผสานฟ้าซึ่งอาจจะช่วยให้ผู้ที่เตรียมเข้าสู่ขั้นผสานฟ้าสามารถบรรลุได้ถึงขั้นผสานฟ้า แน่นอนมันเป็นเพียงตัวช่วยอย่างหนึ่งเท่านั้น จะบรรลุถึงขั้นผสานฟ้าได้หรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับความโชคดีของตนเองด้วย”

            หลังจากแนะนำอย่างสั้นๆผู้อาวุโสหยางก็กล่าวเบาๆ “เม็ดยาผสานฟ้า เริ่มต้นที่ราคา ห้าแสนแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหินวิญญาณ ตอนนี้ เริ่มประมูลได้”

            “ห้า...ห้าแสนหินวิญญาณ?” ผู้คนจำนวนมากต่างต้องกลืนน้ำลาย เมื่อได้ยินราคา

            หากไม่ใช่บรรดาสำนักต่างๆหรือตระกูลฝึกตน ใครจะไปมีหินวิญญาณมากมายขนาดนั้นหลายคนตระหนักดีว่าเม็ดยาผสานฟ้านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาเพียงแค่ราคาเริ่มต้นนี้ ก็แทบจะบดขยี้พวกเขาให้จมดินแล้ว

            “ห้าแสนห้าหมื่น”อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนรวยอยู่จำนวนไม่น้อย จึงมีผู้เสนอราคาขึ้นในทันทีและไม่ต้องเสียเวลาแนะนำคนคนนั้นแล้วเพราะหลังจากที่เขาทำการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปแล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วว่าจะเป็นผู้มีภูมิหลังอย่างไรหรือเป็นใคร

            “หกแสน”

            “แปดแสน”

            “แค่แปดแสนคิดอยากจะได้เม็ดยาผสานฟ้าหรือ? ข้าให้หนึ่งล้าน”

            “หนึ่งล้านหนึ่งแสน”

            “หนึ่งล้านสามแสน”

            ตั้งแต่มีคนแรกเสนอราคาก็ก่อเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ทั่วทั้งหอซ่อนมังกรแทบจะระเบิดออกและทุกครั้งที่มีคนเสนอราคา ทุกคนในที่นี้ต่างต้องตกใจทุกครั้ง

            เพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีราคาของเม็ดยาผสานฟ้า ได้สูงขึ้นจากราคาตั้งต้นห้าแสนจนตอนนี้สูงไปมากถึงสองล้านแล้ว

            “สองล้านหินวิญญาณนี่สามารถเอามากองเป็นภูเขาลูกเล็กได้เลยนะ” มีคนพูดขึ้นมา และเงยหน้าขึ้นไปมองราวกับว่ากำลังมองเห็นกองภูเขาหินวิญญาณจากจินตนาการได้

            “มีหินวิญญาณไม่ถึงแปดล้านไม่มีทางประมูลเม็ดยาผสานฟ้านี้ได้เลย” เย่เฉินพึมพำอยู่ในมุมหนึ่ง

            แม้ว่าผู้เข้าร่วมประมูลจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์กันไปหมดแล้วแต่เขาก็ยังมีความรู้สึกอยู่อย่างหนึ่งว่าตระกูลใหญ่และผู้แข็งแกร่งมากมายไม่ได้มาเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้เพราะท้ายที่สุดเขาจะใช้กำลังมาต่อสู้กัน

            อย่างที่เจ้าหมีสองได้กล่าวเอาไว้เม็ดยาผสานฟ้านี้มีความเกี่ยวพันตามมามากมาย ซึ่งมันนั้นอาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีหรืออาจจะทำให้เกิดหายนะก็ได้เช่นกัน

            “สองล้านสามแสน”

            “สองล้านห้าแสน”

            ที่ด้านล่างการเสนอราคาของเม็ดยาผสานฟ้านั้นเป็นไปอย่างดุเดือด ราคาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

            หลังจากการประมูลผ่านไปหลายรอบผู้คนส่วนมากก็เหมือนถูกทุบตายอยู่บนหาดทรายพวกเขากำลังภาคภูมิใจกับหินวิญญาณนับล้านนั่น สำหรับการประมูลนี้ยังถือว่าห่างไกลพอสมควร หรืออาจกล่าวได้ว่า การประมูลเม็ดยาผสานฟ้านั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

            “ห้าล้าน”จริงอย่างที่คิดไว้ มีผู้ทรงอิทธิพลในความมืดเสนอราคาเพิ่มขึ้นเป็นห้าล้านแต่การประมูลที่ดุเดือดก่อนหน้านี้เริ่มที่จะเงียบลง

            ผู้ทรงอิทธิพลในมุมมืดดูเหมือนจะชัดเจน ราคาของเม็ดยาผสานฟ้านั้นจะมากเกินไปแล้วมันไม่ใช่หินวิญญาณเพียงสามสี่ล้านก็สามารถประมูลได้เพียงแค่ปล่อยให้การต่อสู้อย่างดุเดือดเกิดขึ้นเสียก่อน จากนั้นก็รอเวลาอันสมควรส่วนจะสามารถลงมือได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็ไม่อาจรู้ได้

            “ห้าล้านนั่นห้าล้านเชียวหรือ!”เจ้าหมีสองคว้าจับเย่เฉินและตีแข้งขา ตื่นเต้นราวกับจะได้ขึ้นสวรรค์

            “บางทีมันอาจจะเป็นการเสนอราคาของตระกูลสยงของเจ้าก็ได้”ขณะที่พูดไป เย่เฉินก็วางมือลงบนขาของหมีสอง จับชิ้นไขมันนั่นไว้แล้วบิดอย่างแรงไปรอบๆ บางทีเจ้าหมีสองอาจจะตื่นเต้นเกินไปเขาดูราวกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

            ราคาที่สูงเสียดฟ้าถึงห้าล้านทำให้หลายคนต้องยอมพ่ายแพ้ไปแล้วในตอนนี้ ส่วนต่อไปก็คือการแสดงหลักการต่อสู้ระหว่างเหล่าวีรบุรุษ

            “ห้าล้านห้าแสน”มีคนด้านล่างเสนอราคาขึ้นมา

            “หกล้าน”

            “หกล้านห้าแสน”

            อย่างที่เย่เฉินกล่าวไว้หากมีหินวิญญาณไม่ถึงแปดล้าน ก็ยากที่จะประมูลเอาเม็ดยาผสานฟ้าไปได้และราคาในตอนนี้ก็สูงขึ้นไปถึงหกล้านห้าแสนแล้วซึ่งดูเหมือนจะเกินขีดความสามารถของตระกูลใหญ่แล้ว จึงไม่ต้องถามเลยตระกูลใหญ่แต่ละตระกูลล้วนแต่เกือบจะยอมแพ้ไปทั้งหมดแล้ว

            “ช่างเถอะตระกูลสยงไม่เล่นด้วยแล้ว” เจ้าหมีสองยักไหล่

            “หกล้านห้าแสนตระกูลสยงของเจ้าน่าจะจ่ายได้!”เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหันมา

            “แน่นอนว่าสามารถจ่ายได้”เจ้าหมีสองพูดอย่างไม่หลบเลี่ยง“แต่นั่นหมายความว่าทรัพย์สินของตระกูลสยงก็แทบจะต้องเสียไปทั้งหมดแม้ว่าเม็ดยาผสานฟ้าจะมีมูลค่ามาก แต่ก็ควรดูกำลังของตนเองแม้ว่าจะสามารถประมูลมาได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะพากลับไปได้อย่างปลอดภัยและแม้จะนำกลับไปได้อย่างปลอดภัยบรรพบุรุษของตระกูลข้าบางทีก็อาจจะยากที่จะบรรลุถึงระดับขั้นผสานฟ้าผู้อาวุโสหยางนั่นก็พูดแล้วไม่ใช่หรือ เม็ดยาผสานฟ้าไม่อาจช่วยให้บรรลุได้เสมอไปจะสามารถเลื่อนขั้นไปได้หรือไม่ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ ขึ้นอยู่กับความโชคดีของตนเอง”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เจ้าหมีสองก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เพียงเพราะเม็ดยาเพียงเม็ดเดียวแล้วต้องมาทำให้ครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว การเดิมพันนี้ ตระกูลสยงของข้าคงไม่อาจเดิมพันได้”

            “มันก็จริง”เย่เฉินพึมพำ หากไม่ได้เป็นคนดูแลบ้านก็ไม่รู้หรอกว่าใบชาข้าวสารแพงขนาดไหนตระกูลสยงของเจ้าหมีสองคงจะคิดอย่างรอบคอบแล้วการเดิมพันครั้งนี้พวกเขาไม่อาจจะเดิมพันด้วยได้ ซึ่งหากเดิมพันแพ้นั่นอาจจะมีผลที่ไม่คาดคิดตามมาได้

            “เจ็ดล้าน”การเสนอราคาของเม็ดยาผสานฟ้ายังไม่หยุดลงดูเหมือนว่าแต่ละสำนักจะมาเข้าร่วมด้วยแล้วดูเหมือนในนั้นจะสะท้อนให้เห็นเงาร่างของสามสำนักและตำหนักซื่อเสี่ย

            “เจ็ดล้านห้าแสน”

            “แปดล้าน”

            แต่ราคาของเม็ดยาผสานฟ้าก็ยังคงสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสูงกว่าที่เย่เฉินคาดเอาไว้การประมูลมาถึงช่วงท้ายแล้ว ราคาของเม็ดยาผสานฟ้าก็ดูเหมือนจะสูงขึ้นเกือบถึงสิบล้านหินวิญญาณ

            “เก้าล้านห้าแสนก็ยังมีคนจะเสนอเพิ่มราคาอีก”

            ในหอซ่อนมังกรเกิดความนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ผู้อาวุโสหยางจึงมองไปทางด้านล่างโดยรอบดวงตาของเขาดูร้ายกาจ ราวกับสามารถจะมองดูผู้ประมูลตัวจริงได้และไม่ได้ให้ความสนใจไปยังผู้ฝึกตนทั่วไปเขาหยุดมองเพียงเล็กน้อยอยู่ที่คนสองสามคน

            “สิบล้าน”ในไม่ช้า ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมห้อง ทำให้เย่เฉินและเจ้าหมีสองต่างหันกลับไปทันทีเป็นเพราะคนที่ทำการประมูลคือชายชราผมดำที่นั่งอยู่ด้านข้างพวกเขา

            คนที่อยู่ในห้องโถงต่างมองมายังทิศทางนี้เป็นสายตาเดียวกัน

            กล้าที่จะประมูลในราคาสิบล้านนี่จะต้องไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไปหรือตระกูลต่างๆ ที่มีโชคลาภแน่นอนนอกจากตำหนักซื่อเสี่ยและสามสำนักแล้ว ใครจะกล้าออกเงินถึงสิบล้าน

            “หนึ่งตำหนักสามสำนัก เขาเป็นคนของกลุ่มอิทธิพลสังกัดไหนกันแน่” เย่เฉินชำเลืองมองชายชราผมดำ

            จากประสบการณ์ของเขาโดยปกติแล้วย่อมไม่อาจรู้ที่มาที่ไปของคนผู้นี้ได้แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่มั่นใจได้คือเขาต้องเป็นหนึ่งในคนของหนึ่งตำหนักสามสำนักอย่างแน่นอน

            ในตอนนี้เขาและเจ้าหมีสองหวังไว้ในใจว่าชายชราผมดำที่อยู่ด้านข้างเขาจะเป็นเฟิงอู๋เฮิ่นของยอดเขาอวี้เจี้ยนแห่งสำนักเหิงเยว่หากนำเม็ดยาผสานฟ้ากลับไปได้อย่างปลอดภัยและไม่มีใครจำเขาได้บางทีสำนักเหิงเยว่อาจจะมีคนสำเร็จขั้นผสานฟ้าขึ้นมาคนหนึ่งก็เป็นได้

            ด้วยเหตุนี้พวกเขาที่อยู่สังกัดสำนักเหิงเยว่ก็สามารถจะอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีวันล้มได้เป็นพันปี

            แต่เจ้าหมีสองและเย่เฉินก็รู้บางทีชายชราผมดำคนนี้อาจเป็นคนของสำนักชิงอวิ๋น สำนักเจิ้งหยางหรืออาจเป็นตำหนักซื่อเสี่ย หากเป็นเช่นนั้นมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับสำนักเหิงเยว่ของพวกเขา

            ชายชราผมดำเสนอราคาไปถึงสิบล้าน จึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากสายตาของทุกคนในทันทีและแน่นอนว่ามีชายผู้แข็งแกร่งกำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน

            “สิบล้านหินวิญญาณยังมีใครให้มากกว่านี้ไหม” ผู้อาวุโสหยางพูดขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงัดในหอซ่อนมังกร

            เพียงแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอยู่เป็นเวลานาน

            ปัง!

            ผู้อาวุโสหยางตัดสินใจขั้นสุดท้ายการประมูลเม็ดยาผสานฟ้า ได้สิ้นสุดลงและแล้วการประมูลของตลาดมืดอเวจีที่จัดเพียงสามปีครั้ง ก็ได้สิ้นสุดลง

            ด้านล่างผู้คนยังคงนั่งอยู่เต็มบริเวณรู้สึกคล้ายยังไม่อยากออกไป

            ในไม่ช้าก็เริ่มมีคนสองสามคนทยอยลุกขึ้นและเดินออกไป

            จนกระทั่งชายชราผมดำที่นั่งอยู่ตรงมุมได้ลุกขึ้นยืนจึงส่งผลกระทบไปทั่วหอซ่อนมังกร คนที่อยู่ในความมืดต่างจ้องมายังชายชราผมดำพยายามมองหาตัวตนที่แท้จริงของเขา ยิ่งไปกว่านั้นมีบางคนถึงกับคิดจะฆ่าเขาเพื่อชิงเม็ดยาผสานฟ้า

            “ดูท่าทางเขาสิเขากำลังจะเอาเม็ดยาผสานฟ้าออกไปแล้ว ดูท่าจะลำบากแล้ว!” เมื่อมองไปดูคนที่ค่อยๆ ออกไปโดยรอบ เย่เฉินก็บ่นขึ้น

            “ด้านนอกต้องมีใครบางคนอยู่คอยเจอเขาแน่นอน”เจ้าหมีสองกระซิบ “ข้าว่าแปดส่วนที่เขาจะเป็นคนของตำหนักซื่อเสี่ยในต้าฉู่มีเพียงผู้เดียวที่จะคุมสามสำนักได้ คือตำหนักซื่อเสี่ย”

            “เป็นใครก็ไม่สำคัญหรอกไปกันเถอะ!”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน