พิลาไลยและจารวีเลขาของเธอเดินลงมาถึงร้านอาหารแล้ว เขาทั้งสองต่างก็รีบเดินเข้าไปภายในร้านโซนที่จัดงานเลี้ยงทันที เพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“คุณจารวี เรียก รปภ. ด่วนเลย” พิลาไลยเอ่ยบอกกับเลขาของเธอ
“เรียกแล้วค่ะ น่าจะกำลังเข้ามาค่ะคุณพิลาไลย” จารวีเอ่ยบอกกับเ้านายของเธอ
พิลาไลยเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เธอจำเป็ต้องเข้าไปห้ามปรามเพื่อไม่ให้เกิดเื่ไปมากกว่านี้ เพราะข้าวของในโซนนั้น ต่างก็เสียหายมากไม่น้อย
พิลาไลยรีบวิ่งเข้าไปห้ามลูกค้าที่เป็ชายร่างสูงใหญ่ทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ ด้วยอาการที่เมาแอลกอฮอร์ เป็ฉนวนที่ทำให้เกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้น
“ใจเย็นๆนะคะคุณลูกค้า ใจเย็นๆ” พิลาไลยเอ่ยบอกกับลูกค้าผู้ชายทั้งสองคน พร้อมกับยื่นแขนออกทั้งสองข้างเพื่อห้ามพวกเขา
“ออกไป อย่ามายุ่ง” ชายร่างใหญ่เอ่ยบอกกับพิลาไลยก่อนใช้มือทั้งสองข้างผลักเธอ
พิลาไลยถูกชายร่างใหญ่พักล้มลง ทำให้เธอพลาดท่าท้ายทอยไปฟาดกับกระถางต้นไม้ที่ทำจากปูน ทำให้พิลาไลยเสียชีวิตในทันที สภาพของพิลาไลยมีเืออกจากด้านหลังไม่หยุด
เมื่อทุกคนที่อยู่ในที่นั้น มองมาที่พิลาไลยที่กำลังนอนอาบเืของเธออยู่ ต่างก็หยุดนิ่ง สีหน้าของแต่ละคนบ่งบอกได้เลยว่าใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จารวีเลขาของพิลาไลยรีบวิ่งเข้ามาช่วยพิลาไลยทันทีที่เธอล้มลงไป ก่อนจะเรียกให้พนักงานต้อนรับที่อยู่ตรงแคชเชียร์มาช่วยด้วยอีกแรง
“นิภา มาช่วยฉันหน่อยเร็วๆ” จารวีเอ่ยเรียกพนักงานต้อนรับให้มาช่วยเธอ
“ค่ะๆ มาแล้วค่ะ” นิภาเอ่ยบอกกับจารวีเลขาของพิลาไลย
จารวีใช้มือข้างหนึ่งช้อนไปที่คอของพิลาไลย มืออีกข้างจับไปที่มือของพิลาไลยเช่นกัน ก่อนที่จะเอ่ยเรียก “คุณพิลาไลยค่ะ คุณพิลาไลยฟื้นสิคะ”
ไม่มีเสียงตอบรับจากพิลาไลย เธอนอนแน่นิ่งไป ลูกค้าที่ทะเลาะกันนั้นต่างก็วิ่งหนีหายออกไปจากร้านอาหารทันทีที่เห็นว่าพิลาไลยนิ่งไป
“นิภา โทรเรียกรถโรงพยาหรือยัง เร็วๆหน่อย” จารวีะโบอกพนักงานต้อนรับให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน
“โทรแล้วค่ะ ตอนนี้รถพยาบาลกำลังมาค่ะ” นิภาเอ่ยบอกกับจารวี
“คุณพิลาไลยค่ะ แข็งใจไว้นะคะ รถพยาบาลกำลังมาค่ะ คุณพิลาไลยค่ะ ได้ยินฉันไหมคะ” จารวีพยายามเรียกให้พิลาไลยได้สติ แต่ความเป็จริงแล้ว พิลาไลยเสียชีวิตไปแล้วั้แ่ที่ท้ายทอยของเธอฟาดลงไปที่กระถางต้นไม้
ไม่นานเสียงไซเรนของรถพยาบาลก็ดังขึ้นอยู่ที่หน้าร้านอาหาร พร้อมกับมีพยาบาลลงมาจากรถพยาบาลเพื่อเข้าช่วยเหลือพิลาไลยในที่เกิดเหตุ พยาบาลเริ่มจากจับชีพจรที่ข้อมือและที่คอ พบว่าไม่มีชีพจรแล้ว
“เสียใจด้วยนะคะ เธอเสียชีวิตแล้วค่ะ” พยาบาลเอ่ยบอกกับจารวี
เมื่อจารวีได้ยินก็นิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนที่เธอจะเป็ลมล้มลงไปนอนกับพื้น ไม่นานพยาบาลอีกคนก็รีบมาช่วยเหลือจารวี และนำจารวีกับพิลาไลยขึ้นรถกลับไปที่โรงพยาบาล
หลังจากที่จารวีสลบไปเธอก็ฟื้นขึ้นมา เธอเจอนิภาพนักงานต้อนรับและพี่วรรณหัวหน้าแม่ครัวยืนอยู่ข้างๆเธอ คอยดูแลเธออยู่ก่อนที่จารวีจะเอ่ยถามทั้งสอง “คุณพิลาไลยเป็ยังไงบ้างพี่วรรณ นิภา”
“คุณพิลาไลยเสียชีวิตแล้วค่ะคุณจารวี” นิภาเอ่ยบอกกับจารวี สีหน้าของนิภาไม่สู้ดีนัก เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อจากนี้
“แล้วแบบนี้จะทำยังไง ร้านอาหารจะไปต่ออย่างไร ญาติพี่่น้องของคุณพิลาไลยก็ไม่มีที่ไหน” จารวีพูดขึ้นพร้อมกับคิดหาทางออก
“เื่นี้คุณทนายแจ้งว่า จะมีการเรียกประชุมหัวหน้าแผนกทุกสาขานะคุณเลขา ตามที่เ้านายเคยแจ้งกับทางทนายเอาไว้” พี่วรรณบอกกับจารวี พร้อมกับเอามือมาแตะที่ไหล่ของเธอ
หลังจากที่จารวีออกจากโรงพยาบาล และทนายส่วนตัวของพิลาไลยก็มาดำเนินเื่ ขอรับศพของพิลาไลยออกจากโรงพยาบาล พร้อมกับเดินเื่เอกสารการตายของพิลาไลย จนถึงการจัดงานศพเสร็จสิ้น ทนายของพิลาไลยก็นัดเจอกับหัวหน้าแผนกร้านอาหารของทุกสาขา ให้มาประชุมกันที่ห้องประชุมที่ออฟฟิศใหญ่ที่สาขา
จารวีได้ออกอีเมลเข้าไปที่แต่ละแผนกของสาขาทั้ง 10 สาขา เพื่อให้เตรียมตัวเข้ามาที่ห้องประชุมของสาขาใหญ่ตามที่ทนายธันวาได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้